Chapter 2012
2000 / 2257
7 min read
Chapter 2012
Published Apr 3, 2026, 07:30 PM
**บทที่ 2012: โทรศัพท์ลึกลับ (2)**
“เดี๋ยวก่อน...” จางตัวพานยิ่งทวีความระแวงสงสัยในใจลึกเข้าไปอีก ฝ่ายตรงข้ามคือใครกัน? ไฉนจึงล่วงรู้แผนการที่เขาปรารถนาจะคว้าอันดับหนึ่งในงานรวมพลน้องใหม่ได้ลึกซึ้งเพียงนี้?
ทว่าเมื่อขบคิดอย่างถี่ถ้วน เรื่องนี้ก็มิใช่ความลับระดับสุดยอดแต่อย่างใด ในเมื่อไป๋เว่ยเทาป่าวประกาศลงในเว็บบอร์ด BBS ของมหาวิทยาลัยเสียขนาดนั้น เหล่านักศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยอุตสาหกรรมตงไห่ย่อมต้องล่วงรู้กันถ้วนหน้า
เมื่อคิดได้เช่นนั้น จางตัวพานจึงทึกทักเอาเองว่าอีกฝ่ายคงเป็นนักศึกษาในมหาลัยที่หาเบอร์โทรศัพท์ของเขามาได้เพื่อหวังจะต้มตุ๋นเงินทอง ทว่าเขากลับรู้สึกสนใจในสิ่งที่ปลายสายกำลังจะเอ่ยขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก จึงตัดสินใจข่มใจถือสายรอ ไม่รีบร้อนวางไปเสียก่อน
“หึๆ นักศึกษาจาง เหตุใดจึงเปลี่ยนใจเสียเล่า? หรือว่าอยากจะลองฟังข้อเสนอของข้าดูสักหน่อย?” ชายเจ้าของน้ำเสียงแหบพร่าสากระคายเอ่ยถามปนหัวเราะในลำคอ
“แกมีวิธีทำให้ฉันได้อันดับหนึ่งจริงๆ งั้นเหรอ? แล้วต้องการเงินเท่าไหร่ล่ะ?” จางตัวพานโพล่งถามออกไปตรงๆ
“หากข้าต้องการเงินทอง ข้าคงไปหาเจ้าต่อหน้าแล้ว จะมัวมาโทรศัพท์นิรนามอยู่เช่นนี้ทำไม?” ชายปริศนากล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงมากับน้ำเสียง “ข้าหาได้ต้องการเงินตราไม่ เพียงแต่เห็นว่าอันดับหนึ่งนั้น... สมควรเป็นของเจ้ามากกว่า”
“ไม่ต้องการเงิน? แล้วแกจะมาช่วยฉันทำไม? เป็นคนใจบุญสุนทานขนาดนั้นเชียว?” จางตัวพานถามกลับด้วยความระแวดระวังถึงขีดสุด
“บอกตามตรง... ข้าเองก็ชิงชัง **หลินอี้** เข้าไส้เช่นกัน และไม่ต้องการให้ห้องของมันได้รับรางวัลอันใดทั้งสิ้น เท่านี้เจ้าพอจะเข้าใจหรือยัง?” ชายเสียงแหบพร่าเอ่ยอย่างจนใจ ราวกับไม่คาดคิดว่าจางตัวพานจะมีความระแวงมากมายเพียงนี้
“อ้อ? ที่แท้แกก็เป็นศัตรูของหลินอี้เหมือนกันสินะ ถ้าอย่างนั้นก็ค่อยคุยกันง่ายหน่อย” จางตัวพานลอบระบายลมหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อรับรู้ถึงจุดประสงค์ร่วม “งั้นก็บอกวิธีของแกมาได้เลย”
“เรียบง่ายเหลือแสน... หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นระหว่างการแสดงของสวี่ซือหานจนพังพินาศ ต่อให้เธอจะเป็นซูเปอร์สตาร์ผู้โด่งดังเพียงใด คณะกรรมการนักเรียนย่อมไม่มีทางมอบอันดับหนึ่งให้แน่นอน! แม้จะมอบอันดับสองหรือสามให้เพื่อเป็นการปลอบขวัญ แต่อันดับหนึ่งนั้นย่อมหลุดมือไปอย่างเด็ดขาด มิเช่นนั้นจะดูเป็นการลำเอียงจนเกินไป ซึ่งหากนักศึกษาไม่ยอมรับ เหล่าผู้บริหารโรงเรียนย่อมไม่มีทางเห็นชอบด้วยแน่” ชายลึกลับร่ายยาวรวดเดียวจบ
“อะไรนะ? แกจะให้ฉันไปก่อเรื่องวุ่นวายงั้นเหรอ?” จางตัวพานเริ่มจับใจความได้ “แต่ถ้าฉันลงมือแล้วโรงเรียนจับได้ ฉันไม่ต้องซวยไปด้วยหรือไง? แล้วพอพวกเขารู้ต้นสายปลายเหตุ ต่อให้การแสดงนั่นจะพัง แต่รายการของห้องเราก็คงจะถูกตัดสิทธิ์ไปด้วยไม่ใช่เหรอ?”
