Chapter 3957
3957 / 5804
11 min read
Chapter 3957
Published Apr 11, 2026, 11:48 AM
บทที่ 3957 – การเผชิญหน้าโดยบังเอิญ ณ โรงประมูล
ผู้แปล: Silavin & Jon
ผู้ตรวจทานคำแปล: PewPewLazerGun
บรรณาธิการและผู้พิสูจน์อักษร: Leo of Zion Mountain & Dhael Ligerkeys
---
“อืม วันนี้ข้ามาที่นี่เพื่อเข้าร่วมการประมูล” เผยปู้ว่านพยักหน้ารับ
[เขามาจริงๆ ด้วย!] หยางไค่ลิงโลดในใจ ประสานหมัดคารวะ “เช่นนั้น ข้าคงต้องขอรบกวนเถ้าแก่เผยแล้ว”
เผยปู้ว่านหัวเราะเบาๆ “ว่ามาได้เลย”
“ได้โปรดพาพวกเราเข้าไปในโรงประมูลด้วย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เผยปู้ว่านก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่น “โรงประมูลแห่งนี้ไม่ใช่เขตหวงห้าม อยากจะเข้าไปก็เข้าไปได้เลย มีทางเข้าอยู่สองทางตรงนั้น ทางหนึ่งสำหรับบุคคลสำคัญในนครดาราผู้มีบัตรเชิญ VIP ส่วนอีกทางสำหรับผู้เข้าร่วมทั่วไป ตราบใดที่พวกเจ้าแสดงให้เห็นว่ามีฐานะมั่งคั่งพอ พวกเขาก็จะให้เข้าไป เจ้าเองก็ทำเงินได้มหาศาลแล้ว ย่อมมีสิทธิ์เข้าไปอย่างเต็มภาคภูมิ”
หยางไค่สังเกตเห็นก่อนหน้านี้แล้วว่ามีทางเข้าสองทางสำหรับผู้ที่ได้รับเชิญและผู้ที่ไม่ได้รับเชิญ ทว่านั่นไม่มีความหมายอันใดสำหรับหยางไค่และไป๋ชี เพราะพวกเขาจะไม่มีทางได้รับอนุญาตให้เข้าไปในสถานที่จัดงานหากเดินดุ่มๆ เข้าไปตรงๆ แต่ถ้าได้ติดตามเผยปู้ว่านเข้าไป พวกเขาก็ยังมีโอกาสที่จะลอบเข้าไปในสถานที่แห่งนั้นได้
เมื่อตระหนักถึงสถานการณ์ เผยปู้ว่านขมวดคิ้วมุ่น พลางพินิจพิเคราะห์หยางไค่ “เจ้าไปก่อเรื่องอะไรมางั้นรึ?”
หยางไค่แย้มยิ้มอย่างไม่รู้ไม่ชี้ “เถ้าแก่พูดอะไรเช่นนั้น? พวกเราเป็นคนซื่อสัตย์และประพฤติตัวดี จะไปก่อเรื่องอะไรได้? เถ้าแก่กังวลเกินไปแล้ว” เจ้าเล่ห์ผู้นี้ช่างไร้ซึ่งสัจจะแต่แรกเสียจริง เขาเพิ่งจะรับปากว่าจะยื่นมือเข้าช่วยหยางไค่ แต่กลับไม่ยอมตกลงตามคำขอในทันที
สีหน้าของเผยปู้ว่านบ่งบอกชัดเจนว่าเขาไม่เชื่อคำพูดนั้น
เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น หยางไค่จึงเอ่ยขึ้น “ก็ได้ ท่านอยากให้ข้าเข้าร่วมประลองอีกครั้งมาตลอดใช่หรือไม่? หากวันนี้เถ้าแก่เผยยื่นมือเข้าช่วย ข้าจะตามท่านไปยังสังเวียนอสุราอีกครั้งหนึ่ง”
พอเอ่ยถึงสังเวียนอสุรา สีหน้าของเผยปู้ว่านก็แปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เขาโบกมือปฏิเสธพัลวัน “ไม่! พวกเราจะไม่ไปที่นั่นอีก!”
[เกิดอะไรขึ้น?] หยางไค่มองเขาอย่างงุนงง เผยปู้ว่านเคยไปเยี่ยมที่โรงเตี๊ยมหลายครั้งเพื่อชักชวนให้เขาไปยังสังเวียนอสุรา แล้วเหตุใดตอนนี้เขาถึงได้มีท่าทีหวาดกลัวเมื่อหัวข้อนี้ถูกหยิบยกขึ้นมา?
