ตอนที่ 1026
1026 / 2354
อ่าน 6 นาที
Chapter 1026 - Mysterious Woman
เผยแพร่เมื่อ 5 เม.ย. 2569 01:08
**บทที่ 1026 - สตรีลึกลับ**
หลังจากขบวนรถม้าเคลื่อนคล้อยออกจากตัวเมืองมาได้สักพัก คนขับรถก็เอ่ยขึ้นกับพวกเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “จากนี้ไปจะไม่มีการหยุดพักที่ไหนอีก จนกว่าพวกเราจะบรรลุถึงเมืองแมมมอธยักษ์”
“ตกลง”
หยวนขานรับแผ่วเบา พลันหยิบเอาคู่มืออักขระค่ายกลระดับ 4 ออกมาเริ่มศึกษาอย่างจดจ่อ ทว่าเซี่ยเม่ยซึ่งจับจ้องเขามาตั้งแต่ก้าวขึ้นรถม้า กลับเอ่ยปากถามขึ้นมาเสียดื้อๆ “นั่นเจ้ากำลังทำอะไรอยู่?”
“ข้ากำลังเรียนรู้อักขระค่ายกล ข้าต้องใช้สมาธิอย่างมากก่อนที่เราจะถูกสัตว์อสูรโจมตี ดังนั้นหากไม่เป็นการรบกวน ช่วยปล่อยให้ข้าอยู่เงียบๆ จนกว่าจะศึกษาเสร็จจะได้หรือไม่? เจ้าสัญญาแล้วไม่ใช่หรือว่าจะไม่ทำตัวน่ารำคาญ”
“เอ๋? แบบนั้นมันจะไปสนุกอะไรล่ะ! มาคุยกันสักหน่อยก่อนที่เจ้าจะเอาแต่จมอยู่กับตำราเล่มนั้นเถอะน่า!” เซี่ยเม่ยกล่าวอย่างไม่ลดละ
“นี่! หยุดรบกวนเขาเสียที ไม่อย่างนั้นข้าจะเตะเจ้าลงจากรถเดี๋ยวนี้!” หวงเสี่ยวลี่ขัดจังหวะขึ้นมาพร้อมกับขมวดคิ้วด้วยความรำคาญใจ
คำประกาศกร้าวของนางทำเอาคนขับรถม้าถึงกับเหลียวขวับกลับมามองหวงเสี่ยวลี่ด้วยตาที่เบิกกว้าง
*‘พุทโธ่พรรณนา! ยัยหนูนี่เพิ่งจะข่มขู่ตัวอันตรายแบบนั้นไปงั้นรึ!’* เขาค่ำครวญอยู่ในใจด้วยความระย่อ
เซี่ยเม่ยหันไปมองหวงเสี่ยวลี่พลางแย้มยิ้มภายใต้ผ้าคลุม “จะเตะข้าลงไปงั้นหรือ? เจ้าจะทำได้อย่างไรกัน? ลำพังแค่ขั้นปรมาจารย์วิญญาณ ข้าสามารถบดขยี้เจ้าได้ด้วยนิ้วก้อยเพียงนิ้วเดียวเท่านั้น” นางชูนิ้วก้อยขึ้นมาต่อหน้าหวงเสี่ยวลี่ พร้อมกับกระดิกมันไปมาอย่างยั่วยวน
หยวนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พลางละสายตาจากตำราเพื่อจ้องมองเซี่ยเม่ย
“เจ้าตามมาที่นี่เพียงเพื่อจะหาเรื่องทะเลาะอย่างนั้นหรือ? ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็มาจบเรื่องนี้ให้มันสิ้นซากไปเสียตอนนี้เลย”
แม้ว่าเขาจะไม่มั่นใจเต็มร้อยว่าจะสามารถเอาชนะนางได้ แต่หากเขาสามารถจู่โจมนางทีเผลอด้วยวิชาดาราจักรเทพสงคราม เขาก็ยังมีโอกาสชนะอยู่บ้าง
“ใจเย็นก่อน ข้าไมได้อยากสู้กับเจ้า— อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้”
หยวนหรี่ตาลงเมื่อได้ยินคำพูดที่แฝงนัยว่านางต้องการจะสู้กับเขาในภายหลัง
