Chapter 829
826 / 1146
7 min read
Chapter 829 - Don’t Hit The Face
Published Apr 2, 2026, 10:23 AM
Chapter 829 - อย่าตีหน้า
"ย่าเอ๋อร์ นี่คือบทเรียนชีวิตนะ ในชีวิตคนเราน่ะจะขาดอะไรไปก็ไม่สำคัญ แต่เรื่องกินห้ามยอมเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นก็เท่ากับว่าเธอเกิดมาเสียเปล่า แม้เมืองเล็กๆ แห่งนี้จะไม่ได้โด่งดังอะไร แต่ 'อาหารแปดชาม' ของที่นี่น่ะของแท้เลยนะ หาจากที่อื่นไม่ได้แล้ว เข้าไปหาอะไรกินกันเถอะ" หลิวอวิ๋นจูงมือย่าเอ๋อร์เดินเข้าไปข้างใน
เมื่อถึงจุดต้อนรับที่ทางเข้า เขาโบกมือราวกับเล่นกลจนมีถุงสีขาวปรากฏขึ้นมา ก่อนจะเดินหน้าตาเฉยพาเด็กน้อยเข้าไปด้านใน
พนักงานต้อนรับไม่รู้จักเขา แต่สถานที่แห่งนี้ใหญ่โตมาก มีโต๊ะอาหารมากกว่าร้อยโต๊ะ จึงเป็นเรื่องปกติที่จะมีคนไม่คุ้นหน้า ผ่านไปไม่นานก็มีคนมาจัดแจงที่นั่งให้หลิวอวิ๋น
"เดี๋ยวก็มีของอร่อยกินแล้วล่ะ ถ้าตามโจวเหวินไปรับรองว่าเธอต้องลำบากแน่ๆ ไม่เคยได้กินของดีๆ อะไรเลย แต่ถ้าตามฉันมาน่ะคนละเรื่องเลยนะ ไม่ว่าของบนเขา ในทะเล หรือบนบก ฉันจัดหาแต่ของดีที่สุดให้เธอทั้งนั้น แค่ทำตัวดีๆ เชื่อฟังฉัน รับรองว่าเธอไม่ผิดหวังแน่นอน" หลิวอวิ๋นกระซิบกับย่าเอ๋อร์
คนข้างๆ เมื่อได้ยินหลิวอวิ๋นพูดแบบนั้น ถึงแม้จะไม่รู้จักกัน แต่ด้วยความที่เป็นคนอัธยาศัยดีจึงเอ่ยขึ้นว่า "พ่อหนุ่ม ฟังจากที่พูดมา ดูท่าทางเธอเดินทางไปหลายที่เลยสินะ?"
"แน่นอนอยู่แล้ว ผมไม่ได้โม้นะ เมืองต่างๆ ทั้งเล็กทั้งใหญ่ในสี่เขตของสหพันธ์น่ะ ผมไปมาเกือบหมดแล้ว" หลิวอวิ๋นเป็นพวกคุยเก่งยิ่งกว่าเสียอีก เพียงไม่นานเขาก็สนทนากับคนร่วมโต๊ะได้อย่างออกรส ในขณะเดียวกันเขาก็สืบจนรู้ว่าใครเป็นเจ้าภาพงานศพในครั้งนี้
ดูจากรูปการณ์แล้ว เห็นได้ชัดว่างานศพนี้ไม่ได้จัดโดยครอบครัวธรรมดา แต่เป็นหนึ่งในตระกูลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในแถบนี้ สามในสี่พี่น้องอยู่ในระดับ Epic และถูกขนานนามว่า 'สามวีรบุรุษแห่งตระกูลเฉิน' สำหรับเมืองเล็กๆ แบบนี้ ถือว่าเป็นตระกูลที่มั่งคั่งระดับแนวหน้าเลยทีเดียว
เมื่อไม่นานมานี้ พ่อของพวกเขาเพิ่งจะเสียชีวิตไป พวกเขาจึงจัดงานศพให้พ่อ และผู้มีชื่อเสียงในละแวกนี้ต่างก็มาร่วมแสดงความอาลัยกันหมด
ผู้ตายมีเพื่อนฝูงมากมายตอนยังมีชีวิตอยู่และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี คนจึงมากันเยอะมาก ส่วนคนที่นั่งไกลออกไปก็เป็นโต๊ะเสริมที่จัดเตรียมไว้ ส่วนใครที่มีบัตรเชิญก็จะนั่งอยู่แถวหน้า
ไม่นานนัก พิธีกรก็ขึ้นไปบนเวทีเพื่อกล่าวคำปราศรัย
"เรียน แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน วันนี้เรามารวมตัวกันที่นี่เพื่อรำลึกถึงท่านผู้อาวุโสเฉิน ผู้เป็นที่รักของเรา..."
