Chapter 29
29 / 330
8 min read
Chapter 29: Milo’s Ruin 2
Published Apr 8, 2026, 06:26 AM
บทที่ 29: ความพินาศของไมโล (2) – เฮเซล
"เรางั้นเหรอ?" เขาคว้าข้อมือฉันเอาไว้ มือกว้างนั้นบีบแน่นจนรู้สึกเจ็บ "มันไม่มีคำว่าเราอีกต่อไปแล้ว... เธอเองไม่ใช่หรือที่ย้ำเตือนเรื่องนั้นอย่างชัดแจ้ง"
"ฉันก็แค่ต้องอยู่กับความจริง" ฉันปล่อยให้น้ำตาคลอเบ้า—มันไม่ใช่น้ำตาแห่งความเสียใจจริงๆ หรอก แต่เขาไม่มีทางแยกออก "ฉันแค่พยายามปกป้องตัวเองจากชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง... จากวินาทีที่ท่านพ่อจะยกฉันให้แต่งงานกับอัลฟ่าหน้าไหนก็ไม่รู้ที่ฉันไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้า แล้วหลังจากนั้นฉันคงต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป"
"แต่เฟีย..." เขาเริ่มแย้ง
"เฟียไม่เหมือนกัน" ฉันพูดขัดขึ้นทันควัน "นั่นคือสิ่งที่เราทำให้มันเกิดขึ้น เราเป็นคนบงการแผนการนั้นเอง และเซียนก็เป็นผู้ชาย... ผู้ชายมีสิทธิ์ที่จะเลือก แต่ฉันไม่มี"
น้ำตาที่คลออยู่ร่วงเผาะลงมา ฉันปล่อยให้มันไหลอาบแก้มอย่างจงใจ
"ฉันทนรับความเจ็บปวดจากการใจสลายไม่ไหวหรอก" ฉันกระซิบเสียงสั่น "การที่ต้องใกล้ชิดกับคุณ... การที่ปล่อยใจให้รักคุณจริงๆ แล้วสุดท้ายก็ต้องสูญเสียทุกอย่างไปอยู่ดี"
แรงบีบที่ข้อมือของไมโลเริ่มคลายลง
"แต่ถ้ามันคือสิ่งที่คุณต้องการ" ฉันช้อนสายตามองเขาผ่านแพขนตาที่เปียกชื้น "ถ้าคุณอยากจะบอกเซียนทุกอย่างจริงๆ ฉันก็จะยอมรับมัน... ฉันจะยอมรับทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้"
"เฮเซล..."
"แค่..." ฉันก้าวเข้าไปชิด แผ่นหลังเบียดเสียดกับแผงอกของเขา "แค่ขอให้คืนนี้เป็นของฉัน... ก่อนที่คุณจะทำลายทุกอย่างทิ้งไป ขอเวลาให้ฉันได้หลอกตัวเองต่ออีกเพียงแค่คืนเดียวเท่านั้น"
แล้วฉันก็จุมพิตเขา
ในตอนแรกเขาไม่ได้จูบตอบ ร่างกายของเขาแข็งทื่อและเต็มไปด้วยการต่อต้าน
"ฉันรักคุณ" ฉันกระซิบแผ่วชิดริมฝีปากของเขา "ฉันรักคุณจริงๆ... ฉันก็แค่กลัวเกินกว่าจะยอมรับมันออกมา"
เขายกมือขึ้น... แล้วผลักฉันออก
"เธอเอาอีกแล้ว" น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าว "เธอกำลังใช้ฉันเป็นเครื่องมือ... กำลังปั่นหัวฉันเล่น"
"ฉันเปล่านะ" ฉันปาดน้ำตา—คราวนี้คือน้ำตาจริงๆ เพราะแผนการนี้ดูเหมือนจะไม่เป็นผล "ไมโล ได้โปรด... ฉันไม่ได้ปั่นหัวคุณ ฉันกำลังพยายามบอกความจริงกับคุณอยู่"
"ความจริงงั้นเหรอ" เขาหัวเราะเยาะ เป็นเสียงหัวเราะที่ขมขื่นและแตกสลาย "เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคำว่าความจริงมันหมายความว่ายังไง"
"งั้นก็ให้ฉันพิสูจน์สิ" ฉันขยับเข้าไปหาเขาอีกครั้ง คราวนี้เชื่องช้ากว่าเดิม "ให้ฉันแสดงให้คุณเห็น"
"ยังไง?"
