ตอนที่ 91
91 / 3170
อ่าน 6 นาที
Chapter 91 — Magical Beasts attacking the City!
เผยแพร่เมื่อ 5 พ.ค. 2569 03:26
บทที่ 91 — สัตว์อสูรบุกเมือง!
สัญญาณเตือนภัยถูกแบ่งออกเป็นระดับต่างๆ โดยระดับแรกคือระดับสีส้ม
เมื่อสองปีก่อน เมืองป๋อเคยประกาศสัญญาณเตือนระดับสีส้ม ในตอนนั้นมีพลุแสงเจิดจรัสถูกยิงขึ้นจากหลังเขา และมีสัตว์อสูรกระจัดกระจายอยู่ใกล้กับแนวเขตปลอดภัยอย่างน้อยสามร้อยตัว!
แต่วันนี้ พลุแสงเจิดจรัสสองดวงปรากฏขึ้นสลับกัน นั่นหมายถึงสัญญาณเตือนระดับสีน้ำเงิน
เมื่อสัญญาณนี้ดังขึ้น มันบ่งบอกว่ามีภัยคุกคามและวิกฤตการณ์ซ่อนเร้นอยู่ในเมือง
สัญญาณเตือนระดับสีส้มในครั้งนั้นถูกหัวหน้าจ้านคงจัดการได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การปรากฏของสัญญาณเตือนระดับสีน้ำเงินในวันนี้ หมายความว่ามีสัตว์อสูรอย่างน้อยหลายพันตัวกำลังป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้กับแนวเขตปลอดภัย!
สวรรค์ เมืองป๋อไม่เคยส่งสัญญาณเตือนระดับสีน้ำเงินมานานกว่าสิบปีแล้ว!
เสียงกริ่งดังขึ้น
ในขณะที่ทุกคนคิดว่านี่เป็นเรื่องตลก โทรศัพท์ในกระเป๋าของว่านต้วนเฟิงก็เริ่มดังขึ้น
สายฝนโปรยป่วนลงบนใบหน้าของเหล่าจอมเวททหารนับร้อย เผยให้เห็นสีหน้าที่ตกตะลึง นอกจากเสียงฝนและเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของผู้อำนวยการว่านต้วนเฟิงแล้ว บริเวณโดยรอบก็เงียบสงัด
ว่านต้วนเฟิงหยิบโทรศัพท์ออกมาท่ามกลางสายฝนที่พัดกระหน่ำแล้วยกขึ้นแนบหู "ฮัลโหล"
"ผู้อำนวยการว่าน... พวกเราถูกฝูงสัตว์อสูรโจมตี นักเวทแสงของเรา... นักเวทแสงตายแล้ว เราไม่สามารถยิงพลุแสงเจิดจรัสต่อไปได้อีก" เสียงของหัวหน้าทีมโจวจินดังมาจากปลายสาย
ว่านต้วนเฟิงรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว มือที่ถือโทรศัพท์เริ่มสั่นเทา
"ถ้าเมืองป๋อสามารถรอดพ้นจากภัยพิบัติครั้งนี้ไปได้ โปรดฝากคำขอโทษถึงหัวหน้าจ้านคงและพานลี่จวินด้วย" เสียงของโจวจินนั้นดูหม่นหมองและแหบพร่า เต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์
ใบหน้าของว่านต้วนเฟิงบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ดวงตาฉายแววโศกเศร้าและโกรธแค้นอย่างลึกซึ้ง
ปี๊บ ปี๊บ ปี๊บ
หลังจากพูดจบ เขาก็วางสายไป ในระหว่างการสนทนา ว่านต้วนเฟิงได้ยินเสียงคำรามที่สับสนวุ่นวาย เสียงคำรามนั้นฟังดูเหมือนอยู่ข้างหูของเขาจนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
ว่านต้วนเฟิงวางโทรศัพท์ลงด้วยจิตวิญญาณที่สิ้นหวัง เขามืดตาสนิท สายฝนที่สาดกระหน่ำทำให้เขารู้สึกเจ็บปวด และราวกับมีดาบจำนวนมากทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจของเขา
แม้ว่าจะวางสายไปแล้ว แต่ว่านต้วนเฟิงยังคงจินตนาการได้ถึงวินาทีถัดไปที่หัวหน้าทีมโจวจินจะแผดเสียงร้องด้วยความทุกข์ทรมาน
เขาตายแล้ว เขาต้องตายแน่ๆ ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ชัดเจนไปกว่าว่านต้วนเฟิงอีกแล้ว คนที่ใช้โทรศัพท์ในสถานการณ์เช่นนั้นย่อมไม่มีทางรอดชีวิตไปได้!
