Chapter 2185
2069 / 3188
6 min read
Chapter 2185 God’s Origin
Published Mar 11, 2026, 10:47 PM
บทที่ 2185 จุดกำเนิดเทพ
จุดกำเนิดเทพเป็นเกาะที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของชายฝั่งทวีปพิลเฮเวน ถึงแม้จะเรียกกันว่าเกาะ แต่มันกลับมีขนาดใหญ่เกือบเท่าทวีปใต้ในยุคอาณาจักรวิญญาณระดับ 3 ที่นี่ไม่มีสถานที่สำคัญที่โดดเด่นหรือสถานที่ที่ใครจำเป็นต้องแวะเวียนไปเยือน แต่ในฐานะสถานที่ประสูติของเทพปรุงยา ที่นี่ก็ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ทุกคนปรารถนาจะมาเยือนสักครั้ง
และในตอนนี้ อเล็กซ์ก็ได้มาถึงที่นี่แล้วในที่สุด
“ที่นี่คือสถานที่ที่เขาเกิด” อเล็กซ์กล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาขณะเดินออกมาจากค่ายกลเคลื่อนย้ายข้ามทวีป สถานที่แห่งนี้ดูวุ่นวายเต็มไปด้วยผู้คนที่เดินทางมาเพื่อร่วมงานเทศกาลที่จะจัดขึ้นในไม่ช้านี้
กระนั้น อเล็กซ์กลับไม่ได้ยินหรือมองเห็นสิ่งใด รอบกายเขาทุกอย่างเงียบสงัด ไม่มีความเคลื่อนไหวใดตกกระทบสู่สายตา เขาได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตนเองที่เต้นรัวขณะรู้สึกตื้นตันใจกับความจริงที่ว่า เขาได้เข้ามาใกล้สถานที่ที่บุคคลผู้ซึ่งเขาสมควรตอบแทนบุญคุณได้ใช้ชีวิตอยู่
เทพปรุงยาได้จากไปนานแล้ว แต่อเล็กซ์ยังคงต้องการทำความรู้จักกับเขา อยากเห็นสถานที่ที่เขาเคยอาศัย และรับรู้เรื่องราวที่เขาเคยทำ มีตำนานอีกมากมายที่อเล็กซ์อยากเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเขา
“เทพปรุงยาองค์แรก” ซิลเวอร์มิสต์กล่าว “หรืออย่างน้อยก็เป็นองค์แรกที่ได้บรรลุเป็นเทพในรอบยาวนานเหลือเกิน การได้มาอยู่ในที่เดียวกับบุคคลระดับตำนานเช่นนี้ทำให้เจ้ารู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยเลยใช่ไหม?”
“ใช่ครับท่านอาจารย์ ที่นี่จะทำให้ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับเขามากขึ้นใช่ไหมครับ?” อเล็กซ์ถาม
“อาจจะนะ” ซิลเวอร์มิสต์ตอบ “ขึ้นอยู่กับว่าเจ้ามีความรู้เกี่ยวกับเขามากน้อยแค่ไหนแล้ว”
“ไม่ค่อยเลยครับ” อเล็กซ์ตอบพลางทบทวนข้อมูลเล็กน้อยที่มีอยู่ในหัว “ที่จริงคือแทบไม่มีเลยด้วยซ้ำ”
อเล็กซ์ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อของเขา ซิลเวอร์มิสต์ยิ้มออกมา “เดี๋ยวเราจะจัดการเรื่องนั้นกัน”
จุดกำเนิดเทพถูกปกครองโดยสมาคมปรุงยาแห่งเดียวที่มีชื่อว่าสมาคมหน่ออ่อนหลวง (Royal Sprout) ดูเหมือนว่ามันจะเป็นสมาคมปรุงยาที่เทพปรุงยาเคยสังกัดอยู่เมื่อเกือบ 250,000 ปีก่อน สมัยที่เขายังเพิ่งเริ่มสร้างชื่อเสียงในฐานะนักปรุงยา
