Chapter 2956
2852 / 3263
8 min read
Chapter 2956: Was the View Nice?
Published Mar 12, 2026, 08:06 AM
บทที่ 2956: ทิวทัศน์เป็นอย่างไรบ้าง?
จักรพรรดินีปีศาจเก้าหางเลิกเสแสร้งและแสดงท่าทีโกรธเกรี้ยวอย่างเห็นได้ชัด
ในความเป็นจริง นางได้ลากร่างต้นวิถีจอมยุทธ์เข้าไปในโลกแห่งมนต์สะกดของนาง และใช้พลังรวมถึงเต๋าแห่งธรรมของมหาภพเข้าครอบงำจิตใจของร่างต้นวิถีจอมยุทธ์
ในความคิดของนาง 'จอมยุทธ์บรรพกาล' เพิ่งผ่านศึกหนักมาและใช้พลังไปมหาศาล ไม่มีทางที่เขาจะต้านทานโลกแห่งมนต์สะกดของนางได้
ยิ่งไปกว่านั้น จอมยุทธ์บรรพกาลก็ดิ้นรนเล็กน้อยในช่วงแรก
ทว่าด้วยเหตุผลบางประการ จู่ๆ จอมยุทธ์บรรพกาลก็ตั้งสติได้และหลุดพ้นจากการครอบงำของนางได้อย่างสมบูรณ์!
ในตอนนี้ ทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงคืบ
จักรพรรดินีปีศาจเก้าหางสูญเสียความได้เปรียบและถูกร่างต้นวิถีจอมยุทธ์ควบคุมไว้ นางไม่กล้าบุ่มบ่ามทำอะไร
“เจ้าหลุดพ้นจากโลกแห่งมนต์สะกดของข้าได้อย่างไร?”
จักรพรรดินีปีศาจเก้าหางรู้สึกเดือดดาล สีหน้าของนางเย็นชาไร้ซึ่งจริตยั่วยวนโดยสิ้นเชิง
“ตอบคำถามของข้า!”
ฝ่ามือของร่างต้นวิถีจอมยุทธ์ออกแรงบีบอีกครั้ง ส่งผลให้ใบหน้าของจักรพรรดินีปีศาจเก้าหางแดงก่ำในชั่วพริบตาพร้อมกับสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
หากไม่ใช่เพราะจักรพรรดินีปีศาจเก้าหางเป็นอาจารย์ของเจ้าจิ้งจอกน้อย ร่างต้นวิถีจอมยุทธ์คงสังหารนางไปแล้ว!
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังรู้สึกงุนงงในตอนนี้ ไม่เข้าใจว่าทำไมจิ้งจอกปีศาจเก้าหางตนนี้ถึงมีความเป็นศัตรูกับเขานัก
“พี่สาวผีเสื้อโลหิตเป็นของข้า และไม่มีใครแย่งนางไปได้!”
จักรพรรดินีปีศาจเก้าหางกัดฟัน “แม้แต่เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์!”
ร่างต้นวิถีจอมยุทธ์ยืนนิ่งงันเมื่อได้ยินเช่นนั้น
นี่มัน… หมายความว่าอย่างไร?
เหตุผลที่จักรพรรดินีปีศาจเก้าหางโจมตีเขาเป็นเพราะ 'เตี๋ยเย่ว์' งั้นหรือ?
แถมยังเป็นเหตุผลแบบนี้เนี่ยนะ?
ซูจื่อโม่เคยจินตนาการถึงสถานการณ์ที่คล้ายกันนี้บ้าง ด้วยความที่เตี๋ยเย่ว์เป็นผู้ไร้เทียมทาน นางย่อมต้องมีผู้ที่หลงใหลในความงามและอำนาจของนางในแดนร้างแห่งนี้
หากเขาต้องการเคียงคู่กับเตี๋ยเย่ว์ เขาก็ต้องจัดการกับปัญหาเหล่านี้ให้ได้
ทว่าเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าคู่แข่งของเขาจะเป็นถึงจักรพรรดินีปีศาจเก้าหาง!
