Chapter 149
140 / 1914
9 min read
Chapter 149: Blake vs The Crowned Prince II
Published Mar 12, 2026, 04:45 PM
Chapter 149: เบลค ปะทะ เจ้าชายรัชทายาท II
“แค่ก... แค่ก... แค่ก นี่นายคิดจะฆ่ากันจริงๆ หรือไง เบลค?” เจ้าชายรัชทายาทไอค่อกแค่กพลางเดินออกมาจากกลุ่มควันหลังจากแรงระเบิดเริ่มจางลง
“เหอะ! เลิกเสแสร้งได้แล้ว นายก็น่าจะรู้ว่านี่มันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น” เบลคแสยะยิ้มพลางมองเจ้าชายรัชทายาทที่เต็มไปด้วยฝุ่น
“เฮ้อ สหายเอ๋ย เราหยุดกันแค่ตรงนี้ดีไหม?” เจ้าชายรัชทายาทเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มบางๆ
“อะไรกัน? กลัวหรือไง?” เบลคถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“ไม่มีทางหรอก ฉันแค่ไม่อยากอัดนายน่วมก็เท่านั้นเอง” เจ้าชายรัชทายาทหัวเราะเบาๆ
“แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันอยากทำกับนาย” เบลคยักไหล่แล้วพุ่งเข้าจู่โจมอีกครั้ง
เจ้าชายรัชทายาทรีบสวนกลับในทันที พร้อมกับป้องกันการโจมตีที่เบลคส่งมา
ตู้ม!
การปะทะกันของทั้งสองสร้างคลื่นกระแทกขนาดมหึมา
ในฐานะผู้ใช้พลังธาตุดิน เจ้าชายรัชทายาทถนัดการต่อสู้บนพื้นดินมากกว่าเพราะเขารู้สึกคล่องตัวกว่าเมื่ออยู่บนพื้น แต่ในเมื่อเบลคชิงขึ้นไปบนอากาศแล้ว เขาจึงจำต้องบินตามขึ้นไป ไม่อย่างนั้นคงเสียเปรียบเป็นแน่
“เฮ้อ ฉันคิดถึงวันคืนที่เราสู้กันบนพื้นดินจัง” เจ้าชายรัชทายาทเอ่ยขณะปรากฏตัวอยู่กลางอากาศ
“วันเหล่านั้นมันผ่านไปนานแล้ว” เบลคเปิดฉากโจมตีอีกรอบ
เปรี้ยง! ตู้ม!
ทั้งคู่พุ่งผ่านอากาศพร้อมสาดอาวุธใส่กันอย่างต่อเนื่อง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้ใช้พลังธาตุระดับต่ำจะมองการเคลื่อนไหวของทั้งสองให้ทัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเบลค แม้แต่ในหมู่ผู้ใช้พลังธาตุสายฟ้า ความเร็วระดับนี้ก็นับว่าเหลือเชื่อเกินไป
เวลาผ่านไปอีกสองนาทีโดยที่ไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำให้อีกฝ่าย
‘ฉันเกลียดธาตุนี้จริงๆ’ เจ้าชายรัชทายาทบ่นในใจ
สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดเกี่ยวกับธาตุสายฟ้าคือความเร็วของมัน แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เขารู้สึกหลงใหลในตัวมันด้วยเช่นกัน ในตอนที่เขายังเด็ก เขาเคยหวังว่าจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับพลังธาตุสายฟ้า แต่ทว่าเมื่อถึงเวลาทดสอบ เขากลับได้รับพลังธาตุธาตุดินแทน
ตลอดสองนาทีของการต่อสู้ เขาไม่สามารถมองเห็นร่างของเบลคได้อย่างชัดเจนเนื่องจากความเร็วที่มากเกินไป แต่ในฐานะปรมาจารย์ด้านการป้องกัน เขาก็สามารถบล็อกการโจมตีส่วนใหญ่ของเบลคและสวนกลับได้ในเวลาเดียวกัน
ทว่าเกราะของเขาก็เริ่มมีรอยร้าวปรากฏให้เห็นตามจุดต่างๆ หลังจากได้รับความเสียหายจากการโจมตีไปสองสามครั้ง
____
“ว้าว! เขาเร็วมาก!” เดเลียอุทานขณะเฝ้าดูการต่อสู้
ดวงตาของเธอแทบจะติดตามการเคลื่อนไหวของเบลคไม่ทัน บางจังหวะเธอเห็นเพียงแค่ภาพเบลอๆ กว่าจะรู้ตัวอีกทีร่างนั้นก็หายไปจากจุดเดิมเสียแล้ว
