ตอนที่ 107
107 / 3170
อ่าน 7 นาที
Chapter 107 — Magical Beast Entrance
เผยแพร่เมื่อ 5 พ.ค. 2569 03:26
ตอนที่ 107 - ทางเข้าของสัตว์อสูร
.
.
.
“อาจารย์พาน ผมคิดว่าผมรู้แล้วว่าเบาะแสอยู่ที่ไหน” โม่ฟานรีบพูดแทรกขึ้นมาหลังจากได้ยินทั้งสองคนคุยกัน เขานึกเรื่องสำคัญบางอย่างออก
“ที่ไหน?” ทั้งสองมองโม่ฟานด้วยความสับสน
“หน่วยล่าอสูรเมืองครับ” โม่ฟานตอบ
บทสนทนาของทั้งคู่เรียกได้ว่าเป็นตัวกระตุ้นให้โม่ฟานเกิดความคิดแวบขึ้นมาในหัว
การบุกรุกของสัตว์อสูรในครั้งนี้ดูเหมือนจะเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่ความจริงแล้วโม่ฟานซึ่งอยู่ในหน่วยล่าอสูรเมืองพอจะเข้าใจสถานการณ์ของเมืองป๋ออยู่บ้าง และสิ่งที่โดดเด่นที่สุดก็คือการอาละวาดของพวกหนูถ้ำตาเดียว!
พวกหนูถ้ำตาเดียวเชี่ยวชาญเรื่องการขุดดิน จากจุดนี้ทำให้เข้าใจได้ง่ายว่าอุโมงค์สัตว์อสูรที่ทอดยาวจากภายนอกเข้าสู่เมืองป๋อนั้นเป็นฝีมือของพวกมัน
ทุกครั้งที่หน่วยล่าอสูรเมืองออกล่าสัตว์อสูร พวกเขาจะบันทึกข้อมูลเอาไว้เสมอ ดังนั้นพวกเขาต้องหาตำแหน่งทางเข้าของสัตว์อสูรได้จากความเคลื่อนไหวในช่วงหลังของพวกหนูถ้ำตาเดียวในเมืองป๋อแน่นอน!
ทั้งสองคนหันมามองหน้ากันเมื่อตระหนักถึงเรื่องเดียวกัน
เป็นไปไม่ได้ที่พวกหนูถ้ำตาเดียวจะขุดอุโมงค์เข้ามาในเมืองป๋อโดยไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เลย และผู้ที่เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นภายในเมืองป๋อได้ดีที่สุดก็คือหน่วยล่าอสูรเมืองนั่นเอง!
พวกเขาจะได้รับเบาะแสที่แม่นยำจากหน่วยล่าอสูรเมือง!
“ดีมาก ฉันจะไปติดต่อคนจากหน่วยล่าอสูรเมืองเดี๋ยวนี้” ชายที่สวมผ้าคาดศีรษะพยักหน้าซ้ำๆ
พานลี่จวินหันกลับมามองโม่ฟานด้วยความประหลาดใจ เธอไม่เคยคิดเลยว่าคำพูดไม่กี่คำของนักเรียนคนนี้จะมีความสำคัญมากขนาดนี้
“ความจริงแล้ว ผมเป็นสมาชิกของหน่วยล่าอสูรเมืองครับ หลังจากกลับมาจากการฝึกภาคปฏิบัติ ผมตระหนักว่าความแข็งแกร่งของตัวเองยังอ่อนแอเกินไป ผมเลยตัดสินใจเข้าร่วมหน่วยล่าอสูรเมือง แต่ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหนกัน” โม่ฟานอธิบายพร้อมรอยยิ้มฝืนๆ เมื่อเห็นอาจารย์พานจ้องมองเขา
“เธอนี่เหลือเชื่อจริงๆ” พานลี่จวินยิ้มตอบอย่างเสียไม่ได้
“อาจารย์พาน สถานการณ์ที่ป้อมปราการเขาเสวี่ยเฟิงเป็นยังไงบ้างครับ? พ่อของผมอยู่ที่นั่น” โม่ฟานถาม
“ไม่ต้องห่วง ที่นั่นปลอดภัยกว่าเมืองป๋อเสียอีก พ่อของเธอจะต้องไม่เป็นไร” พานลี่จวินยืนยันกับเขา
“ดีแล้วครับ แล้วคุณช่วยผมอีกเรื่องได้ไหม?”
