ตอนที่ 1592
1540 / 2769
อ่าน 6 นาที
Chapter 1592 Medical Ward
เผยแพร่เมื่อ 14 มี.ค. 2569 08:23
Chapter 1592 หอผู้ป่วย
หอผู้ป่วยพิเศษที่ใช้รักษาชูโม่ตั้งอยู่ตรงมุมของอาคารศูนย์การแพทย์ รอบบริเวณนั้นไม่เห็นมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสักคน แต่ตัววอร์ดกลับมีประตูเสริมความแข็งแรงหนาเตอะเป็นปราการด่านแรก ตามด้วยประตูเหล็กดัดอีกหลายชั้น
หากเอเมอรี่ไม่รู้มาก่อน เขาคงคิดว่ากำลังเดินเข้าคุกมากกว่าจะเป็นหอผู้ป่วย
“โชคดีนะที่คุณมาถูกเวลา ปกติช่วงเวลานี้พวกเขาค่อนข้างเชื่องเลยล่ะ”
ถึงจะรู้ว่าชายคนนั้นพูดเพื่อปลอบใจ แต่มันกลับไม่ได้ทำให้เอเมอรี่รู้สึกสงบลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับวิตกกังวลยิ่งกว่าเดิม เพราะคำพูดเหล่านั้นเผยให้เห็นถึงสภาพปัจจุบันของชูโม่เล็กน้อย
หลายปีผ่านไปแล้ว แต่จากคำพูดนั้นดูเหมือนว่าพิษยังคงไม่ถูกกำจัดออกไป พวกเขายังคงดุร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
หลังจากผ่านประตูบานที่สี่ไป เอเมอรี่ก็มาถึงทางเดินที่มีหน้าต่างเรียงรายอยู่ทั้งสองฝั่ง พร้อมแผงควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ติดตั้งอยู่หน้าหน้าต่างแต่ละบาน ชายคนนั้นนำทางเขาทั้งสองไปยังหน้าต่างบานแรกทางซ้ายมือ
“นี่คือคนไข้หมายเลข 2”
ทั้งเอเมอรี่และอันนาร่าต่างเงียบกริบเมื่อเห็นชายผมดำนั่งอยู่บนเตียงโดยหันหลังให้กับหน้าต่าง แม้จะมองจากระยะไกลและมีเสื้อผ้าปกคลุมอยู่ แต่เอเมอรี่ก็บอกได้ชัดเจนว่าร่างกายของเขาผอมแห้งแค่ไหน เหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกเท่านั้น
‘ชูโม่ นั่นนายใช่ไหม?’ จิตใจของเขาตะโกนถามหาคำตอบ
ทว่า ไม่ว่าจะโชคร้ายหรือโชคดี เมื่อร่างนั้นหันหน้ามาทางหน้าต่าง เขากลับไม่ใช่ชูโม่ เอเมอรี่ยังพอจำคนผู้นี้ได้ แม้จะเลือนรางเต็มที เขาคือหนึ่งในนักเรียนของสถาบันจอมเวทจริง ๆ
จากนั้นเขาก็รีบไปดูที่หน้าต่างบานที่สอง คำว่า ‘คนไข้หมายเลข 3’ ปรากฏอยู่บนแผงอิเล็กทรอนิกส์ และเมื่อชะโงกหน้าเข้าไปดู เขาก็พบว่าไม่ใช่ชูโม่เช่นกัน ในวินาทีนี้ เอเมอรี่รู้สึกว่าอารมณ์ของเขากำลังปั่นป่วนจนคุมไม่อยู่
เมื่อมาถึงหน้าต่างบานที่สาม ชายคนนั้นก็กล่าวว่า “นี่คือคนไข้รายสุดท้ายครับ”
เอเมอรี่ตกใจที่ได้ยินเช่นนั้น เพราะจากความทรงจำของเขา ควรจะมีคนไข้ทั้งหมด 7 ราย แล้วจะมีแค่ 3 รายได้อย่างไร?
