Chapter 2020
2008 / 2257
7 min read
Chapter 2020
Published Apr 3, 2026, 07:31 PM
**บทที่ 2020: แกตั้งใจชัดๆ!**
สิ้นคำพรรณนาของไป๋เหว่ยเทา ทุกสายตาในห้องพลันตวัดกลับมามองที่พวกเขาเป็นจุดเดียว ในคราแรกคำพูดพล่อยๆ ของจางตัวพานอาจไม่ได้ดึงดูดความสนใจนัก แต่เมื่อลองครุ่นคิดตามกระแสความนัยที่แฝงอยู่ ทั้งสวี่ซือหาน เฉิงอี้อี้ หรือแม้แต่คุณหนูฉู่เมิ่งเหยา ต่างก็พากันใบหน้าแดงซ่านด้วยความกระดากอาย...
“บัดซบ! มันคือ ‘หูหนู’ เข้าใจไหม!” จางตัวพานเดือดดาลจนแทบกระอักเลือดเมื่อถูกไป๋เหว่ยเทาปั่นประสาท ยิ่งเห็นสายตารอบข้างจ้องเขม็งมา เขาก็ยิ่งแผดคำรามลั่น “หูหนู! เป๋าฮื้อก็คือหูหนูนั่นแหละ!”
“หูหนู? เป๋าฮื้อบ้านแกสิเป็นหูหนู?” ไป๋เหว่ยเทาแสร้งทำหน้าซื่อตาใส มองจางตัวพานด้วยความฉงนฉงาย “จางตัวพาน แกป่วยหรือเปล่า? หรือสมองกลับไปแล้ว?”
“ไป๋เหว่ยเทา แกตั้งใจกวนประสาทฉันใช่ไหม!” จางตัวพานไม่มีทางเชื่อว่าคนอย่างไป๋เหว่ยเทาจะไม่รู้จักแสลง ‘หูหนูดำ’ เว้นเสียแต่ว่าหมอนี่จะไม่เคยเข้าเว็บบอร์ดของมหาลัยเลยสักครั้ง แต่เขาก็เห็นอยู่ชัดๆ ว่าหมอนี่เคยโพสต์กระทู้ แล้วมันจะไม่รู้ความหมายแฝงที่สื่อถึงเรื่องใต้สะดือได้อย่างไร!
ชัดเจนว่าไป๋เหว่ยเทากำลังสวมหน้ากากแกล้งโง่เพื่อต้อนเขาให้จนมุม นั่นยิ่งโหมเพลิงโทสะในใจจางตัวพานให้ลุกโชน
“อ้อ? แกตั้งใจสื่อแบบนั้นเองเหรอ?” ไป๋เหว่ยเทาทำท่าชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสร้งทำเป็นเพิ่งนึกออก “ที่แท้ไอ้เป๋าฮื้อกับเห็ดหูหนูของแกมันคือเรื่องพรรค์นั้นเองเหรอเนี่ย? ทำไมรสนิยมแกถึงได้ต่ำตมขนาดนี้? ถ้าอยากจะพูดเรื่องต่ำๆ แบบนี้ ทำไมไม่ไปที่ไนต์คลับ มาพ่นน้ำลายในร้านอาหารหรูๆ แบบนี้ทำไม?”
จางตัวพานโกรธจัดจนแทบจะกระอักเลือดออกมาจริงๆ แต่เมื่อเห็นท่าทางใสซื่อบริสุทธิ์ของไป๋เหว่ยเทา เขากลับทำอะไรไม่ได้เลย ยิ่งเหลือบไปเห็นสายตาดูแคลนจากเหล่าหญิงสาว จางตัวพานก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองโชคร้ายเหลือคณา คนอื่นจะมองเขายังไงเขายังพอทน แต่กับเหอเหม่ยเยี่ยนล่ะ? เธอคงไม่มองว่าเขาเป็นไอ้คนหยาบโลนหรอกใช่ไหม!
“เหอะ อย่าเพิ่งลำพองใจไปหน่อยเลย ถ้าแกแน่จริง ทำไมไม่เป็นเจ้ามือเลี้ยงพวกเราเองล่ะ?” จางตัวพานแสยะยิ้มเย้ยหยัน
“ฉันจะจ่าย...” ไป๋เหว่ยเทาตั้งท่าจะโพล่งออกไปว่าเขาจะเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง แต่พอนึกถึงราคาอาหารมื้อนี้ที่สูงลิบลิ่ว ความมั่นใจของเขาก็หดหายไปทันที หากเขาจ่ายเงินแสนกว่าหยวนเพื่ออาหารมื้อเดียว พอกลับบ้านไปมีหวังโดนคุณปู่ถลกหนังหัวเป็นแน่!
