ตอนที่ 787
787 / 1536
อ่าน 15 นาที
Chapter 787: Take Over Two Demon Kingdoms
เผยแพร่เมื่อ 8 เม.ย. 2569 08:26
**บทที่ 787: สยบสองอาณาจักรปีศาจ**
“ซินซิน ทำลายตบะพวกปีศาจเฒ่าเหล่านั้นซะ” สิ้นคำสั่งของจางเฟย หงซินซินและคนอื่นๆ ต่างพากันงุนงง ทว่าจางเฟยกลับเฉลยในทันที “แก่นแท้ปีศาจของพวกมันไม่เกี่ยวข้องกับระดับพลังตบะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น หงซินซินจึงไม่ลังเล ลงมือทำลายตบะของสามบรรพชนตระกูลเจิ้งในพริบตา ส่งร่างของพวกมันร่วงหล่นสู่ห้วงแห่งความสิ้นหวังอันลึกล้ำ “เรียบร้อยแล้ว”
“ขอบใจมาก” จางเฟยยกยิ้มบางที่มุมปากขณะปรายตามองไปยังร่างที่สั่นเทาทั้งสาม
*[นายท่าน ปีศาจจากอาณาจักรปีศาจทมิฬเริ่มเคลื่อนไหวมาทางทิศนี้แล้ว]* ทันทีที่เหมยส่งคำเตือน จางเฟยก็หันไปส่งสัญญาณให้คนอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดพุ่งทะยานเข้าขัดขวางและกดดันจนพวกปีศาจเหล่านั้นต้องล่าถอยไปอย่างรวดเร็ว
ในวินาทีนั้น จางเฟยสัมผัสได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองมาจากระยะไกล แผนที่ระบบปรากฏชื่อของ ‘ซีเหมินกุ่ย’ ปีศาจแห่งอาณาจักรซีเหมินที่ได้รับมอบหมายจากซีเหมินฉางเทียนให้ดูแลความสงบของอาณาจักร
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ร่างของปีศาจทมิฬมลายหายไปสิ้น หลังจากที่จางเฟยสูบกลืนแก่นแท้ปีศาจของมันจนเหือดแห้ง
*[ท่านได้รับแก่นแท้ปีศาจ 25,000,000 หน่วย]*
จางเฟยถอนหายใจออกมาด้วยความผิดหวัง ปริมาณแก่นแท้ที่ได้ช่างน้อยนิดนักเมื่อเทียบกับที่เขาคาดการณ์ไว้ “เหมย ข้ายังต้องการแก่นแท้ปีศาจอีกเท่าไหร่ถึงจะเลื่อนระดับสู่ขั้นอัครโชตปีศาจ?”
*[ไม่ถึงหนึ่งร้อยล้านหน่วยเจ้าค่ะ นายท่าน]*
สามบรรพชนตระกูลเจิ้งต่างสั่นสะท้านไปทั้งร่างเมื่อจางเฟยหันมามองพวกตนด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ทว่านัยน์ตาของพวกมันกลับเบิกโพลงด้วยความตื่นตะลึงยิ่งกว่า เมื่อเห็นชายหนุ่มตรงหน้าแปลงกายเข้าสู่ร่าง ‘เจ้าแห่งกามราคะปีศาจ’
เฉิงเกาจี๋เองก็ตกตะลึงกับตัวตนปีศาจของจางเฟยไม่แพ้กัน เขารีบหันไปมองหงซินซินและซางอวี่เม่ย ซึ่งทั้งสองเพียงพยักหน้าให้เป็นเชิงยืนยันว่าพวกนางรู้อยู่ก่อนแล้ว ‘เจ้าเด็กนี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ! เหตุใดถึงมีได้ถึงสามตัวตนในร่างเดียว? มิน่าเล่า เถียนไป่เถียนกับเถียนไป่ซิงถึงได้กระหายจะจับตัวเขานัก แม้แต่เผ่าจิ้งจอกสวรรค์ยังต้องสยบให้แก่ความวิปริตนี้’
ทว่านั่นเป็นความเข้าใจผิดของเฉิงเกาจี๋ เพราะเหตุผลที่สองบรรพชนจิ้งจอกสวรรค์ต้องการตัวจางเฟย ไม่ใช่เพราะฐานะปีศาจของเขา แต่เป็นเพราะเขาคือผู้สืบทอดที่เหมาะสมที่สุดของจิ้งจอกสิบหาง ซึ่งนับเป็นภัยคุกคามต่อความคงอยู่ของพวกมันโดยตรง
