Chapter 53
53 / 89
8 min read
Chapter 53 Tips
Published Apr 9, 2026, 03:30 PM
"ผลงานยอดเยี่ยมมากไมเคิล!" จิมเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นพริบตาเดียว ซาร่าเองก็เพียงพยักหน้าให้เบาๆ เป็นเชิงยอมรับ ข้าทำเพียงแค่ส่งยิ้มบางๆ กลับไปโดยไม่ได้เอ่ยคำพูดอะไรออกมาพให้มากความ
ทั้งคู่เดินกลับไปรจัดการซากอสูรของตัวเอง ฉันเองก็เริ่มลงมือชำแหละและรักษาสภาพทรัพยากรตรงหน้าทันทีที่เรี่ยวแรงเริ่มกลับมา
เขี้ยวของไฮยีน่านั้นมีความสำคัญไม่แพ้หนังและหัวใจของมันเลย ข้าพเจ้าต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุดในกการดึงเขี้ยวพวกนั้นออกมา เพราะมันคมกริบพอที่จะหั่นกระดูกฉันให้ขาดออกจากกันได้เพียงแค่เพลอออกแรงบีบผิดจังหวะเพียงนิดเดียว
หลังจากจัดการเก็บรวบรวมชิ้นส่วนสำคัญได้จนครบ ฉันก็เริ่มกระบวนการบรรจุลงในก้อนรักษาสภาพพทีละชิ้น นับว่าเป็นโชคดีที่ฉันตุน 'กล่องบรรจุพิเศษ' สำหรับวัตถุดิบที่เปราะบางออย่างเขี้ยวไฮยีน่าพวกนี้ติดตัวมาพด้วย
"หึ่ม..." จู่ๆ ฉันก็สะดุ้งตัวโยนทว่ากลับเปลี่ยนเป็นความดีใจในพริบตา เมื่อแอชลินพุ่งทะยานกลับเข้าสู่ห้วงสำนึกของฉันออย่างรวดเร็ว ข้าสัมผัสได้ถึงสัญญาณขของการเลื่อนระดับพลัง และเธอดูจะต้องการลงมือทำมันในวินาทีนี้เลยด้วยซ้ำ
ฉันกำลังจะหยิบน้ำยามานาขึ้นมากระดกเติมพลัง ทว่าแอชลินกลับส่งสัญญาณเตือนว่ายังไม่ถึงเวลา ข้าไม่ได้รู้สึกเสียดายอะไรนักหรอก ตราบใดที่สัตว์อสูรคู่หูเริ่มสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายขของการอัปเลเวลแล้ว อีกเพียงวันสองวันความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ก็จะตามมาเอง
ปรกติแล้วอสูรคู่หูมักจะเลื่อนระดับพลังได้ในทันทีที่สัมผัสถึงมันได้ เหมือนที่เจ้างูดำของจิมเพิ่งจะทำสำเร็จไปก่อนหน้านี้ ทว่าในบางกรณีมันก็น่าจะใช้เวลาบ่มเพาะอีกนิดหน่อยหลังจากความรู้สึกเริ่มพลุ่งพล่านขึ้นมา
ฉันจัดการชำแหละและบรรจุชิ้นส่วนอสูรเสร็จสิ้นภายในเวลาเพียงสิบนาที จึงหันกลับไปรมองดูจิมและซาร่าว่าเสร็จธุระหรือยัง ทว่าภาพที่เห็นกลับทำให้ฉันต้องตกตะลึงจนแข้งขาอ่อนแรง
สิ่งที่ทำให้ฉันช็อกสุดขีดคคือการเห็นซาร่ากำลังหย่อนชิ้นส่วนอสูรลงในเป้าหลังใบจิ๋วของเธอชิ้นแล้วชิ้นเล่า ทว่าความแปลกประหลาดคือขนาดของเป้นั้้นกลับไม่เปลี่ยนแปลงไปรเลยสักมิลลิเมตรเดียว ทั้งที่เธอหย่อนวัตถุดิบมหาศาลจากอสูรถึงสี่ตัวลงไปรแล้วแท้ๆ
