ตอนที่ 291
230 / 636
อ่าน 8 นาที
Chapter 291: Ava~
เผยแพร่เมื่อ 14 มี.ค. 2569 05:20
Chapter 291: Ava~
เอวายังคงไม่ขยับไปทางประตู เธอค่อยๆ หันกลับมาจากหน้าต่าง แสงไฟจากตัวเมืองสะท้อนในดวงตาสีเข้มของเธอราวกับเศษกระจกแตก ความสง่างามแบบนักล่าในการเคลื่อนไหวของเธอเปลี่ยนไป ตอนนี้เธอกลายเป็นพรานสาวที่กำลังดมกลิ่นบางอย่างที่ไม่คาดคิด บางอย่างที่มีแรงดึงดูดมหาศาล
“คุณพูดได้ดีนี่ อีรอส” เธอกล่าว เสียงต่ำของเธอฟังดูเหมือนกำมะหยี่หยาบที่กรีดผ่านเหล็กกล้า “แจกเงินเป็นพันล้านเหมือนเป็นแค่เศษเหรียญ เล่นบทเป็นนักบุญงั้นเหรอ” เธอขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว แล้วอีกก้าว—ลดระยะห่างระหว่างเราจนกลิ่นกายของเธอ (กลิ่นน้ำมันปืน กาแฟ และบางอย่างที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้หญิงอันตราย) เข้ามาแทนที่อากาศรอบตัวผม “แต่ฉันมองเห็นรอยโหว่ในเรื่องเล่าของคุณนะ”
มือของเธอพุ่งออกมา—ไม่ได้รวดเร็ว แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจ ปลายนิ้วสัมผัสที่ปกเสื้อสูทของผม ไล้ไปตามแนวกล้ามเนื้อด้านล่าง สัมผัสของเธอร้อนผ่าวทะลุผ่านเนื้อผ้า “สองพันล้านเพื่อแลกกับของชำรุดเนี่ยนะ? เลิกตลกเถอะ คุณไม่ใช่ผู้ใจบุญหรอก คุณน่ะมันก็แค่สัตว์ร้ายที่แกล้งตาย”
มืออีกข้างของเธอเลื่อนขึ้น นิ้วหัวแม่มือจ่ออยู่เหนือแนวขากรรไกรของผมเล็กน้อย อากาศรอบตัวปะทุเปรี๊ยะ “ฉันอยากรู้ว่าจริงๆ แล้วคุณเป็นอะไรกันแน่” เธอโน้มตัวเข้ามา ริมฝีปากอยู่ห่างจากใบหูผมเพียงลมหายใจ “และฉันมักจะหาคำตอบได้เสมอ ฉันบอกคุณแล้วไง ว่าฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าในกางเกงตัวนั้นมันมีอะไร”
สายตาของเธอเลื่อนลงมาที่ปากของผม แล้วมองกลับขึ้นไป—กล้าหาญ ท้าทาย และเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่ปิดไม่มิด “แสดงให้ฉันเห็นสิ อีรอส แสดงให้เห็นว่าคุณซ่อนอะไรไว้หลังบทบาทคนดีนั่น” ลิ้นของเธอไล้เลียริมฝีปากล่างช้าๆ อย่างตั้งใจ “หรือว่าคุณต้องการให้ฉันเป็นคนบังคับ?”