“งานประลองจอมพลัง... ข้าเองก็จะเข้าร่วมด้วยเช่นกัน แม้ตอนนี้ข้าจะอยากสู้กับเจ้าใจจะขาด แต่ข้าจะรอจนกว่าเราทั้งคู่จะก้าวขึ้นสู่ลานประลอง” เซี่ยเม่ยเอ่ย
“เจ้าก็จะเข้าร่วมงานประลองจอมพลังด้วยอย่างนั้นหรือ? ข้าพอจะเข้าใจเหตุผลของหยวน แต่สำหรับเจ้าล่ะ? เจ้าไม่ใช่แค่มนุษย์ธรรมดาหรอกหรือ?” หวงเสี่ยวลี่ประหลาดใจอย่างยิ่งที่ได้ยินว่าสตรีชาวมนุษย์ต้องการจะเข้าร่วมงานประลองที่ขึ้นชื่อเรื่องพละกำลัง
“แล้วอย่างไรหากข้าเป็นมนุษย์? ไม่มีกฎข้อไหนห้ามมนุษย์เข้าร่วมงานประลองจอมพลังเสียหน่อย อันที่จริง มีมนุษย์จำนวนมากเข้าร่วมในทุกๆ ครั้งด้วยซ้ำ แม้จะยังไม่มีมนุษย์คนไหนเคยคว้าชัยชนะมาได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวก็เถอะ”
“ผู้ฝึกกายาที่เป็นสตรีงั้นหรือ... ช่างหาได้ยากยิ่ง...” หวงเฉินพึมพำออกมาแผ่วเบา
“เอาเป็นว่า ข้าขอคุยด้วยเพียงนิดเดียวเท่านั้น แล้วหลังจากนั้นข้าจะเลิกรบกวนเจ้าทันที ได้โปรดเถอะ?” เซี่ยเม่ยกล่าวเสริม พลางพนมมือเข้าหากันในท่าทางอ้อนวอน
“ก็ได้ เจ้าอยากจะคุยเรื่องอะไร?” หยวนยอมตกลงตามข้อเสนอของนาง
“เจ้าไปรู้จักกับจักรพรรดิยักษ์ได้อย่างไร?”
“นั่นเป็นความลับระหว่างเราสองคน” หยวนเอ่ยอ้างเหตุผลขึ้นมา เพราะตัวเขาก็ไม่รู้ความจริงเช่นกัน
“เข้าใจได้... เช่นนั้นแล้ว ทำไมจักรพรรดิยักษ์ถึงอยากจะสู้กับเจ้านัก?”
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เจ้าก็ไปถามเขาเอาเองสิ เขาเป็นคนท้าข้าเองนะ” หยวนยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ
“ข้าเถียงไม่ออกเลยจริงๆ... เอาล่ะ— แล้วทำไมเจ้าถึงมาที่ทวีปยักษ์แห่งนี้ หากไม่ใช่เพื่อเข้าร่วมงานประลองจอมพลัง?”
หยวนผินหน้าไปทางครอบครัวตระกูลหวงก่อนจะกล่าวว่า “ข้ามาที่นี่ในฐานะผู้คุ้มกันของพวกเขา และพวกเขาก็มาที่นี่เพื่อแลกเปลี่ยนสมบัติ”
“เอาจริงรึ...? นั่นคือเหตุผลที่เจ้ามาที่นี่จริงๆ น่ะหรือ?” เซี่ยเม่ยพึมพำด้วยน้ำเสียงมึนงง ราวกับไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
หลังจากซักไซ้ถามคำถามหยวนอีกหลายข้อ ในที่สุดเซี่ยเม่ยก็ยอมหยุดรบกวนเขาเสียที
ทว่าผ่านไปได้ไม่นาน สมาธิของหยวนก็ถูกเบี่ยงเบนไปอีกครั้ง
ทันทีที่เขาสัมผัสได้ถึงสัตว์อสูรที่ซุ่มซ่อนอยู่ใกล้ๆ หยวนก็วางตำราในมือลงทันควัน พลันเรียกเอา ‘ราชันผู้พิชิตนภา’ ออกมาไว้ในมือ การเคลื่อนไหวของเขานั้นราบรื่นและเฉียบคมราวกับสายน้ำที่ไหลบ่า ไร้ซึ่งความลังเลใจใดๆ ประหนึ่งว่าเขาเคยทำเช่นนี้มาแล้วนับพันนับหมื่นครั้ง
“[เพลงดาบไร้เสียงผีพรายเลือนลาง!]”