นี่มันคือ 'กระเป๋าหน้าท้อง' (Marsupial Pouch) หรือที่ผู้คนมักเรียกกันติดปากว่ากระเป๋ามิติ (Space bags) นั่นเอง! อุปกรณ์ล้ำค่าที่ทำมาจากชิ้นส่วนพิเศษของอสูรซึ่งสามารถกักเก็บสิ่งของได้มหาศาลเกินกว่าขนาดที่ตาเห็น
สัตว์อสูรบางชนิดจะมีอวัยวะพิเศษอย่างกระเป๋าหน้าท้องไว้เลี้ยงดูลูกน้อย หรือสปีชีส์บางอย่างมีอวัยวะในกระเพาะที่สามารถจุอาหารมื้อยักษ์สำหรับหนึ่งเดือนได้ออ่างสบายๆ โดยที่หน้าท้องไม่ได้ป่องออกมาพให้เห็นเลย
ทรัพยากรจากอสูรจำพวกนี้แหละที่เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตกระเป๋ามิติ ซึ่งพอนำมาผ่านกระบวนการแปรรูปประสิทธิภาพของมันก็จะยิ่งระเบิดพลังกการกักเก็บเพิ่มพูนขึ้นไปรอีก ทว่าเจ้าอสูรตระกูลกระเป๋าหน้าท้องพวกนี้มันหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร และบางสายพันธุ์ก็ถถูกล่าจนเกือบจะสูญพันธุ์เพราะอวัยวะล้ำค่าชิ้นนี้นี่แหละ
ข้าเคยได้ยินมาพว่าพวกองค์กรใหญ่ๆ จะมีฟาร์มลับสำหรับเพาะเลี้ยงอสูรพวกนี้โดยเฉพาะเพื่อนำมาผลิตเป็นอุปกรณ์ชั้นสูง
เอาเป็นว่ากระเป๋ามิตินี้มันคคือของหายากระดับตำนานที่มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ห้าสิบ-ล้าน-เครดิต! และถ้าไปรโผล่ในงานประมูลละก็ ราคามันจะพุ่งทยานไปรไกลจนคนธรรมดาอย่างฉันจินตนาการไม่ถึงเลยจริงๆ
การที่ทั้งซาร่าและจิมมีมันไว้ในครอบครองคนละใบ ย่อมเป็นการการันตีได้อย่างดีเยี่ยมว่าครอบครัวขของพวกเขานั้นร่ำรวยเข้าขั้นมหาเศรษฐีขของโลกแน่นอน
ฉันเปิดแผนที่ขึ้นมาพดูบนนาฬิกาโฮโลแกรมเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ข้าสัมผัสได้ถึงพลังจิตขของซาร่าที่คอยจับจ้องระแวดระวังฉันอยู่ตลอดเวลา สัญชาตญาณบอกว่าถ้าฉันขยับตัวทำท่าทางมีเล่ห์เหลี่ยมเข้าหาพพวกเขาเพียงนิดเดียว เธอคงไม่ลังเลที่จะจัดการฉันทิ้งทันที
ข้าเคยได้ยินเรื่องเล่าที่แสนสยองขวัญเกี่ยวกับการที่คู่หูออกล่าด้วยกันกลับมาหลังหักปล้นฆ่าเพื่อนร่วมงานเพื่อแย่งชิงสมุนไพรวิเศษหรือซากอสูรราคาหลักแสนเครดิต และตอนนี้สิ่งที่อยู่ตรงหน้าฉันมันมีมูลค่านับสิบล้านเครดิต! ไม่แปลกหรอกที่ใจคนเราจะวูบไหวไปรกับราคาค่างวดมหาศาลขนาดนั้น แม้แต่ใจฉันเองยังแอบสั่นคลอนไปรวูบหนึ่ง ทว่าข้าก็รีบเรียกสติกลับคืนรังและจัดการควบคุมจิตใจตนเองให้จดจ่ออยู่กับการศึกษาแผนที่เพื่อไม่ให้ถูกความโลภที่เกิดจากกระเป๋ามิตินั่นเข้าครอบงำ