“หึๆ อย่าได้กังวลไป!” ชายเสียงแหบพร่าเอ่ยอย่างมั่นใจ “ข้าย่อมมีแผนการรองรับไว้แล้ว มิเช่นนั้นคงไม่โทรมาหาเจ้าหรอก แผนของข้าสามารถบดขยี้การแสดงของสวี่ซือหานให้ย่อยยับได้โดยที่ไม่มีใครต้องรับผิดชอบ และทางโรงเรียนก็หาเรื่องเอาผิดเจ้าไม่ได้แม้แต่น้อย!”
“จริงเหรอ?” จางตัวพานรีบถามอย่างกระตือรือร้น “งั้นบอกมาเร็วเข้า ฉันต้องทำยังไงบ้าง?”
“ง่ายดายยิ่ง... ในระหว่างที่สวี่ซือหานกำลังทำการแสดงอยู่ ให้เจ้าหาคนมาสักคนหนึ่ง ทางที่ดีควรเป็นผู้หญิง ให้เธอสวมเสื้อโค้ทตัวยาวสีดำสนิท ปล่อยผมเผ้าให้รุงรังหลุดลุ่ย แล้วสาดสีน้ำมันสีแดงหรือน้ำหมึกแดงลงบนเสื้อโค้ทนั้นเพื่อเลียนแบบโลหิตที่สาดกระเซ็น จากนั้นก็ให้เธอค่อยๆ เดินตัดหน้าสวี่ซือหานไปบนเวทีอย่างช้าๆ...” ชายลึกลับเผยกลอุบาย
“ฮะ? แผนอะไรของแกเนี่ย? แค่ดูแค่นี้สวี่ซือหานจะตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเลยเหรอ?” จางตัวพานชะงักไป เขาไม่เห็นว่าแผนการนี้จะมีอะไรพิเศษตรงไหน
“เหอะ หากเจ้าไม่เชื่อถือข้า ก็จงลืมมันไปเสียเถอะ ถือว่าข้าไม่เคยพูดอะไรทั้งสิ้น” ชายเสียงแหบพร่าเริ่มแสดงความไม่สบอารมณ์เมื่อสัมผัสได้ถึงความกังขาในน้ำเสียงของจางตัวพาน
“ไม่ใช่ว่าฉันไม่เชื่อนะ แตแกต้องบอกเหตุผลหน่อยสิว่าทำไม?” จางตัวพานยิ้มเจื่อนๆ พลางเอ่ยถาม
“ไม่มีเหตุผล และข้าก็บอกเหตุผลให้เจ้าไม่ได้!” น้ำเสียงปลายสายเด็ดขาด “เจ้าแค่ต้องรู้ว่า สิ่งนี้จะส่งผลกระทบต่อสวี่ซือหานอย่างรุนแรงก็พอ!”
“ก็ได้... แล้วถ้าโรงเรียนซักไซ้ไล่เลียงล่ะ?” จางตัวพานยังคงกังวลไม่หาย
“เจ้าโง่หรือเปล่า? เจ้าก็แค่ให้เด็กสาวคนนั้นบอกไปว่าเป็นชุดการแสดงชุดหนึ่งสิ!” ชายลึกลับตอบกลับอย่างรำคาญใจ
“นั่นสินะ...” จางตัวพานพยักหน้าเห็นด้วย พลางครุ่นคิดในใจว่าแผนการนี้เข้าท่าไม่เลว เพราะต่อให้แผนล้มเหลว เขาก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร การสวมชุดแปลกๆ ในงานราตรีน้องใหม่สามารถอ้างว่าเป็นชุดการแสดงได้อย่างสมเหตุสมผล แม้มันจะไม่ได้ผล เขาก็ไม่มีอะไรจะเสีย มีโอกาสลองย่อมดีกว่านิ่งเฉย “ตกลง ขอบใจมาก ฉันจะทำตามที่แกบอก!”
“ถ้าเช่นนั้น ข้าก็ไม่มีอะไรจะกล่าวอีก” ชายเสียงแหบพร่าเอ่ย
“แล้ว... ถ้าสำเร็จขึ้นมา ฉันควรจะตอบแทนแกยังไง?” จางตัวพานถามไล่หลัง
“ไม่จำเป็น!” สิ้นเสียงนั้น ชายปริศนาก็ตัดสายไปทันที
“แปลกพิกล... หรือจะเป็นศัตรูของหลินอี้จริงๆ?” จางตัวพานมองโทรศัพท์ที่ถูกวางไปพลางส่ายหัวด้วยความงุนงง เขาไม่เข้าใจจุดประสงค์ที่แท้จริงของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เพราะนี่มันคือการช่วยเหลือฝ่ายเดียวชัดๆ!
