Chapter 582
559 / 1532
6 min read
Chapter 582 - Breaking In
Published Mar 12, 2026, 07:26 PM
Chapter 582 - บุกเข้าไป
“ไปดูกันเถอะ”
ในขณะที่นักเรียนเริ่มทยอยออกเดินทางไปยังป่าสุสานมากขึ้นเรื่อยๆ ฉินเส้าเทียนก็รู้สึกกระสันอยากไปดูบ้าง
หลิวชิงเฟิงและเย่หลงเทียนยังคงลังเล แต่ฉินเส้าเทียนได้ก้าวเท้าออกไปแล้ว ทั้งสองจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรีบตามเขาไป
นักเรียนจำนวนมากมุ่งหน้าไปยังป่าสุสานตามหลังซูผิงและอาจารย์ใหญ่ของพวกเขา
ด้วยการนำของเฟยเทียนอี้และกลุ่มนักเรียนชื่อดังคนอื่นๆ นักเรียนคนอื่นที่ไม่ได้เกรงกลัวต่อการแหกกฎเนื่องจากภูมิหลังครอบครัวที่ทรงอิทธิพลจึงตัดสินใจติดตามไปด้วย
บรรดาอาจารย์ที่คอยดูแลความสงบพยายามจะห้ามนักเรียนเหล่านั้น แต่พวกเขากลับรู้สึกเหมือนถูกมัดมือชกเมื่อต้องรับมือกับคนอย่างเฟยเทียนอี้ เมื่อไม่มีทางเลือกที่ดีกว่า อาจารย์จึงทำได้เพียงสกัดนักเรียนทั่วๆ ไปที่โชคร้ายเดินมาเจอกับพวกเขาเข้าพอดี
อาจารย์ต่างรู้ดีว่าพวกเขาไม่อาจหยุดนักเรียนที่มีภูมิหลังยิ่งใหญ่ได้ พวกเขาไม่มีปัญญาทำเช่นนั้น
โดยเฉพาะกับเฟยเทียนอี้ เขาเป็นที่นับหน้าถือตายิ่งกว่าอาจารย์บางคนเสียอีก ตราบใดที่ความผิดไม่ร้ายแรง เขาก็จะไม่ถูกลงโทษใดๆ ทั้งสิ้น
“ถึงแล้ว”
หลังจากผ่านไปราวสิบนาที ซูผิง, หยุนว่านหลี่ และหานอวี้เซียง ก็มาถึงป่าทึบที่มีต้นไผ่สีม่วงขึ้นหนาแน่น แสงสีหม่นที่เปล่งออกมาจากต้นไผ่ทำให้ป่าแห่งนี้ดูวังเวงน่าขนลุก
“นี่คือป่าสุสาน”
หานอวี้เซียงพยายามหอบหายใจ “สุสานตั้งอยู่หลังแนวไผ่สีม่วงเหล่านั้น ซึ่งถูกพบในโลกที่ไม่รู้จักผ่านรอยแยกมิติ ต้นไผ่สีม่วงสามารถดูดซับพลังงานที่สกปรกและชั่วร้ายรวมถึงกดทับมันไว้ได้ ต้นไผ่เหล่านี้คือเหตุผลที่ทำให้เราสามารถแยกป่าสุสานออกจากภายนอกได้ มิเช่นนั้นพลังงานชั่วร้ายที่อยู่ภายในคงแพร่กระจายไปปนเปื้อนทั่วเมืองฐานลองหยางไปนานแล้ว”
“จริงอย่างว่า”
หยุนว่านหลี่พยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ในตอนนั้นเอง ชายคนหนึ่งบินข้ามแนวไผ่สีม่วงมาต้อนรับพวกเขา
เขาเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำสูงใหญ่ที่ดูประหลาดใจเมื่อเห็นหยุนว่านหลี่ ชายคนนั้นรีบคุกเข่าลงข้างหนึ่งขณะที่ยังคงลอยตัวอยู่ในอากาศ “ท่านครับ มีอะไรให้ผมรับใช้หรือเปล่าครับ?”
