ตอนที่ 257
257 / 1536
อ่าน 11 นาที
Chapter 257: Act Against Three People
เผยแพร่เมื่อ 8 เม.ย. 2569 07:32
## บทที่ 257: ลงมือต่อคนทั้งสาม
หนีเว่ยเวยเดินจงกรมกลับไปกลับมาอยู่ริมทะเลสาบด้วยใบหน้าฉายแววขุ่นมัวอย่างปิดไม่มิด นางรู้สึกค้างคาใจด้วยมั่นใจว่าตนเองนั้นเหนือกว่ายวิ๋นเค่อซินในทุกด้าน ไม่เว้นแม้แต่ระดับการบำเพ็ญเพียร ทว่าชางเฟยกลับปฏิเสธความรักของนางอย่างไร้เยื่อใย แล้วเลือกสตรีที่นางตราหน้าว่าต่ำต้อยกว่า ทั้งยังกล้าใช้เจตนาฆ่าข่มขู่นางอีกด้วย
“บัดซบ! เจ้าสารเลว! นี่เป็นครั้งแรกที่มีบุรุษกล้าหยามเกียรติข้าถึงเพียงนี้! ชิ! ข้าต้องทำอะไรสักอย่างให้เขาสยบแทบเท้า และข้าจะใช้เขาเป็นทาสรับใช้ของข้าให้จงได้!”
*ตึก... ตึก...*
“นั่นมิใช่คู่ของหยินถงหรอกหรือ? เหตุใดจึงมาอยู่ตรงนี้เพียงลำพังด้วยโทสะเล่า?”
หนีเว่ยเวยหันขวับไปยังต้นเสียงทันที นางต้องชะงักด้วยความประหลาดใจเมื่อจำสตรีที่เอ่ยทักได้ “ศิษย์พี่เสวี่ยไน๋ ท่านกำลังตามหาหยินถงอยู่หรือ?”
“ข้าไม่มีธุระกับบุรุษไร้ค่าอย่างหยินถงหรอก” หานเสวี่ยไน๋เอ่ยพลางชี้ไปยังอาคารหนึ่งในเขตศิษย์ภายใน “ข้ามาตามหาปาซิ่วกับเฟยเสวียน เพราะหรูหุ่ยติดต่อพวกเขาไม่ได้ตั้งแต่รุ่งสาง เขาเลยวานให้ข้ามาดูเสียหน่อย”
“ข้าอยู่กับหยินถงและเค่อซินมาตลอด จึงยังไม่พบพวกเขาเลย” หนีเว่ยเวยฉุกคิดบางอย่างขึ้นมา นางอยากจะขอให้หานเสวี่ยไน๋ช่วย แต่ใจหนึ่งก็ยังลังเล เพราะคำพูดของชางเฟยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลตู้และตระกูลผังยังคงแจ่มชัดในหัว นางไม่อยากมีจุดจบเหมือนกับอดีตคู่บำเพ็ญของตนเอง
หานเสวี่ยไน๋สังเกตเห็นความลังเลบนใบหน้าของหนีเว่ยเวย นางย่างสามขุมเข้าไปเบื้องหน้าก่อนจะโน้มตัวลงจูบนางอย่างกะทันหันจนอีกฝ่ายตกตะลึง สถานการณ์เริ่มทวีความเร่าร้อนเมื่อเรียวลิ้นของนางสอดแทรกเข้าไปในโพรงปาก ขณะที่ฝ่ามือเริ่มซุกซนลูบไล้ไปตามชุดเครื่องแบบ สัมผัสถึงความนุ่มนวลของทรวงอก
ถึงกระนั้น หนีเว่ยเวยก็มิได้ผลักไส แต่นางกลับสวมกอดเอวบางและจูบตอบอย่างดูดดื่ม ทว่านางหารู้ไม่ว่าสตรีตรงหน้ามิใช่มนุษย์... แต่เป็นอสุรกายร้ายในคราบสาวงาม ‘หนอนกลืนวิญญาณ’
ขณะที่จูบตอบอย่างเร่าร้อน หานเสวี่ยไน๋ก็เริ่มสูบฉีดพลังชีวิตและพลังวิญญาณของหนีเว่ยเวยจนใบหน้าของนางเริ่มซีดเผือด แต่ทว่านางมิได้ลงมือหนักมือเกินไปนัก เพราะหนีเว่ยเวยนั้นอ่อนแอเกินกว่าจะรับไหว หากดูดซับมากไปนางอาจสิ้นใจได้ทันที