หยางไค่คิดว่าอันธพาลผู้นี้คงจะเสียเงินไปมากโขในสังเวียนและตอนนี้ก็กังวลที่จะกลับไป แต่เขาหารู้ไม่ว่าเถ้าแก่เนี้ยต่างหากที่เป็นคนเตือนเขา
นางได้เห็นเผยปู้ว่านมาตามหาหยางไค่หลายครั้ง จึงหาโอกาสพูดคุยกับเขา เมื่อได้รู้ว่าเผยปู้ว่านพาหยางไค่ไปยังสังเวียนอสุรา นางก็เดือดดาลจนแทบจะหักแขนของเขาทิ้ง จากนั้นก็ข่มขู่ว่าห้ามพาหยางไค่ไปยังสังเวียนนั่นอีก มิเช่นนั้นนางจะเหยียบย่ำหอหลอมร้อยชั้นของเขาให้ราบเป็นหน้ากลอง
หากเรื่องนั้นไม่เกิดขึ้น เผยปู้ว่านคงไม่ยอมปล่อยมือจากหนทางทำเงินนี้ไปง่ายๆ นั่นคือเหตุผลที่แท้จริงที่เขาเลิกตามหาหยางไค่
เผยปู้ว่านขมวดคิ้วพลางชี้ไปยังลูกจ้างสองคนที่ติดตามมาด้วยแล้วออกคำสั่ง “ถอดเสื้อผ้าของพวกเจ้าออกมา” แม้จะไม่รู้ว่าเหตุใดหยางไค่จึงอยากติดตามเขาเข้าไปในโรงประมูล แต่เขาก็รู้ว่าเจ้าหนุ่มนี่ต้องมีเจตนาไม่ดีเป็นแน่ จากนั้น เขาก็จ้องมองหยางไค่ “จะตามมาด้วยก็ไม่เป็นไร แต่หลังจากเข้าไปข้างในแล้ว พวกเราต้องแยกทางกัน”
“ตกลง ขอบคุณมากเถ้าแก่เผย” หยางไค่และไป๋ชีสบตากันแล้วยิ้มกริ่ม
ในไม่ช้า พวกเขาก็เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่และซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มคน หลังจากนั้นก็ติดตามเผยปู้ว่านเดินปะปนเข้าไปยังโรงประมูล
เบื้องหน้าทางเข้า ไม่ปรากฏเงาของอวิ๋นเจิ้นหัว เขาคงกำลังวุ่นวายอยู่กับเรื่องอื่นเนื่องจากการประมูลกำลังจะเริ่มขึ้น ซึ่งทำให้หยางไค่และไป๋ชีถอนหายใจอย่างโล่งอก หากอวิ๋นเจิ้นหัวยังอยู่แถวนี้ พวกเขาก็คงไม่มีโอกาสได้เข้าไป แต่เมื่อไม่พบตัวเขาแล้ว พวกเขาก็อาจจะลอบเข้าไปได้สำเร็จ
เมื่อมาถึงทางเข้า เผยปู้ว่านยื่นบัตรเชิญให้แก่ลูกจ้างซึ่งผายมือต้อนรับพวกเขาเข้าไป เผยปู้ว่านก้าวยาวๆ เข้าไปในสถานที่จัดงานอย่างไม่รีรอ ขณะที่หยางไค่และไป๋ชีก้มหน้าต่ำเดินตามกลุ่มคนที่เหลือไป
หลังจากเข้าไปในห้องโถงประมูล หยางไค่ก็กล่าวขอบคุณเถ้าแก่เผยด้วยเสียงแผ่วเบา ก่อนที่เขาและไป๋ชีจะรีบปลีกตัวไปยังทิศทางอื่น
ในไม่ช้า พวกเขาก็มาถึงห้องโถงใหญ่และเห็นผู้คนมากมายเคลื่อนไหวไปมา มีเก้าอี้หลายแถวถูกจัดวางไว้ในห้องโถงที่กว้างขวางพอที่จะรองรับคนได้หลายร้อยคนเป็นอย่างน้อย
บนชั้นสอง มีห้องส่วนตัวหลายห้องเรียงรายอยู่รอบห้องโถง
เก้าอี้ในห้องโถงมีไว้สำหรับผู้ประมูลทั่วไป ขณะที่ห้องส่วนตัวเหล่านั้นมีไว้สำหรับบุคคลที่มีสถานะทางสังคมสูงส่งเช่นเผยปู้ว่าน
ในขณะนี้ ที่นั่งในห้องโถงถูกจับจองไปแล้วกว่าครึ่ง หยางไค่และไป๋ชีแอบสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่งและตระหนักว่าผู้ประมูลทั่วไปเหล่านี้สามารถเลือกนั่งที่ใดก็ได้ตามใจชอบ ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจเลือกที่นั่งในแถวหลังสุด