จางเฟยตวัดหางทั้งสามจากทั้งหมดหกหางเข้าพันธนาการสามบรรพชนตระกูลเจิ้ง และเริ่มสูบกลืนแก่นแท้ปีศาจของพวกมันอย่างไม่รอช้า
แม้บรรพชนทั้งสามจะอ่อนแอกว่าปีศาจทมิฬมากนัก ทำให้จางเฟยใช้เวลาเพียงไม่นานในการรีดเค้นพลังจนหมดสิ้น ทว่าเมื่อรวมกันแล้ว ปริมาณแก่นแท้ปีศาจที่ได้กลับมากกว่าปีศาจที่พวกมันอัญเชิญมาเสียอีก
*[ท่านได้รับแก่นแท้ปีศาจ 30,000,000 หน่วย]*
*[นายท่าน อีกเพียง 66 ล้านหน่วย ระดับปีศาจของท่านก็จะเลื่อนขึ้นสู่ขั้นอัครโชตปีศาจแล้วเจ้าค่ะ]*
‘66 ล้านงั้นรึ?’ จางเฟยรำพึงในใจก่อนจะเปิดประตูมิติมุ่งสู่ดินแดนปรโลก “เหยียนหลัว พวกเราจัดการพวกปีศาจที่เหลือเองได้ เจ้าจงกลับไปหาจวี้อิงจือเสียเถิด”
ซินเหยียนหลัวที่ต้องพรากจากจวี้อิงจือมานานถึงสี่เดือนเพียงพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะเร้นกายหายเข้าไปในประตูมิติโดยพลัน
“ไอ้หนู บอกข้าที เจ้าเป็นปีศาจได้อย่างไรกัน?” เฉิงเกาจี๋เอ่ยถามทันทีที่จางเฟยกลับคืนสู่ร่างมนุษย์
“เฒ่าเฉิง ที่ข้ามีสามตัวตนก็เพราะเด็กสาวลึกลับคนหนึ่ง” จางเฟยเล่ารายละเอียดคร่าวๆ ให้ฟัง “ตอนแรกข้านึกว่านางอยู่ในแดนเซียนจิน แต่ดูเหมือนข้าจะเดาผิด นางน่าจะอยู่ในแดนสุขาวดีมากกว่า”
“แดนสุขาวดีงั้นรึ?”
“ใช่แล้ว” จางเฟยชี้ไปยังทิศทางที่ตั้งของหอคอยดารา “แดนสุขาวดีอยู่เหนือขึ้นไปจากแดนเบื้องบน มีเพียงการปีนหอคอยเท่านั้นที่จะไปถึงได้”
“ดินแดนเหนือดินแดนเบื้องบนมีอยู่จริงงั้นหรือ...” เฉิงเกาจี๋พึมพำขณะทอดสายตามองไปยังทิศนั้น “เฒ่าเซี่ยเคยเล่าทฤษฎีเรื่องนี้ให้พวกเราฟัง แต่ตอนนั้นพวกเราคิดว่าเขาเพ้อเจ้อ เราเคยพยายามไปให้ถึงสุดขอบจักรวาลนี้ แต่กลับถูกขวางกั้นด้วยกำแพงล่องหน แม้แต่ ‘ผู้ไร้นาม’ ที่พยายามใช้ธาตุความว่างเปล่าแทรกซึมผ่านไปยังล้มเหลว จนพวกเราเชื่อว่ามันไม่มีอยู่จริง ทว่าเขากลับพยายามพิสูจน์เรื่องนี้มานับพันปี แต่ก็ไม่เคยได้ยินว่าเขาทำสำเร็จ”
“กำแพงไร้สภาพที่ขวางกั้นพวกท่านอยู่ คือกำแพงแห่งความว่างเปล่าที่ปกป้องจักรวาลนี้ไว้ มีเพียงผู้ที่มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในธาตุความว่างเปล่าเท่านั้นที่จะผ่านไปได้” คำตอบของจางเฟยทำให้เฉิงเกาจี๋และม่ายเสี่ยวเหมิงขมวดคิ้วด้วยความฉงน “ให้นึกภาพว่าจักรวาลนี้เหมือนสิ่งที่อยู่ในขวด นอกขวดนั้นมีเพียงความว่างเปล่า และหากขวดพังทลาย จักรวาลนี้ก็จะมลายหายไป ผู้ไร้นามมีธาตุความว่างเปล่าก็จริง แต่ความเข้าใจของเขายังไม่แกร่งกล้าพอ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีสัตว์อสูรบรรพกาลในตำนานสิบตนคอยปกปักรักษาพื้นที่เบื้องหลังกำแพงนั่นอยู่ด้วย”
“สัตว์อสูรบรรพกาลสิบตนงั้นรึ?”
