Chapter 1359
1267 / 2066
5 min read
Chapter 1359
Published Mar 21, 2026, 08:31 AM
บทที่ 1359: 280: คนเราจะไร้ยางอายได้แค่ไหนกัน? 4
ผู้แปล: 549690339
เซี่ยหว่านชิวหันไปมองโจวจู่หลง "ตาแก่ ถ้าเกิดว่า... ฉันหมายความว่าถ้าเกิดมีอะไรเกิดขึ้นกับฉันขึ้นมาจริงๆ คุณห้ามไปโทษเซียงเซียงนะ ทุกอย่างมันคือโชคชะตา ไม่เกี่ยวกับเซียงเซียงเลย"
โจวจู่หลงไม่ได้ตอบอะไร
ไม่โทษโจวเซียงงั้นหรือ?
เขาจะไม่โทษโจวเซียงได้ยังไง!
ถ้าไม่ใช่เพราะโจวเซียง เซี่ยหว่านชิวก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้
เซี่ยหว่านชิวกล่าวต่อ "ตาแก่ ฉันพูดกับคุณอยู่นะ! ไม่ได้ยินหรือไง?"
โจวจู่หลงพยักหน้าส่งๆ "ได้ยินแล้วๆ ผมได้ยินแล้ว ผมจะกล้าไม่ฟังคุณได้ยังไง?"
เซี่ยหว่านชิวยิ้มแล้วพูดว่า "ได้ยินก็ดีแล้ว ถ้าคุณกล้าไปทะเลาะกับเซียงเซียงล่ะก็ อย่าหาว่าฉันไม่สนใจคุณก็แล้วกัน!"
โจวจู่หลงยังคงพยักหน้าต่อไป
ไม่นานหลังจากนั้น เจิ้งว่านอินก็กลับมาพร้อมกับอาหาร
หลังจากทานอาหารเสร็จ เซี่ยหว่านชิวก็ผล็อยหลับไป
"ว่านอิน" โจวจู่หลงเรียกเจิ้งว่านอินเบาๆ
เจิ้งว่านอินเงยหน้าขึ้น
โจวจู่หลงกระซิบ "ตาจะออกไปข้างนอกสักพักนะ"
"ค่ะ" เจิ้งว่านอินพยักหน้าและลุกขึ้นไปส่งโจวจู่หลงที่หน้าห้อง "คุณตาจะไปหาคุณอาหญิงรองหรือคะ?"
"ใช่"
เจิ้งว่านอินกล่าวต่อ "ได้โปรดอย่าทำให้คุณอาหญิงรองต้องลำบากใจเลยนะคะ ไม่เช่นนั้นเมื่อคุณยายตื่นขึ้นมา หนูคงไม่รู้จะอธิบายกับท่านยังไง"
หลังจากพูดจบ เจิ้งว่านอินก็เสริมว่า "ท่านกับคุณอาหญิงรองเป็นพ่อลูกแท้ๆ กัน อย่าให้ต้องผิดใจกันเพราะเรื่องนี้เลยนะคะ"
โจวจู่หลงมองเจิ้งว่านอินแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ
เหมือนอย่างที่เซี่ยหว่านชิวพูดไว้ เจิ้งว่านอินดีไปเสียทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคือเป็นคนจิตใจดีเกินไป
โจวเซียงทำกับเธอไว้ขนาดนั้น หากเป็นคนอื่นคงไม่ยอมรับโจวเซียงเป็นอาหญิงรองแล้ว แต่เจิ้งว่านอินกลับไม่ทำแบบนั้น ไม่เพียงแต่ไม่ถือสา เธอยังช่วยพูดแทนโจวเซียงอีกด้วย
แม้จะเป็นหลานสาวแท้ๆ ก็คงไม่สามารถทำได้อย่างที่เจิ้งว่านอินทำ
ทว่าโจวเซียงกลับไม่รู้จักเห็นคุณค่าของเธอเลย
เมื่อเห็นว่าโจวจู่หลงเงียบไปนาน เจิ้งว่านอินจึงเรียกซ้ำ "คุณตาคะ?"
โจวจู่หลงเพิ่งจะได้สติ เขายิ้มแล้วพูดว่า "ไม่ต้องห่วง ตาจะไม่ทำให้อาหญิงรองของหลานต้องลำบากใจหรอก"
"แบบนั้นก็ดีค่ะ" หลังจากพูดจบ เจิ้งว่านอินก็กล่าวต่อ "คุณตา รีบกลับมานะค"
"อืม" โจวจู่หลงพยักหน้า "หลานรีบกลับเข้าไปเถอะ ถ้าคุณยายตื่นมาแล้วไม่มีใครอยู่ข้างๆ จะลำบาก"
"ค่ะ"
เจิ้งว่านอินหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องผู้ป่วย
ทันทีที่เธอปิดประตู เซี่ยหว่านชิวที่นอนอยู่บนเตียงก็ลืมตาขึ้น เธอมองไปที่เจิ้งว่านอินแล้วถามว่า "ตาแก่ของหลานไปแล้วใช่ไหม?"