“ว่ามาสิ พ่อฮีโร่ตัวน้อย”
“ที่หลบภัยเหมือนค่ายขนาดใหญ่ที่มีคนเยอะเกินไป ผมไม่สามารถหาสมาชิกในครอบครัวที่ถอนตัวมาที่นี่ได้ คุณช่วยสอบถามที่อยู่ปัจจุบันของพวกเขาให้หน่อยได้ไหมครับ?” โม่ฟานถาม
“ตกลง ไม่มีปัญหา ระหว่างรออาจารย์เฉิงไปตามหาคนจากหน่วยล่าอสูรเมืองคงต้องใช้เวลาสักพัก”
เมื่อสัตว์อสูรบุกเมือง อุปกรณ์สื่อสารทั่วไปก็แทบจะใช้งานไม่ได้เลย
------
หลังจากนั้นไม่นาน อาจารย์เฉิงที่สวมผ้าคาดศีรษะก็กลับมาพร้อมกับคนไม่กี่คน ซึ่งในนั้นมีเสี่ยวเข่อและสวี่ต้าหวงที่โม่ฟานคุ้นเคยอยู่ด้วย
เสี่ยวเข่อกำลังถือโน้ตบุ๊กขนาดเล็กขณะค้นหาบันทึกสัตว์อสูรที่เธอป้อนข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็ว
“ตอนนี้ฉันระบุพื้นที่บางส่วนที่พบหนูถ้ำตาเดียวได้แล้วค่ะ จุดแรกคือสวนสาธารณะในเขตเป่ยหลิง มีหนูถ้ำตาเดียวที่ทำร้ายมนุษย์ปรากฏตัวที่นั่น การค้นพบการบุกรุกของสัตว์อสูรครั้งแรกน่าจะเป็นที่เขตเป่ยหลิงค่ะ” เสี่ยวเข่อบอกกับอาจารย์เฉิง
“ตอนนี้เขตเป่ยหลิงถูกสัตว์อสูรยึดครองไปแล้ว” อาจารย์เฉิงตั้งข้อสังเกตอย่างครุ่นคิด
“ต่อมาคือถนนกวงซางเทียนเจี้ย แล้วก็เมืองลู่เฟิง และ...”
“มีที่ไหนที่มีโพรงดินเด่นๆ บ้างไหม?” อาจารย์เฉิงถามแทรกขึ้นมา
“โอ้ มีค่ะ... ใต้โรงอาหารของโรงเรียนมัธยมหมิงเหวินมีโพรงอยู่ ตอนนั้นมีเด็กผู้หญิงหายตัวไป และในเขตหมิงเหวินก็มีสัตว์อสูรอยู่เยอะมาก ฉันคิดว่าต้องมีทางเข้าของสัตว์อสูรอยู่ที่นั่นแน่นอนค่ะ” เสี่ยวเข่อกล่าว
“คุ้นๆ แฮะ ฉันจำได้ว่าตอนนั้นฟ่านโม่เพิ่งจะเข้าร่วมหน่วยของเราพอดี เราบังเอิญเจอหนูถ้ำตาเดียวในโรงเรียนมัธยมสตรีหมิงเหวิน หลังจากนั้นตำรวจก็พบโพรงดิน พวกเราทุกคนสงสัยว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นจะถูกลากเข้าไปในโพรงและโดนกินที่นั่น...” เฟยสือรีบพูดขึ้นมา
พวกเขาคุยกันไปเดินกันไป เสี่ยวเข่อและสวี่ต้าหวงไม่ได้สังเกตเห็นโม่ฟานที่ยืนอยู่ใกล้ๆ และกำลังตั้งใจฟังพวกเขาอย่างจดจ่อเลย
ตอนนี้หน่วยล่าอสูรรู้แล้วว่าโม่ฟานคือฟ่านโม่ และพวกเขาคงจะประหลาดใจหากรู้ว่าโม่ฟานไม่ได้ฝึกฝนอยู่ในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ใต้ดิน เขามาที่นี่ได้อย่างไรกัน?
“เขตหมิงเหวินมีทางเข้าของสัตว์อสูรเหรอ? แล้วคนในเขตหมิงเหวินอพยพออกมาหรือยัง?” อาจารย์เฉิงถามจอมเวทหญิงที่อยู่ข้างๆ
“ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลเรื่องการอพยพของพวกเขาเลยค่ะ”
ทุกคนจมอยู่ในความเงียบ
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง สวี่ต้าหวงก็ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ดูเหมือนเขตหมิงเหวินจะมีทางเข้าของสัตว์อสูรจริงๆ และที่สำคัญ ทางเข้าดันอยู่ในโรงเรียนมัธยมสตรีหมิงเหวิน มิน่าล่ะพวกเขาถึงรู้สึกว่าโรงเรียนสั่นสะเทือนเหมือนมีงานก่อสร้างอยู่ใกล้ๆ ที่แท้มันก็คือพวกหนูถ้ำตาเดียวที่กำลังขุดดินอยู่นี่เอง”
“ไม่มีใครอพยพออกมาเลยเหรอ? คุณอ่านผิดหรือเปล่า มั่นใจนะว่าไม่มีใครอพยพออกมาจากที่นั่นเลย?” สายตาของโม่ฟานจ้องเขม็งไปที่จอมเวทหญิงที่เพิ่งพูดเมื่อสักครู่
“โม่ฟาน ใจเย็นๆ ก่อน”
“ใช่ ถ้าเราเดาไม่ผิด ทางเข้าของสัตว์อสูรน่าจะอยู่ใกล้โรงเรียนสตรีหมิงเหวิน ดังนั้นเขตหมิงเหวินก็น่าจะเชื่อมต่อกันด้วย ซึ่งนั่นทำให้การอพยพออกจากที่นั่นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”
ใจของโม่ฟานหล่นวูบ
เขาจำได้แม่นว่าเย่ซินเซี่ยเคยบอกเขาว่าโรงเรียนของเธอมีการสั่นสะเทือนบ่อยครั้ง นั่นต้องหมายความว่าพวกหนูถ้ำตาเดียวกำลังขุดดินอยู่ใต้ดินแน่นอน
ถ้าสัตว์อสูรปีนขึ้นมาจากที่นั่นโดยตรง ทั้งโรงเรียนก็จะถูกทำลายพินาศในทันที
ในเวลานี้ เมืองป๋อทั้งเมืองเข้าสู่ภาวะวิกฤต ใครจะไปสนใจว่าโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งจะอพยพออกมาได้หรือไม่?