ในขณะที่พิธีกรกำลังอ่านบทด้วยสีหน้าโศกเศร้า ทุกคนต่างก็แสดงสีหน้าเคร่งขรึมและอาลัยอาวรณ์ แต่ในระหว่างที่ทุกคนกำลังรอคอยอย่างเงียบเชียบ ทันใดนั้นก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้น "ฮ่าๆ..."
ทันใดนั้น สายตาของทุกคนก็พุ่งไปที่ต้นตอของเสียงหัวเราะ
ใบหน้าของหลิวอวิ๋นเขียวคล้ำ เขาไม่รู้ว่าตัวเองหัวเราะออกมาทำไม ทั้งที่ตัวเขาเองก็ไม่อยากจะหัวเราะเลย เขาจึงเอามือปิดหน้าพร้อมทำสีหน้าซื่อใส
บุตรชายคนโตของตระกูลเฉินส่งสัญญาณให้พิธีกรพูดต่อ ในสถานการณ์เช่นนี้การก่อเรื่องไม่ใช่เรื่องดี ต่อให้มีปัญหาอะไรก็ต้องรอให้งานศพจบลงก่อน
"ท่านผู้อาวุโสเฉิน ผู้เป็นที่รักของเราเป็นคนใจกว้างและชอบช่วยเหลือผู้อื่น เป็นหัวหน้างานที่ดีที่บริษัท เป็นสามีและพ่อที่ดีของครอบครัว..."
"ฮ่าๆ..." เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้สายตาของทุกคนมองไปยังจุดที่หลิวอวิ๋นนั่งอย่างรวดเร็ว แววตาของคนตระกูลเฉินเต็มไปด้วยจิตสังหาร
หลิวอวิ๋นอยากจะร้องไห้ เขาไม่อยากหัวเราะจริงๆ แต่เขาก็ห้ามตัวเองไม่ได้ เมื่อครู่ตอนเขาเอามือปิดปากมันยังได้ผล แต่คราวนี้ต่อให้ปิดปากไว้เขาก็ยังหยุดหัวเราะไม่ได้ แถมมันยังทำให้สีหน้าของเขาดูน่าเกลียดน่าชังเหมือนคนกำลังแอบขำอยู่หลังฝ่ามืออีกต่างหาก
"ไอ้สารเลว แกมาป่วนงานใช่ไหม!" พี่น้องตระกูลเฉินทั้งสามทนไม่ไหวอีกต่อไป เพื่อนฝูงและครอบครัวของพวกเขาก็ต่างโกรธเคือง ทันใดนั้นผู้คนนับร้อยในโถงต่างลุกขึ้นและล้อมหลิวอวิ๋นเอาไว้ ทุกคนต่างมีสีหน้าถมึงทึง
"ผม... ฮ่าๆ... ผมไม่อยากหัวเราะจริงๆ... ฮ่าๆ... ผม... ฮ่าๆ..." หลิวอวิ๋นหัวเราะไปพูดไป เขาควบคุมตัวเองไม่ได้เลยจริงๆ
"สั่งสอนมันให้ตาย!" สามพี่น้องตระกูลเฉินเดือดดาลถึงขีดสุด ส่วนคนอื่นๆ ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปจึงกรูกันเข้ามาทำร้ายเขา
"อ๊าก!" เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังลั่นโถง
เมื่อหลิวอวิ๋นหนีออกมาด้วยใบหน้าที่บวมปูด เขาก็เห็นย่าเอ๋อร์เดินตามเขาออกมาโดยที่เขาไม่ทันสังเกต พวกเขาอยู่ที่ด้านนอกโรงแรมแล้ว
หลิวอวิ๋นอุ้มย่าเอ๋อร์แล้ววิ่งหนี มีกลุ่มคนตะโกนไล่หลังมาว่าจะฆ่าเขาให้ตาย
"ฮ่าๆ... ให้ตายเถอะ... ฮ่าๆ... อย่าตีที่หน้าสิ... พวกนี้ไม่มีมารยาทเลย... ฮ่าๆ... ไม่รู้อะไรเลย..." หลังจากหนีพ้นจากการไล่ล่า หลิวอวิ๋นก็ยังคงหัวเราะแม้ใบหน้าจะบวมปูด การหัวเราะทำให้บาดแผลบนใบหน้าตึงจนเขาต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
"บ้าเอ๊ย ทำไมฉันถึงหยุดหัวเราะไม่ได้นะ?" ขณะที่พูด หลิวอวิ๋นก็เพิ่งตระหนักว่าเขาไม่ได้กำลังหัวเราะอยู่ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิม
"เกิดอะไรขึ้นกันแน่?" หลิวอวิ๋นเหลือบมองย่าเอ๋อร์และเห็นเธอกำลังชี้ไปที่ร้านเค้ก "หิว"
เด็กนี่อายุเท่าไหร่กันเชียว? เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะเป็นเพราะเธอ หรือว่าฉันเผลอไปทำผิดกฎข้อห้ามอะไรตอนอยู่ที่โรงเรียนโดยไม่รู้ตัว? หลิวอวิ๋นคิดในใจ
ในเมื่ออยู่ในสภาพนี้แล้ว จะไปอาศัยกินฟรีคงไม่ได้ หลิวอวิ๋นไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพาย่าเอ๋อร์ไปที่ร้านเค้กเพื่อซื้อขนมให้เธอ
ขณะที่ย่าเอ๋อร์กินขนม เธอก็มองดูบาดแผลบนหน้าของหลิวอวิ๋น หลิวอวิ๋นกัดเค้กคำหนึ่งแล้วแผลที่มุมปากก็ตึงขึ้นมา มุมปากเขากระตุกด้วยความเจ็บปวดก่อนจะเอ่ยอย่างหงุดหงิดว่า "มองอะไร? อย่าคิดนะว่าฉันสู้พวกมันไม่ได้ ฉันใช้นิ้วดีดทีเดียวก็ฆ่าพวกมันได้หมดแล้ว แต่ฉันเป็นมืออาชีพ ไม่ใช่โจร เข้าใจไหม?"
