ตอนที่ 1052
1052 / 2354
อ่าน 6 นาที
Chapter 1052 Divine Paragon's Legacy
เผยแพร่เมื่อ 5 เม.ย. 2569 01:09
บทที่ 1052 มรดกแห่งเทพผู้เป็นเลิศ
“การจะโค่นเฉียนฉู่ออกจากตำแหน่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะ เว้นแต่ว่าท่านจะคิดใช้ฐานะที่แท้จริงเข้ากดดันเขา...” เหยียนฮาร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความกังวล
“ข้าตั้งใจจะใช้ฐานะของข้าอยู่แล้ว ทว่าข้าจะทำเช่นนั้นก็ต่อเมื่อพวกเรามีขุมกำลังสนับสนุนที่มากพอเสียก่อน ดังนั้น หน้าที่หลักในตอนนี้คือการเสาะหาผู้ที่ไว้ใจได้มาเป็นพวกพ้อง เพื่อที่ว่าเมื่อถึงยามต้องประจันหน้ากับเฉียนฉู่ จะได้ไม่ได้มีเพียงแค่เราสองคน... ข้าขอมอบหมายภารกิจสำคัญนี้ให้เจ้า”
“อะ... อะไรนะค!? ท่านจะยกหน้าที่สำคัญปานนี้ให้ข้าหรือ! ข้า... ข้าคิดว่าข้ายังไม่พร้อมรับมือกับมันหรอกค่ะ!” เหยียนฮาร่าอุทานออกมา เสียงของนางสั่นเครือด้วยความหวาดหวั่นอย่างปิดไม่มิด
“หากเจ้าทำไม่ได้ ก็คงไม่มีใครในที่แห่งนี้ทำได้อีกแล้ว ประการแรก เจ้าคือเจ้าแห่งอาคมสยบมารที่ได้รับความเคารพและมีชื่อเสียงขจรขจายภายในสำนักสยบมาร ทั้งเจ้ายังมีประสบการณ์ในสำนักแห่งนี้อย่างโชกโชน... เผลอๆ จะมากกว่าข้าเสียด้วยซ้ำ เพราะในยามนี้ สำนักสยบมารไม่ได้เป็นอย่างที่ข้าเคยรู้จักอีกต่อไป ประสบการณ์ของข้าในอดีตแทบจะไร้ความหมายไปแล้ว”
“ยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะเจ้าแห่งอาคมสยบมาร เจ้าต้องมีเส้นสายกับเหล่ายอดฝีมือระดับสูงมากมาย ข้าต้องการให้เจ้าชักชวนผู้ที่เชื่อใจได้ให้มาอยู่ฝ่ายเรา”
เหยียนฮาร่าลอบกลืนน้ำลายด้วยความประหม่า “ข้าเกรงเหลือเกินค่ะ... เกรงว่าจะชักนำคนที่ไม่คู่ควรเข้ามา จนทำให้ความลับของพวกเราต้องตกอยู่ในอันตราย...”
“ข้าเชื่อมั่นในวิจารณญาณของเจ้า” หยวนคลี่ยิ้มบางๆ
หลังจากจมอยู่ในความเงียบครู่หนึ่ง เหยียนฮาร่าก็ถอนหายใจออกมาอย่างยอมจำนน “หากท่านเชื่อมั่นว่าข้ามีความสามารถถึงเพียงนั้น ข้าก็จะพยายามอย่างสุดความสามารถค่ะ”
‘ก็ข้าจะไปกล้าปฏิเสธผู้ก่อตั้งสำนักสยบมารได้อย่างไรกัน...’ นางทอดถอนใจอยู่ในอก
“นั่นแหละคือคำตอบที่ข้าอยากได้ยิน แน่นอนว่าข้าคงไม่ใช้ให้เจ้าทำเรื่องทั้งหมดนี้เปล่าๆ เพื่อเป็นการตอบแทนที่เจ้าช่วยเหลือข้า ข้าจะปั้นเจ้าให้เป็นเจ้าแห่งอาคมสยบมารที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนักสยบมารและโถงสยบมารแห่งนี้”
“ข้า... ข้าไม่ต้องการสิ่งตอบแทนใดๆ เลยค่ะ! ข้ายินดีจะช่วยเหลือท่านแม้จะไม่ได้อะไรกลับมาเลยก็ตาม— อันที่จริงข้าไม่เคยคาดหวังอะไรตั้งแต่แรกอยู่แล้ว!” เหยียนฮาร่ารีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน
“เหลวไหล เจ้าคือสหายและผู้ช่วยที่ข้าไว้วางใจ มันย่อมเป็นธรรมดาที่ข้าจะสนับสนุนเจ้าในแบบของข้า และในฐานะผู้ก่อตั้งสำนักสยบมาร มีสิ่งหนึ่งที่ข้าสามารถมอบให้เจ้าได้... นั่นคือการชี้แนะ”
“ยื่นหน้าผากของเจ้ามาสิ” หยวนเอ่ยปากพลางกวักมือเรียกนาง
“ค่ะ...”