“ใช่” จางเฟยพยักหน้า “ข้ายังไม่รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับพวกมัน แต่ได้ข้อมูลมาจากใครบางคนในแดนสุขาวดีที่ข้าพบที่หอคอยดารา เอาเถอะ เรื่องนี้ไว้คุยกันทีหลัง ตอนนี้เราไปยึดครองอาณาจักรปีศาจทมิฬกันก่อน”
.
.
เมื่อกลุ่มของจางเฟยมาถึงหน้าพระราชวังอาณาจักรปีศาจทมิฬ ซีเหมินเหยียนที่รออยู่ก่อนแล้วพร้อมกับปีศาจเฒ่าสองตนก็รีบก้มศีรษะลงทำความเคารพอย่างนอบน้อมในฐานะทาสผู้ซื่อสัตย์
จางเฟยปรายตามองปีศาจเฒ่าทั้งสอง “สองคนนี้เป็นใคร?”
“นายท่าน พวกเขาคือคนสนิทของท่านพ่อข้า ซีเหมินชิง และ ซีเหมินหง ข้าได้มอบยาที่นายท่านให้ไว้แก่พวกมันแล้ว ตอนนี้พวกมันจงรักภักดีต่อข้าอย่างที่สุด” ซีเหมินเหยียนรายงานด้วยความเคารพ
“เข้าใจแล้ว” จางเฟยพยักหน้าและเดินนำเข้าไปในวัง โดยมีบริวารทั้งหมดตามหลังมา
ตลอดเส้นทางสู่ท้องพระโรง เหล่าปีศาจในอาณาจักรต่างพากันจ้องมองกลุ่มของจางเฟยด้วยความหวาดผวา กลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมาจากคนกลุ่มนี้บางคนรุนแรงยิ่งกว่าจักรพรรดิและจักรพรรดินีของพวกมันเสียอีก
ภายในท้องพระโรงมีเหล่าปีศาจนับสิบรออยู่ จางเฟยก้าวไปยืนเบื้องหน้าบัลลังก์อย่างอาจหาญ พลางกวาดสายตามองและตรวจสอบพลังของแต่ละคน เขารู้สึกแปลกใจที่พบว่าปีศาจเหล่านี้ช่างอ่อนแอนักเมื่อเทียบกับคนของตระกูลเจิ้ง จะมีก็เพียงปีศาจเฒ่าสองตนเท่านั้นที่มีพลังพอให้เห็น ‘เจิ้งม่อเยว่คงจงใจจำกัดพลังของพวกมันไว้สินะ เพื่อให้ตระกูลของนางควบคุมอาณาจักรนี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ และปล่อยให้ซีเหมินกงฟู่เป็นเพียงหุ่นเชิด’
“ซีเหมินเหยียน ข้าต้องการให้เจ้ากำจัดพวกปีศาจที่เหลือจากตระกูลแม่ของเจ้าให้สิ้นซาก”
“รับทราบ นายท่าน” ซีเหมินเหยียนหันไปสั่งการซีเหมินชิงและซีเหมินหงให้เร่งดำเนินการทันที “แล้วอาณาจักรซีเหมินเล่านายท่าน? ท่านจะยึดครองด้วยหรือไม่?”
“แน่นอน” หลังจากมอบหมายงานเพิ่มเติมให้ซีเหมินเหยียน จางเฟยก็นำเฉิงเกาจี๋และหญิงสาวทั้งสองมุ่งหน้าสู่อาณาจักรซีเหมิน
.