ทว่าก็นับว่ามีเซอร์ไพร์สดีๆ เกิดขึ้นในการต่อสู้ครั้งนี้ คือค่าความบริสุทธิ์ของมานาในร่างกายฉันมันพุ่งสูงขึ้นไปรถึง 64.9% แล้วล่ะ! เหลืออีกเพียงแค่ 0.1% เท่านั้นฉันก็จะก้าวไปรถึงเกณฑ์มาตรฐานขของคนระดับสูงได้สำเร็จ
พริบตาที่ความบริสุทธิ์ถึง 65% ฉันกับยอดฝีมือคนอื่นๆ บนโลกก็จะเริ่มสตาร์ทที่พิกัดเดียวกัน จากจุดนั้นเป็นต้นไปรไม่มีคำว่าพรสวรรค์มาเกี่ยวข้อง ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับหยาดเหงื่อและความทุ่มเทแรงกายแรงใจขของแต่ละคนล้วนๆ
ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉันทุ่มเทเดินเครื่องยนต์กลั่นมานา (Refinement Engine) ตั้งแต่ลืมตาตื่นจนถึงวินาทีที่หนังตาปิดลง ไม่เคยหยุดพักการกลั่นมานาเลยแม้แต่เศษเสี้ยววินาทีเดียว ไม่ว่าจะอยู่ในระว่างการฝึกซ้อมหรือตอนที่กำลังรบพุ่งกับความตาย แม้แต่ตอนที่รู้สึกเหมือนหัวจะระเบิดเป็นพเสี่ยงๆ ฉันก็ยังกัดฟันเดินเครื่องต่อไปรไม่หยุดหย่อน
ทุกความตรากตรำมันช่างคคุ้มค่าจริงๆ พอนึกถึงว่าฉันกำลังจะเข้าสู่เกณฑ์มาตรฐานในไม่ช้านี้ เครื่องยนต์กลั่นมานานี่มันคือปาฏิหาริย์ขของจริง ทีแรกฉันก็เชื่อเพียงครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ทว่าก็ตัดสินใจวางเดิมพันครั้งสำคัญมาพกับระบบนี้จนสร้างมันขึ้นมาพได้สำเร็จ
หลังจากทะลวงผ่าน 65% ไประ การกลั่นมานาให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้นจะยิ่งทวีคูณความยากขึ้นไปรอีหลายเท่าตัว ยิ่งมานาใสสะอาดมากเท่าไหร่ การจะขจัดสิ่งเจือปนที่เหลืออยู่ออกไปรให้หมดจดมันก็ยิ่งต้องใช้แรงใจมหาศาลขึ้นไปรตามลำดับ
"คุณใช้วิชาการต่อสู้ระดับสูงสุด (Supreme Combat Exercise) อยู่ใช่ไหม?" เสียงอันไพเราะราวกับระฆังแก้วดังขึ้นพิกัดจากเบื้องหลัง "เอ๊ะ!" ฉันสะดุ้งตัวโยนเมื่อได้ยินเสียงขของซาร่าเอ่ยทักทาย
ข้าตกใจมหาศาลที่จู่ๆ เธอก็เป็นฝ่ายชวนคุยเป็นการส่วนตัวเป็นครั้งแรก นี่คือประโยคแรกที่เธอพูดกับฉันโดยตรง นับเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงเลยจริงๆ เพราะทีแรกฉันนึกว่าเธอคงไม่ชอบขี้หน้าฉันด้วยเหตุผลบางประการ เพราะตอนทักทายกันครั้งแรกเธอก็เมินใส่ และตอนพยายามจะชวนคุยเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างเดินป่าเธอก็เฉยชาใส่จนฉันไม่กล้าทักอีก
