ตอนที่ 221
221 / 3170
อ่าน 8 นาที
Chapter 221 - Slaughtering the Dark Beasts
เผยแพร่เมื่อ 5 พ.ค. 2569 03:27
ตอนที่ 221 - สังหารอสูรทมิฬ
ครืน~~
เสียงอสนีบาตฟาดกระหน่ำรุนแรงระเบิดขึ้นภายในโรงงาน เสียงแผดจ้าเสียดแท้วแก้วหูจนทำให้คนรอบข้างต้องยกมือขึ้นอุดหูโดยไม่รู้ตัว
จางลู่ลู่ที่ยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ด้านนอก ใบหน้าของเธอซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นแสงสายฟ้าแลบแปลบปลาบอยู่ภายในโรงงาน!
แสงจากสายฟ้าส่องให้เห็นพื้นที่โดยรอบ พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังออกมาจากข้างใน ท่ามกลางแสงวูบวาบนั้น ปรากฏเงาร่างประหลาดที่น่าเกลียดน่าขยะแขยงหลายร่าง และดูเหมือนว่าพวกมันจะมีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว
“เจาถิง...” จางลู่ลู่ทำอะไรไม่ถูก
เธอเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะตัดสินใจพุ่งเข้าไปในโรงงาน เธอจะปล่อยให้สวี่เจาถิงเผชิญหน้ากับคนประหลาดและสิ่งมีชีวิตที่น่าหวาดกลัวพวกนี้ตามลำพังไม่ได้!
จางลู่ลู่วิ่งมาถึงทางเข้าโรงงาน และได้เห็นร่างสี่ร่างที่มีแขนขาบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติกำลังค่อยๆ คลานมาตามพื้น ใบหน้าของพวกมันดูเหมือนลิงปีศาจที่น่าสยดสยอง ผิวหนังเป็นสีดำสนิท...
เมื่อเธอมองลึกเข้าไปในโรงงาน ก็เห็นชายสวมผ้าคลุมสีเทาคนหนึ่งกำลังจ้องมองสวี่เจาถิงด้วยแววตาเย็นชา เขาเหยียบลงบนใบหน้าของสวี่เจาถิงที่บัดนี้อาบไปด้วยเลือด พร้อมกับสบถออกมาอย่างเกรี้ยวกราด “ไอ้สวะ แกรู้ไหมว่าแกทำให้แผนการของเราพังพินาศ!”
“ท่านดีคอนบอกให้พวกเราพาร่างเป้าหมายออกไปทันที เพื่อไม่ให้ความแตก” ฮุ่ยซื่อกล่าวอย่างเร่งรีบ
“ฉันจะพาไอ้เด็กนี่ไปเอง พวกแกจัดการนังนั่นซะ! รีบทำความสะอาดพื้นที่ อย่าให้เหลือร่องรอย!” ฮุ่ยอีสั่ง
เดิมทีพวกเขาตั้งใจจะมาซุ่มล้อมเป้าหมายในสถานที่แห่งนี้ แต่สุดท้ายกลับมาเจอไอ้เด็กไม่เจียมตัวที่เข้ามาขัดขวางแผนการลอบโจมตีจนพังหมด
เมื่อคำนวณเวลาดูแล้ว เป้าหมายที่แท้จริงน่าจะมาถึงที่นี่ในไม่ช้า พวกเขาจะให้เป้าหมายรู้ไม่ได้ว่ากำลังมีการวางแผนเล่นงานเขาอยู่!
ฮุ่ยอีผิวปากสั่งการให้อสูรทมิฬลากร่างที่บาดเจ็บของสวี่เจาถิงออกไป ส่วนที่เหลืออีกสี่คนพุ่งเป้าไปที่จางลู่ลู่ซึ่งรนหาที่ตายพุ่งเข้ามาพอดี
คนทั้งสี่อาจจะดูไม่น่ากลัวที่สุด แต่สิ่งที่น่าสยดสยองจริงๆ ก็คือเหล่าอสูรทมิฬ จางลู่ลู่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะมีสิ่งมีชีวิตปีศาจมากมายขนาดนี้อยู่ในโรงงาน เธอเริ่มรู้สึกเสียใจที่วู่วามพุ่งเข้ามา
“กูกูกูกูกู~~”
อสูรทมิฬจ้องมองเธอเหมือนหมาป่าหิวโหยที่เห็นเนื้อสด พวกมันต่างแก่งแย่งกันพุ่งเข้าใส่จางลู่ลู่
จางลู่ลู่รีบควบคุมดวงดาราธาตุน้ำของเธอ เปลี่ยนหยดน้ำรอบกายให้กลายเป็น ‘ม่านวารี’
ม่านวารีช่วยป้องกันการโจมตีที่ถึงแก่ชีวิตได้บางส่วน แต่มันไม่อาจต้านทานกรงเล็บของฝูงอสูรทมิฬได้ทั้งหมด ไม่นานม่านวารีก็ถูกเจาะทะลุ กรงเล็บของพวกมันตวัดผ่านหน้าอกของเธอ เลือดสายยาวสาดกระเซ็นไปติดหน้าต่างสนิมเขรอะทั้งสองบานข้างๆ
“อยากจะพานังเด็กนี่ไปหาความสำราญหน่อยไหม?” ฮุ่ยซันเห็นจางลู่ลู่ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แววตาของเขาก็ฉายแววหื่นกระหาย
“ครั้งนี้ถือว่าพวกเราทำงานพลาด ถ้ายังชักช้าอยู่อีก พวกเราจะถูกท่านดีคอนลงโทษเอาได้” ฮุ่ยเอ้อกล่าวเสียงเย็น
เมื่อฮุ่ยซันนึกถึงใบหน้าของคนที่สวมหน้ากากครึ่งซีก ความคิดอกุศลในหัวก็มลายหายไปทันที
“รีบฆ่านังนี่ให้จบๆ ไปดีกว่า แล้วค่อยจัดการทำลายหลักฐาน”
---
“ช่วย... ช่วยฉันด้วย...”