ด้วยความคิดที่วนเวียนอยู่ในหัว เอเมอรี่มองเข้าไปในหน้าต่างกระจกบานที่สามและไม่พบร่างของชูโม่ แต่กลับเป็นชายผมสีขาวรุงรังแทน เขาจึงส่ายหัวและคิดในใจ
‘ไม่ใช่เขาเหมือนกัน’
ทว่าสิ่งที่น่าประหลาดใจคือ เมื่อร่างในห้องหันกลับมา เขากลับโกรธจัดและพุ่งตัวกระแทกประตูเข้าอย่างแรง จนเอเมอรี่ที่ไม่ได้ตั้งตัวถึงกับต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเขา ชายคนนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ขออภัยด้วยครับ คนไข้หมายเลข 7 มักจะเป็นแบบนี้เสมอ ไม่ว่าพิษจะกำเริบหรือไม่ก็ตาม... เขามักจะเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง และพวกเราก็ยังหาสาเหตุไม่ได้เลย”
คำพูดเหล่านั้นทำให้เอเมอรี่นึกถึงใครบางคนที่เข้าข่ายคำบรรยายนี้ เขาจึงตรวจสอบข้อสงสัยด้วยการเพ่งมองใบหน้าของชายผมขาวอย่างละเอียด จนตระหนักได้ว่าเขาคือใคร “โลดอส... จอมคลุ้มคลั่ง”
“อ้อ คุณรู้จักเขาด้วยเหรอครับ?” ชายคนนั้นถามเมื่อเห็นท่าทีของเอเมอรี่
เมื่อรู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรที่ไม่ควรออกไป เอเมอรี่จึงตั้งสติแล้วตอบว่า “ครับ ผมเคยอ่านประวัติของเขามาก่อน”
ในขณะเดียวกัน หลังจากอาการคลุ้มคลั่งเบาบางลง โลดอสก็มองมาที่เอเมอรี่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะพูดขึ้นกะทันหันว่า “แก... เอเมอรี่!! นักเรียนป่าเถื่อน...!! แกมาอยู่ที่นี่!!”
เอเมอรี่ถึงกับอึ้ง สมองของเขาเริ่มทำงานทันทีเพื่อหาคำตอบว่าชายคนนี้จำเขาได้อย่างไร แต่คำถามนั้นก็ได้รับคำตอบอย่างรวดเร็วเมื่อโลดอสหันไปมองเจ้าหน้าที่การแพทย์ชายแล้วพูดว่า “แกด้วย เจ้าเด็กมังกร... ฉันไม่กลัวแกหรอก... ฉันจะเป็นผู้ชนะในทัวร์นาเมนต์!! ฉันนี่แหละ!! โลดอส!!”
