Chapter 4650
4648 / 5804
11 min read
Chapter 4650 – An Ingenious Move
Published Apr 11, 2026, 01:20 PM
บทที่ 4650 – กลยุทธ์อันเหนือชั้น
ผู้แปล: ศิลาวิน และ จ้อน
ตรวจสอบการแปล: ปิ้วปิ้วเลเซอร์กัน
บรรณาธิการและพิสูจน์อักษร: ลีโอแห่งภูผาสิงห์ และ เดล ไลเกอร์คีย์
“มีข่าวลือหนาหูว่า หลังจากยอดฝีมือขอบเขตเปิดสวรรค์ระดับสูงจากกองกำลังชั้นยอดชั้นสองเข้าร่วมกับถ้ำสวรรค์และแดนสุขาวดีแล้ว พวกเขาก็มักจะอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย ว่ากันว่าไม่ถูกคุมขัง ก็ถูกสังหารอย่างลับๆ” สวีหวังเผยรอยยิ้ม “หลายปีที่ผ่านมา ข้าเคยเห็นยอดฝีมือขอบเขตเปิดสวรรค์ระดับสูงจากกองกำลังชั้นยอดชั้นสองอยู่บ้าง พวกเขาถูกนำตัวมายังถ้ำสวรรค์ราชันย์ประกายโดยผู้อาวุโสในนิกาย”
หยางไค่เอ่ยถามอย่างใคร่รู้ “แล้วตอนนี้พวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง?”
สวีหวังส่ายหน้า “ข้าเคยพบพวกเขาแต่ละคนเพียงครั้งเดียว หลังจากนั้นก็ไม่ได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับพวกเขาอีกเลย ไม่แน่ชัดว่าเป็นหรือตาย”
หยางไค่รู้สึกเยียบเย็นวาบไปทั่วสันหลัง คำพูดเปรยๆ ของสวีหวังทำให้เขาตระหนักว่าตนเองไม่ได้เข้าใจถ้ำสวรรค์และแดนสุขาวดีเลยแม้แต่น้อย
“เป็นเรื่องยากสำหรับถ้ำสวรรค์และแดนสุขาวดีที่จะสอดส่องกิจการในแดนสวรรค์แหลกสลาย ด้วยเหตุนี้ ผู้คนจำนวนมากที่ทะลวงสู่ระดับสูงจึงมาอาศัยอยู่ที่นี่ บางคนถึงกับเดินทางมาตลอดทางเพื่อบรรลุการทะลวงขอบเขตที่นี่ เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเป้าสายตาของถ้ำสวรรค์และแดนสุขาวดี ดังนั้น ในแดนสวรรค์แหลกสลายจึงไม่ได้มีเพียงยอดฝีมือขอบเขตเปิดสวรรค์ระดับเจ็ด แต่ยังมีระดับแปดอยู่ด้วย เจ้าต้องระวังตัวให้ดีเมื่ออยู่ที่นี่ ศิษย์น้อง”
“ข้าจะจำไว้” หยางไค่พยักหน้าเบาๆ ทว่าหัวใจของเขากลับไม่สงบนิ่งเหมือนสีหน้าที่แสดงออก หากสิ่งที่สวีหวังพูดเป็นความจริง น่านน้ำในแดนสวรรค์แหลกสลายนี้ก็ช่างขุ่นคลักลึกล้ำเสียจริง
ยอดฝีมือขอบเขตเปิดสวรรค์ระดับเจ็ดหลายคนที่ซ่อนตัวอยู่ในฝูงชนเห็นได้ชัดว่ารู้เรื่องเกี่ยวกับถ้ำสวรรค์จักรวาลอยู่บ้าง มิฉะนั้นพวกเขาคงไม่รออยู่ที่นี่และพุ่งทะยานผ่านประตูมิติในทันทีที่มันเปิดออก
น่าเสียดายที่หลังจากพวกเขาเข้าไปแล้ว ประตูมิติก็หายวับไปในทันที ความหวังของคนอื่นๆ ที่จะเข้าไปเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ที่ตกค้างจึงหมดสิ้นไป หยางไค่มีความสามารถพอที่จะตามรอยและเปิดประตูมิติอีกครั้งอย่างแข็งขัน แต่เขาจะไม่ทำเรื่องเช่นนั้นเพราะมันไม่คุ้มกับความพยายาม
“แดนสวรรค์แหลกสลายนี่ช่างเป็นสถานที่ที่น่าทึ่งจริงๆ” หยางไค่ถอนหายใจออกมาทันใดนั้น แล้วหันไปมองในทิศทางหนึ่งพร้อมแย้มยิ้ม “เจ้าไม่คิดเช่นนั้นหรือ, อีกาโลหิต?”