“เขาเป็นผู้ใช้พลังธาตุสายฟ้า ความเร็วมันก็ต้องเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว” โอลิเวอร์กล่าว เขาไม่ได้แปลกใจกับความเร็วของเบลคเลยแม้แต่น้อย
เขาแอบคิดด้วยซ้ำว่าตัวเองยังทำความเร็วได้มากกว่านี้เสียอีก
‘เอาไว้หลังจบศึกนี้ฉันคงต้องคุยกับเขาหน่อยแล้ว ดูท่าพักหลังๆ นี้เขาจะทำตัวอืดอาดไปหน่อย’ โอลิเวอร์คิด
แต่เขารู้ดีว่าหากในสถาบันแห่งนี้เบลคประกาศตัวว่าเป็นคนที่เร็วเป็นอันดับสอง ก็คงไม่มีใครกล้าเอ่ยปากว่าเป็นอันดับหนึ่งหรอก ยกเว้นก็แต่คริส ทว่าโอลิเวอร์ไม่ได้นับคริสเป็นส่วนหนึ่งของสถาบัน
ส่วนใหญ่คริสก็เอาแต่ทำตัวเรื่อยเปื่อย พอเบื่อเข้าหน่อยถึงจะยอมออกไปเป็นตัวแทนในการทดสอบ และก็แทบจะไม่เคยพาเด็กใหม่คนไหนกลับมาเลย แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาพามา คนเหล่านั้นกลับเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่นทั้งสิ้น
เขากับคริสเป็นเพื่อนกันมานานแต่ก็ไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับภูมิหลังของอีกฝ่ายนัก เขารู้เพียงแค่เหตุผลเดียวที่คริสยังอยู่ที่สถาบันแห่งนี้ก็เพราะตัวเขา ซึ่งเขาก็รู้สึกขอบคุณในเรื่องนั้นมาก
ในสมัยที่จักรพรรดิองค์ก่อนยังครองราชย์ พระองค์เคยเชิญคริสไปพบโดยหวังจะให้เขาเข้ารับตำแหน่งทางการ แต่เขากลับปฏิเสธโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย จักรพรรดิถึงกับยอมสัญญาว่าจะมอบตำแหน่งที่สูงที่สุดเป็นอันดับสองของจักรวรรดิให้ ซึ่งเป็นรองเพียงแค่ตัวจักรพรรดิเองเท่านั้น แต่คริสก็ยังคงปฏิเสธ
“ได้ยินมาว่าเธออยากจะท้าเขาสู้ ยังมั่นใจอยู่หรือเปล่าว่าจะเอาชนะเขาได้?” โอลิเวอร์ถามพลางหันไปมองเดเลีย
“ฮึ่ม! ขอเวลาฉันอีกสักสามปี... ไม่สิ ห้าปี แล้วฉันจะแซงหน้าเขาให้ได้!” เดเลียกล่าวอย่างมั่นใจ
“หึหึ แล้วในห้าปีที่ว่านั่น เขาจะหยุดอยู่กับที่หรือไง?” โอลิเวอร์หัวเราะเบาๆ
“เขาก็...” เดเลียชะงักไป ไม่รู้จะตอบอย่างไร
ด้วยความที่เบลคแข็งแกร่งมากและเป็นถึงอาจารย์หัวหน้าชั้นปี เธอจึงลืมไปว่าเขายังคงเป็นคนหนุ่มที่ต้องพัฒนาความแข็งแกร่งต่อไปเรื่อยๆ
‘ถ้าตอนนี้เขายังเก่งขนาดนี้ แล้วอีกห้าปีข้างหน้าเขาจะแข็งแกร่งได้ถึงเพียงไหนกันนะ?’ เธอถามตัวเองในใจพลางทำหน้าเหม่อลอย
โอลิเวอร์ยิ้มตอบก่อนจะหันไปสนใจการต่อสู้ที่กำลังดำเนินอยู่กลางอากาศอีกครั้ง
‘เจ้าชายรัชทายาทไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาพลักษณ์ภายนอกที่เห็น’ เขารี่ตาลง
เขาจับตาดูการต่อสู้มาตั้งแต่ต้น และพอดูออกว่าเจ้าชายรัชทายาทเองก็แข็งแกร่งไม่แพ้เบลค เหตุผลเดียวที่ทำให้เขาเสียเปรียบคือความเร็วอันบ้าคลั่งของเบลคเท่านั้น หากเขาต้องไปสู้กับอาจารย์หัวหน้าชั้นปีคนอื่นๆ เขาคงเอาชนะไปนานแล้ว
นอกจากนี้เขายังตระหนักได้ว่า ตั้งแต่เริ่มการต่อสู้มา แทบทุกครั้งที่เจ้าชายรัชทายาทสวนกลับ เขาทำได้อย่างแม่นยำเสมอ การที่คนคนหนึ่งจะมีจังหวะการตัดสินใจที่เฉียบขาดถึงเพียงนี้ได้ต้องอาศัยทักษะขนาดไหนกัน? โดยเฉพาะเมื่อต้องรับมือกับคู่ต่อสู้ที่รวดเร็วขนาดนี้?