ยังเหลือเวลาอีกพักหนึ่งก่อนที่การประมูลจะเริ่มขึ้น แขกเหรื่อยังคงทยอยเข้ามาในสถานที่จัดงาน ไป๋ชีผู้กังวลใจจึงเอ่ยถามขึ้น “หยางไค่ หรือว่าเราจะล้มเลิกแผนแล้วดูการประมูลเฉยๆ ดี? ทางที่ดีอย่าสร้างเรื่องที่นี่เลย”
หยางไค่ชำเลืองมองเขา “เจ้าอยากจะไปขอความช่วยเหลือจากเถ้าแก่เนี้ยจริงๆ น่ะรึ?”
ไป๋ชีถอนหายใจ “เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว หากเราสร้างความวุ่นวายที่นี่ เราคงต้องพบจุดจบที่น่าอนาถ”
หยางไค่ยิ้มกริ่ม “นั่นก็ต่อเมื่อพวกมันกล้าพอ”
ไป๋ชีลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “แผนของเจ้ามีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง”
“หมายความว่ายังไง?”
“แล้วถ้าพวกเขาเรียกเก็บเงินทันทีล่ะ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หยางไค่ก็ขมวดคิ้ว นี่เป็นปัญหาจริงๆ หากเป็นเช่นนั้น แผนของเขาก็จะใช้ไม่ได้ผล แต่สิ่งที่ไป๋ชีพูดก็อาจไม่เป็นความจริงเสมอไป หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็กล่าวว่า “เราค่อยดูสถานการณ์ไปก่อน หากมีโอกาส เราก็จะสร้างเรื่อง หากไม่มี เราก็จะนั่งดูการประมูลเงียบๆ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสวรรค์แล้วตอนนี้”
ไป๋ชีขบกรามแน่นแล้วกล่าว “ดี ตกลงตามนี้ แต่ข้าว่าเราควรนั่งแยกกันดีกว่า มิเช่นนั้นมันจะดูเด่นชัดเกินไป” จากนั้น เขาก็มองไปรอบๆ แล้วชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง “เจ้านั่งตรงนี้ เดี๋ยวข้าจะไปทางนั้น”
พูดจบ เขาก็ลุกจากเก้าอี้แล้วเดินจากไป
หยางไค่ไม่ได้รั้งเขาไว้ เมื่อมองไปรอบๆ เขาก็ตระหนักว่ามีผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตจักรพรรดิอยู่มากมาย รวมทั้งปรมาจารย์ขอบเขตสวรรค์เปิดบางส่วนในห้องโถง อย่างไรก็ตาม พวกนั้นล้วนเป็นปรมาจารย์ขอบเขตสวรรค์เปิดระดับต่ำที่โดดเดี่ยวซึ่งโดยพื้นฐานแล้วไม่มีอนาคต มิเช่นนั้นพวกเขาคงได้รับเชิญให้เข้าไปในห้องส่วนตัวแทนที่จะมานั่งอยู่ในห้องโถงที่แออัดเช่นนี้
ขณะที่เขากำลังมองไปรอบๆ และสังเกตฝูงชน หยางไค่ก็ได้ยินเสียงใครบางคนเรียกเขา “ท่านหยาง?”
หยางไค่หันกลับไปแล้วเผยรอยยิ้ม “หลัวไห่อี้?”
ดูเหมือนนางกำลังมองหาที่นั่ง และเมื่อเห็นว่ามีที่นั่งว่างอยู่ข้างๆ คนผู้หนึ่งที่ด้านหลัง นางจึงตัดสินใจเดินมาทางนี้ จนกระทั่งเข้ามาใกล้ นางจึงตระหนักได้ว่าเป็นหยางไค่
การได้พบเจอคนคุ้นเคยที่นี่ทำให้นางปลาบปลื้มใจอย่างเห็นได้ชัด จากนั้น นางก็มองไปที่ที่นั่งข้างๆ เขาแล้วถามว่า “ที่นั่งตรงนั้นมีคนจองแล้วหรือยังเจ้าคะ?”
