ตอนที่ 769
769 / 1536
อ่าน 13 นาที
Chapter 769: Ten Puppets
เผยแพร่เมื่อ 8 เม.ย. 2569 08:24
## บทที่ 769: ทศหุ่นจำแลง
**วิถีจักรพรรดิหุ่นเชิดนภา**: มหาศาสตราหุ่นเชิดระดับเทพเจ้าอันถือกำเนิดจากสำนักหุ่นเชิดนภาโบราณ เคล็ดวิชานี้เปิดทางให้ผู้ฝึกตนสามารถสรรสร้างและควบคุมหุ่นรบระดับเทวะที่อาบไล้ด้วยพลังแห่งฟ้าดิน ต่างจากศาสตร์หุ่นเชิดทั่วไปที่ต้องพึ่งพาวัสดุหยาบและการชักเชิดด้วยมือ วิชานี้มอบพลังให้ผู้ใช้สั่งการผ่านพลังวิญญาณอันบริสุทธิ์ ตัดขาดพันธนาการจากเส้นด้ายหรือยันต์สะกดอย่างสิ้นเชิง โดยหุ่นเชิดที่สามารถสร้างขึ้นได้นั้นมีถึงสิบประเภท ซึ่งแต่ละตนต่างมีอำนาจหน้าที่แตกต่างกันไป
**[ประเภทของหุ่นเชิด]**
1. **หุ่นพิทักษ์**: มักติดตั้งค่ายกลป้องกันชั้นเลิศ ใช้สำหรับอารักขาสนุก ตระกูล ที่พัก หรือตัวเจ้านาย ระดับความแข็งแกร่งขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ เช่น ไม้ เหล็ก กล้า หิน กระดูก และอื่นๆ อีกมากมาย
2. **หุ่นรบ**: ยอดขุนพลจักรกลที่ช่วยสนับสนุนเจ้านายในสนามรบ มีทั้งหมดเจ็ดระดับ แบ่งตามความล้ำค่าของวัสดุที่ใช้สรรสร้าง
3. **หุ่นกับดัก**: หุ่นประเภทนี้มีไว้เพื่อสร้างความสับสน ล่อลวง และกักขังศัตรู ระดับของมันแปรผันตามวัสดุที่ใช้
4. **หุ่นปรุงยา**: มักถูกเรียกใช้โดยเหล่านักหลอมโอสถ เพื่อช่วยควบคุมเปลวเพลิงให้คงที่ หรือเตรียมสมุนไพรและงานจุกจิกอื่นๆ
5. **หุ่นช่างหลอม**: มีหน้าที่หลักในการช่วยตีตราศาสตราและกลั่นสร้างสมบัติวิเศษ
6. **หุ่นโลหิต**: หุ่นอาคมที่สร้างขึ้นจากหยดเลือดบริสุทธิ์ของผู้ใช้ เชื่อมโยงโดยตรงกับพลังชีวิตและตบะของผู้เป็นนาย
7. **หุ่นวิญญาณ**: การจะสร้างหุ่นชนิดนี้ต้องใช้ดวงวิญญาณของสิ่งมีชีวิตและวัสดุหายากยิ่ง เช่น เงินอาคมผูกวิญญาณ แก่นไม้จิตวิญญาณ และกระดูกหลอมวิญญาณ พลังของมันขับเคลื่อนด้วยวิญญาณสังเวยและพลังวิญญาณของผู้ใช้
8. **หุ่นเก้าหยิน**: ในการสร้างต้องใช้ศพของสตรีที่ถือกำเนิดในคืนที่พลังหยินขึ้นสู่จุดสูงสุด ผู้ใช้ต้องกลั่นกรองหุ่นนี้ด้วยวัสดุอาคมนานาชนิดเพื่อทวีความแกร่งกร้าว
