Chapter 135
128 / 1914
8 min read
Chapter 135: Toying With Quinn
Published Mar 12, 2026, 04:45 PM
บทที่ 135: หยอกเย้าควินน์
ตูม!
ต้นไม้ต้นหนึ่งระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ หลังจากถูกลูกไฟพลังทำลายล้างสูงพุ่งเข้าใส่
“โธ่เว้ย! พวกมันอยู่ที่ไหนกัน?!” ควินน์ตะโกนลั่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความหงุดหงิด
เขาใช้เวลาไล่ล่าเกรย์และพรรคพวกมาเกือบหกชั่วโมงแล้ว แต่การที่ยังไม่พบอะไรเลยเริ่มทำให้เขาหมดความอดทน ในเมื่อไม่มีสหายคนไหนส่งสัญญาณออกมา นั่นหมายความว่ายังไม่มีใครหาตัวเกรย์เจอเลยสักคน
สิ่งที่น่าหงุดหงิดยิ่งกว่าคือเขาเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า เพราะไม่ได้พักผ่อนให้เพียงพอเลยนับตั้งแต่การต่อสู้ที่ยืดเยื้อ แม้ร่างกายจะยังคงปกติอยู่บ้างหลังจากดื่มยาฟื้นฟูพลังธาตุเข้าไป แต่สภาพจิตใจเขากลับเหนื่อยล้าเต็มทน และวิธีเดียวที่จะแก้ไขได้คือการพักผ่อน
เขาเดินออกจากป่าและพบกับอาคารร้างแห่งหนึ่ง นี่เป็นตึกที่หกที่เขาพบตั้งแต่ออกตามหาเกรย์และพวกพ้อง
มันเป็นตึกห้าชั้นที่มีห้องพักอย่างน้อยยี่สิบห้าห้อง
‘ถ้าที่นี่ไม่มีพวกมัน ฉันจะพักสักหน่อย หลังจากฟื้นฟูร่างกายแล้วค่อยออกตามหาต่อ’ ควินน์คิดในใจ
เมื่อเข้าไปใกล้ตึก เขาไม่สัมผัสได้ถึงใครที่ชั้นหนึ่ง ด้วยความที่เหนื่อยเกินไป เขาจึงไม่คิดจะเสียเวลาตรวจทุกชั้นหลังจากที่ไม่พบใครที่ชั้นสองของตึก
เขาเลือกห้องสุ่มๆ บนชั้นสองก่อนจะเดินเข้าไป เมื่อเข้าห้องแล้ว เขาก็ติดตั้งมาตรการป้องกันไว้เล็กน้อยแล้วทรุดตัวนั่งขัดสมาธิทันที หากเขาไม่ได้พักผ่อนแม้เพียงนิด ต่อให้พบเกรย์เข้าจริงๆ เขาก็อาจไม่มีแรงพอจะต่อสู้ด้วยซ้ำ หลังจากเข้าสู่สภาวะทำสมาธิ เขาก็ซ่อนเร้นร่องรอยของตัวเองอย่างระมัดระวังเผื่อเอาไว้ก่อน
โดยที่ควินน์ไม่รู้เลยว่า เกรย์และพรรคพวกอยู่ในตึกนี้จริงๆ เพียงแต่พวกเขาทั้งหมดอยู่ที่ชั้นสี่และกำลังจดจ่ออยู่กับการฟื้นฟูพลัง
---
สองชั่วโมงต่อมา
เกรย์เป็นคนแรกในกลุ่มที่ลืมตาขึ้นจากการบ่มเพาะพลัง
เขาเดินออกจากห้องที่ใช้พัก โดยปล่อยให้วอยด์ที่ยังคงบ่มเพาะพลังอยู่เพียงลำพัง ตอนแรกเขาตั้งใจจะปลุกวอยด์ แต่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ครั้งก่อนที่เขาไปขัดจังหวะตอนวอยด์กำลังหลอมรวมร่างกาย เขาจึงล้มเลิกความคิดนั้น