“ผู้บัญชาการเฉิง ในเมื่อเรื่องนี้สำคัญมาก เราจะส่งหน่วยคนออกไป เราต้องทำลายทางเข้าของสัตว์อสูรนั่นทันที!” พานลี่จวินกล่าว
เมื่อพบทางเข้าของสัตว์อสูรแล้ว แน่นอนว่าพวกเขาต้องออกเดินทางทันที ไม่มีเวลาให้เสียอีกแล้ว
“จำนวนคนในหน่วยนี้ต้องไม่มากเกินไป แม้พวกสัตว์อสูรจะไม่มีสติปัญญาที่สูงส่งนัก แต่ถ้าพวกมันพบว่ามีคนกลุ่มใหญ่บุกไปยังทางเข้าของพวกมัน เราจะดึงดูดสัตว์อสูรจำนวนมากและทำให้เป้าหมายของเราถูกเปิดเผยแน่นอน” จอมเวทหญิงบอกกับทุกคน
ผู้บัญชาการเฉิงกวาดสายตามองไปยังกลุ่มคนที่อยู่ที่นี่พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “เริ่มวางกำลังคนทันที”
“ผู้บัญชาการ พวกเราจะไปกับคุณเอง ในฐานะหัวหน้าหน่วยล่าอสูรเมือง ผมคุ้นเคยกับการต่อสู้กับสัตว์อสูรภายในเมืองมากกว่าคุณแน่นอน” สวี่ต้าหวงกล่าว
เสี่ยวเข่อเหลือบมองสวี่ต้าหวง เธอไม่รู้ว่าควรจะตัดสินใจอย่างไรดี
“ตกลง ถ้ามีหน่วยล่าอสูรฝีมือดีไปด้วย โอกาสสำเร็จก็จะเพิ่มขึ้นมาก ภารกิจครั้งนี้ค่อนอย่างอันตราย ทุกคนต้องระมัดระวังให้ดี” ผู้บัญชาการเฉิงกล่าว
ในขณะที่ทุกคนเพิ่งจะหารือกันเสร็จและกำลังจะเตรียมตัวออกเดินทาง ก็มีคนคนหนึ่งมายืนขวางอยู่ตรงหน้าพวกเขาพอดี
“ฟ่านโม่?! โอ๊ะ ไม่ใช่สิ โม่ฟานนี่นา!” เสี่ยวเข่อและสวี่ต้าหวงอุทานด้วยความตกใจ
โม่ฟานมองไปที่ทั้งสองคน แล้วหันไปมองผู้บัญชาการเฉิงที่รับผิดชอบภารกิจในครั้งนี้
พานลี่จวินเองก็ตกใจเช่นกัน เธอพูดว่า “โม่ฟาน อย่าบอกนะว่าเธออยากจะเข้าร่วมด้วย?! เธอช่วยคนจากโรงเรียนมัธยมเวทมนตร์เทียนหลานให้อพยพได้สำเร็จแล้ว แถมยังทำลายแผนการของภาคีทมิฬอีก เธอควรจะพักผ่อนอยู่ที่ที่หลบภัยดีกว่า เรื่องนี้พวกเราจะจัดการเอง!”
“ใช่ เธอเป็นวีรบุรุษของเมืองป๋อไปแล้ว ยิ่งภารกิจนี้... เรียกได้ว่ามีโอกาสรอดเพียงเก้าตายหนึ่งรอดเท่านั้น แค่นี้เธอก็ทำได้ดีมากแล้ว” ผู้บัญชาการเฉิงพยักหน้าเห็นด้วย
วีรบุรุษของเมืองงั้นเหรอ?
โม่ฟานไม่ได้คิดแบบนั้นเลย
ถ้าหากเธอต้องตาย เขาก็คงจะเป็นไอ้สวะไปตลอดกาล
ผู้แปล: Tofu
บรรณาธิการ: RED
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.