9. **หุ่นสาปแช่ง**: เปรียบดั่งดาบสองคม เพราะคำสาปมรณะสามารถสูบกินพลังชีวิตและอายุขัยของผู้ใช้ รวมถึงผู้สร้างมันขึ้นมาด้วย
10. **หุ่นอสูร**: ต้องใช้ซากศพและแก่นอสูรที่เพิ่งสิ้นใจใหม่ๆ พลังของมันจะขึ้นอยู่กับลำดับขั้นของอสูรตนนั้น
===
‘หุ่นพิทักษ์ดูไม่เลวเลยทีเดียว แต่ความแข็งแกร่งของมันขึ้นอยู่กับวัสดุ เห็นทีข้าต้องหาวัสดุชั้นยอดมาสร้างไว้สักสองสามตน เพื่ออารักขาที่พักของข้า’
**[นายท่าน เฉิงเกาจีคือหนึ่งในช่างหลอมศาตราที่เก่งกาจที่สุดในแดนเบื้องบน ข้าคิดว่าท่านควรปรึกษาเขาก่อน บางทีเขาอาจช่วยท่านเรื่องวัสดุได้]**
จางเสี่ยวหลง [3] พยักหน้าเบาๆ ‘แม้ข้าจะมีร่างแยกถึงห้าคน แต่หุ่นรบและหุ่นกับดักก็ยังเป็นประโยชน์ ข้าจะได้ไม่ต้องออกหน้าสู้เองทุกครั้ง และใช้พวกมันบดขยี้ศัตรูแทน นอกจากนี้ ข้าอยากจะสร้างให้ผู้หญิงของข้าคนละตน พวกนางจะได้มีองครักษ์ยามที่ข้าไม่อยู่ข้างกาย’
**[ผู้หญิงข้างกายท่านตอนนี้มีจำนวนไม่น้อยเลยนะเจ้าคะ ท่านคงต้องใช้ทรัพยากรและเงินทองมหาศาลเพื่อมอบให้พวกนางคนละตน อีกทั้งการสร้างแต่ละตัวนั้นยากเย็นและกินเวลานานยิ่งนัก แต่ก็คงไม่เหลือบ่ากว่าแรง เพราะท่านมีร่างแยกถึงห้าคนและยังมีมิติแห่งการฝึกตน]**
‘เจ้ารู้ว่าสตรีข้างกายข้ามีมากขนาดนี้ แต่เจ้าก็ยังอยากให้ข้ามีผู้หญิงถึงหนึ่งพันคนอย่างนั้นหรือ’
**[อิอิ! นายท่าน ท่านน่ะมันปีศาจราคะขนานแท้ และราคะของท่านจะยิ่งพุ่งพล่านขึ้นไปอีกเมื่อท่านวิวัฒนาการเป็นปีศาจราคะผู้ก้าวข้ามในอนาคต ตอนนี้ท่านอาจไม่เชื่อข้า แต่สักวันท่านจะสำนึกได้เองว่าจำนวนผู้หญิงที่มีอยู่ตอนนี้... ไม่เพียงพอจะดับไฟราคะในใจท่านได้หรอกเจ้าค่ะ]**
จางเสี่ยวหลงเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขารู้ตัวดีว่าความปรารถนาในกามารมณ์ของเขาสูงล้ำขึ้นเพียงใดหลังจากวิวัฒนาการเป็นจ้าวปีศาจราคะ และเขายังต้องวิวัฒนาการอีกครั้ง แต่เขาก็สลัดความคิดนั้นทิ้งไป เพราะกว่าจะถึงจุดนั้นยังคงอีกยาวไกล ‘ช่างเถอะ! ข้าต้องสร้างหุ่นปรุงยาและหุ่นช่างหลอมให้เร็วที่สุด ร่างแยกทั้งสองของข้าจะได้ไม่เสียเวลาไปกับการหลอมยาและตีเหล็กมากนัก... แล้วเจ้าคิดยังไงกับหุ่นโลหิตล่ะ เม่ย?’