ย่าเอ๋อร์ก้มหน้าลงกินขนมต่อ เขาไม่รู้เลยว่าเธอเข้าใจที่เขาพูดหรือไม่
...
โจวเหวินรู้ดีว่าหลิวอวิ๋นพาย่าเอ๋อร์ไปแล้วและกำลังบังคับให้เธอไปที่ภูเขาหลงหู่ เขาไม่ได้กังวลว่าหลิวอวิ๋นจะทำอันตรายย่าเอ๋อร์ เพราะหลิวอวิ๋นไม่ใช่คนที่จะทำร้ายเด็ก
ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็ต้องไปที่ภูเขาหลงหู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การที่หลิวอวิ๋นไปถึงก่อนก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร
'หลิวอวิ๋นต้องการให้ฉันไปหาเขาที่ภูเขาหลงหู่ ดูท่าทางเขาคงเล็ง 'สัตว์ธาตุดิน' (Earth Elemental Beast) ไว้น่ะสิ' โจวเหวินยังคงกังวลอยู่บ้าง ไม่ใช่กังวลเรื่องย่าเอ๋อร์ แต่กลัวว่าหลิวอวิ๋นจะกลายเป็นศพไปเสียก่อนที่เขาจะไปเจอ
หลิวอวิ๋นไม่รู้ที่มาที่ไปของย่าเอ๋อร์และมองว่าเธอเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง เขาคงไม่ได้ระวังตัวกับเธอ แตย่าเอ๋อร์ไม่ใช่เด็กธรรมดา การไปล่วงเกินเธอเข้าอาจทำให้เขาถึงตายได้จริงๆ
โจวเหวินไม่ได้คิดผิด ถ้าโจวเหวินไม่ได้ตั้งกฎเหล่านั้นไว้ให้ย่าเอ๋อร์ หลิวอวิ๋นคงต้องอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายมากหากย่าเอ๋อร์ไม่ยอมทำตาม
ต่อให้ย่าเอ๋อร์ไม่อยากฆ่าใคร สถานการณ์ของหลิวอวิ๋นก็แย่ไม่ต่างกัน
เดิมทีหลิวอวิ๋นคิดว่าเขาจะสามารถรีบไปภูเขาหลงหู่แล้วรอโจวเหวินมาสมทบได้อย่างง่ายดาย แต่ทว่าการเดินทางกลับไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
หลังจากแผนกินฟรีครั้งก่อนล้มเหลว หลิวอวิ๋นก็รู้สึกไม่พอใจ เมื่อมาถึงอีกเมืองหนึ่ง เขาจึงวางแผนจะไปอาศัยกินฟรีในงานเลี้ยงอีกงาน
หลิวอวิ๋นคิดในใจว่า 'นิสัยเสียที่จู่ๆ ก็หัวเราะออกมา คงไม่เป็นไรหรอกถ้าไปเนียนในงานแต่งงาน ต่อให้มันกำเริบขึ้นมา คนอื่นก็คงคิดว่าฉันกำลังดีใจแทนบ่าวสาว'
แผนการของหลิวอวิ๋นถือว่าดีใช้ได้ แต่ในงานแต่งงาน จังหวะที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวกำลังจะสวมแหวนให้กัน จู่ๆ หลิวอวิ๋นก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมาเสียงดัง เขาคร่ำครวญอย่างน่าสงสารจนคนที่ไม่รู้เรื่องคงคิดว่าเขากับเจ้าสาวต้องมีอะไรลึกซึ้งกันแน่ๆ ถึงได้ตัดใจปล่อยให้เธอแต่งงานไปไม่ได้
ทันใดนั้น สายตาของทุกคนก็จับจ้องมาที่หลิวอวิ๋น
"ฮือ... ผม... ผมไม่อยากร้องไห้จริงๆ นะ... ฮือ... อย่าตีที่หน้าผมสิ..."
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.