หานเสวี่ยไน๋ถอนจูบออกแล้วเอ่ยถาม “เจ้ามีเรื่องอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่? บอกข้ามาเถิด หากข้าทำได้ข้าจะช่วยเจ้าเอง”
“ความจริงแล้ว... ข้ากำลังโกรธแค้นชางเฟยเจ้าค่ะศิษย์พี่” หนีเว่ยเวยเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้หานเสวี่ยไน๋ฟัง รวมถึงชะตากรรมของหยินถงและเรื่องอื่น ๆ จนสีหน้าของหานเสวี่ยไน๋เริ่มเคร่งเครียด “ข้าไม่เข้าใจเลยว่าเขาทำเช่นนั้นได้อย่างไร แต่หยินถงเสีย ‘ความเป็นชาย’ ไปแล้วจริง ๆ... นอกจากนี้ ข้ายังไม่รู้ว่าเขารู้เรื่องความลับระหว่างตระกูลตู้กับตระกูลผังได้อย่างไร แต่ข้าได้ยินเขาพูดเรื่องนี้กับหูตัวเองเลยเจ้าค่ะ”
หานเสวี่ยไน๋หันขวับไปทางห้องของหยินถง นางแผ่ซ่านสัมผัสวิญญาณเพื่อลอบส่องเข้าไปภายใน แต่ทว่าชางเฟยกลับดีดกลับด้วยพลังวิญญาณที่เหนือชั้นกว่าทันที ตามมาด้วยแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมา ทำให้นางสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ใบหน้าพลันซีดเผือดเมื่อตระหนักถึงตัวตนที่แท้จริงของเขา
ท้ายที่สุดแล้ว หานเสวี่ยไน๋ก็เป็นเพียงหนอนกลืนวิญญาณที่มีขีดจำกัดเพียงระดับขอบเขตวิญญาณ สายเลือดของนางนั้นต่ำต้อยกว่า ‘สายเลือดจิ้งจอกสวรรค์’ ของชางเฟยที่เป็นถึงสัตว์เทพในตำนานอย่างเทียบไม่ติด ‘บัดซบ! เจ้านั่นไม่ใช่คน แต่เป็นสัตว์เทพเหมือนข้า! แถมสายเลือดของเขายังเหนือกว่าข้าไปไกลลิบ!’
“เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะศิษย์พี่?” หนีเว่ยเวยเอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทีที่ผิดปกติของหานเสวี่ยไน๋
‘ข้าต้องไปจากที่นี่ เดี๋ยวนี้! มิเช่นนั้นข้าต้องตายด้วยน้ำมือเขาแน่!’ น่าเสียดายที่หานเสวี่ยไน๋ไม่มีโอกาสได้หนี เพราะชางเฟยปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าของพวกนางทันทีในสภาพที่สวมเพียงกางเกงขายาวตัวเดียว สร้างความตกตะลึงจนทั้งสองต้องถอยกรูดไปหลายก้าว
“อึก!” ทันใดนั้น หานเสวี่ยไน๋ก็ล้มฟุบลงกับพื้น เมื่อชางเฟยใช้พลังแห่งสายเลือดสะกดนางไว้จนขยับเขยื้อนหรือปริปากพูดไม่ได้ เขาหันไปมองหนีเว่ยเวยที่กำลังสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว “เจ้าจะกลัวข้าไปทำไม? มิใช่ว่าเจ้าอยากให้ข้าคุกเข่าแทบเท้าและรับใช้เจ้าหรอกหรือ?”