สีหน้าของสวีหวังแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขณะมองตามสายตาของหยางไค่ไป
ในทิศทางนั้นมีคนสามคน เป็นชายสองหญิงหนึ่ง เห็นได้ชัดว่ามาจากนิกายเดียวกัน เมื่อสังเกตเห็นสายตาของหยางไค่และสวีหวัง พวกเขาก็หันมามอง
ชายสองคนขมวดคิ้วพลางแสดงท่าทีทั้งระแวดระวังและฉงนสนเท่ห์ สตรีผู้นั้นก็เอ่ยถามด้วยความงุนงง “ศิษย์พี่ ท่านกำลังพูดกับพวกเราหรือ?”
หยางไค่ฉีกยิ้มกว้างให้นาง “หากยอดฝีมือขอบเขตเปิดสวรรค์ระดับสูงไม่ปรากฏตัวและรบกวนเจ้า จนกลิ่นอายของเจ้ารั่วไหลออกมา ข้าก็คงไม่ค้นพบร่องรอยของเจ้า ในเมื่อข้าพบเจ้าแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์อันใดที่เจ้าจะเสแสร้งต่อไป ในฐานะผู้เชี่ยวชาญอาวุโส เจ้าก็ควรทำตัวให้สมกับฐานะ คนรุ่นเยาว์เช่นพวกเราจะผิดหวังหากเจ้ายังคงแสร้งทำเป็นโง่งม”
สตรีผู้นั้นกล่าวอย่างไม่พอใจ “ข้าไม่เข้าใจว่าท่านกำลังพูดเรื่องอะไร ศิษย์พี่”
ชายสองคนที่อยู่ข้างกายนางจ้องมองหยางไค่อย่างขุ่นเคือง คิดว่าเขาได้ล่วงเกินสตรีคนงาม
หยางไค่แค่นเสียงเย็นชา “มีอะไรผิดปกติหรือ? เบื่อที่จะเป็นบุรุษแล้วหรือไร ถึงได้ตัดสินใจใช้ชีวิตเป็นสตรีในตอนนี้?”
ชายคนหนึ่งแผดคำราม “สหาย โปรดระวังคำพูดของท่านด้วย! พวกเราสามคนไม่มีความแค้นใดๆ กับท่าน แม้แต่รู้จักก็หาไม่ ท่านเคยล่วงเกินพวกเรามาก่อนหรือ?”
“เจ้ามองผิดไปหรือเปล่า?” สวีหวังถามเสียงเบา เขาไม่พบร่องรอยใดๆ ของอีกาโลหิตจากสตรีผู้นั้น และไม่สามารถตรวจจับกลิ่นอายที่ผิดปกติใดๆ รอบตัวนางได้ ปฏิกิริยาของสตรีผู้นั้นก็เป็นธรรมชาติและมีเหตุผล ด้วยเหตุนี้เขาจึงงุนงงกับข้อกล่าวหาของหยางไค่
ความขัดแย้งได้ดึงดูดความสนใจของผู้คนจำนวนมากในที่เกิดเหตุ ประตูมิติที่นำไปสู่ถ้ำสวรรค์จักรวาลได้หายไปแล้วในขณะที่ยอดฝีมือขอบเขตเปิดสวรรค์ระดับสูงหลายคนได้เข้าไปข้างใน หลายคนจึงตัดสินใจที่จะจากไปแล้ว
ท้ายที่สุดแล้ว ยอดฝีมือขอบเขตเปิดสวรรค์ระดับสูงนั้นแข็งแกร่งอย่างหาที่เปรียบมิได้ พวกเขาไม่กล้าที่จะฉกฉวยสิ่งใดจากคนเหล่านั้น
ในเมื่อไม่มีผลประโยชน์ใดๆ ให้ช่วงชิง พวกเขาก็ไม่รังเกียจที่จะชมการแสดงดีๆ สักฉาก ในชั่วขณะนั้น หลายคนหันไปมองยังต้นตอของความขัดแย้ง
ต่อหน้าต่อตาทุกคน หยางไค่พลันยื่นมือออกไปและเรียกทวนของเขาออกมา เมื่อแสงประกายวาบผ่านอาวุธ เขาก็แทงทวนออกไป เผชิญหน้ากับการโจมตีนั้น สตรีผู้มีเสน่ห์เย้ายวนด้วยเรือนร่างดั่งนาฬิกาทรายไม่มีแม้แต่เวลาที่จะตอบสนองก่อนที่ศีรษะของนางจะระเบิดออก โลหิตเริ่มพวยพุ่งจากร่างไร้ศีรษะราวกับน้ำพุ
ทุกคนต่างตกตะลึงกับฉากที่เกิดขึ้น