ร่างต้นวิถีจอมยุทธ์รู้สึกเหลือเชื่อขึ้นมาทันที
หากเป็นเหตุผลอื่น เขาคงสั่งสอนจิ้งจอกปีศาจเก้าหางตัวนี้ให้หลาบจำแม้จะไม่สังหารนางทิ้งก็ตาม
แต่ในเมื่อเป็นเหตุผลที่จักรพรรดินีปีศาจเก้าหางกล่าวออกมา เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะรับมืออย่างไรดี
“เรื่องนี้ค่อนข้างยุ่งยากเสียแล้ว…”
ร่างต้นวิถีจอมยุทธ์รู้สึกปวดหัว
สถานการณ์นี้ยุ่งยากกว่าที่เขาคาดไว้เสียอีก
แท้จริงแล้ว หากศัตรูที่ทรงพลังปรากฏตัวขึ้นมาโต้งๆ เรื่องคงจะง่ายกว่านี้ อย่างน้อยเขาก็แค่สู้กับพวกมันให้เต็มที่เท่านั้น
แต่ในตอนนี้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับจักรพรรดินีปีศาจเก้าหาง เขาจะสู้ก็ไม่ได้ จะปล่อยไปเฉยๆ ก็ไม่ถูก…
ในชั่วพริบตา ฝ่ามือของร่างต้นวิถีจอมยุทธ์ก็คลายออกอย่างช้าๆ
จักรพรรดินีปีศาจเก้าหางได้รับโอกาสหายใจ ประกายเย็นเยียบวูบผ่านดวงตาอันงดงาม หางจิ้งจอกทั้งเก้าด้านหลังสะบัดไหวและพันรอบแขนของร่างต้นวิถีจอมยุทธ์ในทันที มันแผ่ขยายออกไปอย่างต่อเนื่อง หมายจะพันธนาการแขนขาและร่างกายของร่างต้นวิถีจอมยุทธ์ไว้!
ในวินาทีนัน ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นภายในเต็นท์
นางสวมชุดสีเลือดและมีผมสีดำยาวสลวยราวกับน้ำตก
เตี๋ยเย่ว์!
เมื่อจิ้งจอกปีศาจเก้าหางเห็นเตี๋ยเย่ว์ นางก็แสร้งทำเป็นน่าสงสารทันที หางจิ้งจอกที่พันรอบตัวร่างต้นวิถีจอมยุทธ์หดกลับไปอย่างรวดเร็ว นางพุ่งเข้าสู่อ้อมกอดของเตี๋ยเย่ว์พร้อมกล่าวด้วยความน้อยใจว่า “พี่สาวผีเสื้อโลหิต คนที่พี่หามานี่มันร้ายกาจเหลือเกิน!”
“เพียงเพราะเขาเพิ่งสร้างผลงานใหญ่โต ก็ทำตัวเย่อหยิ่งและบุกมาถึงเทือกเขาชิงชิว เขาพยายามจะฉวยโอกาสและครอบครองร่างกายข้า…”
“พี่สาวดูสิ คอข้ายังเป็นรอยช้ำจากแรงบีบของเขาเลย”
จริงอย่างว่า รอยฝ่ามือปรากฏชัดบนลำคอขาวระหงของจักรพรรดินีปีศาจเก้าหาง มันมีสีเขียวช้ำอย่างเห็นได้ชัด
ร่างต้นวิถีจอมยุทธ์ไม่ได้อธิบายอะไรเมื่อได้ยินคำปดของจิ้งจอกปีศาจเก้าหาง
เตี๋ยเย่ว์ส่ายหน้าอย่างจนใจ นางยื่นนิ้วออกไปดีดหน้าผากจักรพรรดินีปีศาจเก้าหางอย่างแรงแล้วเอ็ดว่า “เลิกเล่นเป็นเด็กๆ ได้แล้ว”
แน่นอนว่าลูกไม้ตื้นๆ เหล่านี้หลอกเตี๋ยเย่ว์ไม่ได้
ในขณะที่นางกำลังจะเข้าสู่สภาวะปิดด่านฝึกตน จู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าซูจื่อโม่บอกว่าจะมาที่เทือกเขาชิงชิว นางจึงตระหนักได้ว่าอาจเกิดความเข้าใจผิดระหว่างทั้งสองคนจึงรีบตามมา
“พี่สาว ท่านไม่เชื่อข้าหรือ?”