ฉันคว้ามือเขามาวางทับลงบนตำแหน่งหัวใจของฉัน ปล่อยให้เขาสัมผัสถึงจังหวะการเต้นที่รัวเร็วและรุนแรง
"คุณสามารถอยู่เคียงข้างฉันได้นะ" ฉันเอ่ยเสียงนุ่ม "อยู่กับฉันตลอดเวลา... แม้หลังจากที่ฉันต้องแต่งงานกับใครก็ตามที่ท่านพ่อเลือก หรืออัลฟ่าคนถัดไปที่มาเคาะประตูบ้าน คุณก็ยังอยู่กับฉันได้"
ใบหน้าของเขาเข้มขึ้นด้วยความโกรธ "ในฐานะเมียน้อยน่ะเหรอ?"
"ในฐานะคนรักต่างหาก" ฉันแก้ไขคำพูดเขา "รักแท้เพียงหนึ่งเดียวของฉัน... คนที่สำคัญกับฉันจริงๆ"
"ในขณะที่เธอแต่งงานกับอัลฟ่าสักคนเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองเนี่ยนะ?"
"ใช่" ฉันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาโดยไม่หลบสายตา "มันเลวร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ? การที่คุณได้ครอบครองส่วนหนึ่งในตัวฉัน ดีกว่าไม่ได้ครอบครองอะไรเลยไม่ใช่หรือไง?"
เขาชักมือกลับทันที "นี่แหละคือสิ่งที่ฉันพูดถึง เธอโต้แย้งด้วยการบงการ... ใช้ความรู้สึกของฉันเพื่อให้ได้ในสิ่งที่เธอต้องการ"
"ฉันกำลังพยายามหาทางให้เราทั้งคู่รอดตายต่างหาก!" ฉันแผดเสียงขึ้น "คุณไม่เข้าใจเหรอ? ถ้าคุณไปหาเซียน เราทั้งคู่จะสูญเสียทุกอย่าง! แต่ถ้าคุณเงียบไว้ เราจะหาทางออกร่วมกันได้ เราจะหาทางอยู่ด้วยกันได้!"
"ด้วยการโกหกน่ะเหรอ?"
"ด้วยการเอาตัวรอดต่างหาก!" ฉันขยุ้มคอเสื้อเขาไว้แน่น "ได้โปรดเถอะไมโล... ได้โปรดอย่าทำแบบนี้ อย่าให้ทิฐิของผู้ชาย—ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันกลัวที่สุด—มาทำลายชีวิตของเราจนย่อยยับเลย"
เขาจ้องหน้าฉันอยู่นานแสนนาน ฉันเห็นเขากำลังชั่งน้ำหนักในใจ... พยายามดูว่าฉันกำลังพูดความจริง หรือกำลังถักทอใยแมงมุมแห่งการหลอกลวงขึ้นมาอีกครั้ง
"พิสูจน์สิ" เขาพูดขึ้นในที่สุด
"อะไรนะ?"
"พิสูจน์ว่าเธอไม่ได้โกหก" แววตาของเขาแข็งกร้าว "พิสูจน์ว่าเธอรักฉันจริงๆ และนี่ไม่ใช่แค่การปั่นหัวอีกครั้ง"
สมองของฉันแล่นเร็วปรื๋อ ฉันจะพูดอะไรดี? ความจริงข้อไหนที่จะมัดใจเขาได้โดยที่ฉันไม่ต้องเสียอะไรเลย?
แล้วฉันก็นึกออก
"คุณคือผู้ชายคนเดียวที่ฉันเคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วย"
คำพูดนั้นแขวนคว้างอยู่ในอากาศ
สีหน้าของไมโลเปลี่ยนไป มันอ่อนวูบลง... เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
"ว่าไงนะ?"