‘เขาก็เหมือนกับนักล่าที่อดทน รอคอยจังหวะเวลาที่สมบูรณ์แบบในการลงมือ’ โอลิเวอร์คิด
มีหลายครั้งที่แม้แต่เขายังคิดว่าเจ้าชายรัชทายาทน่าจะเป็นฝ่ายชนะไปแล้ว แต่ความเร็วของเบลคก็ช่วยให้เขารอดพ้นจากการโจมตีนั้นไปได้ทุกครั้ง
____
‘ฉันเกลียดธาตุนี้จริงๆ’ เบลคบ่นในใจ
แม้พลังการโจมตีของเขาจะรุนแรง แต่ด้วยคุณสมบัติในการป้องกันที่สูงส่งของธาตุดิน มันจึงสามารถต้านทานพลังเหล่านั้นไว้ได้ทั้งหมด วิธีเดียวที่เขาจะทำลายมันได้คือการใช้ท่าโจมตีระดับสูง แต่ทุกครั้งที่เขาทำเช่นนั้น เจ้าชายรัชทายาทก็จะงัดเอาเทคนิคการป้องกันระดับสูงออกมาใช้ ทำให้ความพยายามของเขาเปล่าประโยชน์
ถึงแม้จะมีบางจังหวะที่เขาโจมตีโดนเจ้าชายรัชทายาท แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่ได้รุนแรงอย่างที่หวังไว้ เพราะการป้องกันของเจ้าชายสามารถสลายพลังส่วนใหญ่ไปได้หมด
“เฮ้ เป็นไงถ้าเรามาสู้ระยะประชิดกัน?” เบลคเสนอ
“อืม เอาสิ” เจ้าชายรัชทายาทตอบตกลง
‘นานแค่ไหนแล้วนะที่ฉันไม่ได้สู้ศึกที่ทำให้หัวใจเต้นแรงขนาดนี้’ เขาคิด
นี่คือเหตุผลหลักที่เขาตกลงมาประลองกับเบลค การเป็นเจ้าชายรัชทายาทนั้น ต่อให้มีคนมาสู้ด้วย พวกเขาก็มักจะยั้งมือเพราะกลัวที่จะทำร้ายเขา หรือไม่คู่ต่อสู้ก็แกร่งไม่พอ แต่สำหรับเบลคนั้น ทั้งคู่เป็นเพื่อนกัน เขาจึงรู้ดีว่าเบลคแข็งแกร่งพอๆ กับเขา หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ
และด้วยความโกรธที่เบลคมีต่อเขา ไม่มีทางที่ฝ่ายนั้นจะยั้งมือแน่นอน เขารู้ดีว่าเหตุผลที่เบลคยังไม่ใช้พลังเต็มที่เพราะไม่อยากให้คนในสถาบันแตกตื่น เพราะการต่อสู้ระหว่างผู้ใช้พลังระดับ Overlord Plane สามารถทำลายเมืองได้ทั้งเมืองเสียด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับแค่สถาบันแห่งหนึ่ง
เบลคแบมือออกทั้งสองข้าง ทันทีที่เขากำมือเข้าหากัน ดาบสายฟ้าสองเล่มก็ก่อตัวขึ้นที่ฝ่ามือ แต่ละเล่มยาวหนึ่งเมตร เขาถือมันไว้ด้วยด้ามจับที่สร้างจากสายฟ้าพลางชี้ปลายดาบไปทางเจ้าชายรัชทายาท
“ให้ตายเถอะ! ฉันไม่มีวันเบื่อเวลาที่เห็นกลอุบายนี้จริงๆ” เจ้าชายรัชทายาทหัวเราะก่อนจะสร้างหอกดินขึ้นมา
ในการต่อสู้ระยะประชิด เขาชอบใช้หอกมากกว่า แม้จะไม่มีโอกาสได้ใช้มันบ่อยนัก แต่เขาก็ยังคงฝึกฝนอยู่เป็นประจำ ทำให้เขามีฝีมือในด้านนี้ไม่น้อย
ฟึ่บ! เคร้ง!