จักรพรรดินีปีศาจเก้าหางถาม
“ไม่เลยสักนิด”
เตี๋ยเย่ว์ตอบเรียบๆ
“ฮึ่ม!”
จักรพรรดินีปีศาจเก้าหางพ่นลมหายใจเบาๆ ก่อนจะถลึงตาใส่ร่างต้นวิถีจอมยุทธ์
“ต่อไปห้ามไปหาเรื่องเขาอีก”
เตี๋ยเย่ว์กล่าวกับจักรพรรดินีปีศาจเก้าหางอีกประโยคก่อนจะหันไปหาซูจื่อโม่ นางส่งสายตาให้กันและกันก่อนจะพากันเดินออกจากเต็นท์ไป
ทั้งสองเดินออกไปไกลพอสมควร แล้วหันกลับมามองหน้ากันโดยไร้คำพูด
หลังจากจ้องตากันอยู่นาน ทั้งคู่ก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน
“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ?”
ซูจื่อโม่ถามด้วยรอยยิ้ม
เตี๋ยเย่ว์กล่าวว่า “ข้าช่วยนางไว้ตอนที่นางยังเด็ก ดังนั้นความรู้สึกที่นางมีต่อข้าจึงค่อนข้างพิเศษ และนางก็ค่อนข้างยึดติดกับข้ามาก”
ซูจื่อโม่อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเจ้าจิ้งจอกน้อยจึงพยักหน้า “ข้าเข้าใจดี”
เตี๋ยเย่ว์กวาดสายตามองซูจื่อโม่ “เจ้าไม่ได้พักผ่อนเลยตั้งแต่จบศึก แต่ยังสามารถต้านทานมนต์สะกดของเก้าหางได้เนี่ยนะ?”
“ข้าแค่โชคดีน่ะ”
ซูจื่อโม่ยังคงรู้สึกหวาดเสียวไม่หาย
หากไม่ใช่เพราะจี้หยกขาว เขาก็คงหลงอยู่ในโลกแห่งมนต์สะกดของจิ้งจอกปีศาจเก้าหางจนถอนตัวไม่ขึ้น หากเตี๋ยเย่ว์มาเห็นสภาพนั้นเข้า เขาคงอธิบายเรื่องราวได้ยากเต็มที
“ทิวทัศน์เป็นอย่างไรบ้าง?”
จู่ๆ เตี๋ยเย่ว์ก็ถามขึ้น
คำถามนั้นโผล่มาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ในขณะที่ซูจื่อโม่กำลังจะพยักหน้าตามสัญชาตญาณ เขาก็รู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขาตั้งสติอย่างรวดเร็วแล้วแสร้งทำเป็นงุนงง “อะไรนะ?”
เตี๋ยเย่ว์หรี่ตาลงเล็กน้อยและจ้องมองซูจื่อโม่ครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะเบาๆ แล้วโบกมือปัด “ข้าจะปล่อยเจ้าไปครั้งหนึ่งก็แล้วกัน”
ซูจื่อโม่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ช่วงเวลาสั้นๆ เมื่อครู่เขารู้สึกกดดันยิ่งกว่าตอนเผชิญหน้ากับจิ้งจอกปีศาจเก้าหางเสียอีก!
