ตอนที่ 4422
4069 / 5461
อ่าน 5 นาที
Chapter 4422: Choice
เผยแพร่เมื่อ 11 มี.ค. 2569 20:06
Chapter 4422: ทางเลือก
สายตาหลายคู่เย็นชาลงหลังจากได้ยินคำพูดดูแคลนนั้น บรรดาสมาชิกจากแดนตะวันออกมองหลี่ชีเย่เป็นเพียงไอ้ไร้ค่าที่พ่นคำไร้สาระออกมาต่อหน้าพวกเขา
“ไอ้เด็กเหลือขอนี่มันเป็นใครกัน?” ผู้ฝึกตนจากแดนตะวันออกผู้หนึ่งถามขึ้น
“เขาคือหลี่ชีเย่ เจ้าสำนักเพชรน้อย” คนจากแดนใต้กระซิบตอบ
“เพชรน้อยงั้นหรือ? ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย” สำหรับคนแดนตะวันออก นี่เป็นชื่อที่ไม่คุ้นหูเอาเสียเลย
“ก็แค่สำนักเล็กๆ แห่งหนึ่งเท่านั้นแหละ” สมาชิกของสำนักมังกรยิ้มเจื่อนๆ
“หึ!” ยอดฝีมือจากแดนตะวันออกไม่พอใจพลางกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นก็เป็นแค่ตัวประกอบไร้ค่า แล้วทำไมสำนักมังกรถึงปล่อยให้มันพล่ามอยู่ได้? น่าสมเพชสิ้นดี”
เหล่าศิษย์ของสำนักมังกรเพียงแค่ยิ้มเจื่อนและไม่ได้พูดอะไรตอบ
“นี่แหละสไตล์ของหลี่ชีเย่ เขาไม่เคยแคร์ความรู้สึกของใคร” คนที่พอจะรู้จักเขาอยู่บ้างกล่าว
ผู้ที่เฝ้าสังเกตหลี่ชีเย่มาตลอดต่างคิดว่าเขาก็แค่ทำตัวเสมอต้นเสมอปลายเช่นนี้มาตลอด
“เจ้าหนู เจ้ามาจากสำนักไหนกัน? ไปเรียกผู้อาวุโสของพวกเจ้าออกมาเดี๋ยวนี้!” บรรพชนจากแดนตะวันออกตะคอก
หลี่ชีเย่ยิ้มแล้วกล่าวว่า “รวมหัวกันเป็นตาแก่หน้าไม่อายที่ยกยอตัวเองว่าเป็นยอดคน ช่างหน้าหนาเสียจริง”
บรรพชนจากแดนตะวันออกต่างเดือดดาลหลังจากได้ยินคำดูหมิ่นนั้น ในฐานะผู้มีชื่อเสียงระดับบิ๊กเนม แม้แต่คนที่ใจเย็นที่สุดในกลุ่มก็ยังทนไม่ไหว
“ไอ้เด็กอวดดี แกรรู้ไหมว่าพวกเราเป็นใคร!” อดีตเจ้าสำนักห้าตะวันตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด
“ไม่รู้” หลี่ชีเย่ตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ
“ข้าคืออดีตเจ้าสำนักห้าตะวัน บุตรชายของข้าคือราชาห้าตะวัน ผู้เป็นอัจฉริยะเหนือระดับ ส่วนสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีที่อยู่ตรงนี้ล้วนเป็นบรรพชนไร้เทียมทาน ส่วนท่านนี้คือบรรพชนสมบัติ...” เขาเริ่มร่ายยาวเพื่อแนะนำตัวละครต่างๆ
ข้อมูลเหล่านี้มากพอที่จะทำให้ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะคนรุ่นเยาว์ต้องหวาดกลัว ทว่าหลี่ชีเย่กลับไม่สนใจแม้แต่น้อย เขาโบกมืออีกครั้ง “ไม่เคยได้ยินชื่อใครในพวกเจ้าเลย แม้แต่บรรพชนของพวกเจ้าก็ไม่เคย ข้าไม่มีความจำเป็นต้องรับรู้”
อดีตเจ้าสำนักคิดว่าชื่อเสียงของพวกเขาจะเพียงพอที่จะทำให้หลี่ชีเย่ขวัญหนีดีฝ่อ แต่อนิจจา กลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ จากชายผู้นี้เลย มันให้ความรู้สึกเหมือนกับการออกหมัดสุดแรงแต่กลับชกไปโดนเพียงอากาศ เป็นความรู้สึกที่น่าหงุดหงิดอย่างแท้จริง
“ไสหัวไปได้แล้ว ข้ากำลังยุ่ง” หลี่ชีเย่ออกคำสั่งพร้อมกับโบกมือเหมือนกำลังไล่แมลงวัน
“เขาสติแตกไปแล้วหรือไง เขาถึงกล้าล่วงเกินทูตจากแดนตะวันออกทั้งหมดนั่น” ผู้ชมคนหนึ่งสูดหายใจลึก