แขนของหยวนสั่นไหวจนเลือนหายไปเพียงชั่วพริบตา และด้วยความเร็วที่ไม่มีใครในที่นั้นมองทันยกเว้นเพียงเซี่ยเม่ย เขาก็สะบั้นร่างของสัตว์อสูรตัวนั้นไปมากกว่าสิบครั้ง แยกชิ้นส่วนของมันออกเป็นเศษเนื้อนับไม่ถ้วน
“ไม่เลวเลย” เซี่ยเม่ยเอ่ยชมหลังจากที่เขากลับเข้ามาในรถม้า
“ขอบใจ” หยวนกล่าวอย่างเรียบง่ายขณะหยิบตำราขึ้นมาเริ่มอ่านต่อ
หนึ่งชั่วโมงให้หลัง หยวนก็สัมผัสได้ถึงสัตว์อสูรอีกตัวที่กำลังพุ่งเป้าตรงมายังตำแหน่งของพวกเขา
“ตัวนี้ข้าจัดการเอง”
จู่ๆ เซี่ยเม่ยก็โพล่งขึ้นมา นางพุ่งทะยานออกจากรถม้าไปก่อนที่หยวนจะทันได้ลุกขึ้นเสียด้วยซ้ำ
หยวนและคนอื่นๆ ต่างพากันเฝ้ามองเซี่ยเม่ยที่พุ่งเข้าหาอสูรร้ายก่อนจะซัดหมัดเข้าใส่เพียงหนึ่งครั้ง
แม้หมัดนั้นจะดูธรรมดาสามัญเพียงใด ทว่าแท้จริงแล้วมันกลับแฝงไว้ด้วยพลังทำลายล้างมหาศาล และเมื่อปะทะเข้ากับร่างของสัตว์อสูร แรงกระแทกนั้นก็ทะลวงร่างของมันจนกลายเป็นรูโหว่ขนาดมหึมาในพริบตา
“อะไรกัน?!” หวงเสี่ยวลี่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อได้เห็นว่าเซี่ยเม่ยใช้พละกำลังเพียงน้อยนิดในการโค่นล้มสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิวิญญาณ
หลังจากปลิดชีพสัตว์อสูรด้วยหมัดเดียว เซี่ยเม่ยก็เดินกลับมาที่รถม้าด้วยท่าทีสง่างาม
“เจ้าคิดว่าอย่างไร? คิดว่าเจ้าจะรอดพ้นจากหมัดของข้าไปได้หรือไม่? อ้อ... จะบอกให้ว่านั่นยังไม่ถึงครึ่งของพลังทั้งหมดของข้าด้วยซ้ำนะ” เซี่ยเม่ยกล่าวอย่างภาคภูมิ
แม้หยวนจะไม่เห็นใบหน้าของนาง แต่เขามั่นใจว่าตอนนี้นางต้องกำลังลอบยิ้มอย่างลำพองใจอยู่อย่างแน่นอน เพียงแค่ฟังจากน้ำเสียงของนางเท่านั้น
“เจ้าไม่รู้สึกละอายใจบ้างหรือที่ถามคำถามเช่นนั้นกับเพียงระดับเจ้าแห่งวิญญาณ ทั้งที่ตัวเจ้าเองอยู่เหนือกว่าระดับจักรพรรดิวิญญาณไปแล้ว?” หยวนย้อนถาม
“แล้วเพียงแค่ระดับเจ้าแห่งวิญญาณ สามารถสังหารสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิวิญญาณได้อย่างง่ายดายเช่นนั้นเชียวหรือ?” นางถามกลับ
“ข้าพอบอกได้ว่าเจ้ายังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมด ข้าเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าทำไมจักรพรรดิยักษ์ถึงสนใจในตัวเจ้านัก แต่เจ้ายังห่างชั้นจากการจะไปต่อสู้กับเขาอยู่มาก ข้าเลยยังรู้สึกแปลกใจนิดหน่อยว่าทำไมเขาถึงได้ท้าทายเจ้า”
จู่ๆ เซี่ยเม่ยก็กวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง
ไม่กี่อึดใจต่อมา นางก็เอ่ยขึ้นว่า “ตอนนี้พวกเราออกมาไกลจากตัวเมืองมากพอแล้ว เห็นทีคงจะไม่มีปัญหาอะไรหากข้าจะเผยโฉมหน้าให้เห็นเสียที”
และโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง นางก็ปลดผ้าคลุมที่ปกปิดรูปลักษณ์ของนางมาโดยตลอดออกทันที!
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.