ภายในเต็นท์
จิ้งจอกปีศาจเก้าหางมองทั้งสองที่เดินจากไปข้างๆ กันพลางกำหมัดแน่น จู่ๆ ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจก็เอ่อล้นขึ้นมาในหัวใจจนดวงตาเริ่มพร่ามัว
ครั้งนี้นางไม่ได้เสแสร้ง
นางรู้สึกน้อยใจจริงๆ
ก่อนที่จอมยุทธ์บรรพกาลจะปรากฏตัว เตี๋ยเย่ว์เคยตำหนิหรือกล่าววาจาร้ายกาจกับนางที่ไหนกัน?
ทว่าเมื่อครู่นี้ เตี๋ยเย่ว์ถึงกับดีดหน้าผากนางเพียงเพื่อปกป้องจอมยุทธ์บรรพกาล
นั่นเป็นการดีดที่เจ็บมากทีเดียว
ฉับพลัน นางตระหนักได้ว่าคนในหัวใจของนางอาจถูกแย่งชิงไปจริงๆ
“จอมยุทธ์บรรพกาล เจ้าจอมยุทธ์บรรพกาล!”
ยิ่งจักรพรรดินีปีศาจเก้าหางคิด นางก็ยิ่งโกรธและรู้สึกน้อยใจมากขึ้น
เพื่อจะสะกดจอมยุทธ์บรรพกาล นางถึงกับเรียกโลกแห่งมนต์สะกดออกมาและเปลื้องผ้าออก เพื่อให้จอมยุทธ์บรรพกาลเห็นร่างกายของนางไปครึ่งค่อน ถึงกระนั้นมันก็ไร้ประโยชน์!
นั่นไม่ได้หมายความว่านางขาดทุนยับเยินและถูกจอมยุทธ์บรรพกาลฉวยโอกาสไปฟรีๆ หรอกหรือ?
เมื่อคิดได้ดังนั้น ใบหน้าของจักรพรรดินีปีศาจเก้าหางก็แดงก่ำ นางรู้สึกทั้งกังวล โกรธเคือง คับข้องใจ และอับอาย
เสียงฝีเท้าดังมาจากนอกเต็นท์
จักรพรรดินีปีศาจเก้าหางรีบตั้งสติและหยิบชุดออกมาจากถุงเก็บของอย่างลนลานก่อนจะสวมใส่มันอีกครั้ง
หลังจากจัดการธุระเสร็จสิ้น เตี๋ยเย่ว์ก็กลับไปยังหุบผาผีเสื้อเพื่อปิดด่านฝึกตนต่อ
หลังจากแยกทางกับเตี๋ยเย่ว์ ซูจื่อโม่ก็เดินกลับมา เขาตั้งใจจะตามหาพยัคฆ์และอีกสองสหายเพื่อสอบถามเรื่องที่อยู่ของเจ้าจิ้งจอกน้อย
เมื่อก้าวเข้าสู่เต็นท์ ซูจื่อโม่ก็อดไม่ได้ที่จะตะลึงเมื่อเห็นจักรพรรดินีปีศาจเก้าหางแต่งกายมิดชิดเรียบร้อย
เขามิได้มีความคิดอื่นใดแอบแฝง แต่ทว่าในขณะนี้ จักรพรรดินีปีศาจเก้าหางดูแตกต่างจากภาพลักษณ์ก่อนหน้านี้ของนางเหลือเกิน จนเขาปรับตัวไม่ทัน
อย่างไรก็ตาม ในสายตาของจักรพรรดินีปีศาจเก้าหาง สายตาของซูจื่อโม่ทำให้ความรู้สึกของนางถูกกระตุ้นขึ้นอีกครั้ง!
จักรพรรดินีปีศาจเก้าหางรู้สึกว่าภายใต้สายตาของซูจื่อโม่ นางยังคงอยู่ในสภาพกึ่งเปลือยและมองเห็นทุกอย่างลางๆ เช่นเดิม…
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.