"คุณได้ยินแล้วนี่" ฉันสบตาเขาไม่กะพริบ "ฉันไม่เคยมีใครอื่น... ไม่ใช่ก่อนหน้าคุณ ไม่ใช่ระหว่างที่มีคุณ แค่คุณคนเดียวเท่านั้น"
มันคือความจริง... ในทางเทคนิคละนะ ฉันเคยเล่นสนุกกับคนอื่นมาบ้าง จูบเอย สัมผัสเอย แต่ถ้าถึงขั้นมีเซ็กซ์จริงๆ น่ะเหรอ? ก็มีแค่ไมโลนั่นแหละ และเหตุผลก็ง่ายมาก—เพราะเขา 'ใหญ่โต' จนน่าประทับใจนั่นเอง
และฉันเห็นว่าคำพูดนี้มันได้ผล ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไป ความแข็งกร้าวปริร้าวลงทีละน้อย
"เฮเซล..."
"ฉันมอบบางสิ่งที่ฉันไม่เคยให้ใครแก่คุณ" ฉันขยับเข้าไปชิดอีกครั้ง "มันไม่มีความหมายอะไรเลยเหรอ?"
เขายกมือขึ้น... ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวางลงบนเอวของฉัน
"เธอก็ยังคงบงการฉันอยู่ดี" เขาเอ่ย ทว่าน้ำเสียงแผ่วลงและเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจ
"จริงเหรอ?" ฉันสัมผัสใบหน้าเขาอีกครั้ง "หรือบางทีฉันอาจจะแค่หมดหนทาง... บางทีฉันอาจจะแค่กลัวการสูญเสียคนเพียงคนเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกถึง 'ของจริง' ขึ้นมาก็ได้"
ฉันจูบเขาอีกครั้ง
คราวนี้เขาจูบตอบ
ริมฝีปากของไมโลยังคงเปียกชื้นจากการจูบ เขาเผยอออกเล็กน้อยราวกับยังตกตะลึงในน้ำหนักของคำพูดฉัน เขาลมหายใจสะดุดเมื่อฉันทรุดตัวลงคุกเข่า
พื้นกระเบื้องในห้องของเขาเย็นเฉียบ ทว่าร่างกายของเขากลับร้อนรุ่ม ฉันเอื้อมมือไปคว้ากางเกงของเขาแล้วจัดการถอดมันออก ตัวตนของเขาตื่นตัวตอบรับสัมผัสและร่ำร้องขอการปลดปล่อย เมื่อฉันกระชากกางเกงเขาลงไปกองที่เข่า แก่นกายที่หนาและพองขยายอยู่ตรงหน้าก็กลายเป็นสีแดงจัดและสั่นสะท้าน ราวกับมันเฝ้ารอเวลาที่จะได้กลับเข้าไปข้างในนานพอๆ กับฉัน ฉันใช้มือรวบกุมเขาไว้โดยไม่อ้อมค้อม สัมผัสได้ถึงการกระตุกสั่น ความร้อนแรง และความแข็งขึงที่ทวีคูณขึ้นเพียงแค่ฝ่ามือลูบไล้ผ่านไปครั้งแรก
"เธอจะทำแบบนี้จริงๆ เหรอ?" เขาถาม เสียงต่ำพร่าและเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
"เงียบเถอะ" ฉันพึมพำโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง "ฉันไม่ได้ขออนุญาต"
และฉันก็ไม่ได้ขอจริงๆ ฉันลากปลายลิ้นตั้งแต่อคนจนถึงปลายยอด ปรนเปรอเขาด้วยจังหวะที่เนิบนาบ ลิ้มรสชาติของเกลือ ความร้อน และกลิ่นอายเฉพาะตัวที่เป็นไมโล เขาเต้นตุบอยู่ในปากฉันแล้ว ฉันรู้สึกได้จากต้นขาของเขาที่เกร็งแน่นเมื่อฉันครอบครองส่วนหัวไว้ในปาก นิ้วมือของเขาขยุ้มเข้าหากันที่ข้างลำตัว
"อึก... บัดซบ... เฮเซล—"