.
**===**
**[ภารกิจ: มุ่งสู่แปดอาณาจักร]**
**[ระดับภารกิจ: ง่าย]**
**[สถานะ: สำเร็จ]**
**[รางวัล: กล่องของขวัญระดับง่าย x 1 ส่งเข้าคลังจัดเก็บ]**
**===**
เมื่อมาถึงหน้าวังอาณาจักรซีเหมิน ซีเหมินกุ่ยรอรับอยู่ด้วยท่าทีที่ดูเหมือนสงบ ทว่าภายในใจกลับสั่นสะท้าน เพราะเขาได้ประจักษ์กับตาแล้วว่าเฉิงเกาจี๋สามารถถล่มตระกูลเจิ้งจนราบคาบได้เพียงการโจมตีเดียว
ซางอวี่เม่ยยกยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าของซีเหมินกุ่ย ‘เจ้าปีศาจเฒ่านี่ฉลาดพอที่จะไม่ต่อต้าน แถมยังรั้งปีศาจตนอื่นไม่ให้เข้ามาวุ่นวายกับเราด้วย’
หงซินซิน ม่ายเสี่ยวเหมิง และเฉิงเกาจี๋ต่างก็คิดเห็นเช่นเดียวกัน ซีเหมินกุ่ยมีพลังไม่ด้อยไปกว่าสามบรรพชนตระกูลเจิ้ง หากต้องมาตายด้วยน้ำมือจางเฟยคงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายยิ่ง
จางเฟยก้าวเข้าหาซีเหมินกุ่ยและตบไหล่เบาๆ “ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นปีศาจที่ทรงพลัง และข้าต้องการคนอย่างเจ้ามาอยู่ข้างกาย เจ้าเองก็เห็นฝีมือของพวกเราแล้ว คงรู้ดีว่าควรเลือกทางใด?”
“เจ้าต้องการอะไรจากพวกเรา?” ซีเหมินกุ่ยเอ่ยถามด้วยเสียงเคร่งขรึม
“ดินแดนนี้จมอยู่กับความวุ่นวายมานานนับร้อยปี ข้าต้องการยุติมันเสียที” จางเฟยกอดคอซีเหมินกุ่ยและพาเดินเข้าสู่วัง “ห้าอาณาจักรมนุษย์อยู่ภายใต้ธงของข้าแล้ว ข้ายังมีความสัมพันธ์อันดีกับอาณาจักรอสูรและอาณาจักรพฤกษา ตระกูลเจิ้งถูกทำลายสิ้น และข้าใช้ซีเหมินเหยียนควบคุมอาณาจักรปีศาจทมิฬ ตอนนี้เหลือเพียงอาณาจักรนี้เท่านั้น”
ซีเหมินกุ่ยลอบตระหนกเมื่อได้รับรู้ความจริงจากปากจางเฟย “เจ้าจะทำลายอาณาจักรนี้ด้วยอย่างนั้นรึ?”
“ทุกอย่างขึ้นอยู่กับซีเหมินฉางเทียนและหนูหวงจิน” จางเฟยปรายตามอง “หากพวกเขายอมสยบและหยุดสร้างความวุ่นวาย ข้าก็จะไม่ยึดครองอาณาจักร และพวกเขายังสามารถปกครองที่นี่ต่อได้ภายใต้นามของข้า”
ซีเหมินกุ่ยรู้สึกโล่งอกขึ้นมาบ้าง “ทว่าตอนนี้ทั้งสองท่านยังอยู่ในหอคอยดารา ข้าไม่รู้ว่าพวกเขาจะกลับมาเมื่อไหร่”
“ข้ารู้” จางเฟยหยุดเดินเมื่อเห็นชายสองคนเดินตรงมา ทว่าหนึ่งในนั้นกลับแสดงสีหน้าโกรธแค้น “หากเจ้ายังไม่อยากตาย ก็อย่าได้คิดทำอะไรโง่ๆ เชียว ซีเหมินหงอู่”
“แก...!”
“หยุดนะ ท่านพี่!” ซีเหมินเยว่เลี่ยงคว้าแขนพี่ชายไว้ “แม้แต่ท่านปู่กุ่ยยังไม่กล้าสู้กับพวกเขา ท่านจะรนหาที่ตายไปทำไม!”