ชายร่างกำยำที่ยืนอยู่ใกล้ๆ หยางไค่ยิ่งหวาดผวาเป็นพิเศษ เมื่อหยางไค่ถามคำถามเขาเมื่อครู่ เขาก็ปัดอีกฝ่ายทิ้งไปเพราะเขาเป็นยอดฝีมือขอบเขตเปิดสวรรค์ระดับหกที่มีบารมีลึกล้ำ แม้จะตระหนักว่าหยางไค่ก็อยู่ในระดับหกเช่นกันเมื่อมาถึง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาสะทกสะท้านแม้แต่น้อย
ทว่า การโจมตีอันน่าทึ่งของหยางไค่และความหนักหน่วงของพลังโลกของเขาทำให้ชายร่างกำยำตระหนักถึงความแตกต่างอันมหาศาลระหว่างพวกเขาทั้งสอง
ในชั่วขณะนั้น เหงื่อเย็นไหลท่วมกายขณะรีบถอยห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร เพื่อที่เขาจะได้ไม่ถูกลากเข้าไปพัวพันกับความวุ่นวายนี้
ในชั่วพริบตา สตรีผู้มีเสน่ห์เย้ายวนก็ถูกสังหารไปเช่นนั้น
ชายหนุ่มที่อยู่ข้างกายนางตกตะลึงไปชั่วครู่ก่อนที่ดวงตาของพวกเขาจะแดงก่ำ คนหนึ่งแผดเสียงกึกก้อง “เจ้ากล้าสังหารศิษย์น้องกัวได้อย่างไร? ข้าจะฆ่าเจ้า!”
สิ้นคำพูด เขาก็เรียกดาบยาวออกมาและผลักดันพลังโลกของตนก่อนจะพุ่งเข้าใส่หยางไค่ แม้ว่าอีกคนจะยังคงเงียบ แต่เขาก็เรียกศาสตราวุธของตนออกมาเช่นกันขณะที่เจตสังหารพลุ่งพล่านท่วมท้น
ทั้งสองคนอยู่ในขอบเขตเปิดสวรรค์ระดับห้าเท่านั้น แม้จะรู้ว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหยางไค่ แต่พวกเขาก็ไม่อาจรักษาความเยือกเย็นไว้ได้เมื่อศิษย์น้องของพวกเขาถูกสังหารโดยไม่มีเหตุผลอันใด
สวีหวังรีบยกมือขึ้นและอธิบาย “โปรดสงบสติอารมณ์ก่อน นางไม่ใช่ศิษย์น้องของพวกท่าน คนผู้นั้นคือ…”
ก่อนที่เขาจะทันได้อธิบายสิ่งใด เขาก็รู้สึกได้ถึงทวนที่เฉียดผ่านหูของเขาไป เขาเอียงศีรษะตามสัญชาตญาณ และเมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เขาก็ตระหนักว่ายอดฝีมือขอบเขตเปิดสวรรค์ระดับห้าทั้งสองได้สิ้นใจตามศิษย์น้องของพวกเขาไป ศีรษะของพวกเขาระเบิดออกในลักษณะเดียวกันขณะที่ลาจากโลกนี้ไป
สวีหวังหันศีรษะไปและตะโกนลั่น “หยางไค่!”
หากหยางไค่ไม่ได้ช่วยเขาจากการถูกสังหารโดยอีกาโลหิต เขาคงจะเปิดฉากโจมตีอีกฝ่ายไปแล้วเมื่อครู่นี้ เดิมทีเขามีความประทับใจที่ดีต่อหยางไค่ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงบอกความลับที่ไม่สำคัญมากนักให้แก่อีกฝ่าย ทว่า เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าหยางไค่จะเป็นคนอำมหิตที่สังหารผู้คนได้โดยไม่กะพริบตา
จนถึงตอนนี้ เขาก็ยังไม่สามารถตรวจจับกลิ่นอายของอีกาโลหิตจากใครในสามคนนี้ได้เลย
โดยไม่ชายตามองเขา หยางไค่เงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม จากนั้นริมฝีปากของเขาก็โค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน “สมแล้วที่เป็นยอดฝีมืออาวุโส ช่างเป็นกลยุทธ์อันเหนือชั้นโดยแท้!”
สวีหวังตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติเช่นกัน ขณะที่เขามองไปรอบๆ เขาก็เห็นว่ามีคนราวๆ ยี่สิบคน ซึ่งคาดว่าจะเป็นเพียงผู้ดูเหตุการณ์ ได้ก้าวออกมาข้างหน้า พวกเขาประกอบด้วยทั้งชายและหญิง ทั้งคนหนุ่มและคนชรา
สหายของพวกเขาจ้องมองด้วยความตกตะลึง เพราะไม่รู้ว่าทำไมคนเหล่านี้ถึงก้าวออกมาในเมื่อพวกเขาควรจะแค่ชมการแสดง
ในทิศทางหนึ่ง สตรีคนหนึ่งซึ่งอยู่ในกลุ่มสี่คน มองไปยังร่างที่กำลังเดินจากไปอย่างงุนงงและร้องเรียก “ศิษย์พี่ลู่?”
บุคคลที่ถูกเรียกว่าศิษย์พี่ลู่ไม่ได้หันศีรษะกลับมาด้วยซ้ำ ขณะที่เขากางฝ่ามือออกและกระตุ้นพลังโลกของตน จากนั้นเขาก็ตวาดลั่น “ใครก็ตามย่อมสามารถทำลายจ้าวอสูรเช่นนี้ที่สังหารผู้อื่นได้โดยไม่ลังเลใจ ผู้บำเพ็ญเพียรเช่นพวกเรามิควรหรือที่จะลุกขึ้นต่อสู้กับความอยุติธรรม?”
ประกายแสงฉายชัดในดวงตาของสตรีผู้นั้น ภาพลักษณ์ของศิษย์พี่ลู่ที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้วในใจของนาง บัดนี้กลับดูองอาจกล้าหาญยิ่งขึ้นไปอีก นางจึงก้าวไปข้างหน้าและยืนเคียงข้างเขา “ข้าจะช่วยท่านเอง ศิษย์พี่!”
เมื่อเห็นเช่นนั้น ศิษย์ที่เหลืออีกสามคนจากนิกายเดียวกันก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องก้าวออกมาเช่นกัน
เรื่องเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับกลุ่มคนอื่นๆ ในตอนแรกมีเพียงราวๆ ยี่สิบคนที่ก้าวออกมา แต่ในชั่วพริบตา จำนวนก็เพิ่มขึ้นเป็นกว่าเจ็ดสิบคน เนื่องจากสหายของกลุ่มคนเริ่มแรกได้ก้าวออกมาด้วย
แม้ว่าสวีหวังจะมาจากถ้ำสวรรค์ราชันย์ประกาย แต่เขาก็ยังคงตกตะลึงกับภาพที่เห็น เขาไม่ใช่คนโง่ เขาโกรธจัดเพราะคิดว่าหยางไค่ได้สังหารผู้บริสุทธิ์ไปเมื่อครู่นี้ ทว่า มันช่างน่ากระอักกระอ่วนที่จู่ๆ ก็มีคนมากกว่ายี่สิบคนก้าวออกมาพร้อมกันทันทีหลังจากนั้น
พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นยอดฝีมือขอบเขตเปิดสวรรค์ที่ได้เห็นโลกมามากพอที่จะรู้ว่าไม่ควรเลือกข้างโดยง่ายดาย พวกเขาไม่ใช่เด็กหนุ่มเลือดร้อนและสามารถตัดสินใจได้ว่าจะต่อสู้หรือสังหารโดยไม่ได้ขึ้นอยู่กับอารมณ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงตรรกะและเหตุผลด้วย สำหรับคนเช่นนี้ การอ้างว่าเป็นการลุกขึ้นต่อสู้กับความอยุติธรรมก็ไม่ต่างอะไรกับการหลอกตัวเอง
สวีหวังยอมเชื่อว่ามีปัญหากับคนยี่สิบกว่าคนที่ก้าวออกมาก่อน ดีกว่าจะคิดอย่างใสซื่อว่าพวกเขากำลังพยายามนำฆาตกรมาลงทัณฑ์จริงๆ
อย่างไรก็ตาม ไม่น่าจะมีปัญหากับสหายของพวกเขาจากนิกายเดียวกันที่ก้าวออกมาช่วย
“เราจะทำอย่างไรดี?” สวีหวังถามเสียงเบา
“ฆ่าให้หมด” หยางไค่ตอบ
สวีหวังกลอกตา “นี่ยังมีอารมณ์มาพูดเล่นอีกหรือ?”