คำท้าทายแขวนค้างอยู่ระหว่างเรา—คมกริบ เร่าร้อน เป็นคำท้าที่ห่อหุ้มด้วยแพรไหมและเหล็กกล้า นักล่าได้เปิดเกมของเธอแล้ว และเธอก็ไม่ได้กำลังพูดเรื่องธุรกิจอีกต่อไป
ประสาทสัมผัสของผมรับรู้ทุกอย่าง—อัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วขึ้น รูม่านตาที่ขยายเล็กน้อย และฟีโรโมนที่ผสมปนเปไปกับกลิ่นน้ำมันปืน เธอถูกฝึกมาให้ต้านทานต่อตัวตนของผม แต่การต้านทานกับการมีภูมิคุ้มกันนั้นเป็นคนละเรื่องกันเลย
อากาศระหว่างเราหนักอึ้งไปด้วยความตึงเครียดที่ไม่ได้พูดออกมา เอวายืนตัวตรงราวกับใบมีด—ไหล่ผึ่ง ผายหลังเหยียดตรง กล้ามเนื้อทุกส่วนเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้หรือการควบคุม แต่ดวงตาของเธอ... ดวงตาของเธอทรยศเธอ มันวูบไหวด้วยความอยากรู้อยากเห็น ด้วยคำท้าทาย และด้วยความหิวโหยที่คมชัดจนแทบจะกรีดผ่านอากาศระหว่างเราไปได้
ผมไม่ได้ขยับไปสัมผัสเธอ ยังไม่ใช่ตอนนี้
ผมไม่ได้พูดเพื่อข่มขวัญ ยังไม่ใช่ตอนนี้
ผมเพียงแค่ขยับเข้าไปใกล้ ก้าวหนึ่งที่ช้าและตั้งใจ แล้วตามด้วยอีกก้าว ปล่อยให้เธอรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศ—น้ำหนักของความสนใจที่ผมมอบให้โอบล้อมรอบตัวเธอ และกระแสไฟฟ้าจากสายตาที่ตรึงเธอไว้กับที่ ชีพจรของเธอเต้นตุบอยู่ที่ฐานลำคอ ผมเฝ้ามองมัน จดจำจังหวะนั้นไว้
ลมหายใจของเธอสะดุด—เพียงเล็กน้อย นั่นคือรอยร้าวแรกในเกราะป้องกันของเธอ
“มือของคุณ” ผมกระซิบ เสียงต่ำและนุ่มลึก—ราวกับกรวดทรายบนผืนผ้าไหม “ขอผมดูหน่อย”
เอวี่หรี่ตาลง ความสงสัยเข้าต่อสู้กับความสนใจ “ทำไม?”
“เพราะทุกรอยแผลเป็น ทุกรอยด้าน และทุกเส้นสายบนนั้น ต่างก็บอกเล่าเรื่องราวที่ผมอยากจะอ่าน” ผมจ้องสบตาเธอ ไม่กะพริบ “ผมจะไม่เอาอะไรที่คุณไม่ได้หยิบยื่นให้”
เธอลังเล—ประสบการณ์ชีวิตที่ถูกฝึกมานับปีร้องเตือนให้เธอก้าวถอยหลัง แต่ปลายนิ้วของเธอกลับค่อยๆ คลายออกจากข้างลำตัว เธอยื่นมือทั้งสองข้างออกมา—หงายฝ่ามือ—ดูไม่เต็มใจแต่ก็ยอมจำนน มันเป็นมือที่งดงาม แข็งแกร่ง และเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น มือของผู้หญิงที่เคยต่อสู้ เคยหลั่งเลือด และเคยรอดชีวิต มือของนักล่า
ผมไม่ได้คว้ามันไว้ แต่สอดมือเข้าไปใต้ฝ่ามือของเธอ ยกขึ้นจนฝ่ามือของเราแนบสนิทกัน นิ้วหัวแม่มือของผมลูบไล้ผิวบอบบางบริเวณข้อมือของเธอ ไล้ผ่านรอยแผลเป็นจางๆ ที่นั่น ลมหายใจของเธอสะดุดอีกครั้ง คราวนี้คมชัดกว่าเดิม