‘ฉิบหายแล้ว! เขาได้ยินทุกอย่างที่ข้าพูด!’ หนีเว่ยเวยครางในใจพลางถอยหนีเพื่อรักษาระยะห่าง
ทว่าชางเฟยกลับแผ่พุ่งแรงกดดันวิญญาณเข้ากดทับหนีเว่ยเวย จนตัวนางแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็ง โดยเฉพาะเมื่อระดับการบำเพ็ญของนางอยู่เพียงขอบเขตแก่นแท้ 5 ดาวเท่านั้น เขาแย้มยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นความหวาดกลัวที่ทวีคูณบนใบหน้าของนาง “เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าเดินจากไปง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ? ข้ารู้ถึงความเน่าเฟะในใจเจ้า และรู้ว่าเจ้ากำลังวางแผนร้ายต่อข้า ข้าจึงจับตาดูเจ้ามาตั้งนานแล้ว เดิมทีข้าไม่อยากจะลงมือกับเจ้าเพราะเราไม่มีเรื่องผิดใจกัน แต่เจ้ากลับคาบข่าวไปบอกสตรีผู้นี้เสียเอง”
ชางเฟยย่อตัวลงข้างหานเสวี่ยไน๋และแตะที่ท้ายทอยของนาง “ความจริงข้ายังไม่ได้คิดจะจัดการกับตู้หรูหุ่ย แต่การมาของเจ้าทำให้ข้ามีแผนการบางอย่าง ดังนั้นข้าจะใช้เจ้าเป็นเครื่องมือในการจัดการเขาเสียเลย”
สิ้นคำพูด ชางเฟยก็ประทับ ‘ตราทาสปีศาจ’ ลงในวิญญาณของหานเสวี่ยไน๋ทันที แต่มิได้ใช้การบิดเบือนความทรงจำ เมื่อเสร็จสิ้นเขาจึงลุกขึ้นยืนพลางถอนแรงกดดันออก และออกคำสั่งแก่ทาสคนใหม่ “ข้ารู้ว่าเจ้ามีความสามารถของหนอนกลืนวิญญาณ จงใช้มันกับสตรีผู้นี้เสีย”
การที่ชางเฟยล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของหานเสวี่ยไน๋ทำให้หนีเว่ยเวยแทบเสียสติ โดยเฉพาะเมื่อนางแยกไม่ออกเลยว่าบุรุษตรงหน้านี้เป็นมนุษย์หรืออสุรกายกันแน่
แม้จะมีความลังเลอยู่บ้าง แต่ด้วยอำนาจของตราทาสปีศาจ หานเสวี่ยไน๋จึงลุกขึ้นและเดินเข้าหาหนีเว่ยเวย นางโผเข้ากอดและประกบจูบเพื่อสูบฉีดพลังชีวิตและวิญญาณออกมาจากร่างของอีกฝ่าย ใบหน้าของหนีเว่ยเวยเริ่มซีดขาว ผิวพรรณเหี่ยวหย่นลงอย่างรวดเร็วจนเหมือนหญิงชรา ‘อึก! นางทำอะไรกับข้า? เหตุใดข้าจึงรู้สึกหมดสิ้นเรี่ยวแรงเช่นนี้?’
เวลาผ่านไป หนีเว่ยเวยก็หลับตาลงช้า ๆ ร่างกายของนางทรุดโทรมลงจนถึงขีดสุด และในที่สุดนางก็สิ้นใจลงหลังจากที่หานเสวี่ยไน๋ดูดซับพลังชีวิตและวิญญาณไปจนหมดสิ้น
เมื่อนางตายแล้ว หานเสวี่ยไน๋ก็ปล่อยให้ร่างไร้วิญญาณของหนีเว่ยเวยล้มลงกับพื้น นางหันไปมองชางเฟยด้วยสายตาที่สับสนวุ่นวาย เพราะนางไม่เคยสังหารศิษย์ในสำนักเดียวกันมาก่อน แต่เขากลับบีบบังคับให้นางทำ “ท่านต้องการให้ข้าทำอะไรกับหรูหุ่ย?”
ชางเฟยใช้ความสามารถ ‘พฤกษาสรรค์สร้าง’ ที่เลียนแบบมาจากมิเลีย สร้างพืชต้นเล็ก ๆ ขึ้นมาต้นหนึ่งก่อนจะยื่นให้หานเสวี่ยไน๋ นอกจากนี้เขายังส่ง ‘ธูปมายา’ ให้นางพร้อมอธิบายวิธีใช้ ซึ่งสร้างความงุนงงให้นางไม่น้อย เพราะนางคิดว่าเขาจะสั่งให้ไปฆ่าตู้หรูหุ่ยโดยตรงเสียอีก
“ตอนนี้ข้ายังไม่อยากให้เขาตาย ข้ามีแผนจะทรมานเขาอย่างช้า ๆ และทั้งสองสิ่งนี้จะช่วยได้มาก นอกจากนี้ ข้าต้องการให้เจ้าดูดซับพลังชีวิตและวิญญาณของเขาเพื่อให้อ่อนแอลง แต่อย่าปล่อยให้เขาตายเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่?”