หยางไค่ยกไหล่ “ถึงข้าจะสู้พวกเขาไม่ได้ ข้าก็ยังหนีได้ ไม่มีใครในหมู่พวกเขาหยุดข้าได้หรอก”
สวีหวังรีบกล่าว “อย่าลืมพาข้าไปด้วยตอนเจ้าหนีล่ะ! แม้ว่าศิษย์จากถ้ำสวรรค์ราชันย์ประกายจะทรหดและไม่ย่อท้อ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องสนุกที่จะถูกคนมากมายขนาดนี้รุมทุบตี”
“มันขึ้นอยู่กับอารมณ์ของข้า” หยางไค่ตอบอย่างเฉยเมย
สวีหวังผู้พูดไม่ออกได้แต่จ้องมองเขา
“พวกเราคือศิษย์แห่งถ้ำสวรรค์ราชันย์ประกาย!” หยางไค่พลันยกทวนขึ้นและตะโกนลั่น ในขณะเดียวกันเขาก็แอบเตะสวีหวังเบาๆ
หลังจากสวีหวังเข้าใจคำใบ้ของเขา ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวขณะที่กายราชันย์ประกายไม่หวั่นไหวสีทองอร่ามปรากฏขึ้นด้านหลังเขา เขาไม่มีอารมณ์ที่จะตำหนิหยางไค่ที่แสร้งทำเป็นศิษย์จากถ้ำสวรรค์ราชันย์ประกาย ณ จุดนี้ การใช้ชื่อเสียงของถ้ำสวรรค์ราชันย์ประกายถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ตามที่คาดไว้ หลังจากสวีหวังกระตุ้นกายราชันย์ประกายไม่หวั่นไหว กลุ่มคนราวเจ็ดสิบคนก็เริ่มระแวดระวัง พวกเขาย่อมรู้ดีว่าถ้ำสวรรค์ราชันย์ประกายคือหนึ่งใน 36 ถ้ำสวรรค์
“พวกเรากำลังไล่ล่าราชันย์เทวะอีกาโลหิตและได้ติดตามมันมาจนถึงที่นี่ อีกาโลหิตมีเล่ห์เหลี่ยมกลอุบายมากมาย คนสามคนที่ข้าสังหารไปเมื่อครู่นี้ถูกควบคุมโดยหลักแห่งโลหิตของมัน แม้แต่สหายของพวกเจ้าก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน พวกเขาไม่ใช่เพื่อนหรือครอบครัวที่เจ้ารู้จักอีกต่อไปแล้ว” หยางไค่จ้องมองอย่างท้าทายไปยังคนยี่สิบกว่าคนที่ก้าวออกมาก่อน
ทั้งฝูงชนแตกตื่นฮือฮา
ราชันย์เทวะอีกาโลหิตนั้นฉาวโฉ่ในแดนสวรรค์แหลกสลาย มันเป็นผู้เชี่ยวชาญในวิถีแห่งโลหิตที่ชื่นชอบการดูดซับแก่นโลหิตของผู้บำเพ็ญเพียร ผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายของมันจะจบลงในสภาพที่น่าสยดสยอง
อารมณ์ในใจของพวกเขาสั่นไหวเมื่อได้ยินคำพูดของหยางไค่ บางคนที่ว่องไวก็รีบถอยห่างจากสหายของตนที่ดูปกติทุกประการในทันที อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ยังคงสงสัยอยู่ ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาไม่ได้แยกจากสหายของตนเมื่อเร็วๆ นี้ พวกเขาคงจะสังเกตเห็นหากอีกาโลหิตอยู่แถวนี้จริงๆ
“ศิษย์พี่ลู่!” สตรีผู้นั้นร้องเรียกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะจ้องมองใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม “สิ่งที่เขาพูดเป็นความจริงหรือ?”
ศิษย์พี่ลู่ดูเหมือนจะไม่ได้ยินเสียงนางขณะที่เขามองตรงไปข้างหน้าอย่างเฉยเมย ทันใดนั้นสตรีผู้นั้นก็ยกมือขึ้นปิดปากขณะที่หยาดน้ำตาร่วงหล่นจากดวงตาของนางราวกับไข่มุกที่ขาดสะบั้นจากเส้นเชือก
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.