Chapter 605
513 / 2066
6 min read
Chapter 605
Published Mar 10, 2026, 09:02 PM
ตอนที่ 605: ตบหน้าอย่างรุ่งโรจน์! 7
เฝิงเซียนเซียนเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตา ในฐานะนักศึกษามหาวิทยาลัยในยุคใหม่ เธอไม่อาจยอมรับการศึกษาแบบศักดินาที่เสื่อมทรามเช่นนี้ได้
เฝิงเชียนหัวกล่าวต่อไปว่า “ลูกต้องเก่งกว่าเย่จั๋ว! คนรุ่นเก่ามักจะชอบผู้หญิงที่ยึดถือในหลักสามเชื่อฟังสีจรรยาและซื่อสัตย์ต่อสามี”
เธอต้องปั้นให้เฝิงเซียนเซียนเป็นลูกสาวจากตระกูลที่ร่ำรวยซึ่งเพียบพร้อมทั้งความงามและความฉลาด
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่เฝิงเซียนเซียนจะก้าวข้ามเย่จั๋วไปได้
และเมื่อนั้นเธอถึงจะสามารถแต่งงานเข้าสู่ตระกูลเซินได้อย่างราบรื่น
“แม่ได้ยินมาว่าคุณนายเฒ่าตระกูลเซินชอบเด็กสาวที่รู้ความและเชื่อฟัง ถ้าท่านรู้ว่าลูกไปเข้าเรียนที่โรงเรียนสอนจริยธรรมสตรี ท่านจะต้องเอ็นดูลูกมากขึ้นอย่างแน่นอน”
เมื่อได้ยินดังนั้น เฝิงเซียนเซียนก็พยักหน้า “ตกลงค่ะ”
เธอนั้นชื่นชมนายท่านห้าเซินเป็นอย่างมาก
และเธอก็ชอบเขามากเช่นกัน
เฝิงเซียนเซียนไม่รู้สึกอับอายเลยที่จะต้องทำตัวให้คู่ควรกับการได้ปรนนิบัตินายท่านห้าเซิน
เพราะอย่างไรเสีย คนอื่นต่างก็อยากทำงานให้นายท่านห้าเซินกันทั้งนั้น แต่พวกเขากลับไม่มีเส้นสายเสียด้วยซ้ำ!
เฝิงเชียนหัวกล่าวต่อว่า “ไม่ว่าเย่จั๋วจะเก่งกาจเพียงใด เธอก็มีชื่อเสียงแค่ในวงการเทคโนโลยีเท่านั้น ถ้าเธอออกจากวงการเทคโนโลยีไป เธอก็ไม่เหลืออะไรเลย! เซียนเซียน สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับลูกในตอนนี้คือการก้าวข้ามเย่จั๋วในด้านอื่นๆ! พัฒนาตัวเองให้รอบด้าน! แล้วบดขยี้อีเด็กนั่นให้จมดิน!”
เฝิงเซียนเซียนนั้นมีความสามารถทั้งการวาดภาพ การเงิน หมากล้อม และการออกแบบ
แล้วเย่จั๋วล่ะ?
เมื่อเย่จั๋วออกจากวงการเทคโนโลยีไปแล้ว...
เธอจะทำอะไรได้อีก?
รู้เรื่องการเงินไหม?
ออกแบบเป็นหรือเปล่า?
วาดรูปได้ไหม?
เมื่อเทียบกับเฝิงเซียนเซียนแล้ว เย่จั๋วก็เป็นแค่พวกบ้าเทคโนโลยีคนหนึ่งเท่านั้น
เฝิงเซียนเซียนพยักหน้าอย่างจริงจัง “คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะก้าวข้ามเย่จั๋วให้ได้แน่นอน!”
วันต่อมา เฝิงเชียนหัวถือกระติกน้ำร้อนบรรจุซุปไปมอบให้คุณย่าหลิน
คุณย่าหลินไม่เห็นเฝิงเซียนเซียนตามมาด้วย จึงถามด้วยความสงสัยว่า “แล้วเซียนเซียนล่ะ?”