พวกเขามีสมาคมหลักอยู่ที่พิลเฮเวน แต่ก็มีสาขาตั้งอยู่ที่นี่ด้วยเพื่อทำหน้าที่ดูแลเกาะแห่งนี้ เนื่องจากขนาดของเกาะที่ใหญ่โตราวกับทวีปแยกตัวออกมา ทำให้ที่นี่มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองซึ่งแตกต่างจากพิลเฮเวน
อเล็กซ์และอีกสองคนหาที่พักในเมืองทูโบน และซิลเวอร์มิสต์ได้สั่งให้อเล็กซ์ออกไปสืบหาวันเวลาของการจัดงานเทศกาล
อเล็กซ์ไม่รู้แม้กระทั่งว่าเทศกาลนั้นคืออะไร ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่เขาต้องหาคำตอบด้วยตนเองเช่นกัน
เขาเคยได้ยินคนเรียกมันว่าเทศกาลแห่งการเยียวยา ดังนั้นมันก็น่าจะมีเบาะแสอยู่บ้าง อเล็กซ์เดินไปรอบๆ เมืองทูโบนเพื่อสังเกตความแตกต่างที่ดูไม่เหมือนที่อื่น แต่ยิ่งเดินเขาก็ยิ่งสังเกตเห็นบางอย่าง
มีจำนวนผู้บำเพ็ญเพียรระดับสูงอยู่น้อยอย่างน่าสงสัยภายในเมือง ส่วนใหญ่ที่เขาเห็นเป็นเพียงระดับนักบุญหรือระดับอมตะเท่านั้น การจะหาใครที่แข็งแกร่งกว่านั้นเป็นเรื่องยากลำบากมาก
เขาผ่านทวีปมาแล้วถึง 2 ทวีปและสถานการณ์ที่นั่นไม่ได้เป็นเช่นนี้เลย ผู้บำเพ็ญเพียรระดับเทพอาจจะมีน้อยแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะหายาก การเดินไปตามถนนในเมืองใดก็ตามเขาควรจะได้พบเจออย่างน้อย 10 คนก่อนที่จะเดินกลับ
ทว่าที่นี่กลับไม่มีเลย หรืออย่างน้อยก็ไม่ได้ออกมาเดินเพ่นพ่านตามท้องถนน เรื่องนี้นับว่าน่าฉงนใจไม่น้อย เขาคงต้องถามท่านอาจารย์เกี่ยวกับเรื่องนี้ในภายหลัง
อเล็กซ์ไม่รู้ว่าจะไปหาข้อมูลเกี่ยวกับงานเทศกาลได้จากที่ไหน เขาอาจจะถามใครก็ได้ แต่เขาก็อยากเดินเที่ยวชมเมืองเพื่อผ่อนคลายไปด้วย เขาจึงทำตามนั้น
หลังจากผ่านไปสักพัก เขาก็พบร้านขายยาแห่งหนึ่งที่เขาอยากแวะตรวจดู เขาต้องการเห็นว่าคุณภาพของโอสถในสถานที่ที่เป็นจุดกำเนิดของเทพปรุงยาองค์แรกนั้นเป็นอย่างไร
อเล็กซ์เดินเข้าไปในร้านและกวาดสายตามองไปรอบๆ ร้านไม่ได้ดูหรูหราเหมือนร้านอื่น ๆ ที่เขาเคยไปเยือนในทวีปอื่น แต่นี่... นี่มันค่อนข้างแย่เลยทีเดียว
‘บางทีพวกเขาอาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับความสวยงามนัก’ อเล็กซ์คิด เขาเข้าใจดีว่าสิ่งที่สำคัญกว่าคือโอสถและวัตถุดิบ
ทว่าเมื่อเขาเพ่งมองดูสิ่งเหล่านั้น คุณภาพของมันก็ค่อนข้างแย่เช่นกัน ไม่ใช่ว่าคุณภาพต่ำ แต่เป็นเพราะมีวัตถุดิบให้เลือกน้อยเกินไป สำหรับสถานที่สำคัญเช่นนี้ เขาคิดว่าน่าจะมีตัวเลือกที่หลากหลายกว่านี้