บาดแผลปรากฏขึ้นที่ต้นขาของจางลู่ลู่ มันลึกจนมองเห็นกระดูก เธอรวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อคลานออกไปข้างนอก
เธอเติบโตมาในโรงเรียนมาโดยตลอด ไม่เคยเจอกับคนที่โหดเหี้ยมขนาดนี้มาก่อน พวกเขาไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความเป็นมนุษย์ เพียงแค่คำสั่งเดียว พวกมันก็พร้อมจะฉีกร่างเธอเป็นชิ้นๆ
แม้จางลู่ลู่จะเป็นจอมเวทระดับกลาง แต่เธอก็ไม่สามารถร่ายเวทมนตร์ได้ในขณะที่ถูกอสูรทมิฬรุมล้อมโจมตีจากทุกทิศทาง
เธอไม่มีอุปกรณ์ป้องกันดีๆ เลย หากเธอมีโล่เวทมนตร์ชั้นยอด หรือเวทมนตร์ระดับกลางอย่าง ‘คลื่นคลั่ง’ เธออาจจะมีชีวิตรอดไปได้ แต่น่าเสียดายที่ในตอนนี้เธอไม่สามารถต่อวงจรดวงดาราธาตุน้ำที่ซับซ้อนนั้นได้สำเร็จ
บาดแผลยาวเหยียดเลือดไหลนอง ฝูงอสูรทมิฬกำลังล้อมรอบจางลู่ลู่ พวกมันดูเหมือนจะสนุกกับการได้ค่อยๆ ทรมานสิ่งมีชีวิตให้ตายอย่างช้าๆ
“รีบฆ่ามันซะ ถ้ามัวแต่ลีลา ฉันจะจับพวกแกไปเป็นอาหารให้ปีศาจระดับสูง!” ฮุ่ยเอ้อสั่งการอสูรทมิฬอย่างเกรี้ยวกราด
พวกอสูรทมิฬหวาดกลัวจนตัวสั่น ในที่สุดพวกมันก็หยุดการทรมานและเตรียมจะปลิดชีพชีวิตที่น่าเวทนานี้
“โฮก~~~!!!”
ทันใดนั้น ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามค่ำคืน เสียงหอนของหมาป่าก็ดังกึกก้อง
ในขณะที่เสียงยังคงกังวานอยู่ พายุฝุ่นเริ่มก่อตัวขึ้นจากที่ไกลๆ ฝุ่นตลบอบอวลพุ่งเข้าปกคลุมพื้นที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว
‘ทรายปลิวหินบิน’ เม็ดทรายละเอียดพุ่งเข้าใส่ร่างของอสูรทมิฬราวกับกระสุนปืน อสูรทมิฬที่ขี้ขลาดตัวอื่นๆ เริ่มกระโดดหลบไปด้านข้างเพื่อหลบหลีกคมทรายเหล่านั้น
ท่ามกลางความมืดมัว ปรากฏร่างกำยำพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ
มันมีขนาดใหญ่กว่าอสูรทมิฬถึงสามสี่เท่า หมาป่ายักษ์งับร่างของอสูรทมิฬตัวหนึ่งที่พยายามจะหนีจากพายุฝุ่น
“แก๊ก!!!”
เมื่อหมาป่างับลงไป เสียงกระดูกหักก็ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของอสูรทมิฬก่อนที่ร่างของมันจะถูกกัดขาดเป็นสองท่อน!
ท่อนบนของอสูรทมิฬร่วงลงพื้น มันยังไม่ตายในทันที และพยายามใช้กรงเล็บตะเกียกตะกายไปตามพื้นเพื่อหนีจากสิ่งมีชีวิตที่น่าหวาดกลัวตัวนี้
หมาป่าอัญเชิญยกเท้าหน้าขึ้น แล้วเหยียบลงบนหัวของอสูรทมิฬจนแตกกระจายราวกับลูกแตงโม สมองและของเหลวสีดำสาดกระเซ็นไปทั่วพื้น
อสูรทมิฬที่หนีไม่พ้นตายคาที่ทันที!