"ประกาศสัญญาณเตือนระดับสีเลือด!" ว่านต้วนเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาของเขาไม่มีร่องรอยของความโศกเศร้าอีกต่อไป แต่มันถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นเยี่ยงทหารที่พร้อมพลีชีพ
"สีเลือด... สัญญาณเตือนระดับสีเลือด?? ท่านไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม กัปตันว่าน?!" จอมเวททหารที่ประจำการอยู่แสดงสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
ภายใต้รอยม่านฝน เหล่าจอมเวททหารที่คุ้มกันสถานีต่างพากันอึ้งงัน สำหรับพวกเขา สัญญาณเตือนระดับสีน้ำเงินระดับที่สองก็นับเป็นความวุ่นวายครั้งใหญ่แล้ว ส่วนสัญญาณเตือนระดับสีเลือดนั้น...
มันคือมหาภัยพิบัติ!
สัญญาณเตือนระดับสีเลือดคือภัยพิบัติที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด บางคนอาจใช้ชีวิตทั้งชีวิตโดยไม่เคยเห็นสัญญาณเตือนระดับสีเลือด ในขณะที่ผู้ที่เคยสัมผัสกับมันอาจไม่สามารถก้าวออกจากเงามืดนั้นได้ตลอดชีวิต!
"มัวเหม่ออะไรอยู่ รีบไปทำตามที่สั่งเดี๋ยวนี้!" ว่านต้วนเฟิงตะโกนก้อง
เจ้าพวกบื้อนี่ การประวิงเวลาประกาศสัญญาณเตือนระดับสีเลือดไปแม้เพียงวินาทีเดียว อาจทำให้คนตายนับร้อย!
อู้วววววววว!
อู้ววว! อู้ววว!
โฮก!
ทันใดนั้น เสียงคำรามต่อเนื่องที่ทำให้หัวใจของผู้คนสั่นสะท้านก็ดังมาจากหลังเขา ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงมาที่หลังเขาซ้ำๆ จนทำให้ภูเขาทั้งลูกสั่นคลอน
แรงสั่นสะเทือนแผ่มาถึงสถานี แม้แต่กำแพงหินขนาดยักษ์ในสถานีก็ยังสั่นไหวเล็กน้อย
อู้ววววววววว!
ท่ามกลางม่านฝนอันกว้างใหญ่ ร่างที่พร่าเลือนร่างหนึ่งพลันกระโดดออกมา มันปรากฏตัวอยู่บนยอดสูงสุดของต้นสนที่ตั้งตระหง่าน
ภายใต้สายฝน สิ่งมีชีวิตที่ดูหยิ่งผยองและโดดเดี่ยวราวกับราชาตัวนั้นมีรูปร่างเหมือนหมาป่า แต่มันกลับยืนตัวตรงโก่งหลัง ดวงตาสามดวงบนกะโหลกอันดุร้ายเปล่งแสงสีแดงอำมหิตอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
สัตว์อสูรตนนั้นกำลังจ้องมองลงมายังสถานีตรวจคนเข้าเมืองของมนุษย์จากระยะไกล... ราวกับว่ามันกำลังมองดูฝูงแกะที่ถูกขังอยู่ในคอก
"สาม... สามตา... หมาป่าเวทสามตา!!" จอมเวททหารหนุ่มที่อยู่ด้านข้างตะโกนด้วยเสียงสั่นเครือ
เมื่อเขากล่าวจบ เงาจำนวนมากก็พุ่งออกมาจากด้านหลังของหมาป่าเวทสามตาที่ยืนตระหง่านอยู่บนยอดต้นสน เงาเหล่านั้นยึดครองต้นไม้สูงกระจายตัวอยู่รอบๆ หมาป่าเวทสามตาราวกับเป็นเหล่าทหารติดตาม
เงาปรากฏขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาสีแดงฉานและบ้าคลั่งของพวกมันเปรียบเสมือนดวงดาวที่ประดับอยู่ในสายฝนอันมืดมิด เพียงแค่เหลือบมองก็ทำให้ร่างกายเย็นวาบและหนังศีรษะชาหนึบ!
