Chapter 390
389 / 1146
7 min read
Chapter 390 - Puzzlemen
Published Apr 2, 2026, 10:08 AM
บทที่ 390 - ปริศนาแห่งเสียง
ทว่าสายตาของอธิการบดีเล้งไม่ได้หยุดอยู่ที่พวกเขาเนิ่นนานนัก เขาละสายตาออกมาหลังจากมองเพียงแวบเดียวแล้วหันไปมองนกยักษ์สีทองที่อยู่ข้างกาย
“กลับไปซะ นับจากนี้ไปจะไม่มีใครมารบกวนเจ้าอีก” อธิการบดีเล้งเอ่ยขึ้นราวกับกำลังสื่อสารกับเจ้านกสีทอง
เจ้านกยักษ์สีทองตัวนั้นก้มหัวลงอย่างว่าง่าย ราวกับแสดงให้เห็นว่ามันเข้าใจสิ่งที่เขาพูด ก่อนจะกางปีกกว้างแล้วโผบินกลับไปยังยอดเขาของถ้ำมังกร
“นับจากวันนี้เป็นต้นไป ห้ามผู้ใดขึ้นไปบนยอดเขาของถ้ำมังกรอีก” อธิการบดีเล้งลุกขึ้นยืนพลันร่างของบัลลังก์ออร์แกนปีศาจก็เลือนหายไป จากนั้นเขาก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและหายลับไปในพริบตา
“เมื่อไหร่ฉันถึงจะมีพลังแกร่งกล้าได้เท่าอดีการบดีเล้งกันนะ? แค่ดีดนิ้วก็สั่งให้สิ่งมีชีวิตต่างมิติที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนั้นเชื่อฟังได้” หลี่เสวียนกล่าวด้วยความอิจฉา
“อธิการบดีเล้งอยู่ในระดับตำนานแล้วงั้นเหรอ?” โจวเหวินถามด้วยความสงสัยพลางขมวดคิ้ว
“ฉันว่าไม่นะ ฉันได้ยินมาว่าเขาอยู่จุดสูงสุดของระดับมหากาพย์ บัลลังก์ออร์แกนปีศาจคือจิตวิญญาณชีวิตระดับสมบูรณ์แบบ ยิ่งไปกว่านั้น ใครๆ ต่างก็ว่าอธิการบดีเล้งน่าจะเป็นมนุษย์ที่เข้าใกล้ระดับตำนานมากที่สุดแล้ว เขาเหลืออีกเพียงครึ่งก้าวเท่านั้นก็จะก้าวข้ามผ่านไปสู่ระดับตำนานได้” ถ้อยคำของหลี่เสวียนเต็มไปด้วยความชื่นชมต่อตัวอธิการบดีเล้ง
“ฉันไม่เคยรู้เลยว่ามีคนแกร่งขนาดนี้อยู่ในลั่วหยาง!” โจวเหวินอุทาน
“แน่นอนสิ อธิการบดีเล้งเป็นอาจารย์ของหัวหน้าอันเทียนจั่ว จะไม่เก่งได้ยังไงในเมื่อเขาสอนลูกศิษย์ที่เก่งกาจขนาดนั้นออกมาได้?” หลี่เสวียนกล่าว
“อาจารย์ของอันเทียนจั่ว?” โจวเหวินไม่รู้สึกว่าการปั้นอันเทียนจั่วออกมาได้จะเป็นเรื่องน่าทึ่งขนาดนั้น ทว่าอธิการบดีเล้งนั้นแข็งแกร่งจริงๆ จิตวิญญาณชีวิตประเภทดนตรีอย่างบัลลังก์ออร์แกนปีศาจทำให้โจวเหวินได้เปิดหูเปิดตา เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าจะมีใครทำให้สิ่งมีชีวิตต่างมิติที่น่ากลัวขนาดนั้นล่าถอยไปได้โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อเลยสักหยด
เมื่อนึกถึงท่วงทำนองจากบัลลังก์ออร์แกนปีศาจ โจวเหวินก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
โจวเหวินไม่ใช่คนอ่อนไหวง่าย ปกติเวลาฟังเพลงเขาก็มักจะไม่เกิดอารมณ์ความรู้สึกแปรปรวนอะไรนัก แต่ทว่าครั้งนี้เขากลับเสียน้ำตา นี่มันดูไม่ปกติเลย
หรือว่าเป็นเพราะดนตรีจากบัลลังก์ออร์แกนปีศาจส่งผลต่ออารมณ์ของฉันจริงๆ? โจวเหวินรู้สึกว่ามันไม่น่าจะใช่แค่เหตุผลนั้น
“นายจะเหม่ออะไรนักหนา? ไปกันเถอะ เรายังต้องทำภารกิจการบ้านให้เสร็จนะ” เมื่อเห็นโจวเหวินยืนนิ่งไม่พูดไม่จา หลี่เสวียนจึงสะกิดเตือน
โจวเหวินเดินตามหลี่เสวียนกลับไปยังถ้ำมังกร แต่ในหัวของเขายังคงครุ่นคิดถึงท่วงทำนองที่อธิการบดีเล้งบรรเลงผ่านบัลลังก์ออร์แกนปีศาจ
มันไม่ใช่แค่เสียงดนตรีที่ส่งผลต่ออารมณ์ของฉัน—ไม่มีทางใช่แน่ คนอื่นอาจจะไม่ใส่ใจกับการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ นี้ แต่โจวเหวินต้องการเข้าใจถึงความแตกต่างนั้น เขาจึงคอยครุ่นคิดหาเหตุผลอยู่ตลอดเวลา