“มีเรื่องอะไรเหรอครับพี่จาง?” ฟั่นกานเหอรีบปรี่เข้ามาถามด้วยความอยากรู้
“เรื่องมันเป็นแบบนี้...” จางตัวพานเล่าเหตุการณ์ที่ชายเสียงแหบพร่าโทรมาเสนอแผนการถล่มการแสดงของสวี่ซือหานให้ฟั่นกานเหอฟังอย่างละเอียด
“นี่มันเรื่องดีเลยครับพี่จาง!” ฟั่นกานเหอรีบสำทับ “ไม่ว่ามันจะใช้ได้ผลจริงหรือไม่ เราก็ไม่มีอะไรต้องเสียหากจะลองดู”
“ฉันก็คิดอย่างนั้น ต้องรีบหน่อยแล้ว งานราตรีน้องใหม่จะเริ่มในไม่ช้านี้ พรุ่งนี้ยังมีเวลาอีกหนึ่งวัน เราต้องจัดการให้จบภายในคืนนี้!” จางตัวพานสั่งการ “กานเหอ เรื่องนี้ฉันฝากแกจัดการ แกไหวไหม?”
“วางใจได้เลยครับพี่จาง ผมมีน้องสาวอยู่ที่มหาลัยอื่น พรุ่งนี้ค่ำผมจะตามเธอมาที่นี่ ยังไม่มีใครรู้จักหน้าค่าตาเธอ รับรองว่าไม่มีใครจับได้แน่นอน” ฟั่นกานเหอรับคำเป็นมั่นเหมาะ
“ดีมาก! หากสิ่งที่ชายคนนั้นพูดเป็นความจริง นี่แหละคือโอกาสทองของพวกเรา!” จางตัวพานพยักหน้าด้วยแววตามาดหมาย
ค่ำคืนอันแสนสงบเยือกเย็นผ่านพ้นไป... หลังจากผ่านการซ้อมอย่างหนักมาตลอดทั้งวัน เหล่านักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ต่างก็มีความชำนาญจนเข้าขั้นคล่องแคล่ว พวกเขาพกพาความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม พร้อมแล้วที่จะเข้าร่วมงานราตรีน้องใหม่ในค่ำคืนนี้
“ทุกคนมั่นใจไหมว่าจะคว้าอันดับหนึ่งมาให้ได้?” หลังจากการซ้อมใหญ่ครั้งสุดท้ายสิ้นสุดลง สวี่ซือหานเอ่ยปลุกขวัญและกำลังใจพลางชูกำปั้นขึ้นฟ้า
“มั่นใจครับ/ค่ะ!” เสียงตอบรับดังกึกก้องประหนึ่งกัมปนาทสะท้านเลื่อนลั่น ด้วยมีซูเปอร์สตาร์อย่างสวี่ซือหานร่วมแสดง หากพวกเขาไม่ได้อันดับหนึ่ง ก็คงต้องมุดแผ่นดินหนีเสียแล้ว
แม้ว่าอิ้วพานหู่ เจ้าหัวเหลือง และเจ้าหัวม่วง จะไม่ได้เสน่หาในการขึ้นแสดงบนเวทีเท่าใดนัก แต่ทว่านี่คือเกียรติยศของลูกพี่ไป๋ หากลูกพี่ไป๋พึงพอใจกับการได้อันดับหนึ่ง อิ้วพานหู่ย่อมไม่กล้าก่อเรื่องวุ่นวายให้ระคายเคือง
ยามสนธยามาเยือน หน้าหอประชุมใหญ่ของมหาวิทยาลัยถูกประดับประดาด้วยแสงไฟหลากสีและแถบผ้าสีสันตระการตา ผู้คนหลั่งไหลกันมาอย่างคับคั่ง สโมสรนักเรียนต่างพากันจับจองพื้นที่ตั้งแผงลอยขายของกระจุุกกระจิก ทั้งแท่งไฟ เครื่องดื่ม และขนมขบเคี้ยว เห็นได้ชัดว่าสโมสรนักเรียนเองก็กะจะโกยกำไรจากงานรื่นเริงในครั้งนี้เช่นกัน
แม้ชื่อของงานจะเป็นงานราตรีน้องใหม่ ทว่าเหล่านักศึกษารุ่นพี่ปีสอง ปีสาม ปีสี่ ไปจนถึงนักศึกษาบัณฑิตศึกษาต่างก็พากันตบเท้าเข้าร่วม โดยเฉพาะเหล่าคู่รักนักศึกษาที่พากันมาจับจองพื้นที่ในหอประชุมแต่หัววัน พร้อมแท่งไฟและเสบียงกรังเพื่อหวังจะใช้ค่ำคืนอันแสนโรแมนติกร่วมกันในคืนนี้
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.