“ลุกขึ้นเถอะ” หยุนว่านหลี่ช่วยพยุงชายคนนั้นขึ้นแล้วกล่าว “ฉันมาหาคุณหนาน เขาอยู่ข้างในหรือเปล่า?”
“หนานงั้นหรือ?” ชายวัยกลางคนตระหนักได้ทันทีว่าการที่ทั้งรองอาจารย์ใหญ่และอาจารย์ใหญ่มาปรากฏตัวพร้อมกัน เรื่องนี้ต้องสำคัญมากแน่ ชายคนนั้นจึงตอบโดยไม่รอช้า “ท่านครับ หมายถึงหนานเฟิงเทียน จากตระกูลหนานแห่งเมืองฐานอาทิตย์อัสดงใช่ไหมครับ? เขาอยู่ที่นี่ครับ เขามาถึงเมื่อวานนี้และกำลังฝึกฝนอยู่ข้างใน”
หยุนว่านหลี่รู้สึกยินดีที่ได้ยินเช่นนั้น “ดี บอกให้เขาออกมาเดี๋ยวนี้”
ชายวัยกลางคนพยักหน้า ในฝ่ามือของเขามีหินสีดำก้อนหนึ่งปรากฏขึ้น เขาถ่ายเทพลังดาราเข้าไปในหินจนปรากฏตัวเลข ‘19’ บนนั้น พลังดาราที่อัดแน่นทำให้หินส่องแสงสว่างจ้าออกมา
“ระดับที่ 19?”
หานอวี้เซียงดูประหลาดใจกับตัวเลขนั้นอย่างเห็นได้ชัด
ชายวัยกลางคนถ่ายเทพลังดาราจนเสร็จแล้วลดมือลง “ใช่ครับ หนานเฟิงเทียนเป็นทายาทผู้เปี่ยมพรสวรรค์ของผู้อาวุโสแห่งอาทิตย์อัสดง เขาต้องเป็นนักเรียนที่มีจิตตานุภาพแข็งแกร่งที่สุดในสถาบันของเราแน่นอน ท่านรองอาจารย์ใหญ่ แม้แต่นักเรียนของคุณก็ยังเทียบหนานเฟิงเทียนในเรื่องความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณไม่ได้เลย”
แน่นอนว่านักเรียนที่เขาหมายถึงคือเฟยเทียนอี้
หานอวี้เซียงมีลูกศิษย์มามากมายในชีวิต แต่ ณ ตอนนี้ มีเพียงคนเดียวที่ยังเรียนอยู่และสามารถทัดเทียมกับหนานเฟิงเทียนได้
ในสถาบันมีนักเรียนคนสำคัญสี่คน คือ เฟย, หนาน, กัว และจี้
ทั้งสี่คนคือนักเรียนที่โดดเด่นที่สุดของปี
เฟยเทียนอี้ ผู้ซึ่งบางครั้งถูกเรียกว่า “เทพเฟย” โดยเหล่านักเรียนที่ชื่นชม จัดอยู่ในอันดับ 1 ในสี่คนนั้นเนื่องด้วยพลังการต่อสู้ที่สูงส่ง หนานเฟิงเทียนอยู่อันดับสอง และเขามีจิตตานุภาพแข็งแกร่งกว่าใครเพื่อน ทำให้เขาได้รับความเคารพและยกย่องจากนักเรียนจำนวนมากเช่นกัน
ขณะที่ซูผิงและคนอื่นๆ กำลังสนทนากัน พวกเขาก็ได้ยินเสียงคนกลุ่มหนึ่งกำลังใกล้เข้ามา
คนแรกที่มาถึงคือเฟยเทียนอี้ และห่างออกไปร้อยเมตรคือเด็กสาวคนหนึ่งที่ว่องไวไม่แพ้กัน
เฟยเทียนอี้มาถึงแล้วยืนอยู่ด้านหลังซูผิงและเหล่าอาจารย์
เด็กสาวคนนั้นหยุดลงข้างๆ เฟยเทียนอี้
“ฮึ่ม!”