**[นักหลอมรวมตบะทั่วไปอาจจะควบคุมหุ่นโลหิตได้ยาก เพราะมันเชื่อมกับพลังชีวิตโดยตรง แต่ท่านคือปีศาจราคะ พลังชีวิตของท่านนั้นไพศาลยิ่งนัก อีกทั้งท่านยังมีทักษะเพิ่มพูนพลังชีวิต ข้าคิดว่าไม่มีปัญหาหากท่านจะสร้างและใช้งานมัน ส่วนหุ่นวิญญาณนั้น พลังวิญญาณของท่านในตอนนี้ยังไม่เพียงพอจะควบคุม และวัสดุทั้งสามอย่างนั้นก็หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ท่านคงต้องอดใจรอไปก่อน]**
‘เข้าใจแล้ว’ จางเสี่ยวหลงพยักหน้าอย่างเห็นภาพ ‘หุ่นสาปแช่งนั้นดูน่าสยดสยองเกินไป ข้าจะเลี่ยงมันไปก่อน ส่วนหุ่นเก้าหยิน... ข้าไม่เข้าใจว่าเหตุใดปู่ของศิษย์พี่ถึงสั่งห้ามไม่ให้เขาสร้างมัน แต่ข้ากลับมีลางสังหรณ์ว่ามันต้องยอดเยี่ยมแน่ ข้าต้องหาศพสตรีที่เกิดในคืนหยินถึงขีดสุดมาให้ได้โดยเร็ว’
เม่ยรีบโพล่งขึ้นมาทันที **[นั่นไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกหรือนายท่าน? ตอนนี้ข้างกายร่างแยกที่ห้าของท่านมีปีศาจซากศพอยู่มิใช่หรือ ท่านลองถามหวังอิ่งดูสิ นางอาจจะช่วยท่านหาศพสตรีที่ต้องการได้]**
‘อืม เจ้าพูดถูก แต่ข้ายังต้องระวังหวังอิ่งให้ดี เพราะนางไม่มีวิญญาณ ข้าไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่านางหวังดีหรือประสงค์ร้ายกันแน่’ จางเสี่ยวหลงครุ่นคิดถึงหุ่นตัวสุดท้าย ‘หุ่นอสูรสินะ ความแกร่งขึ้นอยู่กับระดับอสูร เช่นนั้นข้าต้องหาซากอสูรหรือสัตว์อสูรระดับราชันขึ้นไป แต่เงื่อนไขคือต้องเป็นอสูรที่เพิ่งตายใหม่ๆ แปลว่าข้าต้องลงมือสังหารมันด้วยตัวเองเพื่อเปลี่ยนให้เป็นหุ่นเชิด... เม่ย ในดินแดนนี้มีราชาอสูรหรือราชินีอสูรมากน้อยเพียงใด?’
**[นายท่าน มีราชาอสูรสิบตนและราชินีอสูรอีกห้าตน กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ต่างๆ พวกเขาน่าจะเป็นใต้บังคับบัญชาของหวังอิ่งและสามจักรพรรดิอสูร พลังของพวกเขาสูงกว่าท่านมาก เพราะตบะอยู่ที่ขอบเขตสำแดงเทวะขั้นต้น ท่านต้องระวังตัวให้จงหนักหากคิดจะปะทะกับใครสักคนในกลุ่มนั้น]**
‘จริงของเจ้า เม่ย’
“เจ้าเริ่มศึกษาเคล็ดวิชานี้แล้วหรือ?” หลินโม่เซียนถามขึ้นหลังจากกลืนโอสถลงคอไปเรียบร้อยแล้ว
จางเสี่ยวหลงหันไปหาศิษย์พี่ของตน “ข้ามีแผนจะสร้างหุ่นเชิดขึ้นมา โดยเฉพาะหุ่นพิทักษ์และหุ่นรบ เพื่อปกป้องที่พักและครอบครัวของข้า แต่น่าเสียดายที่ข้ายังขาดแคลนวัสดุ คงต้องออกหาพวกมันก่อน”
“เข้าใจแล้ว” หลินโม่เซียนพยักหน้า “ข้าเองก็ไม่มีวัสดุสร้างหุ่นพวกนั้นติดตัว โดยปกติข้าจะสร้างหุ่นในสำนักของตระกูล หากเจ้าอยากลองสร้างดู ข้าว่าเราลองแวะที่ **แดนเซียนจิน** ดูไหม ที่นั่นเจ้าจะหาซื้อวัสดุที่ต้องการได้ทุกอย่าง”
“แดนเซียนจินอยู่ใกล้กว่าแดนสวรรค์ว่างเปล่า (Void Heaven Realm) หรือไม่?”