“หึๆ” จางเฟยหัวเราะในลำคอ “เป็นอย่างไรบ้างองค์หญิง หลังจากกินยาของข้าและรับ ‘หยางฉี’ ไปตลอดสี่เดือนที่ผ่านมา ผลลัพธ์น่าพึงพอใจหรือไม่?”
ซีเหมินหงอู่หันขวับไปมองน้องสาวด้วยความตกตะลึง เขาไม่คาดคิดว่าซีเหมินเยว่เลี่ยงจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งถึงขั้นยอมรับพลังจากจางเฟย
“ความสัมพันธ์ของพวกเราไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านคิดนะท่านพี่!” ซีเหมินเยว่เลี่ยงรีบอธิบายถึงสิ่งที่จางเฟยทำกับนางและซีเหมินเหยียนในบททดสอบเอาชีวิตรอด “ข้ารอดมาจากเงื้อมมือท่านพี่ลูกพี่ลูกน้องได้เพราะเขา และข้าก็ยอมแพ้ทันทีหลังจากนั้น ทว่าเขาได้ประทับบางอย่างลงในวิญญาณของข้า ทำให้ข้าไม่อาจต่อต้านเขาได้เลย”
“ไอ้สารเลว!” ซีเหมินหงอู่พุ่งเข้าใส่จางเฟยด้วยโทสะ ทว่าทันใดนั้น ‘กระบี่สยบปีศาจ’ ก็ปรากฏขึ้นและพุ่งเข้าหาเขาด้วยความเร็วเหนือแสง กระบี่เล่มนั้นปักทะลุหน้าอกขวาของเขาอย่างแรงจนร่างกระเด็นไปปักตรึงแนบสนิทกับผนังวัง! “อ๊ากกก!”
ซีเหมินกุ่ยตั้งท่าจะขยับ แต่หงซินซินกลับแผ่พลังสะกดร่างของเขาไว้จนมิอาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่ปลายนิ้ว
จางเฟยพุ่งไปหยุดตรงหน้าซีเหมินหงอู่และสั่งปิดผนึกตบะของเขาในพริบตา ก่อนจะคว้าด้ามกระบี่และกดมันให้ลึกลงไปอีก “อ๊ากกกก!”
ซีเหมินเยว่เลี่ยงลนลานทำอะไรไม่ถูก นางรีบอ้อนวอนทั้งน้ำตา “จางเฟย! ขอร้องล่ะ! อย่าฆ่าพี่ชายข้าเลย!”
จางเฟยหาได้สนใจเสียงสะอื้นของนางไม่ เขามองซีเหมินหงอู่ที่ดิ้นรนด้วยความเจ็บปวดด้วยสายตาเย็นชา “ข้าบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าทำอะไรโง่ๆ?”
“ได้โปรดเถอะจางเฟย ไว้ชีวิตพี่ชายข้าด้วย” ซีเหมินเยว่เลี่ยงยังคงอ้อนวอน “ท่านจะทำอะไรกับเขาอย่างไรก็ได้ แต่อย่าฆ่าเขาเลย!”
จางเฟยกดฝ่ามือลงบนหน้าอกของซีเหมินหงอู่ ประทับ ‘ตราทาสปีศาจ’ ลงสู่ส่วนลึกของวิญญาณ ทว่าเขายังคงทิ้งความทรงจำของมันไว้ครบถ้วน
“อ๊ากกกกก!” เสียงกรีดร้องปานจะขาดใจดังขึ้นเมื่อจางเฟยกระชากกระบี่สยบปีศาจออกจากไหล่ เลือดปีศาจสีดำพุ่งทะลักออกมาอาบย้อมพื้นวัง
ซีเหมินเยว่เลี่ยงถอนใจด้วยความโล่งอกที่พี่ชายรอดชีวิต ทว่านางก็ตระหนักได้ทันทีว่าชะตากรรมของพี่ชายหาได้ต่างจากซีเหมินเหยียนไม่ เขาได้กลายเป็นทาสไปเสียแล้ว “ขอบคุณ...”