‘ฉันจำได้ว่าสัมผัสถึงใครบางคนได้ แต่ดูเหมือนคนๆ นั้นจะไม่ได้อยู่นานนัก’ เกรย์คิด
ในตอนที่เขากำลังบ่มเพาะพลังก่อนหน้านี้ เขาได้สัมผัสถึงการปรากฏตัวของใครบางคนที่เดินเข้ามาในตึก แต่หลังจากนั้นไม่นานสัมผัสนั้นก็หายไป ทีแรกเขาอยากจะออกไปตรวจสอบ แต่หลังจากที่ไม่รู้สึกถึงคนๆ นั้นอีก เขาก็หักห้ามใจและจดจ่ออยู่กับการบ่มเพาะต่อ
เขาคาดเดาว่าคงเป็นหนึ่งในอัจฉริยะที่เข้ามาในดินแดนทดสอบนี้
แม้จะดูเหมือนประมาท แต่เขาก็อยู่ในจุดที่ปลอดภัยมาก การเป็นนักจารึกอักขระทำให้เขาถนัดเรื่องการวางค่ายกลโดยธรรมชาติ เขาไม่ได้ติดตั้งค่ายกลไว้แค่ในห้องของตัวเองเท่านั้น แต่รวมถึงห้องของเพื่อนๆ ด้วย
หากใครบุกเข้ามาโดยไม่ระวังล่ะก็ พวกมันจะต้องเจอกับช่วงเวลาที่เลวร้ายแน่ ถึงแม้การโจมตีจากค่ายกลจะไม่รุนแรงถึงขั้นสังหารได้ แต่มันก็มากพอจะสร้างบาดแผลให้พวกนั้นได้อย่างแน่นอน
เมื่อไม่มีอะไรทำ เขาจึงตัดสินใจเดินสำรวจชั้นอื่นๆ ไม่นานเขาก็ตรวจดูห้องว่างอีกสองห้องบนชั้นสี่จนครบ และกำลังมุ่งหน้าไปยังชั้นห้า
ขั้นบันไดบางขั้นหายไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ มีรูโหว่ตามกำแพง และเมื่อเกรย์มาถึงชั้นบนสุด แสงจันทร์ที่ส่องผ่านหลังคาของตึกที่พังทลายก็ต้อนรับเขา
สุดทางเดินมีกำแพงพังทลายจนเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ เกรย์เดินเข้าไปใกล้รูนั้นแล้วมองออกไปข้างนอกเพื่อสังเกตการณ์บริเวณโดยรอบ รวมถึงป่าที่อยู่ห่างจากตึกไม่ไกลนัก
“หือ!” เกรย์เห็นเงาคุ้นตาเดินออกมาจากตึก
‘มันมาทำอะไรที่นี่? เป็นไปได้ไหมว่ามันตามเรามา?’ เกรย์ครุ่นคิดเมื่อเห็นควินน์เดินจากไป
‘เอาเถอะ ในเมื่อมันมาถึงนี่แล้ว งั้นฉันจะเล่นสนุกกับมันสักหน่อยก็แล้วกัน’ เกรย์กระโดดพุ่งออกไปทางรูโหว่ที่กำแพง
เขารู้สึกเบื่อหน่ายและในเมื่อมีเหยื่อโผล่มาให้สนุกด้วยแล้ว เขาก็ไม่รังเกียจที่จะเล่นงานควินน์ให้สาแก่ใจ
เขาใช้ธาตุลมชะลอการตกลงสู่พื้นเพื่อให้แรงกระแทกกระจายออกไปไม่ไกลนัก
เขาวางแผนจะฆ่าควินน์อย่างช้าๆ โดยเริ่มจากการทำลายสภาพจิตใจของมันก่อนจะปิดฉากชีวิต
---
ควินน์ที่เพิ่งก้าวเท้าออกจากตึกรู้สึกถึงใบหูที่กระตุก
‘มีคนหรืออะไรบางอย่างกำลังตามฉันมา’ เขาคิดในใจอย่างเย็นชา
เมื่อเทียบกับมนุษย์ทั่วไป ใบหูของควินน์มีความไวต่อเสียงมากกว่า คล้ายกับสัตว์ป่า แม้จะเทียบกับการได้ยินของสัตว์ไม่ได้เต็มร้อย แต่มันก็ดีกว่ามนุษย์ทั่วไปมาก