“คุณกำลังขัดขืน” ผมพึมพำ นิ้วหัวแม่มือค่อยๆ วนเวียนอยู่บนจุดชีพจร “นั่นคือสัญชาตญาณ” สายตาของผมเลื่อนขึ้นสบตาเธอ เข้มข้นแต่แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน “ผมชื่นชมมันนะ”
ลำคอของเธอขยับ เธอลอบกลืนน้ำลาย “นี่มันคือความผิดพลาด”
“งั้นเหรอ?” ผมก้มศีรษะลง กดริมฝีปากไปบนด้านในข้อมือของเธอ ไม่ใช่การจูบ—เป็นเพียงการทาบทับ ปล่อยให้เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นของลมหายใจที่กระทบผิวหนัง ชีพจรของเธอเต้นกระตุกใต้ริมฝีปากผม เธอพ่นลมหายใจออกมาอย่างสั่นสะท้าน
มือของผมเลื่อนจากใต้ฝ่ามือเธอ ไปลูบไล้แนวกล้ามเนื้ออันทรงพลังที่แขนท่อนล่าง ขึ้นไปจนถึงกล้ามเนื้อไบเซปส์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อยุทธวิธี ปลายนิ้วร่ายรำไปตามหัวไหล่ สัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่ขดตัวอยู่ภายใต้โครงร่างของเธอ เธอตัวสั่น เธอพยายามระงับมัน—ไหล่ของเธอเกร็งขึ้นทันที—แต่ผมสัมผัสได้
“คุณมักจะเตรียมพร้อมรับแรงปะทะอยู่เสมอ” ผมพึมพำ เสียงของผมสั่นสะเทือนไปตามผิวหนังของเธอขณะที่ผมจูบไล่ขึ้นไปตามแนวแขนด้านใน “เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้อยู่ตลอดเวลา”
มือของผมเลื่อนไปที่แผ่นหลัง ไล้ไปตามแนวสันหลังผ่านเนื้อผ้า เชื่องช้า และเต็มไปด้วยความเลื่อมใส จดจำโครงสร้างของความแข็งแกร่งในตัวเธอ ริมฝีปากของผมแตะสัมผัสที่ส่วนโค้งของหัวไหล่ เธอสั่นสะท้าน อีกครั้ง
“หยุด” เธอสั่งเสียงกระซิบ แต่คำพูดนั้นขาดความหนักแน่น
ผมไม่สนใจเธอ “คุณอยากให้มีคนมองเห็นตัวตนของคุณ” มือของผมเลื่อนไปที่สะโพก บีบมันไว้อย่างมั่นคง—ไม่ใช่การทำร้าย แต่เป็นการครอบครอง “ไม่ใช่การถูกพิชิต แต่คือการถูกมองเห็น”
ศีรษะของเธอเอียงไปด้านข้าง เผยให้เห็นลำคอมากขึ้น เป็นการเชื้อเชิญ... เป็นการยอมจำนน
ริมฝีปากของผมพบจุดชีพจรที่นั่นอีกครั้ง คลอเคลีย ลิ้มรสความเค็มและกลิ่นจางๆ ของดินปืนและผิวหนัง “ให้ผมได้บูชาสิ่งที่เธอกำลังซ่อนอยู่เถอะนะ เอวา”
เธอไม่ปฏิเสธ เพราะถึงที่สุดแล้ว สำหรับเธอ นี่เป็นเพียงช่วงเวลาชั่วคราวกับผู้ชายที่หล่อเหลาที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอ และมันก็จะผ่านไป ดังนั้นเธอจึงยอมลดเกราะป้องกันลงสักครั้ง ทว่าต่างจากเธอ ผมไม่มีทางปล่อยเธอไปหลังจากวันนี้แน่