"ค่ะ"
มุมปากของเซี่ยหว่านชิวยกโค้งขึ้น
แม้ว่าเซี่ยหว่านชิวจะไม่ได้ยินบทสนทนาระหว่างเจิ้งว่านอินและโจวจู่หลง แต่เธอก็พอจะเดาออกว่าโจวจู่หลงออกไปหาใคร
"ว่านอิน รอดูเถอะ" เซี่ยหว่านชิวหันไปมองเจิ้งว่านอิน
ท่าทางเอียงอายผุดขึ้นบนใบหน้าของเจิ้งว่านอิน "คุณยายคะ..."
นั่นคือเซินเส้าฉิง...
เขาเป็นชายที่อยู่เหนือผู้คนอย่างแท้จริง
เซี่ยหว่านชิวยิ้มแล้วพูดว่า "เมื่อผู้ชายโตขึ้นก็ควรจะแต่งงาน เมื่อผู้หญิงโตขึ้นก็ควรจะออกเรือน จะอายไปทำไมกัน?"
อีกด้านหนึ่ง
ที่คฤหาสน์ตระกูลเซิน
โจวเซียงกำลังนั่งอยู่บนโซฟา เคี้ยวเมล็ดแตงโมพลางดูโทรทัศน์ไปด้วย
ในตอนนั้นเอง พ่อบ้านก็เดินเข้ามาจากข้างนอก
"คุณผู้หญิงครับ คุณท่านโจวมาถึงแล้วครับ"
คุณท่านโจว!?
โจวจู่หลงมาที่นี่!
เธอควรจะทำอย่างไรดี?
โจวเซียงตกใจจนมือสั่น เมล็ดแตงโมในมือร่วงกระจายลงพื้น เธอรู้สึกเหมือนหูฝาดไป จึงเงยหน้ามองพ่อบ้านอย่างไม่อยากเชื่อสายตา "คุณบอกว่าใครมานะ?"
พ่อบ้านย้ำอีกครั้ง "คุณท่านโจวครับ"
ใบหน้าของโจวเซียงซีดเผือด
เธอกลัวโจวจู่หลงจริงๆ กลัวมาตั้งแต่สมัยยังเด็ก
ตอนเป็นเด็ก โจวเซียงกลัวเข็มขัดในมือของโจวจู่หลง พอโตขึ้น แม้โจวจู่หลงจะไม่ได้ใช้เข็มขัดเฆี่ยนตีเธอแล้ว แต่ความหวาดกลัวนั้นยังคงฝังรากลึกอยู่
โจวเซียงคาดไว้อยู่แล้วว่าโจวจู่หลงจะต้องมาตำหนิเธอหลังจากเรื่องที่เกิดขึ้นกับเซี่ยหว่านชิว แต่เธอไม่คิดว่าเขาจะมาถึงเร็วขนาดนี้
ผ่านไปนานแค่ไหนกันเชียว?
ขณะที่โจวเซียงกำลังขวัญเสียอยู่นั้น เสียงของคุณนายเฒ่าเซินก็ดังขึ้น "ท่านดองมางั้นหรือ?"
"ครับ" พ่อบ้านพยักหน้า
คุณนายเฒ่าเซินกล่าวต่อ "แล้วยังยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ? รีบเชิญเขาเข้ามาสิ! อย่าเสียมารยาทกับแขกผู้มีเกียรติของเรา!"
"ครับ" พ่อบ้านรีบเดินออกไปทันที
โจวเซียงมองตามหลังพ่อบ้านไป เธอลอบกลืนน้ำลายแล้วหันไปมองคุณนายเฒ่าเซิน "คุณแม่คะ?"
คุณนายเฒ่าเซินตบหลังมือโจวเซียงเบาๆ "แม่คนนี้ยังอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องลนลานไป"
"ค่ะ" โจวเซียงพยายามอย่างยิ่งที่จะสงบสติอารมณ์
ไม่นานนัก พ่อบ้านก็นำทางโจวจู่หลงเข้ามา
คุณนายเฒ่าเซินยิ้มต้อนรับ "ท่านดอง ทำไมถึงมาโดยไม่บอกล่วงหน้าล่ะคะ? ฉันจะได้จัดคนไปรับที่สนามบิน"
โจวจู่หลงจดจำคำกำชับของเซี่ยหว่านชิวไว้ในใจ เขาพยายามระงับความโกรธแค้นไม่ให้แสดงออกมาทางสีหน้า "ท่านดองเกรงใจไปแล้วครับ พวกเราเป็นคนกันเองทั้งนั้น ไม่ต้องลำบากไปรับหรอก ผมจำทางได้เอง"
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.