ชัดเจนว่าโลดอสยังไม่หายดี เมื่อเห็นสภาพของเขาในปัจจุบัน เอเมอรี่ก็นึกถึงเรื่องราวที่เคยมีร่วมกัน และอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสาร
โชคร้ายที่ตอนนี้เขามีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องทำ เขาหันไปหาเจ้าหน้าที่การแพทย์แล้วถามว่า “แล้วคนไข้คนอื่นล่ะครับ? ผมได้ยินมาว่ามีอยู่ 7 ราย”
เอเมอรี่พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะซ่อนความกังวลในขณะถาม และความกังวลนั้นก็ยิ่งเพิ่มพูนเมื่อชายคนนั้นเริ่มไล่ชื่อของผู้ที่ไม่สามารถรอดชีวิตจากการรักษา โชคดีที่เขาได้ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อไม่มีชื่อของชูโม่หลุดออกมา
ปรากฏว่ามีสองคนที่อาการคงที่และได้รับอนุญาตให้ออกจากศูนย์การแพทย์ไปแล้ว คนหนึ่งคืออาบราโฟเมื่อสองปีก่อน และอีกคนคือชูโม่เมื่อสองเดือนที่แล้ว
ความโล่งใจที่เอเมอรี่ได้รับเมื่อได้ยินข่าวนี้มันเกินจะบรรยาย
ในเมื่อยืนยันได้แล้วว่าชูโม่ปลอดภัย เอเมอรี่จึงใจเย็นลงระดับหนึ่ง
“ผมสงสัยว่าทางศูนย์มีการติดตามที่อยู่ของพวกเขาหรือไม่”
“จริง ๆ เราทำครับ เราจำเป็นต้องติดตามอาการและความคืบหน้าของพวกเขาหลังจากออกจากศูนย์ เนื่องจากผ่านมาสองปีแล้ว คนไข้หมายเลข 1 อย่างอาบราโฟจึงต้องเข้ามาตรวจทุก ๆ สองสามเดือน ในขณะที่คนไข้หมายเลข 6 อย่างชูโม่ต้องมาที่นี่ทุกสัปดาห์ครับ”
จากนั้นเขาจึงถามถึงช่องทางติดต่อว่าพอจะมีที่อยู่ให้เขาตามไปหาได้หรือไม่ แต่น่าเสียดายที่คำขอของเขาถูกปฏิเสธ เพราะข้อมูลทั้งหมดถูกจัดเป็นความลับรวมอยู่ในไฟล์วิจัย ซึ่งเอเมอรี่ไม่มีสิทธิ์เข้าถึง
ดูเหมือนลูกไม้การหว่านเสน่ห์ของอันนาร่าจะใช้ไม่ได้ผลในครั้งนี้ เอเมอรี่จึงตัดสินใจใช้วิธีอื่น
“ผมสนใจชายหนุ่มที่ชื่อชูโม่มากครับ ผมเข้าใจความกังวลของคุณ ดังนั้นผมจะไม่รบกวนคุณอีก แต่ถ้าเขามาที่นี่ ช่วยติดต่อผมได้ไหมครับ?”
ชายคนนั้นยอมรับรหัสระบุตัวตนบนกำไลข้อมือของเขา ซึ่งสามารถใช้ส่งข้อความในระยะใกล้ได้ ชายคนนั้นน่าจะติดต่อเอเมอรี่ได้ตราบเท่าที่เขายังอยู่ในเมืองนี้
ก่อนจะจากไป เอเมอรี่หันกลับไปมองโลดอสอีกครั้ง เมื่อเห็นสภาพของเขา มันจึงเกิดแรงกระตุ้นบางอย่างที่อยากจะช่วยหาทางรักษาโรคนี้ แต่ถึงขนาดศูนย์การแพทย์ระดับนี้ยังช่วยไม่ได้เลย
แล้วเขาจะคิดไปได้อย่างไรว่าตนเองจะทำสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญหลายสิบคนยังทำไม่ได้?
อีกอย่าง ตอนนี้เขาก็มีภาระหนักหนาสาหัสรออยู่แล้ว
เมื่อคิดได้ดังนั้น เอเมอรี่ก็หันหลังเดินจากไป
ขณะที่ทั้งคู่เดินออกจากอาคาร อันนาร่าซึ่งรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนรับผิดชอบจึงพูดขึ้นว่า “จริง ๆ แล้วเราอาจจะช่วยพวกเขาได้นะ ฉันจำได้ว่าซีนอเนียจดบันทึกงานวิจัยของเธอไว้ ถ้าเราหาบันทึกเกี่ยวกับโรคนี้ที่เธอทำไว้เจอ...”
ดวงตาของเอเมอรี่เป็นประกายขึ้นมาทันทีและพยักหน้า ความมุ่งมั่นที่จะตามหาฐานทัพลับของอดีตอาจารย์แห่งสถาบันความมืดก็ยิ่งพลุ่งพล่านขึ้นกว่าเดิม
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.