เมื่อครู่มันยังสนุกกับการทรมานชีวิตอื่นอยู่เลย แต่ครั้งนี้มันกลับต้องเผชิญกับกระบวนการถูกสังหารอย่างไร้ปรานีเสียเอง
จางลู่ลู่ที่นอนอยู่บนพื้นเงยหน้าอันซีดเซียวขึ้นมา เลือดของเธอยังคงสูบฉีดออกมาไม่หยุด เธอมองดูสิ่งมีชีวิตสีน้ำเงินที่สง่างามในรูปร่างของหมาป่า
มันยืนอยู่ข้างๆ เธออย่างชัดเจนว่ากำลังปกป้องเธอ และเมื่อเธอเห็นชายหนุ่มที่คุ้นเคยนั่งอยู่บนหลังหมาป่ายักษ์ตัวนั้น น้ำตาของเธอก็เริ่มไหลรินผสมปนเปไปกับเลือดที่พวงแก้ม
เธรู้จักเขาคนนี้... เขาคือ ‘โม่ฟาน’ ที่สวี่เจาถิงมักจะพูดถึงอยู่ตลอด! และเขายังเป็น ‘จอมมาร’ ที่ผู้คนในโรงเรียนต่างลือกัน!
“คุณ... คุณรีบหนีไป ข้างในยังมีพวกมันอีกเพียบ” จางลู่ลู่เค้นเสียงพูดออกมาพร้อมกับสะอื้นไห้
“งั้นเหรอ?” โม่ฟานจ้องมองไปที่ฝูงอสูรทมิฬและชายสวมผ้าคลุมสีเทาทั้งสี่คน “มีเท่าไหร่ ข้าก็จะฆ่าให้เกลี้ยง!”
โม่ฟานกระโดดลงจากหลังหมาป่าอัญเชิญแล้วอุ้มจางลู่ลู่ไปวางไว้ด้านข้าง
“โฮก~!”
หมาป่าอัญเชิญไม่อาจยับยั้งจิตสังหารได้อีกต่อไป มันพุ่งเข้าใส่ศัตรูทันที
ทั้งพุ่งชน ทั้งตะปบ อสูรทมิฬสองตัวที่มีขนาดเล็กกว่าถูกซัดจนกระเด็นลอยไปกระแทกกับประตูเหล็กของโรงงานจนเกิดเสียงดังสนั่น
อสูรทมิฬอีกสองตัวฉวยโอกาสในขณะที่มันโจมตี เข้ามารุมกัดหมาป่าอัญเชิญ พวกมันฉีกกระชากผิวหนังและขนของมันออกมาได้บางส่วน...
หมาป่าอัญเชิญไม่ได้สนใจบาดแผลเล็กน้อยเหล่านั้น มันหันกลับมางับแขนของอสูรทมิฬตัวหนึ่งแล้วเหวี่ยงร่างของมันขึ้นไปบนอากาศอย่างง่ายดาย
หมาป่าอัญเชิญรอให้อสูรทมิฬตัวนั้นร่วงลงมาจากฟ้า แล้วใช้กรงเล็บหน้าตะปบเข้าใส่อย่างรุนแรง จนกระดูกของมันแตกละเอียดก่อนจะถึงพื้นเสียอีก
“เป้าหมายมาถึงแล้ว! ไป! รีบเข้าไปจัดการมัน!” ฮุ่ยเอ้อตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น สั่งการอสูรทมิฬที่อยู่ด้านหลังเขา
ชายชุดเทาอีกสามคนต่างออกคำสั่งให้อสูรทมิฬที่พวกตนควบคุมพุ่งเข้าใส่ เดิมทีพวกเขานึกว่าภารกิจครั้งนี้ล้มเหลวไปแล้ว ใครจะไปคิดว่าเป้าหมายจะโผล่หัวมาส่งให้ถึงที่แม้จะเห็นสถานการณ์ตรงหน้าแล้วก็ตาม ช่างเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายจริงๆ!
---
ที่ด้านนอกประตูเหล็ก โม่ฟานยืนอยู่หน้าจางลู่ลู่ที่บาดเจ็บสาหัส สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่ฝูงอสูรทมิฬสีดำทมิฬที่กำลังพุ่งกรูเข้ามา
จางลู่ลู่หอบหายใจอย่างหนัก เมื่อเห็นอสูรทมิฬอย่างน้อยสิบห้าตัวพุ่งเข้ามาพร้อมกัน เธอแทบจะหมดสติไปตรงนั้น
สำหรับจอมเวทที่ไม่มีความสามารถในการป้องกันตนเอง การถูกรุมล้อมโดยศัตรูจำนวนมากคือสิ่งที่เลวร้ายที่สุด ภายใต้การจู่โจมแบบฝูงเช่นนี้ โดยปกติแล้วจอมเวทจะไม่สามารถร่ายเวทมนตร์ออกมาได้เลย
จางลู่ลู่เริ่มสิ้นหวัง... ดูเหมือนว่าเธอคงต้องมาตายที่นี่จริงๆ...
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.