Chapter 331
330 / 1146
7 min read
Chapter 331 - Who Is the Coach
Published Apr 2, 2026, 10:06 AM
Chapter 331 ใครกันแน่ที่เป็นโค้ช
“ผมว่างครับ! เจอกันที่ไหนดี?” เฟิงชิวหยานตอบตกลงทันที
“ไปที่สนามฝึกซ้อมแล้วกัน” โจวเหวินกล่าว
“หมิงซิ่วก็อยู่ที่นี่ด้วย เขาอยากจะไปแจมด้วย ผมพาเขาไปด้วยได้ไหมครับ?” เฟิงชิวหยานถาม
“แค่ซ้อมกันเอง มาได้เลยถ้าเขาอยากมา” โจวเหวินรู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร อีกอย่าง ‘วิชาเซียนบินไร้ลักษณ์’ ก็ไม่ใช่ความลับอะไรอยู่แล้ว
“สิบนาทีครับ” เฟิงชิวหยานวางสายหลังจากพูดจบ
หมิงซิ่วอยากรู้อย่างมากว่าโจวเหวินเก่งกาจแค่ไหน ในเมื่อเฟิงชิวหยานที่เขาเป็นคนฝึกสอนยังแกร่งถึงเพียงนี้ ฝีมือของโจวเหวินก็น่าจะเหนือกว่านั้นขึ้นไปอีก
ทันทีที่ทั้งสองเดินออกจากบ้าน พวกเขาก็พบกับเทียนเจินเจินที่นำของมาส่งให้หมิงซิ่ว เมื่อได้ยินว่าพวกเขากำลังจะไปฝึกซ้อมกับโจวเหวิน เทียนเจินเจินจึงขอติดตามไปด้วย
เนื่องจากโจวเหวินไม่ได้ใส่ใจว่าจะมีใครมาดูหรือไม่ เฟิงชิวหยานจึงไม่ได้ปฏิเสธเธอ ทั้งสามคนจึงมุ่งหน้าไปยังสนามฝึกซ้อม
ขณะที่เดินไป เทียนเจินเจินก็นึกในใจว่า ‘ฉันไม่เชื่อหรอกว่านักศึกษาคนหนึ่งจะเก่งกว่าหมิงซิ่วได้ ฉันต้องไปเห็นกับตาว่าโจวเหวินเป็นพวกจอมปลอมหรือเปล่า’
เมื่อทั้งสามมาถึงสนามฝึกซ้อม โจวเหวินก็รออยู่ข้างในแล้ว เขากำลังฝึกการชักดาบและฟันขั้นพื้นฐานที่สุด โดยไม่ยอมพลาดโอกาสที่จะเพิ่มความเร็วในการออกดาบของตัวเองแม้แต่นิดเดียว
นั่นน่ะเหรอโจวเหวิน? ดูธรรมดามากเลย ถึงจะหน้าตาดีและรูปร่างใช้ได้ แต่ทำไมดูซีดเซียวและอ่อนแอขนาดนั้น? คนแบบนี้จะเก่งกาจอย่างที่หมิงซิ่วพูดจริงหรือ? เทียนเจินเจินยิ่งสงสัยหนักกว่าเดิมเมื่อเห็นโจวเหวิน
ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอก โจวเหวินมักจะเสียเลือดมากเกินไป อีกทั้งก่อนหน้านี้ยังได้รับบาดเจ็บสาหัส และช่วงหลังมานี้เขาก็เอาแต่ตะลุยในทะเลใต้ดินและวิหารแห่งนั้น เขาตายมานับครั้งไม่ถ้วนจนร่างกายแทบจะสร้างเลือดมาทดแทนไม่ทัน
โจวเหวินพยายามหาข้อมูลอยู่ตลอดช่วงนี้ เขาอยากรู้ว่ามี ‘สัตว์คู่หู’ ตัวไหนที่ช่วยเสริมสร้างตับและอวัยวะภายใน หรือแม้แต่สัตว์คู่หูที่ช่วยเสริมสร้างไขกระดูกบ้างหรือไม่
น่าเสียดายที่สิ่งเหล่านั้นหายากมาก โจวเหวินยังไม่พบตัวไหนเลยในขณะนี้
หลังจากทั้งสามเข้ามาในสนามฝึกซ้อม หมิงซิ่วและเทียนเจินเจินก็นั่งลงบนม้านั่งข้างสนาม ส่วนเฟิงชิวหยานเดินเข้าไปถามว่า “โค้ชครับ ผมมาแล้ว เราจะเริ่มซ้อมกันยังไงดีครับ?”