‘ไอ้ระยำ! ข้าจะ...’ “อ๊ากกกก!” ซีเหมินหงอู่ร่วงลงไปดิ้นพล่านกับพื้นทันทีที่จิตใจเริ่มคิดแค้นต่อจางเฟย ผลจากตราทาสปีศาจเริ่มแผลงฤทธิ์ทรมานเขาสาหัส “อ๊ากก! ไอ้สารเลว! ข้าจะฆ่าแก! อ๊ากกกก!”
“ฮ่าๆ” จางเฟยหัวเราะร่วนพลางเดินนำทุกคนมุ่งหน้าสู่ท้องพระโรง ซีเหมินกุ่ยทำได้เพียงเดินตามไปอย่างจำนน โดยมีหงซินซินคอยคุมเชิงอยู่ไม่ห่าง
ซีเหมินเยว่เลี่ยงมองสภาพพี่ชายด้วยความรันทด “ท่านพี่! สลัดความคิดแค้นนั่นทิ้งไปเสีย ไม่อย่างนั้นท่านจะถูกทรมานแบบนี้ไม่จบสิ้น! เขาประทับตราลงในวิญญาณท่านแล้ว ท่านไม่มีวันทำอะไรเขาได้ ยิ่งไปกว่านั้น สี่คนที่อยู่ข้างเขายังทรงพลังกว่าท่านพ่อท่านแม่และท่านปู่กุ่ยเสียอีก พวกเขาสามารถทำลายอาณาจักรเราได้เพียงพลิกฝ่ามือ!”
แม้จะยังเดือดดาล แต่ซีเหมินหงอู่ก็รู้ดีว่าคำพูดของน้องสาวคือความจริง เขาพยายามทำใจให้สงบและล้างสมองให้ว่างเปล่า จนกระทั่งความเจ็บปวดที่แผดเผาร่างกายค่อยๆ มลายหายไป “แฮ่ก... แฮ่ก...”
“ฟู่ว...” ซีเหมินเยว่เลี่ยงรีบพยุงพี่ชายให้ลุกขึ้น “ข้าไม่รู้ว่าเขาวางแผนอะไรไว้ แต่ตอนนี้เราต้องตามพวกเขาไปก่อน”
.
.
จางเฟยนั่งเอนกายบนบัลลังก์อย่างสงบ พลางทอดสายตามองซีเหมินกุ่ย ซีเหมินเยว่เลี่ยง และซีเหมินหงอู่ ซางอวี่เม่ยเอ่ยถามขึ้น “เจ้าจะทำอย่างไรต่อ?”
แทนที่จะตอบ จางเฟยหันไปหาม่ายเสี่ยวเหมิง “ข้าต้องการให้เจ้ามุ่งหน้าสู่หอคอยดาราทันที ร่างแยกของข้าจะรอเจ้าอยู่ที่นั่น”
“เอ๋? เจ้าจะทำอะไรน่ะ?” ม่ายเสี่ยวเหมิงถามด้วยความงง
จางเฟยชี้ไปที่ซีเหมินเยว่เลี่ยงและซีเหมินหงอู่ “ข้าจะให้ชายชรานั่นไล่พ่อแม่ของพวกเขาสองคนออกจากหอคอย จากนั้นเจ้าก็พาตัวพวกเขามาที่นี่”
“อ้อ! เข้าใจแล้ว ข้าจะไปเดี๋ยวนี้แหละ”
“ฮ่าๆ” หงซินซินหัวเราะออกมาหลังจากม่ายเสี่ยวเหมิงหายตัวไป “เจ้าจะเมินเฉยนางไปถึงเมื่อไหร่กัน? นางอยากใกล้ชิดเจ้าจะตาย และพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เจ้าสนใจนะ”
“ตอนนี้ข้ายังไม่อยากคิดเรื่องของนาง ไว้รอดูต่อไปแล้วกัน” จางเฟยปรายตามองแผนที่โลกผ่านระบบ ‘เห้อ! หวังว่าพวกจิ้งจอกนั่นคงจะไม่ตามหาข้าเจอที่นี่เร็วเกินไปนักนะ’
เวลาผ่านไปไม่นาน ม่ายเสี่ยวเหมิงก็กลับมายังอาณาจักรซีเหมิน พร้อมกับนำตัวซีเหมินฉางเทียนและหนูหวงจินที่ยังคงอยู่ในอาการช็อกมาด้วย
ทั้งสองกำลังสู้กับเหล่าสัตว์อสูรในหอคอยดาราอยู่ดีๆ ก็ถูกดีดออกมาอย่างกะทันหัน และก่อนจะได้ทันตั้งตัว ม่ายเสี่ยวเหมิงก็ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าและผนึกตบะของพวกเขาไว้ จนตอนนี้ต้องมายืนงงอยู่ในอาณาจักรของตัวเอง
“ท่านพ่อ! ท่านแม่!” ซีเหมินเยว่เลี่ยงตะโกนเรียกและรีบวิ่งเข้าไปหา “ทั้งสองท่านไม่เป็นไรนะ?”