ดังนั้นแม้เกรย์จะพยายามทำให้เงียบที่สุด แต่เขาก็ยังสร้างเสียงขึ้นมาบ้างซึ่งควินน์กลับได้ยินอย่างน่าประหลาดใจจากระยะที่ห่างออกไปกว่าห้าสิบเมตร
ควินน์เพิ่มความระมัดระวังและเดินหน้าต่อไปโดยไม่หันกลับไปมอง เขาไม่อยากให้ใครก็ตามหรืออะไรก็ตามที่ตามหลังมาไหวตัวทัน
สิ่งเดียวที่ทำให้เขากังวลเล็กน้อยคือการที่ไม่รู้ระดับพลังของคู่ต่อสู้ที่จะต้องเจอ หากเขาสามารถรู้ได้ เขาจะได้รับมือถูก
เขาชะลอความเร็วลงและตั้งสมาธิฟังเสียงที่เขาสามารถจับได้ จากเสียงฝีเท้าเบาๆ ที่ได้ยิน เขายืนยันได้ว่าคนที่ตามหลังมาเป็นมนุษย์ แต่เขายังไม่สามารถสัมผัสถึงระดับพลังหรือตัวตนของอีกฝ่ายได้เลย
‘คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนตามฉันมา หึ เดี๋ยวก็ได้รู้กันว่ามันเป็นใคร’ ควินน์คิด
หากไม่ใช่เพราะประสาทการได้ยินที่เฉียบคม ก็มีโอกาสสูงที่คนที่ตามหลังมาจะสามารถลอบโจมตีเขาได้สำเร็จ
สามสิบวินาทีต่อมา
“เผยตัวออกมา!” ควินน์หันกลับมาอย่างฉับพลันพร้อมระเบิดคลื่นเพลิงที่กระจายออกไปทุกทิศทาง
พลังของเปลวไฟนั้นค่อนข้างอ่อนเนื่องจากมันกระจายออกไปในวงกว้าง แต่ควินน์ไม่ได้กะจะใช้มันเพื่อสังหาร เขาแค่ต้องการบีบให้คนที่สะกดรอยตามเขาเผยตัวออกมา
---
‘มันสัมผัสได้งั้นรึ คิดไม่ถึงเลยว่ามันจะรู้ตัวว่าฉันตามมา’ เกรย์สะบัดมือเบาๆ กำแพงดินก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟเอาไว้
แต่หลังจากป้องกันได้ เขาก็ปีนขึ้นไปบนต้นไม้ต้นหนึ่ง ด้วยความช่วยเหลือของธาตุลม ทำให้เขาขึ้นไปถึงยอดไม้ได้อย่างรวดเร็ว
เวลาผ่านไปไม่ถึงสองนาทีตั้งแต่เขาเริ่มสะกดรอยตามควินน์ แต่เขากลับถูกจับได้เสียแล้ว เขาอดรู้สึกอับอายไม่ได้ที่ทักษะการสะกดรอยของตัวเองห่วยแตกขนาดนี้
เขาเพิ่งสร้างอักขระชิ้นแรกเสร็จแต่ยังไม่ได้แสดงมันออกมา และเขารู้ว่าควินน์ไม่มีทางสัมผัสถึงมันได้แน่
‘เดิมทีฉันวางแผนจะใช้อักขระสองตัว แต่… ช่างเถอะ ตัวเดียวก็คงพอแล้ว’ เกรย์คิดก่อนจะโจมตีด้วยอักขระในขณะที่ยังซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้
หลังจากอักขระปล่อยการโจมตีออกไป ไม่เหมือนกับครั้งก่อนที่ตัวอักขระจะยังคงมองเห็นได้ ครั้งนี้หลังจากการโจมตีครั้งแรกจบลง มันก็หายวับไปราวกับไม่เคยมีอยู่มาก่อน
‘มาเริ่มสนุกกันเลย!’ เกรย์หัวเราะอย่างมีความสุขในใจ
ปัง!