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะนายท่าน ข้าจะไปจัดการตามคำสั่งเดี๋ยวนี้”
หลังจากหานเสวี่ยไน๋เดินจากไป ชางเฟยตั้งใจจะกำจัดศพของหนีเว่ยเวย ทว่าเสิ่นเสวี่ยอี้กลับปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าเขา “เจ้านี่มันร้ายกาจจริง ๆ รู้ตัวบ้างไหม? ในมุมมองของข้า เด็กสาวคนนี้ไม่สมควรตายเลย แต่เจ้ากลับสั่งให้อสุรกายนั่นฆ่านางเสีย”
“ฮ่า ๆ” ชางเฟยหัวเราะร่าเมื่อได้ยินคำเหน็บแนม “ท่านใจอ่อนเกินไปหรือเปล่า? หากหนีเว่ยเวยไม่คาบข่าวไปบอกหานเสวี่ยไน๋ ข้าคงไม่ฆ่านางหรอก แต่นางก็ไม่ต่างจากหยินถง จิตใจของนางนั้นมืดบอดเกินกว่าที่ท่านจะจินตนาการได้”
“หืม?” เสิ่นเสวี่ยอี้เลิกคิ้วขึ้น “เจ้ามีความสามารถถึงขั้นอ่านใจคนได้เลยรึ?”
“ก็ประมาณนั้น” ชางเฟยพยักหน้า ก่อนจะร่ายความปรารถนาส่วนลึกที่ซ่อนอยู่ในใจของนางออกมาทีละข้อ จนเสิ่นเสวี่ยอี้ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง “ทีนี้ท่านเชื่อข้าหรือยัง?”
หากไม่ได้ยินกับหูตัวเอง เสิ่นเสวี่ยอี้คงไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด เพราะเรื่องที่ชางเฟยพูดมานั้นคือสิ่งที่นางเก็บซ่อนไว้ในส่วนลึกของหัวใจมาตลอด นางจึงพยักหน้ายอมรับ “เจ้าพูดถูก... ทั้งหมดนั่นคือความปรารถนาลึก ๆ ของข้าจริง แต่เจ้าไปรู้มันมาได้อย่างไร?”
“เหะ ๆ” ชางเฟยหัวเราะเบา ๆ พลางเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าเสิ่นเสวี่ยอี้ “ท่านคิดว่าข้าจะบอกความลับให้คนอื่นรู้รึ? ถึงท่านจะเป็นแม่ของอวี้เอ๋อร์ แต่ท่านก็ยังเป็นคนนอกสำหรับข้า หากอยากรู้ความลับของข้านักล่ะก็... ท่านต้องมาเป็นคู่บำเพ็ญของข้าก่อน แล้วข้าจะเล่าทุกอย่างให้ฟังเอง”
“หึ!” เสิ่นเสวี่ยอี้ส่งเสียงขึ้นจมูกก่อนจะเหาะหนีไปทันที “อย่าลืมจัดการศพนั่นด้วยล่ะ!”
[ฮ่าฮ่าฮ่า! นายท่าน ท่านนี่มันหน้าไม่อายจริง ๆ! อย่างไรก็ตาม เสิ่นเสวี่ยอี้นั้นคู่ควรจะเป็นคู่บำเพ็ญของท่านอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อนางแข็งแกร่งมาก ปราณหยินของนางจะช่วยให้ท่านเข้าสู่ ‘ขอบเขตปฐพี’ ได้เร็วกว่าที่ข้าคาดการณ์ไว้เสียอีก หากท่านรวบเสิ่นหวงและเสิ่นซินหยามาได้ด้วยล่ะก็ ‘ขอบเขตนภา’ ก็อยู่แค่เอื้อม และท่านจะวิวัฒนาการเป็นจิ้งจอกห้าหางได้เร็วขึ้นด้วย]
ชางเฟยย่อมตระหนักถึงเรื่องนั้นดี แต่เขายังไม่มีแผนสำหรับสตรีทั้งสามจากตระกูลเสิ่นในตอนนี้ เพราะเขาไม่รู้ว่าเสิ่นอวี้จะยอมรับได้หรือไม่หากเขาเข้าหาพวกนาง
หลังจากนั้น ชางเฟยขอให้เหมยเปิดประตูสู่ ‘อาณาจักรดีหยู’ (Diyu Realm) เขาโยนร่างของหนีเว่ยเวยเข้าไปในนั้นทันทีก่อนจะกลับไปยังห้องของหยินถง
.
.
.
“เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะท่านพี่?” ยวิ๋นเค่อซินเอ่ยถามทันที
“ข้าเพิ่งจัดการธุระกับคนสองคนเสร็จน่ะ” ชางเฟยเดินเข้าไปหาหยินถง “ทีแรกข้าว่าจะไม่ทำอะไรเจ้าเพิ่ม เพราะคิดว่าเจ้าน่าจะมีประโยชน์อยู่บ้าง แต่ตอนนี้ข้าได้หมากที่มีค่ามากกว่าเจ้าแล้ว ข้าเลยไม่ต้องการเจ้าอีกต่อไป”
“อย่า... อึก!” เพียงแค่ชางเฟยฟาดลงที่ท้ายทอย หยินถงก็หมดสติลงทันที ยวิ๋นเค่อซินได้แต่ยืนอึ้งเมื่อเห็นประตูมิติปรากฏขึ้นกลางห้อง
หลังจากโยนหยินถงเข้าไปในมิติและประตูปิดลง ชางเฟยก็อุ้มยวิ๋นเค่อซินกลับไปยังห้องของเขา ที่ซึ่งคู่บำเพ็ญคนอื่น ๆ รออยู่ เขาอธิบายเรื่องชะตากรรมของหยินถง หนีเว่ยเวย และหานเสวี่ยไน๋ให้พวกนางฟัง
ต่างจากยวิ๋นเค่อซินที่รู้สึกสลดใจเมื่อได้ยินเรื่องของหยินถงและหนีเว่ยเวย ตู้เสวียนและคนอื่น ๆ กลับดูพอใจกับเรื่องนี้ เพราะพวกนางไม่ชอบหน้าคนทั้งสองอยู่แล้ว
“แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไปดี? จะกลับไปเก็บตัวบำเพ็ญเพียรกันอีกหรือเจ้าคะ?”
ชางเฟยส่ายหน้าก่อนจะเผยแผนการ “ข้าตั้งใจจะออกจากสำนักในวันพรุ่งนี้เพื่อไปทำภารกิจบางอย่าง แต่ครั้งนี้ข้าจะไม่พาพวกเจ้าไปด้วย ข้าต้องการรับภารกิจที่ยากขึ้นเพื่อสะสมแต้ม และข้าไม่อยากให้พวกเจ้าต้องเสี่ยงอันตราย อย่างไรก็ตาม ข้าไม่อยากให้พวกเจ้าอุดอู้อยู่แต่ในสำนัก ดังนั้นพวกเจ้าทั้งหกควรแยกไปทำภารกิจที่ไม่ยากจนเกินไป และสามารถชวนมู่หลิงซูและคนอื่น ๆ ไปด้วยก็ได้”
เหล่าสตรีต่างทอดถอนใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่พวกนางก็เข้าใจถึงความเป็นห่วงของชางเฟย จึงพยักหน้าตกลง
ตู้หยวนเอ่ยขึ้น “เอาล่ะ ท่านไปทำภารกิจเถิด แต่ต้องระวังตัวให้มากนะ พรุ่งนี้เช้าพวกเราจะไปพบมู่หลิงซูและคนอื่น ๆ เพื่อหารือเรื่องนี้”
“ในเมื่อเราอาจจะไม่ได้เจอกันหลายวัน ท่านต้อง ‘เติมเต็ม’ ให้พวกเราก่อนนะ ตกลงไหม?” หนิงเซียงเอ่ยพลางสวมกอดชางเฟยจากทางด้านหลัง
“ฮ่าฮ่าฮ่า” ชางเฟยหัวเราะพลางดึงหนิงเซียงลงมานั่งบนตักก่อนจะจุมพิตสั้น ๆ “ข้ารู้อยู่แล้วว่าพวกเจ้าต้องการ เช่นนั้นเรามาเริ่มกันเดี๋ยวนี้เลยเถอะ”
เมื่อชางเฟยตอบรับความต้องการ เหล่าสตรีทั้งหกต่างพึงพอใจอย่างยิ่ง พวกนางเริ่มสลับกันทำ ‘บำเพ็ญคู่’ ทันที ส่งเสียงครางกระเส่าสะท้อนก้องอยู่ภายในห้องไม่ขาดสาย
.
.
ขณะเดียวกัน หานเสวี่ยไน๋ได้ลอบเข้าไปในห้องของตู้หรูหุ่ยแล้ว ทว่าเขาดูเหมือนจะหลับสนิท นางจึงวางพืชต้นเล็กที่ชางเฟยให้มาไว้ใต้เตียงของเขา จากนั้นนางก็จุดธูปมายาทิ้งไว้ก่อนจะรีบออกจากห้องไปเพื่อไม่ให้ฤทธิ์ของมันส่งผลต่อนางเอง “เฮ้อ! ข้าไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะต้องมาเป็นทาสของเขาแบบนี้ แต่ในเมื่อชะตากรรมเป็นเช่นนี้ข้าก็ไม่อาจแก้ไขอะไรได้”
- โปรดติดตามตอนต่อไป -
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.