“ถ้าแกไม่อยากเลี้ยง ก็ไสหัวไปตอนนี้เลย มื้อนี้ผมจัดการเอง”
หลินอี้เอ่ยขัดขึ้นนิ่งๆ พลางตวัดสายตาคมปลาบดุจใบมีดจ้องมองไปยังจางตัวพาน
“แก...” จางตัวพานได้ยินดังนั้นก็ชะงักงัน เขาเพิ่งระลึกได้ว่าตัวเองแฝงตัวตามหลินอี้มาที่นี่อย่างหน้าด้านๆ หากเขาไม่ยอมเป็นเจ้ามือ หลินอี้ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องให้เขาอยู่ร่วมโต๊ะด้วย และถ้าเขาเดินจากไปตอนนี้ แม้จะเซฟเงินแสนหยวนไว้ได้ แต่เหอเหม่ยเยี่ยนจะมองเขาอย่างไร?
เมื่อคิดได้ดังนั้น จางตัวพานจึงจำใจปั้นหน้ายิ้ม “ฮ่าๆ ฉันก็แค่ล้อเล่นกับไป๋เหว่ยเทานิดหน่อยเอง!”
“ล้อเล่นงั้นเหรอ? มื้อนี้คงเป็นมื้อสุดท้ายที่แกจะได้เลี้ยงเหม่ยเยี่ยนแล้วล่ะมั้ง ผมว่าทันทีที่ผลการแข่งขันศิลปวัฒนธรรมออกมาในวันพรุ่งนี้ แกคงเสียโอกาสนี้ไปตลอดกาลแน่ๆ เพราะฉะนั้น... จงตักตวงมันไว้ให้ดีล่ะ” ไป๋เหว่ยเทาส่งสายตาขอบคุณไปให้หลินอี้ ก่อนจะหันมาเยาะเย้ยจางตัวพาน
“ทำไมจะเป็นอย่างนั้นล่ะ? ต่อให้ผลออกมาแล้วจะยังไง?” จางตัวพานยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ
“ยังจะถามอีก? จางตัวพาน แกคิดจะเบี้ยวเหรอ? คราวก่อนที่ KTV เราพนันกันไว้แล้วไม่ใช่หรือไง ว่าในงานรวมพลน้องใหม่ครั้งนี้ ใครที่รายการแสดงได้อันดับสูงกว่าจะได้สิทธิ์จีบเหอเหม่ยเยี่ยน ส่วนฝ่ายที่แพ้ต้องตัดใจไปซะ ให้ผมช่วยรื้อฟื้นความจำให้ไหม?” ไป๋เหว่ยเทามองอีกฝ่ายด้วยสายตาเหยียดหยาม
“อ้อ เรื่องนั้นน่ะเหรอ? พวกแกอาจจะได้ที่หนึ่งก็จริง แต่นั่นไม่ใช่เพราะความสามารถของพวกแกเองสักหน่อย นั่นมันเพราะซูเปอร์สตาร์อย่างสวี่ซือหานมาช่วยต่างหาก แล้วมันเกี่ยวกับแกตรงไหน?” จางตัวพานยิ้มเยาะ “เพราะฉะนั้น เดิมพันนี้ถือเป็นโมฆะ!”
“เป็นโมฆะ? แกเองไม่ใช่เหรอที่แหกกฎไปลากเฉิงอี้อี้มาน่ะ!” ไป๋เหว่ยเทาตะลึงงันกับความไร้ยางอาย ก่อนจะแผดเสียงด้วยความโมโห
“ก็ใช่ เราแหกกฎ เพราะงั้นต่อให้เราชนะมันก็ไม่นับไง แต่ฉันไม่ได้ขอให้พวกแกทำตามสักหน่อย พวกแกเลือกที่จะแหกกฎตามเราเอง จะไปโทษใครได้?” จางตัวพานผายมือออก ทำท่าทางกวนประสาทประมาณว่า ‘แกจะทำอะไรฉันได้?’
“แก... แกเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอว่าให้แต่ละฝ่ายเลือกส่วนที่รับผิดชอบมา ขอแค่มีส่วนร่วมในการวางแผนก็พอ ไม่ได้ห้ามจ้างดารามาร่วมด้วยไม่ใช่หรือไง!” ไป๋เหว่ยเทาโกรธจนตัวสั่น ไม่คิดเลยว่าจางตัวพานจะหน้าหนาถึงเพียงนี้
“งานรวมพลน้องใหม่ งานรวมพลน้องใหม่ แกไม่รู้ความหมายของมันหรือไง? มันคืองานเลี้ยงของนักศึกษาปีหนึ่ง คนที่อยู่บนเวทีควรจะเป็นนักศึกษาปีหนึ่งถึงจะเรียกได้เต็มปาก แต่ถ้าแกไปเชิญดารามา นั่นมันเรียกคอนเสิร์ตโว้ย!” จางตัวพานพล่ามต่อ “แกไปดึงคนนอกมาช่วย มันผิดหลักการตั้งแต่แรก เพราะงั้นเราจะปล่อยผ่านไปไม่ได้เด็ดขาด!”
ไป๋เหว่ยเทาโกรธจนหน้าดำหน้าแดงแต่กลับหาคำมาโต้แย้งไม่ได้ หมอนี่ดันเอาคำว่า ‘น้องใหม่’ มาเป็นเกราะกำบังจนเขาจนแต้ม ใครใช้ให้เขาไปเชิญคนนอกมาจริงๆ กันเล่า?