“นายรออะไรอยู่? ภารกิจการบ้านของฉันเสร็จแล้ว ต่อไปตานายแล้วนะ” หลี่เสวียนกล่าวขณะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกวิดีโอโจวเหวิน
ตอนนี้โจวเหวินไม่มีอารมณ์จะทำภารกิจการบ้านเลย เขาชักดาบไม้ไผ่ออกมาทันทีแล้วพุ่งเข้าใส่ฝูงอสูรหิน ด้วยการโจมตีเพียงครั้งละหนึ่งดาบ เขาจัดการอสูรหินไปสิบตัวอย่างคล่องแคล่วก่อนจะหมุนตัวกลับ
เขาวางแผนจะไปตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับพลังประเภทเสียง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมดนตรีจากบัลลังก์ออร์แกนปีศาจถึงส่งผลต่ออารมณ์ของเขา หรือว่ามันเป็นพลังในรูปแบบอื่นกันแน่
หลี่เสวียนชินกับพฤติกรรมแปลกๆ ของโจวเหวินแล้ว จึงปล่อยเลยตามเลยไม่ได้ซักไซ้ต่อ
หลังจากออกจากถ้ำมังกร โจวเหวินก็ตรงไปยังห้องสมุดของโรงเรียน ข้อมูลที่นั่นครอบคลุมมากกว่าเครือข่ายอินทราเน็ต ในไม่ช้าเขาก็พบโซนที่เกี่ยวกับดนตรี มันมีชั้นหนังสือทอดยาวหลายสิบเมตรทั้งหมดสี่แถว ภายในเต็มไปด้วยหนังสือเกี่ยวกับดนตรี
โจวเหวินกวาดสายตามองแล้วพบว่าส่วนใหญ่เป็นหนังสือเกี่ยวกับทฤษฎีดนตรีและความรู้ทั่วไป หรือไม่ก็สอนวิธีการร้องเพลง เขาแทบไม่เห็นข้อมูลเกี่ยวกับวิชาพลังปราณประเภทดนตรีเลย
ไม่แปลกใจเลยที่คนฝึกวิชาพลังปราณประเภทดนตรีจะมีน้อยขนาดนี้ ข้อมูลที่มีแทบทั้งหมดสอนแต่ทฤษฎีดนตรี ไม่มีส่วนไหนเกี่ยวข้องกับการฝึกฝนเลย โจวเหวินไล่อ่านหนังสือบนชั้นวางหลังจากค้นหาอยู่นานเขาก็พบเพียงหนังสือไม่กี่เล่มที่เกี่ยวกับวิชาพลังปราณประเภทดนตรี
จากข้อมูลที่มี โจวเหวินพบว่าวิชาพลังปราณประเภทดนตรีนั้นน่าสนใจมากจริงๆ หรืออาจจะพูดได้ว่า... มันมีความพิเศษ
วิธีการฝึกฝนวิชาพลังปราณประเภทดนตรีนั้นแทบไม่ต่างจากวิชาพลังปราณทั่วไป แต่ที่น่าสนใจคือวิชาประเภทนี้จะมีทะเลพลังปราณที่ค่อนข้างเฉพาะตัว
ปกติแล้วทะเลพลังปราณของวิชาพลังปราณทั่วไปจะอยู่ที่ตันเถียนทั้งสามแห่ง แต่สำหรับวิชาพลังปราณประเภทดนตรีจะใช้ "ปอด" เป็นทะเลพลังปราณ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่หายากมาก
ยิ่งไปกว่านั้น มันยังต่างจากที่คนทั่วไปจินตนาการไว้ ในข้อมูลเรื่องดนตรีไม่ได้มีการระบุถึงการส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกเลย มีเพียงการกล่าวถึงเรื่องความถี่ของเสียงและทฤษฎีการสั่นสะเทือนเท่านั้น
และพลังทำลายล้างของวิชาประเภทดนตรีส่วนใหญ่ก็มาจากแรงอัดของเสียง
โจวเหวินอ่านไปมากมายแต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมบัลลังก์ออร์แกนปีศาจถึงส่งผลต่ออารมณ์ของมนุษย์และแม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตต่างมิติได้ แม้จะมีทฤษฎีแปลกๆ อยู่บ้างแต่ก็ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ยิ่งไปกว่านั้น โจวเหวินรู้สึกว่าทฤษฎีเหล่านั้นไม่สอดคล้องกับพลังของบัลลังก์ออร์แกนปีศาจเลย
เมื่อไม่พบคำตอบที่ต้องการ โจวเหวินก็นึกอยากจะถามอธิการบดีเล้งโดยตรง แต่ขนาดอาจารย์ท่านอื่นหรือรองอธิการบดียังพบตัวเขาได้ยาก แล้วในฐานะนักเรียนคนหนึ่ง เขาจะไปพบอธิการบดีเล้งได้อย่างไร?