อเล็กซ์ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี การวิจารณ์ออกมาดังๆ ต่อหน้าคนอื่นคงดูเสียมารยาท เขาจึงตัดสินใจปิดปาก—
“ทำไมร้านค้าในเมืองนี้ถึงห่วยแตกแบบนี้กันหมดเลยล่ะ?” เสียงหนึ่งตะโกนขึ้นดังลั่นภายในร้าน อเล็กซ์หันไปตามเสียงพร้อมกับคนอื่นๆ และได้เห็นหญิงสาวที่มีผมสีส้มยืนอยู่กลางห้องโดยกอดอกและมีสีหน้าหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
“คุณหนูครับ คุณจะพูดแบบนั้นไม่ได้นะ” คนที่ดูมีความละอายมากกว่าเธอพูดขึ้นข้างๆ พร้อมกับดึงเสื้อผ้าของเธอเบาๆ เพื่อให้เดินเลี่ยงออกจากร้านไป
“ไม่ ฉันจะพูด!” หญิงสาวกล่าว “ฉันเข้าร้านมาตั้งหลายแห่งแล้ว ทำไมไม่มีร้านไหนขายของที่ฉันต้องการเลยสักร้าน ฉันนึกว่าที่นี่จะเป็นสถานที่อันทรงคุณค่าสำหรับนักปรุงยาซะอีก ทำไมถึงไม่มีอะไรเลย?”
“ได้โปรดเถอะคุณหนู เราไปกันเถอะ”
ลูกค้าหลายคนต่างมองหน้ากันเพื่อดูปฏิกิริยาของคนอื่น พนักงานสองสามคนรีบเดินเข้ามาหาหญิงสาวและพูดด้วยเสียงแผ่วเบาเพื่อไถ่ถามถึงปัญหา
หญิงสาวกลับไม่แยแสพนักงานและตอบกลับด้วยเสียงดัง “ฉันมาที่นี่เพื่อหาวัตถุดิบ เดินไปทั่วทั้งเมืองแล้วแต่กลับไม่พบอะไรเลย บอกฉันสิ ร้านพวกคุณไม่มีแม้กระทั่งของธรรมดาอย่างเบอร์รี่ดวงตามรกตหรือไง?”
เบอร์รี่ดวงตามรกต ผลไม้ระดับอมตะชั้นสูงที่มีคุณสมบัติทางยาในการจัดการกับผลข้างเคียงจากสารพิษรุนแรง หมายความว่ามันเป็นวัตถุดิบสำหรับโอสถแก้พิษหลายชนิด
ข้อมูลเหล่านั้นหลั่งไหลเข้ามาในหัวของอเล็กซ์ทันที “ทางเราไม่มีของชิ้นนั้นค่ะท่านลูกค้า” พนักงานหญิงซึ่งดูอายุมากกว่าหญิงสาวพยายามพูดปลอบใจ “ดิฉันสามารถตรวจสอบให้ได้ค่ะว่ามีที่สาขาอื่นหรือไม่และจะสั่งเคลื่อนย้ายมาให้ภายในวันพรุ่งนี้ ไม่ทราบว่าพอจะได้รับไหมคะ?”
“แน่นอนว่าไม่ได้!” หญิงสาวกล่าว “ฉันไม่เสียเวลาอยู่ที่เมืองนี้อีกวันหรอก หึ! แค่เบอร์รี่งี่เง่าร้านพวกคุณยังไม่มีขายเลย”
เธอกระแทกเท้าเดินออกจากร้านไปทันที
อเล็กซ์และคนที่เหลือต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ต้องใช้เวลาสักพักกว่าทุกคนจะกลับมาเป็นปกติและลืมสิ่งที่เกิดขึ้นไป
อเล็กซ์ซื้อวัตถุดิบสองสามอย่างที่เห็นและถือโอกาสสอบถามพนักงานเกี่ยวกับงานเทศกาล ซึ่งเหล่าพนักงานก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้รายละเอียดแก่เขา
เมื่ออเล็กซ์ได้ข้อมูลครบถ้วนแล้ว เขาก็กลับไปหาท่านอาจารย์ของเขา
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.