หลินอี้ขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่คิดว่าจางตัวพานจะปลิ้นปล้อนได้ถึงขนาดนี้ แต่เขาก็รู้ดีว่าต่อให้ไป๋เหว่ยเทาชนะอย่างใสสะอาด หมอนี่ก็ไม่มีวันยอมรับพ่ายแพ้ และคงหาข้ออ้างอื่นมาแถไปได้เรื่อยๆ อยู่ดี
“ฮ่าๆ พูดถูกแล้วพี่จาง พวกเราก็แค่ล้อเล่นกันน่า เราเป็นเพื่อนร่วมชั้นกับเหม่ยเยี่ยน จะมาตัดขาดความสัมพันธ์กันเพราะเรื่องพนันได้ยังไง!” ฟ่านกันเฮ่อรีบสำทับลูกคู่ทันที
หลินอี้หัวเราะเย็นชาในใจ เป็นอย่างที่คิด พวกนี้มีข้ออ้างเตรียมไว้เสมอแม้จะปราชัยยับเยินก็ตาม
ทว่านี่เป็นเรื่องของไป๋เหว่ยเทา หลินอี้จึงยังไม่อยากสอดมือเข้าไปยุ่งโดยไม่จำเป็น อีกอย่างตราบใดที่มันยังไม่ลามมาถึงหวังซินเหยียน เขาก็คงปล่อยให้มันเป็นไปตามครรลอง
ไม่นานนัก สุราและอาหารเลิศรสก็ถูกลำเลียงมาวางเรียงรายบนโต๊ะประดับประดาราวกับงานเลี้ยงของชนชั้นสูง จางตัวพานชูแก้วเหล้าขึ้นด้วยท่าทางลำพอง “ก่อนอื่น ฉันขอขอบคุณอี้อี้และซือหานที่ให้เกียรติมาร่วมโต๊ะอาหารเล็กๆ ของฉัน เหม่ยเยี่ยนกับฉันต่างก็เป็นแฟนคลับของพวกคุณ ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมื้ออาหารนี้!”
ไป๋เหว่ยเทาเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ หลินอี้เป็นคนเชิญสวี่ซือหานมาแท้ๆ แต่ไอ้หมอนี่กลับพูดเหมือนตัวเองเป็นคนจัดการทุกอย่าง
“ว้าว กุ้งนี่ดูน่ากินจัง! พี่ชายเกราะกำบัง ลองชิมนี่ดู!” เฉินอวี่ซูคีบกุ้งตัวโตวางลงบนจานของหลินอี้อย่างเอาอกเอาใจ โดยไม่เห็นจางตัวพานอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย จางตัวพานที่ยังยืนค้างอยู่ถึงกับทำตัวไม่ถูก จะนั่งลงหรือจะพูดต่อก็ดูเก้อเขินไปเสียหมด
“จริงด้วยพี่หลิน อาหารที่นี่รสเลิศจริงๆ ถ้าไม่มีเศรษฐีใจปล้ำเลี้ยงมื้อนี้ ผมคงไม่มีวาสนาได้กินแน่ๆ!” ไป๋เหว่ยเทาพยักหน้าเห็นพ้อง “พี่หลิน ให้พี่สะใภ้ลองชิมดูด้วยสิครับ!”
“อะไรนะ?” หลินอี้ถลึงตาใส่ไป๋เหว่ยเทาทันควัน หมอนี่ไม่ดูตาม้าตาเรือเลยหรือไง? ทั้งฉู่เมิ่งเหยาและเฉินอวี่ซูต่างก็ดูจะไม่กินเส้นกับหวังซินเหยียนอยู่แล้ว แล้วหมอนี่ยังจะไปเรียกเธอว่าพี่สะใภ้อีก?
“ไป๋เหว่ยเทา อย่าเรียกฉันแบบนั้น... ฉันกับหลินอี้เราไม่ได้มีอะไรกันนะ...” หวังซินเหยียนขัดเขินจนหน้าแดงรีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน
“เขาเรียกฉันกับเหยาเหยาต่างหากล่ะ ไม่ได้เรียกเธอเสียหน่อย คิดไปเองเก่งจริงๆ เลยนะ!” เฉินอวี่ซูตวัดสายตามองหวังซินเหยียน พลางเอ่ยจิกกัดนิ่มๆ
“ฉัน... ฉันเนี่ยนะคิดไปเอง?” หวังซินเหยียนชี้ตัวเองอย่างอึ้งๆ ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี เธอไม่ใช่พวกชอบโต้เถียงจึงได้แต่ส่ายหน้าเงียบๆ ไป
เมื่อเห็นว่าตนเองก่อเรื่องเข้าให้แล้ว ไป๋เหว่ยเทารีบหุบปากฉับไม่กล้าส่งเสียงอีก ทว่าในวินาทีนั้นเอง จางตัวพานกลับมองเห็นโอกาสบางอย่างที่ผุดขึ้นมา ราวกับค้นพบทวีปใหม่เข้าเสียแล้ว!
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.