หลินโม่เซียนรีบอธิบาย “แดนเซียนจินคือศูนย์กลางการค้าหลักของแดนเบื้องบน เพราะตั้งอยู่ใจกลางพอดิบพอดี เดินทางจากที่นี่ใช้เวลาเพียงหนึ่งเดือน ส่วนแดนสวรรค์ว่างเปล่านั้นตั้งอยู่เกือบสุดขอบแดนเบื้องบน การเดินทางไปที่นั่นต้องใช้เวลานานโข”
“ถ้าเช่นนั้น เราไปแดนเซียนจินกันก่อนเถอะศิษย์พี่” เมื่อสิ้นคำของจางเสี่ยวหลง หลินโม่เซียนก็บังคับศาตราเหินเวหาเปลี่ยนทิศทางทันที “ข้าไม่ได้ต้องการแค่ซื้อวัสดุสร้างหุ่นเท่านั้น แต่ข้ายังอยากหาซื้อสมุนไพรและวัสดุหลอมศาตราด้วย”
“วัสดุหลอมศาตรา? อย่าบอกนะว่าเจ้าเป็นช่างตีเหล็กด้วย!”
จางเสี่ยวหลงพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ข้าเป็นช่างหลอมระดับจิตวิญญาณครับศิษย์พี่ และอีกไม่นานข้าคงจะก้าวขึ้นสู่ระดับพิภพ เพราะข้าใกล้จะหลอมศาสตราระดับพิภพที่สมบูรณ์แบบได้สำเร็จแล้ว”
“มีอะไรที่เจ้าทำไม่ได้บ้างไหมเนี่ย?” หลินโม่เซียนกุมขมับเมื่อจางเสี่ยวหลงบอกว่าเขาเป็นปรมาจารย์ค่ายกลระดับสี่ด้วย “ข้าหมดคำจะพูดกับความประหลาดของเจ้าจริงๆ เจ้าเป็นคนแรกที่เดินบนเส้นทางสายอาชีพมากมายพร้อมกันขนาดนี้ แต่ข้าจะบอกอะไรให้ ในแดนเซียนจินเจ้าจะหาทุกอย่างได้ตามต้องการ ทั้งสมุนไพร ค่ายกล วัสดุตีเหล็ก แต่ทว่าราคาของมันโดยเฉพาะวัสดุหายากนั้นสูงเสียดฟ้าจนน่าใจหาย แถมเจ้ายังต้องแย่งชิงกับผู้คนนับไม่ถ้วนจากทั่วทุกสารทิศ อาจจะต้องรอคิวนานจนท้อใจเลยทีเดียว”
จางเสี่ยวหลงพยักหน้าเข้าใจ “ระดับของข้าในตอนนี้ยังไม่สูงนัก ยังไม่จำเป็นต้องใช้ของล้ำค่าระดับตำนานหรอกครับ... ศิษย์พี่ แล้วสมาคมช่างหลอมศาตราตั้งอยู่ที่แดนเซียนจินด้วยหรือไม่?”
“สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่แดนเจี้ยนกง (Jiangong Realm) แต่ร้านค้าหลักของพวกเขาอยู่ที่แดนเซียนจิน และจี้ฉางหลานก็มักจะอยู่ที่นั่นบ่อยๆ” จางเสี่ยวหลงจำชื่อนั้นได้ดี เพราะเขาเคยได้ยินมาจากต้วนจ้าว หงซินซิน และคนอื่นๆ “เจ้าอยากพบเฒ่าจี้งั้นหรือ? หากโชคดีเจ้าอาจจะได้เจเขาที่นั่น แค่เจ้าแสดงตราสัญลักษณ์ของอาจารย์เรา เขาย่อมยินดีต้อนรับเจ้าแน่นอน”
จางเสี่ยวหลงไม่คิดจะทิ้งโอกาสนี้ “ในเมื่อเราจะไปแดนเซียนจินอยู่แล้ว ข้าจะลองไปขอพบเขาเพื่อสนทนาเรื่องการหลอมศาตรา เพื่อยกระดับฝีมือของข้าให้สูงขึ้น”
“ตกลง เราจะไปหาเฒ่าจี้ที่นั่นก่อน แต่เจ้าอย่าเพิ่งผิดหวังล่ะหากไม่เจอเขา” หลินโม่เซียนหยิบตุ๊กตาที่บรรจุเศษเสี้ยววิญญาณของซีหงเยี่ยนออกมา รอยยิ้มขี้เล่นปรากฏบนใบหน้าของตุ๊กตาตัวนั้น ทำให้จางเสี่ยวหลงหลุดหัวเราะ “ฮ่าๆๆ! ยัยผู้หญิงคนนั้นคงไม่มีทางจินตนาการถึงสภาพนี้แน่!”
.
.
.
หลังจากดูดซับพลังในบ่อน้ำและวิญญาณเร่ร่อนที่วนเวียนอยู่เบื้องบนมาเป็นเวลาพักใหญ่ **จางเฟย [5]** ก็ตัดสินใจหยุดพักและลืมตาขึ้น ในตอนนี้มีเพียงหวังอิ่งที่อยู่ตรงนั้น เพราะนางเพิ่งส่งโสวฟู่ป่ายไปทำธุระที่อื่น ‘พลังวิญญาณของข้าเข้าใกล้ขั้นกึ่งสมบูรณ์ของระดับวิญญาณพิภพแล้ว หากดูดซับต่อไปอีกไม่กี่วัน ข้าคงจะทะลวงผ่านได้สำเร็จ’
“เจ้าเสร็จแล้วหรือ?” หวังอิ่งถามขึ้นกะทันหัน
“ครับ” จางเฟยพยักหน้า “พลังวิญญาณของข้าเพิ่มพูนขึ้นมากและใกล้จะทะลวงระดับ ข้าจะพักสักหน่อยก่อนจะเริ่มต่อ... พี่สาว ท่านพอจะบอกข้าเรื่องศพสตรีที่เกิดในคืนที่หยินถึงขีดสุดได้หรือไม่?”
หวังอิ่งเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ “เจ้าจะเอาไปทำอะไร?”