เด็กสาวถลึงตามองเฟยเทียนอี้ด้วยความหงุดหงิดกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
เธอออกตัวก่อนแท้ๆ แต่เขากลับไล่ตามเธอทันจนเธออยากจะกัดฟันด้วยความเจ็บใจ การวิ่งไล่กวดกันเมื่อครู่เป็นเพียงเกมเล็กๆ ระหว่างพวกเขาและเธอก็เป็นฝ่ายแพ้อีกแล้ว
“หืม?”
ชายวัยกลางคนที่กำลังหันหน้าเข้าหาซูผิงจึงเห็นเฟยเทียนอี้และเด็กสาวมาถึง เขาฉีกยิ้มให้ทั้งคู่ “คุณเฟยและคุณหนูกัวมาถึงแล้วหรือครับ เซอร์ไพรส์จริงๆ”
หานอวี้เซียงหันกลับไปเห็นเด็กหนุ่มและเด็กสาวที่ยืนอยู่ด้วยกัน เขาถึงกับพูดไม่ออก ทำไมพวกเขาต้องตามมาแทนที่จะรออยู่ที่ลานกว้าง? แน่นอนว่ามันสายเกินไปที่จะต่อว่าพวกเขาในตอนนี้
นั่นเป็นหนึ่งในนิสัยเสียของเหล่านักเรียนผู้มีพรสวรรค์ บางครั้งพวกเขาก็ไม่สนใจกฎระเบียบใดๆ เลย
ไม่นานพวกเขาก็ได้ยินเสียงคนมากขึ้นเรื่อยๆ นักเรียนเหล่านั้นใช้วิธีต่างๆ กันเพื่อบุกมาให้ถึงที่นี่ เมื่อมาถึง พวกเขาทั้งหมดก็มายืนต่อแถวหลังเฟยเทียนอี้และเด็กสาว หานอวี้เซียงสังเกตเห็นว่าพวกเขาล้วนเป็นนักเรียนระดับหัวกะทิของสถาบันทั้งสิ้น ช่างน่าปวดหัวจริงๆ หานอวี้เซียงจึงเลือกที่จะเมินเฉย
เอาเถอะ ถ้าอยากดูนักก็เชิญตามสบาย
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เด็กสาวมองซูผิงจากด้านหลังแล้วถามเฟยเทียนอี้ “นี่ นายคนนั้นน่ะใครเหรอ?” เฟยเทียนอี้ขมวดคิ้วแล้วตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา “นั่นมันเกี่ยวอะไรกับเธอ?”
“เอาน่า ฉันก็แค่ถาม ตอบเหมือนคนปกติไม่ได้หรือไง?” เด็กสาวบ่นอุบ
เฟยเทียนอี้ไม่มีอารมณ์จะมาเล่นสนุกกับเธอ เขาจ้องมองแผ่นหลังของซูผิงพลางนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาสองคนที่หอคอยมังกร เฟยเทียนอี้กำหมัดแน่น
“ได้ยินมาว่าหมอนี่เป็นพี่ชายของซูหลิงเยว่... จริงเหรอ? ดูเขาไม่ได้แก่กว่าพวกเราเท่าไหร่เลยนะ ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะถึงระดับปราชญ์แล้ว ฉันนึกว่าซูหลิงเยว่ไม่มีเส้นสายเสียอีก ทำไมสองพี่น้องถึงมีพรสวรรค์พอๆ กันแบบนี้ล่ะ?” เด็กสาวเท้าสะเอวข้างหนึ่งและวางคางบนมืออีกข้าง พลางใช้นิ้วเคาะแก้มเบ
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.