“ไม่ เชิญนั่งได้เลย” หยางไค่แย้มยิ้มให้นาง
จากนั้นนางจึงนั่งลงข้างๆ เขา มีกลิ่นหอมกรุ่นลอยมาจากร่างของนางซึ่งทำให้ทุกคนรู้สึกสดชื่น
“เจ้ามาที่นี่เพื่อซื้อของหรือ?” หยางไค่เอ่ยถาม เขาคิดว่านางน่าจะมาที่นี่เพื่อเข้าร่วมการประมูล
หลัวไห่อี้พยักหน้า “ข้าได้ยินมาว่ามีโอสถต้าเต้าปรากฏขึ้น ข้าจึงมาที่นี่เพื่อลองเสี่ยงโชคดูเจ้าค่ะ”
นางยังไม่ได้หลอมรวมผนึกเต๋าของตนเอง ดังนั้นนางจึงต้องการโอสถต้าเต้าอย่างยิ่ง หยางไค่เคยได้ยินนางกล่าวถึงเรื่องนี้มาก่อน
เมื่อตระหนักได้เช่นนั้น หยางไค่จึงถามด้วยรอยยิ้ม “เจ้ามีโอสถพอหรือไม่? ข้าให้ยืมได้นะถ้าไม่พอ”
หลัวไห่อี้ผู้ขวยเขินแย้มยิ้ม “ข้าน่าจะมีพอซื้อได้สองเม็ดเจ้าค่ะ”
หยางไค่พยักหน้า “เช่นนั้นก็ขอให้โชคดี”
จากการติดต่อกับหลัวไห่อี้ เขาก็ตระหนักได้ว่านางเป็นสตรีที่พึ่งพาตนเองและไม่ชอบเป็นหนี้บุญคุณใคร ก่อนหน้านี้นางเคยปฏิเสธเงินจำนวนใดๆ ที่มากกว่าที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่านางยึดมั่นในหลักการของตนเอง
ทั้งสองคุ้นเคยกันดีและมีความสนใจร่วมกันหลายอย่าง ดังนั้นพวกเขาจึงสนทนากันอย่างสนุกสนาน หนึ่งชั่วโมงต่อมา ที่นั่งทั้งหมดในห้องโถงก็ถูกจับจองจนเต็มในที่สุด
ข้อเท็จจริงนี้เพียงอย่างเดียวก็บ่งชี้ว่าโรงประมูลวายุเมฆานั้นมีอิทธิพลอย่างแท้จริงในนครแห่งนี้ ไม่มีที่นั่งว่างแม้แต่ที่เดียวในห้องโถง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการประมูลที่จัดขึ้นที่นี่ดึงดูดใจชาวเมืองได้เป็นอย่างดี
ในตอนนั้นเอง เสียงระฆังก็ดังขึ้นและแสงไฟทั้งหมดก็ดับลง จากนั้น แสงสปอตไลท์ก็สาดส่องไปยังบนเวที ตามการเคลื่อนไหวของแสงสปอตไลท์ ร่างระหงหนึ่งก็เยื้องย่างออกมาจากหลังเวที เมื่อยืนอยู่ท่ามกลางแสงสปอตไลท์ นางก็ได้กลายเป็นจุดสนใจของทุกคนในสถานที่แห่งนี้
นางคือสตรีวัยสามสิบเศษผู้มีรูปร่างโค้งเว้าเย้ายวนและใบหน้างดงามชวนหลงใหล หลังจากมาถึงแท่นพิธีกร นางก็แนะนำตัวเองด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมรอยยิ้มที่เป็นมิตรบนใบหน้า
หลังจากการกล่าวเปิดงานตามธรรมเนียม การประมูลก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
โดยธรรมชาติแล้ว สิ่งของที่ถูกนำขึ้นประมูลในช่วงแรกไม่ใช่สมบัติล้ำค่าและเป็นสิ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตจักรพรรดิต้องการเท่านั้น ในขณะที่แขกผู้มีเกียรติในห้องส่วนตัวและปรมาจารย์ขอบเขตสวรรค์เปิดในห้องโถงยังคงไม่ไหวติง เหล่าจักรพรรดิกลับเสนอราคาอย่างดุเดือดและทำให้ราคาทะยานสูงขึ้น
สินค้าทุกชิ้นล้วนผ่านการคัดสรรมาอย่างดี จึงไม่มีชิ้นใดเลยที่ไม่มีผู้ซื้อ
หยางไค่มองดูอย่างเยือกเย็นและตระหนักว่าความกังวลของไป๋ชีนั้นไม่จำเป็นเลย ผู้ที่ประมูลชนะไม่จำเป็นต้องชำระเงินทันที หลังจากชนะการประมูล สินค้าจะถูกนำออกไปและการชำระเงินจะเกิดขึ้นหลังจากสิ้นสุดการประมูลแล้วเท่านั้น
คนของโรงประมูลไม่ได้กังวลว่าจะมีใครกล้าเบี้ยวหนี้ ด้วยอำนาจและอิทธิพลของโรงประมูลของพวกเขา ใครกันจะกล้าทำเช่นนั้น?