ปลายนิ้วที่เคยเกร็งเมื่อครู่ ตอนนี้ผ่อนคลายลงบนอกของผม ร่างกายที่เคยเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ ตอนนี้กลับโน้มเข้าหาผม หลอมละลายไปกับความอบอุ่นจากสัมผัสของผม ลมหายใจของเธอถี่เร็วขึ้น—ไม่สม่ำเสมอ และติดขัด
มือของผมสำรวจช่วงเอว ไล้ไปตามส่วนโค้งของสะโพก ความแข็งแกร่งในต้นขาของเธอปรากฏให้เห็นชัดเจนแม้จะอยู่ภายใต้กางเกงยุทธวิธี ริมฝีปากของผมติดตามไป—จูบเบาๆ อย่างเชื่องช้าไปตามไหปลาร้า ไล่ลงมาจนถึงกลางหน้าอก ผมซุกไซ้ใบหน้าลงบนเนื้อผ้าที่ตึงเปรี๊ยะบริเวณหน้าท้อง สูดดมกลิ่นกายของเธอ—กลิ่นเหงื่อ กลิ่นดินปืน กลิ่นของเธอเอง
“อีรอส...” เธอพึมพำ ไม่ใช่เสียงคราง ยังไม่ใช่ตอนนี้ มันเป็นเพียงชื่อ... เป็นคำอธิษฐาน... เป็นคำอ้อนวอน
ผมยิ้มแนบไปกับผิวหนังของเธอ เธอรับรู้ได้ถึงมัน
มือของผมเลื่อนขึ้นไปที่แผ่นหลัง นิ้วสอดประสานเข้ากับเส้นผมของเธอ ไม่ได้ดึงรั้ง เพียงแค่ประคองไว้ ประคองให้เธอมั่นคงในขณะที่ผมจูบลงไปที่หลุมลำคอ สัมผัสได้ถึงชีพจรที่เต้นระรัวอย่างบ้าคลั่งใต้ริมฝีปาก สะโพกของเธอขยับเข้าหาโดยสัญชาตญาณ... ไขว่คว้า
“อีกครั้ง” ผมกระซิบแนบผิวของเธอ
คราวนี้ มือของเธอเลื่อนขึ้นมาที่แผ่นหลังของผม กำเสื้อของผมแน่น ดึงผมเข้าไปใกล้กว่าเดิม “ได้โปรด...”
“ได้โปรดอะไร?”
“อย่าหยุด”
เป็นการยอมจำนนอย่างเงียบเชียบ กำแพงที่พังทลายลง
ผมยังคงทำต่อไป ทุกสัมผัสเชื่องช้าและตั้งใจ เต็มไปด้วยความเลื่อมใส ริมฝีปากของผมไม่เคยห่างจากผิวของเธอ มือของผมไม่เคยรีบร้อน ผมสำรวจเส้นทางแห่งความแข็งแกร่ง ส่วนเว้าของเอว ความนูนของสะโพก และความร้อนที่แผ่ออกมาผ่านกางเกงยุทธวิธี ผมสัมผัสเธอผ่านเนื้อผ้า ปล่อยให้เธอได้รับรู้ถึงความภักดี ความเคารพ และความหิวโหยโดยไม่ชิงสิ่งที่เธอไม่ได้มอบให้โดยสมัครใจ
และเมื่อเธอกรีดร้องสั่นสะท้าน เมื่อเสียงครางแผ่วเบาที่แตกพร่าหลุดออกมาจากริมฝีปาก—ไม่ใช่ด้วยความใคร่ แต่ด้วยการยอมจำนน—ผมก็รู้ทันที
เธอพร้อมแล้ว
“ตอนนี้” ผมกระซิบ ริมฝีปากแตะเบาๆ ที่ใบหู “อ้อนวอนสิ”
เอวาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง มือของเธอขยุ้มเสื้อผมแน่น “ได้โปรด...” เธอพึมพำ เสียงแหบพร่า “ได้โปรด... แสดงให้ฉันเห็น...”
และในที่สุด—มันไม่ใช่แค่การอ้อนวอน
มันคือความหิวโหย
และผมก็มอบมันให้เธอ—โดยปราศจากการบังคับ ปราศจากความรุนแรง—เป็นเพียงการค่อยๆ เผยร่างของผู้หญิงที่ไม่เคยยอมสยบให้ใครจนถึงตอนนี้
จนกระทั่งมาเจอกับผม
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.