น้ำเสียงนั้น... ครึ่งหนึ่งคือคำเตือน อีกครึ่งคือคำอ้อนวอน ฉันเร่งจังหวะการดูดดึงให้หนักหน่วงขึ้น แก้มตอบลงเมื่อฉันรับเขาเข้าไปลึก... ลึกขึ้นอีก จนกระทั่งส่วนหัวที่หนาใหญ่ชนเข้ากับลำคอ ฉันครางอื้ออึงอยู่ในลำคอ ไม่ใช่การแสดง แต่มันคือเรื่องจริง เขาเติมเต็มปากของฉันอย่างที่ไม่มีใครเคยทำได้ ฉันต้องการทั้งหมดนี้ แม้กรามจะเริ่มล้าแต่ฉันก็ไม่ถอยหนี ฉันเดินหน้าต่อ ปล่อยให้น้ำลายไหลอาบลงมาที่คาง นิ้วมือคอยนวดเฟ้นที่โคนตามจังหวะการขยับขึ้นลง
"ให้ตายสิ... ปากนั่น..." ไมโลครางกระหึ่ม ในที่สุดมือเขาก็เลื่อนมาที่ท้ายทอยฉัน นิ้วมือสอดแทรกขยำลงบนเส้นผม "เธอมัน... เฮเซล—"
สะโพกของเขาตอกย้ำเข้ามาแรงๆ ครั้งหนึ่ง จนฉันเกือบจะสำลักความยาวของเขา ฉันขย้อนจนน้ำตาเล็ดแต่ก็ไม่หยุด ฉันหยุดไม่ได้... เขาใกล้แล้ว... ฉันรู้สึกได้ถึงแรงพัลส์ที่โคนแก่นกาย ต้นขาของเขาเกร็งเขม็ง ลมหายใจขาดช่วงกลายเป็นเสียงคำรามในลำคอ
ฉันถอนริมฝีปากออกมาจนเกิดเสียงจ๊วบอย่างหยาบโลน ก่อนจะกระซิบแผ่ว "ปลดปล่อยออกมาใส่ฉันสิ"
และเขาก็ทำเช่นนั้น
เขาส่งเสียงครางต่ำอย่างหยาบช้าขณะที่สายธารอุ่นร้อนพุ่งทะลักอาบใบหน้า ริมฝีปาก และเรียวลิ้นของฉัน ของเหลวสีขาวขุ่นข้นคลั่กเคลือบไปทั่วแก้ม หยดติ่งลงจากคางในขณะที่ฉันหอบหายใจ พยายามเลียชิมส่วนปลายอย่างไม่รู้จักพอ ร่างกายของเขาพาสั่นเทิ้มจากการปลดปล่อย เขาครางชื่อฉันออกมาเหมือนคนเจ็บปวด และฉันก็เงยหน้ามองเขา ร่างกายฉาบไปด้วยหยดธารที่เปล่งประกายอย่างผู้ชนะ ในขณะที่ยังคงหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอด
เขาเอื้อมมือมาสัมผัสใบหน้า นิ้วหัวแม่มือปาดเช็ดคราบเปื้อนในขณะที่ก้มหน้าลงมาหวังจะมอบจูบให้
ฉันเอนตัวหลบ
"ไม่" ฉันพูดขึ้น น้ำเสียงราบเรียบทว่าบาดลึก "คุณไม่มีสิทธิ์มาจูบฉันแบบนั้น ในเมื่อฉันไม่เคยรู้เลยว่าคุณจะทำบ้าอะไรต่อไป"
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสน เขายังคงพยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ
"ฉันทนกับความสัมพันธ์ที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายแบบนี้ไม่ไหวแล้ว" ฉันพูดพลางเลียหยดที่ค้างอยู่บนริมฝีปาก "แต่ให้ตายสิ ฉันคงจะคิดถึงเจ้าโลกของคุณน่าดู"
เขาพริบตาปริบๆ "เฮเซล... นี่เธอกำลังพูดเรื่องบ้าอะไร?"
"ฉันบอกว่า ฉันคงจะคิดถึงอวัยวะเพศของคุณน่ะสิ" ฉันย้ำคำ
แล้วฉันก็กรีดร้องออกมา
"ช่วยด้วย!" ฉันแผดเสียงร้องสุดเสียง เสียงนั้นแหบพร่าและดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องกระเบื้องเย็นเยียบ "ช่วยด้วย—!!"
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.