“ข้าได้รับเคล็ดวิชาหุ่นเชิดมานานแล้ว และข้าจำเป็นต้องใช้ศพเช่นนั้นเพื่อสร้างหุ่นขึ้นมา” หวังอิ่งไม่คาดคิดว่าจางเฟยจะสนใจเรื่องนี้ “แต่ข้าไม่มีเบาะแสเลย จึงต้องถามท่าน เพราะท่านเป็นปีศาจซากศพ ข้าคิดว่าท่านน่าจะรู้อะไรบางอย่าง”
หวังอิ่งตอบกลับทันที “ข้ารู้จักศพประเภทนั้น แต่มันหาได้ยากยิ่งนัก หากเจ้าอยากลองหาดู เจ้าต้องไปที่แดนปีศาจนรกภูมิของข้า หรือแดนปีศาจอื่นๆ”
“ศพเช่นนี้มีแค่ในแดนปีศาจหรือ? ในแดนมนุษย์จะไม่มีเลยหรืออย่างไร?” จางเฟยเลิกคิ้วสงสัย
“ก็ไม่เชิง” หวังอิ่งส่ายหน้า “เจ้าอาจจะหาในแดนมนุษย์ก็ได้ แต่จะยากกว่ามาก เพราะร่างกายของนักล่าอสูรสตรีนั้นแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่า ซากศพของพวกนางจะเน่าเปื่อยช้ากว่า ทางเลือกที่ดีที่สุดของเจ้าคือแดนปีศาจ ข้าไม่รู้ว่าวิชาหุ่นเชิดของเจ้าเป็นอย่างไร แต่ข้าขอเตือนว่าอย่าได้คิดจะสร้างหุ่นจากศพประเภทนั้นเลยจะดีกว่า”
“ท่านหมายความว่าอย่างไร พี่สาว?” จางเฟยถามด้วยความสับสน เพราะแม้แต่หลินโม่เซียนก็ยังไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมปู่ของเขาถึงสั่งห้ามเรื่องหุ่นเก้าหยิน
หวังอิ่งถอนหายใจยาวก่อนจะอธิบาย “สตรีทุกคนที่เกิดในยามที่พลังหยินขึ้นสู่จุดสูงสุดนั้นมีความต้องการทางกามารมณ์ที่รุนแรงยิ่งนัก พวกนางต้องการพลังหยางมหาศาลเพื่อเติมเต็มราคะในใจ แม้พวกนางจะตายไปแล้ว แต่ข้าเชื่อว่าสัญชาตญาณเหล่านั้นยังคงสลักลึกอยู่ในซากศพ หากเจ้าสร้างหุ่นจากศพพวกนาง เจ้าต้องเตรียมพลังหยางไว้มหาศาล มิเช่นนั้นมันจะคุ้มคลั่งและออกอาละวาดโจมตีบุรุษเพื่อสูบกินพลังหยางตามสัญชาตญาณดิบ โดยปกติครอบครัวของพวกนางจะทำลายศพทิ้งเพื่อไม่ให้ใครนำไปใช้ในทางที่ผิด เพราะมันจะนำภัยพิบัติมาสู่ผู้คนมากมาย”
จางเฟยไม่คิดว่ามันจะน่าสะพรึงกลัวปานนี้ แต่เขายังสงสัยบางอย่าง “พี่สาว สัญชาตญาณเหล่านั้นจะยังติดอยู่ในศพได้อย่างไรในเมื่อพวกนางตายไปแล้ว?”
“มันยากที่ข้าจะอธิบายเป็นคำพูด แต่มันคือความจริง” หวังอิ่งชี้มาที่ตัวเอง “ตัวอย่างง่ายๆ ก็คือข้า ข้าตายแล้วและไม่มีวิญญาณ แต่ข้ายังสามารถคิดและทำสิ่งต่างๆ ได้ เจ้าเคยเจอสิ่งมีชีวิตที่เหมือนข้ามาก่อนหรือไม่?”
“ไม่ครับ” จางเฟยส่ายหน้า “นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้พบกับปีศาจซากศพ ข้าจึงไม่มีข้อมูลเรื่องนี้เลย”
หวังอิ่งกล่าวเสริม “วิชาหุ่นเชิดของเจ้าอาจจะคล้ายกับวิชาหุ่นเชิดซากศพของข้า ข้าเปลี่ยนโสวฟู่ป่ายเป็นหุ่นเชิด แต่สัญชาตญาณของเขาก็ยังหลงเหลืออยู่ในร่างนั้นแม้เขาจะตายไปแล้ว ตอนแรกเขายังต่อสู้ขัดขืนข้าเพราะสัญชาตญาณสั่งให้เขามองข้าเป็นศัตรู โชคดีที่พลังควบคุมของข้าเหนือกว่า ข้าจึงสยบเขาได้สมบูรณ์ หากเจ้าสร้างหุ่นเช่นนั้นแล้วควบคุมมันไม่ได้ มันจะกลายเป็นศัตรูที่ร้ายกาจที่สุด เจ้าควรตรองดูให้ดี”
“ข้าเข้าใจแล้ว” จางเฟยพยักหน้า “ตกลง ข้าจะพิจารณาอย่างรอบคอบ... แล้วพี่สาวจะไปจากบ่อน้ำนี้แล้วหรือครับ?”