“เยว่เลี่ยง เกิดอะไรขึ้นที่นี่?” หนูหวงจินขมวดคิ้วมองจางเฟยด้วยสายตาไม่เป็นมิตร
ซีเหมินฉางเทียนมองจางเฟยที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ของตนด้วยท่าทีสบายอารมณ์ “เจ้าต้องการอะไรจากเรา?”
“สยบแทบเท้าข้า หรือจะถูกบดขยี้จนมลายสิ้น” คำตอบของจางเฟยทำให้ทั้งสองขมวดคิ้วแน่น ทว่าเมื่อมองไปที่ม่ายเสี่ยวเหมิงและคนอื่นๆ พวกเขาก็ต้องชะงัก “ตระกูลเจิ้งถูกทำลายราบคาบแล้ว และอาณาจักรปีศาจทมิฬก็กลายเป็นของข้า ซีเหมินกงฟู่กับเจิ้งม่อเยว่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็คงอีกไม่นาน หากพวกเจ้าไม่อยากมีจุดจบเดียวกับพวกนั้น ก็จงคิดให้ดีก่อนจะเลือก”
ซีเหมินกุ่ยรีบแทรกขึ้นทันที “ฝ่าบาท หากพวกเขาคิดจะทำลายเรา พวกเขาคงทำไปนานแล้ว ข้าเห็นกับตาว่าพวกเขาสยบตระกูลเจิ้งได้ในการโจมตีเดียว พวกเราไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาหรอก”
“ท่านปู่กุ่ยพูดถูกค่ะท่านพ่อ” ซีเหมินเยว่เลี่ยงเสริม “จางเฟยสยบซีเหมินเหยียนมานานแล้ว และเขาก็กำลังช่วยควบคุมอาณาจักรปีศาจทมิฬอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น ทุกอาณาจักรในดินแดนนี้ ไม่ว่าจะเป็นอาณาจักรอสูรหรืออาณาจักรพฤกษา ต่างก็ยืนอยู่ข้างเขาหมดแล้ว”
“เข้าใจแล้ว...” ซีเหมินฉางเทียนพยักหน้าอย่างยอมจำนนก่อนจะหันไปหาจางเฟย “ตั้งแต่เจ้าปรากฏตัว ข้าก็เดาได้ว่าเจ้าไม่ใช่ผู้บำเพ็ญเพียรธรรมดา และทั้งสี่คนที่อยู่ข้างเจ้านั่น... มาจากแดนเบื้องบนสินะ?”
“ถูกต้อง” จางเฟยพยักหน้า “แล้วการตัดสินใจของพวกท่านล่ะ? ตราบใดที่สยบต่อข้า พวกเจ้าและเหล่าปีศาจในสังกัดจะอยู่อย่างอิสระในดินแดนนี้โดยไม่มีใครกล้ารบกวน และหากพวกเจ้าพิสูจน์ความจงรักภักดีได้ ข้าจะทำให้พวกเจ้าแข็งแกร่งขึ้น และจะพาไปสู่แดนเบื้องบนด้วย ทว่าข้าเกลียดพวกคนทรยศที่สุด หากใครกล้าคิดคด ข้าจะล้างบางพวกเจ้าให้สิ้นซาก!”
ซีเหมินฉางเทียนหันไปมองหนูหวงจิน ซึ่งนางก็พยักหน้าตอบรับเบาๆ “ตกลง... พวกเราจะสยบต่อเจ้า”
**- โปรดติดตามตอนต่อไป -**
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.