เบลคหายไปจากจุดเดิมและปรากฏตัวขึ้นใกล้กับเจ้าชายรัชทายาทก่อนจะตวัดดาบสายฟ้าเข้าที่ข้างลำตัว
เจ้าชายรัชทายาทบล็อกไว้ได้ด้วยหอกและผลักเบลคให้ออกห่าง นี่คือข้อได้เปรียบของพลังธาตุดิน คือพละกำลังที่ดิบเถื่อนและทรงพลัง!
หลังจากผลักเบลคถอยไป เขาก็แทงหอกเข้าที่หัวไหล่ของอีกฝ่ายด้วยความเร็วที่เหนือความคาดหมาย
เบลคใช้ดาบปัดการแทงหอกนั้นโดยการกระแทกเข้าที่ข้างหอก
เวลาผ่านไปไม่นาน ทั้งคู่แลกเปลี่ยนกระบวนท่ากันมากกว่าห้าสิบครั้งโดยที่ยังไม่มีใครสามารถกุมความได้เปรียบไว้ได้เลย
____
“ดูเหมือนว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาจะอยู่ในระดับเดียวกันเลยนะ” เดเลียเอ่ยขึ้นหลังจากเห็นว่าแม้จะลองเปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้หลายครั้งแล้ว ทั้งสองก็ยังไม่สามารถเอาชนะกันได้
“ไม่ใช่แค่เรื่องนั้นหรอก แต่เพราะพวกเขารู้จักทางหนีทีไล่ของกันและกันดีเกินไป ทำให้เดาได้ว่าท่าต่อไปของอีกฝ่ายคืออะไร” โอลิเวอร์เสริม
ในบรรดาคนรุ่นเดียวกับเบลค นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของโอลิเวอร์ที่เขาได้เห็นว่าเจ้าชายรัชทายาทเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถสู้กับเบลคได้จนเสมอกัน เพียงแค่นี้ก็ทำให้เขาให้ความสำคัญกับเจ้าชายรัชทายาทมากขึ้น
‘เฮ้อ ถ้าเพียงแต่เขาและพ่อของเขาไม่ได้พยายามควบคุมสถาบันทั้งหมดล่ะก็ เขาคงเป็นพันธมิตรที่ไม่เลวเลยทีเดียว’ โอลิเวอร์คิด
____
“เห็นไหมล่ะ นายยังไงก็เอาชนะฉันไม่ได้” เจ้าชายรัชทายาทกล่าวพลางหอบหายใจหนัก
เบลคจ้องมองอีกฝ่ายขณะที่ตัวเองก็กำลังพยายามหอบหายใจเช่นกัน
“ฮึ่ม! นั่นก็เพราะฉันยั้งมืออยู่ต่างหาก ไม่งั้นนายคงไม่อยู่ในสภาพที่ยืนได้แบบนี้หรอก” เบลคแค่นเสียงอย่างไม่พอใจกับผลเสมอ
ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบ ต่างฝ่ายต่างจ้องหน้ากัน
“นายรู้ไหม?” เจ้าชายรัชทายาทเอ่ยขึ้นทันทีหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง
เบลคเลิกคิ้วมองเจ้าชายรัชทายาทอย่างสงสัย
“ฉันกลับมาในวันนั้นนะ เพียงแต่ฉันมาสายไปหน่อย ฉันขอโทษที่ทิ้งนายไปในวันนั้น” เจ้าชายรัชทายาทกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
เกราะและหอกของเขาหายวับไป ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
หลังจากบินไปได้หลายเมตร เขาก็หันกลับมาส่งยิ้มให้
“แล้วก็ ฉันหวังว่าเราจะไม่มีวันต้องมาสู้กันเองจริงๆ หรอกนะ”
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.