เฝิงเชียนหัวรินซุปใส่ถ้วยให้คุณย่าหลิน “ฉันส่งเธอไปเรียนที่โรงเรียนสอนจริยธรรมสตรีน่ะค่ะ”
โรงเรียนสอนจริยธรรมสตรีงั้นหรือ?
คุณย่าหลินหรี่ตาลง
เฝิงเซียนเซียนนั้นเป็นเด็กดีและเชื่อฟังอยู่แล้ว ถ้าเธอเชื่อฟังขนาดนี้ ยังจำเป็นต้องไปเรียนที่นั่นอีกหรือ?
คนที่ควรไปเรียนคือนังเด็กเย่จั๋วนั่นต่างหากที่ไม่เคารพผู้หลักผู้ใหญ่และจองหองจนลืมตัว
ใช่แล้ว
เธอควรส่งเย่จั๋วไปเรียนที่โรงเรียนสอนจริยธรรมสตรี
ไม่อย่างนั้น วันหนึ่งเย่จั๋วอาจจะก่อเรื่องวุ่นวายจนทำให้ตระกูลหลินต้องขายหน้า
“เชียนหัว เอาเบอร์ติดต่อของคนดูแลโรงเรียนนั่นให้ฉันหน่อยสิ”
เฝิงเชียนหัวชะงักไปครู่หนึ่ง “คุณป้าหลิน จะเอาไปทำอะไรหรือคะ?”
คุณย่าหลินกล่าวด้วยความโกรธเคือง “ฉันจะส่งนังเด็กที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงคนนั้นไปเรียนด้วยคน! ให้แม่นั่นเข้าไปดัดนิสัยเสียบ้าง! ไม่อย่างนั้นในอนาคตคงจะเหิมเกริมจนกู่ไม่กลับ!”
“คุณป้าหมายถึงเย่จั๋วหรือคะ?” เฝิงเชียนหัวแสร้งทำเป็นประหลาดใจ
“ใช่” คุณย่าหลินพยักหน้า
เฝิงเชียนหัวกล่าวอย่างลังเล “แต่ดูจากนิสัยของเย่จั๋วแล้ว เธอคงไม่ยอมไปเรียนที่นั่นง่ายๆ หรอกมั้งคะ?”
เย่จั๋วน่ะหรือจะยอมไปเรียนจริยธรรมสตรี?
ไม่รู้เลยว่าจะก่อเรื่องวุ่นวายขนาดไหน!
เฝิงเชียนหัวตั้งตารอที่จะได้เห็นฉากนั้นจริงๆ
“ถ้าเซียนเซียนไปได้ ทำไมแม่นั่นจะไปไม่ได้?”
เฝิงเชียนหัวหยิบนามบัตรออกมาส่งให้คุณย่าหลิน “นี่คือนามบัตรของผู้ดูแลโรงเรียนค่ะ คุณป้าสามารถใช้เบอร์นี้ติดต่อเขาได้เลย”
“ตกลง” คุณย่าหลินรับนามบัตรมาแล้วพยักหน้า
เฝิงเชียนหัวกล่าวต่อว่า “จริงด้วยค่ะคุณป้า เรื่องที่ฉันจะแนะนำคู่ครองให้พี่สี่ ครั้งที่แล้วคุณป้าได้บอกพี่สี่หรือยังคะ?”
นอกจากคุณย่าหลินแล้ว ในตระกูลหลินไม่มีใครยอมพูดเข้าข้างเธอเลย สถานการณ์เช่นนี้มันเสียเปรียบสำหรับเธอจริงๆ!
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ คุณย่าหลินก็รู้สึกโกรธขึ้นมาเล็กน้อย แต่เธอก็ยังสะกดอารมณ์เอาไว้แล้วตอบว่า “เธอจะเชิญผู้หญิงคนนั้นมาที่บ้านเมื่อไหร่ล่ะ? ให้ฉันดูตัวก่อนสิ”
เฝิงเชียนหัวขมวดคิ้ว “แล้วถ้าคุณป้าชอบ แต่พี่สี่ไม่ชอบล่ะคะ? พี่สี่ต้องเป็นคนตกลงเรื่องนี้ด้วยตัวเองนะคะ”
คุณย่าหลินยิ้มแล้วกล่าวว่า “ฉันกับชิงเสวียนเป็นแม่ลูกกัน รสนิยมของเราเหมือนกัน ตราบใดที่เป็นคนที่ฉันชอบ เขาก็ต้องชอบเธออย่างแน่นอน!”