ห้องสมุดเริ่มปิดทำการเมื่อท้องฟ้ามืดสนิท โจวเหวินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกลับหอพักแล้วค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับพลังประเภทดนตรีในโลกออนไลน์ แต่เขาก็ไม่พบคำตอบที่ต้องการอยู่ดี
ทว่าขณะกำลังอ่านกระทู้ในเว็บบอร์ดของโรงเรียน โจวเหวินก็ไปสะดุดตากับกระทู้หนึ่งที่เกี่ยวกับวิชาพลังปราณประเภทดนตรี
ชื่อกระทู้และเนื้อหาทำให้โจวเหวินรู้สึกสนใจ กระทู้นี้มีชื่อว่า "มิติแห่งพื้นที่ของเสียง" และผู้ที่โพสต์ก็เป็นเพียงรหัสนักศึกษาคนหนึ่ง แทบไม่มีใครสนใจมันเลย มีคนคลิกเข้าไปดูเพียงไม่กี่สิบครั้ง และมีคนตอบกลับน้อยมาก
ในวิทยาลัยซันเซ็ตมีคนที่ฝึกวิชาพลังปราณประเภทดนตรีอยู่น้อยมาก จึงมีคนสนใจกระทู้นี้เพียงหยิบมือ แต่ดวงตาของโจวเหวินกลับเป็นประกายเมื่อได้เห็นมัน
แม้เนื้อหาจะดูแปลกและดูเหมือนไม่เป็นจริงสักเท่าไหร่ แต่มันก็น่าสนใจมากทีเดียว
หลังจากโจวเหวินอ่านกระทู้จนจบ เขาก็เริ่มเข้าใจว่าทำไมบัลลังก์ออร์แกนปีศาจถึงส่งผลต่ออารมณ์ของเขาได้ ทว่าก็ยังมีหลายสิ่งที่เขายังไม่เข้าใจ ซึ่งในกระทู้นั้นก็ไม่มีคำตอบให้เขา
โจวเหวินเห็นว่ากระทู้นี้ถูกโพสต์ไว้ตั้งแต่สองปีก่อน เจ้าของกระทู้เองก็ไม่ได้ออนไลน์มานานแล้ว เมื่อลองเช็กประวัติการโพสต์ของเจ้าของกระทู้ เขาก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่นี่เป็นกระทู้เดียวที่คนคนนั้นเคยตั้ง ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ใช่คนที่เข้ามาล็อกอินในบอร์ดบ่อยนัก
เขาพยายามส่งข้อความส่วนตัวไปหาอีกฝ่ายด้วยความหวังเพียงน้อยนิด โดยหวังว่าจะลองถามคำถามที่กวนใจเขาอยู่บ้าง
ตอนแรกโจวเหวินไม่ได้คาดหวังอะไรมาก แต่ที่น่าประหลาดใจคือ อีกฝ่ายตอบกลับข้อความมาในเวลาไม่นานและอธิบายคำถามของเขาได้อย่างละเอียด โจวเหวินไม่เคยได้ยินคำอธิบายแปลกๆ เหล่านั้นจากที่ไหนมาก่อน แต่มันกลับไขข้อข้องใจทั้งหมดของเขาได้เป็นอย่างดี
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.