"เยอะ... เยอะขนาดนี้เลยเหรอ!"
ฝูงหมาป่าเวทตาเดียวจำนวนมากเริ่มปรากฏตัวขึ้นบนเนินเขา พวกมันชูคอขึ้นพร้อมกันแล้วหอนใส่ท้องฟ้าที่มีฝนตกลงมา เสียงของพวกมันปกคลุมไปทั่วทั้งภูเขา
"พวกมันกำลังเรียก... พวกมันกำลังเรียกพวกพ้องของมันอย่างต่อเนื่อง!" ผู้อัญเชิญที่เคยศึกษาวิจัยภาษาสัตว์อสูรกล่าวด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนกสุดขีด
สวรรค์ ที่นั่นมีหมาป่าเวทตาเดียวกว่าสามร้อยตัวแล้ว ด้วยจำนวนหมาป่าเวทตาเดียวที่กู่ร้องพร้อมกันขนาดนั้น พวกมันกำลังเรียกสัตว์อสูรมาเพิ่มอีกเท่าไหร่กัน?!
ในขณะนี้ เหล่าจอมเวททหารที่เฝ้าสถานีได้รับรู้แล้วว่าทำไมถึงต้องประกาศสัญญาณเตือนระดับสีเลือด!
พวกสัตว์อสูรกำลังบุกเข้าโจมตี!
ฝูงสัตว์อสูรจำนวนมหาศาลกำลังบุกเข้ามา!
นี่คือภัยพิบัติ ภัยพิบัติที่ไม่มีใครคาดคิด!
ฝนที่ตกหนัก ตามมาด้วยสัตว์อสูรนับร้อยนับพันที่ถาโถมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง!
เมืองป๋อได้ต่อสู้กับพวกหมาป่าเวทมานานหลายปี ราวกับว่าพวกหมาป่าเวทไม่สามารถระงับความหิวกระหายในใจได้อีกต่อไป! พวกมันมารวมตัวกันภายใต้การบัญชาการของหมาป่าเวทระดับสูงก่อนจะบุกโจมตีแนวป้องกันของเมืองป๋ออย่างบ้าคลั่ง!
มวลคลื่นสีเขียวเข้มปกคลุมไปทั่วภูเขา ซึ่งเกิดจากหมาป่าเวทตาเดียวจำนวนมหาศาล
พวกมันวิ่งและหอนอย่างบ้าคลั่ง สถานีภูเขาหิมะขนาดเล็กสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ดวงตาของหมาป่าเวทจำนวนนับไม่ถ้วนเต็มไปด้วยความแค้นและความโหดเหี้ยมต่อมนุษย์ที่รออยู่ภายใต้สายฝนที่ตกหนัก พวกมันวางแผนที่จะจับสิ่งมีชีวิตทุกคนกินให้สิ้นซาก!
ภายใต้เสียงที่น่าหวาดหวั่นเช่นนี้ แม้แต่นักเวทก็ยังดูตัวเล็กจ้อยเหลือเกิน ในขณะนี้ พวกเขาต้องออกมาต่อสู้เพื่อขับไล่สัตว์อสูรเหล่านี้!
สำหรับจอมเวททหารหลายคน พวกเขาจะไม่มีวันลืมภาพฝูงหมาป่าเวทตาเดียวที่วิ่งกูเข้ามา... โอ้ว ไม่สิ พวกเขาคงไม่มีโอกาสได้ลืมมันหรอก เพราะคงมีไม่กี่คนที่สามารถรอดชีวิตไปได้ในวันนี้!
ผู้แปล: Tofu
บรรณาธิการ: RED
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.