“ใช่” หวังอิ่งก้าวขึ้นจากบ่อน้ำวิญญาณ “จักรพรรดิอสูรตนอื่นเรียกพบข้า ข้าต้องไปหาพวกเขาก่อน เจ้าอยากจะไปด้วยกันไหม?”
จางเฟยรีบปฏิเสธทันควัน “พี่สาว พวกเขาแข็งแกร่งเกินไปสำหรับข้า และพวกเขาอาจจะไม่ได้มีเมตตาเหมือนท่าน ข้ายังไม่อยากไปหาที่ตายครับ อีกอย่าง พลังวิญญาณของข้าใกล้จะทะลวงระดับแล้ว ข้าขออยู่ที่นี่เพื่อฝึกตนต่อดีกว่า”
“เจ้าพูดถูก พวกเขาไม่ได้ใจดีเหมือนข้าหรอก โดยเฉพาะไอ้หมอหลงนั่น ถ้ามันเห็นเจ้า มันคงกินเจ้าทั้งเป็นแน่ เจ้าอยู่ที่นี่ฝึกฝนวิญญาณไปเถอะ” จางเฟยแอบเย้ยหยันในใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น เพราะเขามั่นใจว่าไม่มีใครจับเขาได้ง่ายๆ แต่เขาก็ไม่อยากเสี่ยง หวังอิ่งรีบแต่งตัว “ข้าจะกลับมาหลังจากเสร็จธุระ เจ้าจงระวังวิญญาณเร่ร่อนพวกนี้ให้ดี พอยามที่ข้าไม่อยู่ พวกมันจะเริ่มดุร้ายขึ้น”
เป็นจริงดังที่หวังอิ่งว่าไว้ ทันทีที่นางและลูกสมุนจากไป วิญญาณเร่ร่อนเหล่านั้นก็กู่ร้องแผดเสียงและพุ่งเข้าจู่โจมจางเฟยทันที ทว่าเขาไม่ได้ตระหนกแม้แต่น้อย เขาปลดปล่อยธาตุแสงออกมาในทันใด รัศมีอันเจิดจ้าบีบคั้นให้วิญญาณเหล่านั้นต้องถอยร่นไป
“วิญญาณโง่เขลา! พวกเจ้าจงกลายเป็นอาหารให้กระบี่ของข้าเสียเถิด!” จางเฟยแผดเสียงกึกก้องพร้อมเรียกกระบี่สยบอสูรออกมา มันพุ่งทะยานออกไปเชือดเฉือนวิญญาณเหล่านั้นอย่างบ้าคลั่ง “เจี้ยนเฮยอัน! เจี้ยนกวางอัน! พวกเจ้าทั้งสองจงดูดซับพวกมันให้หนำใจ!”
*ซิ้ง... ซิ้ง...*
กระบี่สยบอสูรสั่นสะท้านตอบรับจางเฟยด้วยความตื่นเต้นจนเขายิ้มออกมา จากนั้นเขาก็จ้องลึกลงไปในบ่อน้ำเพื่อค้นหาสิ่งลึกลับที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน ทว่าเขายังคงสัมผัสถึงตัวตนของมันไม่ได้ ‘เห็นทีข้าต้องดำดิ่งลงไปดูด้วยตัวเองเสียแล้ว’
- โปรดติดตามตอนต่อไป -
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.