ว่ากันว่าใจของแม่ลูกนั้นเชื่อมถึงกัน คุณย่าหลินไม่เชื่อว่าหลินชิงเสวียนจะปฏิเสธเมื่อถึงเวลานั้น
คุณย่าหลินไม่อยากให้หลินชิงเสวียนพวคนแปลกๆ พวกนั้นกลับมาจากข้างนอกอีกแล้ว
เธอต้องเป็นคนเลือกสะใภ้ด้วยตัวเอง
เฝิงเชียนหัวลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ”
หลังจากออกจากบ้านตระกูลหลิน เฝิงเชียนหัวก็ได้นัดเจอกับเจียงซูหราน
ทั้งสองคนนัดพบกันที่คาเฟ่แห่งหนึ่ง
เมื่อเห็นเฝิงเชียนหัวเดินเข้ามา เจียงซูหรานก็ยืนขึ้นพร้อมรอยยิ้ม “เชียนหัวมาแล้ว”
เฝิงเชียนหัวกล่าวว่า “ซูหราน เธอรอมานานแล้วใช่ไหม?”
“เปล่าเลย ฉันก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน”
เฝิงเชียนหัวนั่งลงและจิบน้ำ “ฉันจัดการเรื่องนั้นเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้เธอว่างไหม?”
ดวงตาของเจียงซูหรานเป็นประกายขึ้นมาทันที “จริงหรือ?”
“จริงสิ” เฝิงเชียนหัวพยักหน้า
เจียงซูหรานคว้ามือของเฝิงเชียนหัวไว้และกล่าวอย่างซาบซึ้ง “เชียนหัว ถ้าเรื่องนี้สำเร็จ เธอจะเป็นผู้มีพระคุณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฉันเลย!”
เจียงซูหรานอายุ 38 ปีในปีนี้ เธอกำลังจะย่างเข้าสู่วัย 40 และเป็นหนึ่งในผู้หญิงโสดที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่คนในวงการ
เพราะตอนที่ยังสาวเธอนั้นเลือกมากเกินไป จึงยังไม่ได้แต่งงานเสียที
แม้ว่าหลินชิงเสวียนจะเคยแต่งงานมาแล้วสองครั้ง
แต่ตระกูลเจียงก็ไม่อาจเทียบได้กับตระกูลหลินเลย
ตระกูลหลินนั้นเป็นตระกูลผู้ดีที่ร่ำรวยอย่างแท้จริง
หากเธอสามารถใช้โอกาสนี้แต่งงานเข้าตระกูลหลินได้ ก็ถือว่าเธอได้แต่งงานอย่างสมเกียรติ
ในฐานะลูกผู้หญิง ใครบ้างล่ะที่จะไม่อยากแต่งงานกับคนที่ดี?
เฝิงเชียนหัวตบมือของเจียงซูหรานเบาๆ “พรุ่งนี้ไปที่บ้านตระกูลหลินกับฉันนะ คุณนายเฒ่าตระกูลหลินชอบคนที่เชื่อฟัง เธอรู้ใช่ไหมว่าต้องทำตัวอย่างไร?”
เพื่อให้ได้แต่งงานกับคนรวย เจียงซูหรานยอมไปเรียนที่โรงเรียนจริยธรรมสตรีมานานกว่าหนึ่งปี
ไม่มีใครรู้วิธีเอาใจแม่สามีในอนาคตได้ดีไปกว่าเธออีกแล้ว
เจียงซูหรานพยักหน้า “ไม่ต้องห่วงนะ ฉันรู้ว่าควรทำอย่างไร”
เฝิงเชียนหัวยิ้ม “ซูหราน ฉันเชื่อในตัวเธอนะ! เมื่อเธอแต่งงานเข้าตระกูลหลินแล้ว อย่าลืมข้อตกลงของเราล่ะ”
เจียงซูหรานยกแก้วขึ้นให้เฝิงเชียนหัว “เชียนหัว ดูเธอพูดเข้าสิ ฉันจะลืมใครก็ได้แต่ไม่มีวันลืมเธอแน่นอน”
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.