แม้จะไม่รู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น แต่เหยียนฮาร่าก็ยอมโน้มศีรษะไปข้างหน้าแต่โดยดี
ท่ามกลางความเงียบงัน หยวนใช้นิ้วแตะลงบนหน้าผากของนางเบาๆ ทันใดนั้น ปลายนิ้วของเขาก็พลันเรืองแสงเจิดจ้าออกมา
ข้อมูลมหาศาลเกี่ยวกับเคล็ดวิชาสยบมารที่สาบสูญไปตามกาลเวลา รวมถึงวิชาลับที่เทียนเฉินอวี่ไม่เคยถ่ายทอดให้ใครได้รับรู้ ต่างหลั่งไหลเข้าสู่ห้วงสำนึกของเหยียนฮาร่าราวน้ำหลาก
เหยียนฮาร่านิ่งค้างไปราวกับจิตวิญญาณหลุดลอย นางพยายามซึมซับข้อมูลอันน่าตื่นตะลึงที่ได้รับมาอย่างไม่ขาดสาย
หลายนาทีผ่านไป เมื่อนางเริ่มได้สติและหลุดพ้นจากภวังค์ นางก็จ้องมองหยวนด้วยแววตาที่สั่นสะท้านด้วยความตกใจ ร่างกายของนางสั่นเทิ้มด้วยความตื่นเต้นและอารมณ์ที่พลุ่งพล่านจนยากจะอธิบาย
“ข้าขอแต่งตั้งเจ้าเป็นผู้สืบทอดอย่างเป็นทางการ... เจ้าแห่งอาคมสยบมารคนแรกที่จะได้ขึ้นเป็นผู้สืบทอดมรดกแห่งเทพผู้เป็นเลิศ เจ้าเต็มใจจะรับบทบาทนี้หรือไม่?” หยวนถามพร้อมรอยยิ้มประดับใบหน้า
“...”
เหยียนฮาร่าถึงกับอ้าปากค้างจนแทบติดพื้นเมื่อได้ยินวาจานั้น
หลังจากนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ นางก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา “ท่านยังจะถามข้าอีกหรือคะ... หลังจากที่มอบเคล็ดวิชาสยบมารที่ประเมินค่าไม่ได้ให้ข้ามากมายขนาดนี้...?”
นางไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี สุดท้ายจึงทำมันทั้งสองอย่างพร้อมกัน
“นั่นแหละคือระดับความไว้วางใจที่ข้ามีต่อเจ้า” หยวนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
ครู่ต่อมา เหยียนฮาร่าก็ลุกจากเก้าอี้แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าหยวน ก่อนจะก้มลงกราบจนหน้าผากสัมผัสกับพื้น
นางกล่าวด้วยท่วงท่าที่เปี่ยมไปด้วยความเคารพสูงสุด “ผู้น้อยผู้ต้อยต่ำคนนี้ ขอน้อมรับตำแหน่งอันทรงเกียรติในฐานะผู้สืบทอดของท่านด้วยความซาบซึ้งใจยิ่งค่ะ”
หยวนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ข้าจะสอนเคล็ดวิชาสยบมารที่เหลือให้ รวมถึงวิชาสยบมารขั้นสุดยอดที่ข้าเคยใช้เพียงครั้งเดียว ข้าตั้งใจจะสอน ‘กระบี่ทัณฑ์นิรันดร์’ และวิชาอื่นๆ ที่มีเพียงข้าเท่านั้นที่รู้ให้แก่เจ้าด้วย แต่ข้าไม่อยากให้เจ้ากลายเป็นเป้าโจมตีของเฉียนฉู่ในตอนนี้ เพราะเขาจะต้องตามล่าวิชาเหล่านั้นอย่างแน่นอน”
“ไว้เมื่อเจ้าแข็งแกร่งพอและมีคนหนุนหลังมากพอ ข้าจะถ่ายทอดที่เหลือทั้งหมดให้”
“เพียงแค่วิชาที่ท่านมอบให้ในตอนนี้ ข้าก็ซาบซึ้งจนมิรู้จะพรรณนาอย่างไรแล้วค่ะ” เหยียนฮาร่ากล่าว
“เอาเถอะ เรามาคุยเรื่องสถานการณ์ในสำนักสยบมารและโถงสยบมารกันต่อดีกว่า ข้าเองก็ยังรู้เรื่องของโถงสยบมารน้อยมาก เล่าทุกอย่างที่เจ้าเจ้ารู้ให้ข้าฟังที”
“ได้ค่ะ”
ตลอดหลายชั่วโมงหลังจากนั้น เหยียนฮาร่าได้ถ่ายทอดรายละเอียดของสถานการณ์ทั้งหมดอย่างถี่ถ้วน รวมถึงตอบทุกข้อสงสัยที่หยวนมีอย่างไม่มีปิดบัง
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ หยวนก็เตรียมตัวจะออกจากหอตำราหลวงของสำนักสยบมารเพื่อกลับไปยังหอหมื่นวิชา
“เจ้ามีอะไรจะบอกข้าก่อนที่ข้าจะไปไหม?” หยวนเอ่ยถาม
เหยียนฮาร่านิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่ดูขัดเขินออกมา “มันอาจจะฟังดูซ้ำซากไปหน่อยนะคะ แต่ข้าอยากจะขอบคุณท่านจริงๆ ที่ไม่ทอดทิ้งสำนักสยบมารและยอมกลับมาหาพวกเรา... ตามข่าวลือที่แพร่ออกไป ใครๆ ต่างก็บอกว่าท่านไม่เคยใยดีสำนักสยบมารเลยแม้แต่น้อย”
หยวนหัวเราะร่า “ข่าวลือนั่นก็จริงส่วนหนึ่งนะ เดิมทีข้าไม่ได้สนใจสำนักสยบมารจริงๆ นั่นแหละ เพราะมันถูกสร้างขึ้นมาอย่างปุบปับ อันที่จริง ข้าไม่ใช่คนต้นคิดที่จะสร้างสำนักสยบมารขึ้นมาด้วยซ้ำ หนึ่งในผู้ติดตามของข้าเป็นคนเสนอไอเดียนี้ขึ้นมาขำๆ... แต่ผู้คนกลับยึดถือมันเป็นเรื่องจริงจัง และก่อนที่ข้าจะทันรู้ตัว สำนักสยบมารก็ถือกำเนิดขึ้นมาเสียแล้ว ที่เหลือก็อย่างที่เห็นในประวัติศาสตร์นั่นแหละ”
“เรื่องจริงหรือคะ...?” เหยียนฮาร่าถึงกับอึ้งไปเมื่อได้ล่วงรู้ความลับอันน่าตระหนกนี้
ใครจะไปคาดคิดว่าสำนักสยบมารอันเกรียงไกรจะมีจุดเริ่มต้นมาจากเพียง ‘เรื่องตลก’ หากเหล่าศิษย์ในสำนักมารู้เรื่องนี้เข้า ไม่รู้ว่าจะทำสีหน้าอย่างไรกันดี
“เอาเถอะ ข้าจะกลับมาที่นี่เป็นครั้งคราวเพื่อฟังความคืบหน้าจากเจ้า จนกว่าจะถึงตอนนั้น... ลาก่อน” หยวนโบกมือลาเหยียนฮาร่า ก่อนที่ร่างของเขาจะเลือนหายไปจากหอตำราหลวงอย่างรวดเร็ว
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.