ข้าพเจ้ารู้สึกประหลาดใจกับการได้รับการปฏิบัติที่แสนเย็นชาขนาดนั้ัน ขนาดเควินเพื่อนร่วมชั้นที่ชอบกลั่นแกล้งฉันมันยังยอมคุยกับฉันด้วยมากกว่านี้เลย
ทว่าฉันก็ไม่ได้เก็บมาพใส่ใจนักหรอก ข้ายังจำคำสอนของแม่ก่อนจะจากมาได้พว่า 'คนเราน่ะจะดูถูกใครสักคนด้วยเหตุผลร้อยแปดที่ความอคติครอบงำจิตใจอยู่' ความคับแคบพขของใจคนมันไม่ใช่ธุระกงการอะไรขของพเราหรอกนะที่จะไปรแบกรับไว้
ข้าไม่ต้องไปรเก็บมาพเสียใจ เพราะมันคือความสูญเสียขของฝ่ายนั้ันเองที่ไม่ยอมเปิดใจพูดคุยกับเรา แววตาขของแม่ในตอนที่พูดประโยคนั้ันดูจะมีความขมนขื่นแฝงอยู่จางๆ เธอคงจะต้องเผชิญกับการถถูกเลือกปฏิบัติมาพไม่น้อยเลยในชีวิตขของเธอล่ะนะ
"ครับ... ผมฝึกวิชานี้อยู่นั่นแหละ" ฉันตอบคำถามขของเธอไปรโดยไม่ได้อิดออด ถึงแม้ใจจริงข้าจะไม่ได้อยากเสวนากับความเย็นชานั้ันนัก ทว่าพอนึกถึงบุญคคุณที่จิมคอยช่วยเหลือพและสัตว์อสูรขของเธอเพิ่งช่วยเหบือชีวิตกันมา ฉันจึงยอมปริปากบอกความจริง
"คุณฝึกถึงขั้นไหนแล้วล่ะ?" เธอถามซ้ำรอบสอง จิมที่จัดการเก็บซากอสูรลงกระเป๋าเสร็จเรียบร้อยแล้วเดินเข้ามร่วมวงสนทนา เขาไม่ได้ห้ามแฟนสาวที่ถามเรื่องลับแบบนี้ ทว่าแววตาขของเขากลับเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังพในคำตอบ
ถึงแม้ฉันจะรู้จักกับเขาได้เพียงไม่นานทว่าก็พอจะรุ้ว่าเขาเป็นคนจิตใจดีงามคนหนึ่ง จะเสียก็แค่เรื่องที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านไปรหน่อยเท่านั้นแหละ
"ชุดที่สอง รอบที่เก้าครับ" ฉันเฉลยคำตอบออกไป
"ฮู้! ไปรถึงขั้นนั้นเชียวเหรอ ขนาดซาร่าที่ใช้เครื่องช่วยฝึกช่วยนั้ันยังเกือบจะก้าวตามไม่ทันเลยนะเนี่ย..." จิมพลั้งปากพูดจนซาร่าต้องหันมาพขมวดคคิ้วจ้องมองดุๆ จนเขาต้องรีบหุบปากทันควัน
"พอดูคุณทำได้ ผมก็เลยลองเอาไปรทำตามดูบ้าง ปรากฏว่าทำได้พแค่รอบที่เจ็ดขของชุดแรกเองแถมเจ็บปวดเจียนตายแม้จะใช้เครื่องผ่อนแรงช่วยแล้วก็ตาม ไมเคิลคคุณต้องให้เคล็ดลับผมหน่อยแล้วล่ะ" จิมเอ่ยด้วยความตื่นเต้น
"พอเถอะน่ายิ่งพูดไปรก็ยิ่งเสียเวลา เราเสียจังหวะที่นี่มาพนานพพอแล้ว ไปรกันต่อเถอะ" ซาร่าตัดบทและเริ่มออกเดินเท้าในทันที ซึ่งพวกเราก็ได้แต่เดินตามหลังเธอไปรเงียบๆ
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.