ควินน์หลบการโจมตีได้ทัน แต่หลังจากกวาดสายตามองรอบๆ แล้วไม่พบใคร ใบหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
“ออกมาสู้กันอย่างลูกผู้ชายหน่อยเซ่!” ควินน์คำราม
เกรย์อยากจะตะโกนโต้กลับแบบหน้าด้านๆ ว่าเขาเป็นผู้หญิง แต่หลังจากนึกดูแล้ว เขาตัดสินใจว่าควรจะโจมตีมันอีกรอบดีกว่า หากเขาพูดอะไรออกไป มีโอกาสที่ควินน์จะจับได้ว่าเขาซ่อนตัวอยู่ที่ต้นไม้ต้นไหน
ควินน์กระแทกเข้ากับต้นไม้ที่อยู่ใกล้ที่สุดจนผมเผ้ากระเซอะกระเซิง
เวลาผ่านไปอีกนาทีโดยที่เขายังมองไม่เห็นคู่ต่อสู้ หรือไม่รู้เลยว่าการโจมตีมาจากไหน มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ ว่าเขากำลังถูกคู่ต่อสู้ปั่นหัวเล่นอยู่
“ฉันจะฆ่าแก!” เขาแทบจะทึ้งผมตัวเองออกมาด้วยความรำคาญ
ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงต้องเกิดขึ้นกับเขา? ใครกันที่ว่างงานขนาดตามเขามาและเริ่มทรมานเขาแบบนี้?
สิ่งที่น่ารำคาญที่สุดคือคู่ต่อสู้ไม่ได้คิดจะฆ่าเขา แต่กำลังเล่นสนุกกับเขาอยู่ เขาพยายามหนีหลายครั้งแล้ว แต่ก็ถูกขัดขวางด้วยการโจมตีที่เกือบเอาชีวิตเขาไป
คนแรกที่แวบเข้ามาในหัวเมื่อการจู่โจมเริ่มขึ้นคือเกรย์ แต่เมื่อเห็นว่าคนร้ายใช้ทั้งธาตุลมและธาตุน้ำ เขาก็ตัดเกรย์และพรรคพวกออกไปจากความคิดทันที
เขานึกออกว่าเคลาส์เป็นผู้ใช้ธาตุน้ำ แต่เขารู้ว่าไม่มีใครในกลุ่มนั้นเป็นผู้ใช้ธาตุลม
เขาพยายามเผาต้นไม้ แต่มันก็ใช้น้ำดับไฟได้อยู่ดี แม้เขาจะรู้ว่าอีกฝ่ายอยู่บนต้นไม้ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้เลยที่จะลากตัวคนร้ายออกมา
“แกเป็นใคร? ออกมาเดี๋ยวนี้!” ควินน์สั่ง
เกรย์ที่ได้ยินเช่นนั้นรู้สึกว่าควินน์ฉลาดน้อยกว่าที่เขาคิดไว้เยอะ
‘มันคิดจริงๆ รึว่าฉันจะยอมออกมา? ฉันว่าสมองมันคงเพี้ยนไปแล้วล่ะมั้ง’ เกรย์ยักไหล่แล้วเริ่มเปิดฉากโจมตีต่อ
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.