“ฉันอยากจะเพิ่มความเร็วในการชักดาบ นายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ช่วยแนะนำอะไรหน่อยสิ” โจวเหวินกล่าวกับเฟิงชิวหยาน
“ถึงผมจะถนัดใช้กระบี่ แต่หลักการฟันด้วยดาบหรือกระบี่ก็แทบไม่ต่างกันครับ ความเร็วของการฟันดาบนั้นต่างจากความเร็วในการเคลื่อนที่ของร่างกาย โดยทั่วไปแล้วความเร็วของดาบจะเร็วกว่าความเร็วร่างกาย ประการแรก ดาบมีน้ำหนักเบากว่าและรูปทรงของดาบก็ช่วยให้แหวกอากาศได้ง่ายกว่า ร่างกายมนุษย์นั้นเทียบไม่ติดเลยครับ มันทั้งหนักและมีพื้นที่ผิวมากกว่า ดังนั้นจึงมีปัจจัยที่ต้องคำนึงน้อยกว่าเวลาใช้ดาบ นอกจากจะปล่อยพลังออกมาแล้ว เทคนิคก็สำคัญมากครับ ท่าทางการจับดาบที่ถูกต้องและวิธีการปล่อยแรงที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มความเร็วของดาบได้ แต่ถ้าจะเพิ่มความเร็วแบบก้าวกระโดด เราทำได้เพียงโฟกัสไปที่เทคนิคจังหวะฟัน เหมือนกับการใช้ปืนครับ ความเร็วลูกกระสุนเท่ากันหมด แต่หัวใจสำคัญคือจังหวะที่ชักปืนออกมา ใครชักก่อนย่อมลั่นไกได้เร็วกว่า จึงตัดสินผลแพ้ชนะได้ การใช้ดาบก็หลักการเดียวกันครับ...” เฟิงชิวหยานอธิบายจุดสำคัญบางอย่างให้โจวเหวินฟัง
โจวเหวินลองทำตามเทคนิคและจุดสำคัญที่เฟิงชิวหยานแนะนำ และพบว่ามันมีประโยชน์มากจริงๆ แม้ว่าการฟันของเขาจะเร็วขึ้นมาก แต่ความเร็วระดับนี้ก็ยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการของเขาอยู่ดี
‘พวกมังกรดำที่ถูกปล่อยออกมามันแข็งแกร่งเกินไป ฉันมีเวลาจำกัดหลังจากพุ่งเข้าไปในรถศึก ความเร็วของดาบแค่นี้ยังไม่พอ’ โจวเหวินคิดในใจ
เทียนเจินเจินนั่งมองดูอยู่ข้างสนามกับหมิงซิ่ว หลังจากดูไปสักพักเธอก็เบะปากแล้วพูดว่า “หมิงซิ่ว โจวเหวินคนนี้มันเก่งตรงไหน? เขาเป็นโค้ชส่วนตัวของเฟิงชิวหยานไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงพยายามให้เฟิงชิวหยานสอนเขาล่ะ? ใครเป็นโค้ชกันแน่? อย่าบอกนะว่าสลับบทบาทกันน่ะ?”
“บางทีโจวเหวินอาจจะมีเหตุผลลึกซึ้งกว่านั้นก็ได้นะ?” หมิงซิ่วกล่าวอย่างไม่มั่นใจ
แม้ว่าดูเผินๆ โจวเหวินจะดูเหมือนกำลังขอคำแนะนำจากเฟิงชิวหยาน แต่หมิงซิ่วมีความประทับใจฝังใจในความสามารถของโจวเหวิน ดังนั้นเขาจึงไม่ได้คิดไปไกลเหมือนเทียนเจินเจิน เขาเชื่อว่าโจวเหวินต้องมีแผนการบางอย่าง
“มันชัดเจนจะตายไป โจวเหวินกำลังเรียนจากเฟิงชิวหยาน จะมีเหตุผลลึกซึ้งอะไรอีกล่ะ?” เทียนเจินเจินเริ่มรู้สึกว่าหมิงซิ่วถูกโจวเหวินล้างสมองเข้าให้แล้ว
“รอดูกันไปก่อนครับ โจวเหวินมักจะทำอะไรที่คาดไม่ถึงเสมอ บางทีนี่อาจจะเป็นวิธีการสอนแบบหนึ่งก็ได้” หมิงซิ่วกล่าวหลังจากนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง
โจวเหวินเข้าใจวิธีที่เฟิงชิวหยานบอกแล้ว สิ่งที่เขาต้องการคือเวลาฝึกฝนเท่านั้น แต่ถึงแม้เขาจะฝึกจนเชี่ยวชาญ การเพิ่มขึ้นของความเร็วก็ยังอาจจะไม่เพียงพออยู่ดี
“ลองใช้ดาบที่เร็วที่สุดของนายโจมตีฉันที” โจวเหวินกล่าวกับเฟิงชิวหยานหลังจากนิ่งคิด เขาอยากจะสังเกตเทคนิคดาบของเฟิงชิวหยานในการต่อสู้จริง เพื่อดูว่ามีอะไรที่เขาสามารถนำมาเป็นแนวทางในการเพิ่มความเร็วของตัวเองได้บ้าง
