Chapter 51
42 / 200
4 min read
Chapter 51: Yet Another Ex-boyfriend
Published Mar 29, 2026, 09:06 AM
บทที่ 51: แฟนเก่าอีกคนแล้ว
“สืบได้หรือยังว่าพวกนั้นเป็นใคร?” สีหน้าของลู่ถิงเซียวบ่งบอกชัดว่า ถ้าเขารู้ว่าพวกนั้นเป็นใคร เขาคงฆ่าพวกนั้นทิ้งทันทีที่เห็นหน้า
ลู่จิ้งหลี่เคาะโต๊ะเบา ๆ “นั่นแหละที่ฉันกำลังจะบอกพี่ ต่อให้ใช้เครือข่ายข่าวกรองของฉัน ก็ยังสืบไม่เจอเลยว่าพวกนั้นเป็นใคร ดูท่าคงต้องรอให้พวกนั้นลงมืออีกครั้งก่อน พวกเราถึงจะลองสืบใหม่ได้”
แต่ตอนนี้จอมมารใหญ่ดูเหมือนพร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ เขาจะรอให้พวกนั้นลงมืออีกครั้งจริง ๆ เหรอ?
ลู่ถิงเซียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันที แล้วโทรออก พลางพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวกับลมที่พัดมาจากธารน้ำแข็งว่า “เฉิงเฟิง ช่วยฉันสืบคนสองคนหน่อย”
ลู่จิ้งหลี่ทำหน้าตกใจสุดขีด “โห พี่ถึงกับใช้จินอีเว่ยของพี่เลยเหรอ!”
เครือข่ายซุบซิบของเขาเทียบกับเครือข่ายข่าวกรองของพี่ชายไม่ได้เลย แค่มีเบาะแสเล็กน้อยก็สามารถขุดคุ้ยเรื่องลับในอดีตของใครสักคนออกมาได้หมด
“พี่ ฉันบอกพี่แล้วว่าอดีตของหนิงซีไม่ธรรมดา ตอนนี้เชื่อฉันหรือยัง? ฉันว่าพี่น่าจะบอกเฉิงเฟิงให้ช่วยสืบหนิงซีให้ละเอียดด้วยนะ!” ลู่จิ้งหลี่เสนออย่างมีนัย
“ไม่จำเป็น” ทุกคนต่างก็มีอดีตที่ไม่อยากให้คนอื่นรู้ เขาจะไม่ไปยุ่งกับเรื่องที่เธอไม่อยากให้ใครยุ่ง ถ้าเธออยากบอกเขา เธอก็จะบอกเอง
การถ่ายทำในที่สุดก็เสร็จตอนหกโมงเย็น
วันนี้ฉากสำคัญเป็นของพระเอกกับนางเอกทั้งหมด หนิงซีมีฉากไม่มาก แต่ก็ยังต้องเข้าไปยืนเป็นแจกันอยู่ทั้งวัน
การยืนเป็นแจกันก็เหนื่อยเหมือนกัน เธอรู้สึกว่าคอแทบจะหักเพราะชุดที่หนักอึ้งนั่น แถมทั้งตัวยังเริ่มขึ้นผดผื่นอีก
พอเปลี่ยนชุดและล้างเครื่องสำอางออกแล้ว เธอก็สวมหน้ากากเตรียมจะขึ้นรถไฟใต้ดิน
เธอยังไม่ดัง ไม่มีใครรู้จักเธอ การขึ้นรถไฟใต้ดินจึงสะดวกมาก แถมไม่ต้องเจอรถติดอีกด้วย
เธอกำลังจะเดินไปทางสถานี รถมาเซราติสีดำคันหนึ่งก็จอดเทียบข้างเธอ
กระจกรถเลื่อนลงมา ซูเหยียนยิ้มให้เธอ “เสี่ยวซี ให้ผมไปส่งบ้านเถอะ!”
หนิงซี: “...”
แฟนเก่า...
ทำไมถึงเป็นแฟนเก่าอีกคนอีกแล้ว...
ปล่อยให้เธอได้อยู่อย่างสงบสักหน่อยไม่ได้หรือไง?
“ไม่ต้อง” หนิงซีเดินจากไปทันที เพราะไม่อยากเห็นหน้าชวนสะอิดสะเอียนของเขา
อย่างไรก็ตาม ซูเหยียนไม่ยอมไปไหน เขาขับรถตามเธอช้า ๆ “เสี่ยวซี คุยกันหน่อยได้ไหม?”
หนิงซีแค่นหัวเราะ “มีอะไรให้คุย? วันนี้ข่าวฉาวของฉันยังไม่พออีกหรือไง? หรืออยากให้ใครถ่ายรูปเราแล้วปล่อยข่าวฉาวให้มันใหญ่กว่าเดิม?”
ซูเหยียนขมวดคิ้ว รู้สึกไม่คุ้นกับคำพูดและท่าทีเย็นชาของผู้หญิงที่เมื่อก่อนเชื่อฟังและทำทุกอย่างตามที่เขาสั่ง “เสี่ยวซี ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยกับเธอจริง ๆ!”
หนิงซีเป็นห่วงว่าถ้ายังยื้อกับเขาอยู่กลางถนนแบบนี้ พวกเขาอาจถูกถ่ายรูปจริง ๆ
รถของหมอนี่สะดุดตาเกินไป
หนิงซีเหลียวซ้ายแลขวาให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น จากนั้นก็เปิดประตูแล้วขึ้นรถไปอย่างรวดเร็ว
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ในห้องส่วนตัวของร้านอาหารแห่งหนึ่ง
ซูเหยียนเรียกพนักงานมาแล้วสั่งอาหารหลายอย่าง ส่วนใหญ่เป็นเมนูโปรดของหนิงซี “เสี่ยวซี เราไม่ได้เจอกันมานาน ผมเลยไม่รู้ว่ารสนิยมเธอเปลี่ยนไปหรือยัง ช่วงหลายปีที่อยู่ต่างประเทศเธอเป็นยังไงบ้าง? ผมเคยส่งเงินให้เธอ แต่เธอก็คืนมาหมด สุดท้ายยังเปลี่ยนเลขบัญชีอีก...”
“จะพูดอะไรก็พูดมา” หนิงซียกมือกุมขมับ แล้วก้มหน้าส่งข้อความหาเสี่ยวเป่า บอกเขาว่าเธอจะกลับช้านิดหน่อย
ซูเหยียนได้แต่จำใจเลื่อนเช็คไปตรงหน้าเธอ
หนิงซีเหลือบมองเช็คแปดล้านหยวนแวบหนึ่งก่อนจะหรี่ตาลง “นี่หมายความว่ายังไง?”
แววตาของซูเหยียนเคร่งขึ้น “เสี่ยวซี อย่าทำเรื่องที่เธอจะต้องเสียใจภายหลัง”
หนิงซีวางมือถือแล้วมองเขาด้วยรอยยิ้มไม่จริงใจ “งั้นเหรอ? งั้นบอกมาสิว่าฉันทำอะไร?”
“งั้นบอกฉันมาสิ เธอได้บทนี้มาจากไหน?” ซูเหยียนถามขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมเน้นเสียงหนัก
‘จินอีเว่ย’ คือองครักษ์หลวงในราชวงศ์หมิง ซึ่งภายหลังพัฒนาไปเป็นหน่วยสืบราชการลับ
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.