พันธมิตรกลุ่มนี้ประกอบด้วยบรรพชนจากตระกูลชั้นนำมากมาย การไปล่วงเกินพวกเขาถือเป็นการกระทำที่ไม่ฉลาดเลย
“ไอ้หนู แกกำลังรนหาที่ตายด้วยการขัดขวางการสมรสพันธมิตรครั้งนี้!” อดีตเจ้าสำนักตะโกน
“ยังไม่ยอมแพ้อีกหรือ? ต้องให้ข้าเด็ดหัวพวกเจ้าก่อนถึงจะเข้าใจหรือไง?” หลี่ชีเย่โต้กลับ
“นี่มันไร้สาระเกินไปแล้ว!” คนทั้งกลุ่มทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว
“แกต้องตาย!” บรรพชนคนหนึ่งคำราม พวกเขาไม่ได้มาที่สำนักมังกรเพื่อถูกดูหมิ่น
“แค่นั้นยังไม่พอ เพื่อเป็นการลงโทษที่มันดูหมิ่นข้า บุตรชายของข้าจะจับตระกูลของมันเป็นทาสไปหลายชั่วอายุคน!” อดีตเจ้าสำนักคำราม
“ลูกเจ้าอย่างนั้น ลูกเจ้าอย่างนี้ มีดีแค่นี้หรือไง? ดูท่าทางลูกของเจ้าคงจะมีความสามารถมากพอจนเจ้าภาคภูมิใจสินะ หึ ข้าสงสัยเหลือเกินว่าถ้าข้าฆ่าเจ้าตอนนี้ ลูกของเจ้าจะมีความสามารถพอที่จะแก้แค้นให้เจ้าได้หรือไม่?”
ฝูงชนต่างแข็งค้างและงุนงงไปตามๆ กัน พวกเขาคิดว่าหลี่ชีเย่คงไม่รู้ว่าเขากำลังเล่นงานบิดาของผู้ที่มีโอกาสเป็นเต๋าจวินในอนาคต
มีเพียงเจี้ยนชิงจูที่สูดปาก เพราะนางได้กลิ่นคาวเลือดลอยมาแต่ไกลแล้ว
“ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้เด็กเมื่อวานซืนอย่างแกเนี่ยนะจะฆ่าข้า!” อดีตเจ้าสำนักหัวเราะร่า
“โอกาสสุดท้ายแล้ว ไสหัวไปไม่งั้นหัวของพวกเจ้าได้กลิ้งหลุนๆ บนพื้นแน่ แต่ข้าเองก็คงไม่ขัดข้องหรอกนะ มาดูกันว่าลูกของเจ้าจะทำอะไรได้บ้าง”
“ท่านเจ้าสำนัก สังหารมันเลยครับที่บังอาจตั้งคำถามต่อเกียรติยศของฝ่าบาท” บรรพชนหมวกขนนกกล่าวอย่างเย็นชา
“ตัดแขนขามัน บดขยี้เส้นลมปราณ แล้วค่อยๆ ถลกหนังมันซะ” อดีตเจ้าสำนักสั่งผู้อาวุโสสามคนที่อยู่ใกล้ๆ
พวกเขารีบพุ่งตัวออกไปและล้อมหลี่ชีเย่ไว้ในรูปแบบสามเหลี่ยม สำนักห้าตะวันเป็นสำนักที่ทรงพลัง ดังนั้นพวกเขาจึงเป็นผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่ง
ปีศาจโบราณทั้งสามจากสำนักมังกรไม่ได้พูดอะไร ส่วนราชันนกยูงนั้นต้องการจะฆ่าหลี่ชีเย่อยู่แล้ว แต่ต้องยับยั้งชั่งใจไว้เพราะสถานการณ์ปัจจุบัน ถ้าสำนักห้าตะวันจะจัดการให้ ก็ถือว่าไม่เลวเลย
“ไอ้หนู ถือว่านี่เป็นเกียรติยศสูงสุดในชีวิตของแกแล้วนะ ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแกจะได้รับโอกาสให้ถูกสังหารโดยพวกเราทั้งสามคน” หนึ่งในผู้อาวุโสขู่ คิดว่าผู้นำสำนักกระจอกๆ อย่างเขาไม่มีทางสู้พวกเขาได้แน่
“กระบี่” หลี่ชีเย่ไม่แม้แต่จะปรายตามอง
“เคร้ง!” กระบี่ของเจี้ยนชิงจูพุ่งออกจากฝักและตกลงในมือของเขา
“พวกเจ้าเริ่มได้เลย” หลี่ชีเย่ชี้กระบี่ไปที่คนหนึ่งในนั้นแล้วกล่าวว่า “ไม่อย่างนั้น ถ้าพวกเจ้ากลายเป็นผีกันหมดแล้ว จะมาโวยวายทีหลังว่าข้าไม่ให้โอกาสพวกเจ้า”
“ฮ่าฮ่าฮ่า! คนรุ่นหลังสมัยนี้ช่างเหิมเกริมเสียจริง” ทั้งสามคนหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.