[น่าสนใจ...] หยางไค่แสยะยิ้มในใจแล้วชำเลืองมองไปยังไป๋ชีซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของห้องโถง ไป๋ชีเข้าใจนัยของเขาทันที ประกายตาอำมหิตวาบผ่านนัยน์ตาของเขา ดูเหมือนว่าเขาพร้อมที่จะสร้างเรื่องแล้ว
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง สินค้า 8 ชิ้นได้ถูกขายออกไป และผู้ประกาศการประมูลก็มีท่าทีกระตือรือร้นมากขึ้นเรื่อยๆ “รายการต่อไปคือโอสถวิเศษที่ยอดฝีมือขอบเขตจักรพรรดิทุกท่านต่างใฝ่ฝันถึง...”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หยางไค่ก็เห็นหลัวไห่อยี้ยืดตัวตรง หากเขาเดาไม่ผิด โอสถวิเศษที่ผู้ประกาศการประมูลกล่าวถึงน่าจะเป็นโอสถต้าเต้า
ตามคาด สาวใช้สิบนางผู้มีความงามแตกต่างกันไปปรากฏตัวขึ้นจากหลังเวที แต่ละนางถือถาดซึ่งมีขวดยาหยกวางอยู่
ผู้ประกาศการประมูลกล่าวต่อไปด้วยรอยยิ้ม “โอสถต้าเต้าสามารถช่วยให้ผู้ฝึกยุทธ์เข้าใจในมหาเต๋าของตนเองและหลอมรวมผนึกเต๋าได้ ดังที่ทุกท่านทราบดีว่า มีเพียงการหลอมรวมผนึกเต๋าเท่านั้นที่ผู้ฝึกยุทธ์จะมีโอกาสก้าวขึ้นสู่ขอบเขตสวรรค์เปิด ข้าเชื่อว่าจักรพรรดิหลายท่านได้มารวมตัวกันที่นี่เพื่อโอสถต้าเต้าเหล่านี้ ดังนั้นข้าจะไม่พูดให้มากความ” จากนั้น นางก็ชี้ไปที่ขวดยาด้านหลัง “เรามีโอสถต้าเต้าสิบชุดที่นี่ โดยมีโอสถสองเม็ดในแต่ละชุด เราจะเริ่มการประมูลสำหรับชุดแรก ณ บัดนี้ ราคาเริ่มต้นสำหรับชุดต่อไปจะเป็นราคาเสนอสูงสุดอันดับสองของชุดก่อนหน้า เราจะเริ่มกันเลย ราคาเริ่มต้นคือ 5,000 โดยเพิ่มราคาประมูลขั้นต่ำครั้งละ 500!”
ทันทีที่นางพูดจบ หยางไค่ก็ได้ยินเสียงหลัวไห่อี้ตะโกนขึ้น “ห้าพัน!”
น่าเสียดายที่ผู้คนมากมายในห้องโถงต่างแย่งกันประมูลสินค้าชิ้นเดียวกัน ดังนั้นเสียงของนางจึงถูกกลืนหายไปในทันทีและไม่มีใครได้ยินเสียงของนางเลย
หยางไค่หันไปมองหลัวไห่อี้ ซึ่งดูเขินอายภายใต้สายตาของเขา
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.