เฟิงชิวหยานไม่รอช้า เขาหยิบดาบไม้สำหรับฝึกซ้อมจากชั้นวางขึ้นมา แต่เหลือบไปเห็นดาบยักษ์ในมือของโจวเหวินแล้วกล่าวว่า “โค้ชครับ ถ้าคุณอยากจะฟันให้เร็ว ดาบยักษ์แบบนั้นไม่เหมาะหรอกครับ ควรใช้ดาบที่บางและเบากว่านี้จะดีที่สุด”
ไม่ใช่ว่าโจวเหวินไม่อยากเปลี่ยน แต่มีเพียง ‘ดาบราชันย์’ เท่านั้นที่สามารถทำลายรังไหมสีขาวได้ และสำหรับดาบราชันย์นั้นมันเป็นดาบยักษ์ที่มีน้ำหนักมากกว่าดาบไม้ในมือเขาเสียอีก ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องใช้ดาบยักษ์ฝึกซ้อม หากใช้ดาบเล็ฝึกจนคล่องไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร
ถ้าไม่ติดว่าดาบราชันย์มันหนักเกินไป โจวเหวินก็คงไม่จำเป็นต้องฝึกฝนอะไร แค่เทคนิคและความเร็วของวิชาเซียนบินไร้ลักษณ์ก็น่าจะเร็วพอแล้ว
“ฉันรู้ แต่ฉันต้องการใช้ดาบยักษ์ฝึกทักษะการฟันให้เร็ว” โจวเหวินกล่าว
เมื่อเทียนเจินเจินได้ยินเช่นนั้น เธอก็ยิ่งมั่นใจว่าโจวเหวินไม่ใช่โค้ชตัวจริง ไม่มีใครใช้ดาบยักษ์ฝึกเพิ่มความเร็วหรอก ใครที่ฝึกดาบก็รู้กันทั้งนั้นว่าอาวุธที่หนักขนาดนั้นไม่เหมาะกับเทคนิคดาบปกติเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการฟันให้เร็ว ต่อให้เป็นคนไม่เป็นวิชาดาบก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าอาวุธหนักขนาดนี้ไม่มีทางใช้ในเส้นทางดาบเร็วได้
เฟิงชิวหยานเพียงแค่พยักหน้า จากนั้นเขาก็ชักดาบและฟาดฟันเข้าใส่โจวเหวิน
ไม่รู้ว่าช่วงนี้เฟิงชิวหยานไปฝึกอะไรมา โจวเหวินสังเกตเห็นว่าเทคนิคดาบของเขารวดเร็วและหนักแน่นขึ้นมาก แถมยังไม่ดูบุ่มบ่ามเหมือนเมื่อก่อน เขามีกลิ่นอายของผู้เชี่ยวชาญด้านดาบอย่างเต็มเปี่ยมแล้ว
โจวเหวินยกดาบยักษ์ขึ้นปัดป้องดาบของเฟิงชิวหยาน เขาพบว่าการฟันแต่ละครั้งของเฟิงชิวหยานเร็วขึ้นเรื่อยๆ แต่กลับมั่นคงอย่างประหลาด มันเหมือนกับกระแสน้ำที่ไหลรินไม่ขาดสาย
หลังจากโจวเหวินรับดาบแรกได้ เขาก็พบว่าตนเองแทบไม่มีจังหวะจะสวนกลับเลย ภายใต้การจู่โจมอย่างไม่หยุดยั้งของเทคนิคดาบ สิ่งที่เขาทำได้มีเพียงถอยและปัดป้องเท่านั้น
‘เทคนิคดาบที่น่าทึ่งจริง ๆ เจ้าหมอนี่พัฒนาเร็วเกินไปแล้ว’ โจวเหวินอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจกับอัตราการพัฒนาของเฟิงชิวหยาน ทุกครั้งที่เจอกัน เขามักจะแผ่กลิ่นอายที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
“เทคนิคดาบของเฟิงชิวหยานน่าประทับใจจริงๆ ครับ ถึงผมจะเรียนรู้เทคนิคดาบแบบเดียวกันจนเชี่ยวชาญได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะใช้อย่างไร ผมก็ไม่สามารถสร้างความรู้สึกเหมือนที่เขาทำได้ เหมือนกับว่ามันมีบางอย่างขาดหายไปอยู่ตลอดเวลา” หมิงซิ่วกล่าวอย่างครุ่นคิด
“เฟิงชิวหยานแข็งแกร่งมากจริงๆ นั่นแหละ แต่โจวเหวินกลับรับมือการโจมตีของเฟิงชิวหยานไม่ได้เลยสักครั้ง เขาจะเก่งอย่างที่เธอว่าได้ยังไง?” เทียนเจินเจินค่อนข้างมั่นใจแล้วว่าหมิงซิ่วต้องถูกหลอกมาแน่ๆ โจวเหวินไม่ได้เก่งกาจอย่างที่ร่ำลือกันเลยสักนิด
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.