Chapter 70
70 / 330
11 min read
Chapter 70: Godlight
Published Apr 8, 2026, 06:30 AM
# บทที่ 70: แสงเทวะ
ผมยืนนิ่งพลางทอดสายตามองเฟีย ทรวงอกของเธอยังคงสะท้อนขึ้นลงจากการวิ่งหอบด้วยความเร่งรีบ พวงแก้มทั้งสองนวลปลั่งเป็นสีระเรื่อ ดวงตาคู่นั้นทอประกายแจ่มชัดถึงความเร่งด่วนในใจ
บัญชีธนาคาร... ใช่แล้ว! เหตุใดเรื่องง่ายๆ เช่นนี้จึงรอดพ้นความคิดของผมไปได้? หากแกเบรียลเป็นผู้อยู่เบื้องหลังจริง เขาย่อมต้องมีการว่าจ้าง และการจ่ายเงินย่อมทิ้งร่องรอยไว้เสมอ แม้แต่อาชญากรที่ระแวดระวังที่สุดก็มักจะพลาดพลั้งในเรื่องเส้นทางการเงิน
ผมรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่สั่นไหวในอก... ความรู้สึกกระอักกระอ่วนอันยากจะอธิบาย เฟียกำลังช่วยผม เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อช่วยชีวิตแม่ของผม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผมเพิ่งจะแผดเสียงตะคอกใส่เธอ กล่าวหาว่าเธอเป็นคนทำกรอบรูปของเมเดลีนพัง และปฏิบัติกับเธอราวกับว่าเธอไร้ค่าเพียงใด
ผมจ้องมองใบหน้าของเธอ... มองให้ลึกเข้าไปจริงๆ ไม่มีร่องรอยของการแสแสร้งหรือเจตนาแอบแฝงใดๆ มีเพียงความห่วงใยอันบริสุทธิ์จากใจจริงของผู้หญิงคนหนึ่งที่ปรารถนาจะช่วยกอบกู้ชีวิตหนึ่งไว้เท่านั้น
ผมไม่อาจยอมให้ตัวเองคิดว่าเธอมีจุดประสงค์อื่น เพราะมันจะเป็นการดูหมิ่นอย่างรุนแรง... ทั้งต่อตัวเธอ ต่อตัวผมเอง และต่อเกียรติยศทุกอย่างที่ผมพึงมีในฐานะอัลฟ่าแห่งฝูง และในฐานะ... คู่พันธะของเธอ
"ฉลาดมาก" ผมเอ่ย เสียงที่หลุดออกมานั้นแหบพร่าเกินกว่าที่ตั้งใจไว้
เฟียเอียงคอเล็กน้อย รอคอยให้ผมพูดต่อ
ผมกระแอมในลำคอเพื่อปรับน้ำเสียง "ถ้าอย่างนั้น ผมจะไปรวบรวมโทรศัพท์ของพวกมันมา"
รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของเธอเพียงนิด แม้มันจะเป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่มันคือของจริง หัวใจของผมพลันเต้นผิดจังหวะ... มันคือความรู้สึกไหวระริกที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันราวกับมีบางสิ่งในตัวผมตื่นขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต
ผมรีบสะกดความรู้สึกนั้นลงไปทันที ผลักใสให้มันจมลึกไปในก้นบึ้งของจิตใจที่ซึ่งมันไม่อาจมารบกวนผมได้อีก ตอนนี้ไม่ใช่เวลา... และมันจะไม่มีวันเป็นเวลาสำหรับเรื่องนี้
ผมหันกลับไปยังประตูแล้วผลักมันออกไป กลิ่นแรกที่กระแทกเข้าโสตประสาทคือกลิ่นคาวเลือด กลิ่นเหงื่อไคล และความหวาดกลัว ผสมโรงด้วยกลิ่นฉุนกึกของวูล์ฟสเบนที่ยังคงกรุ่นอยู่ในอากาศ
การที่ต้องอุดอู้อยู่ข้างในมานาน ทำให้ผมไม่ทันสังเกตว่าสถานการณ์ภายนอกนั้นเลวร้ายถึงเพียงนี้
เฟียเดินตามผมเข้ามา ผมได้ยินเสียงฝีเท้าของเธอที่ดังสม่ำเสมออยู่เบื้องหลัง เป็นเสียงนุ่มนวลที่กระทบลงบนพื้นหิน
ผมตั้งท่าจะบอกให้เธอรออยู่ข้างนอก เธอไม่จำเป็นต้องมาเห็นภาพอุจาดตาเหล่านี้ ไม่ต้องมารับรู้ถึงสิ่งที่ผมได้กระทำลงไป
ทว่าเมื่อผมหันกลับไปจะเอ่ยปาก คำพูดเหล่านั้นกลับมลายหายไปในลำคอ
ใบหน้าของเธอซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง มือเรียวยกขึ้นปิดปากด้วยความสั่นเทา
"พระแม่เจ้า..." เธอกระซิบเสียงแผ่ว
ผมมองตามสายตาของเธอไป... แล้วพบกับสิ่งที่เธอกำลังจ้องมอง
ร่างที่พังทลายกองอยู่บนพื้น... ผู้พิทักษ์สองตนที่ผมเพิ่งลงทัณฑ์ไปก่อนหน้านี้ ตนหนึ่งกึ่งได้สติ ใบหน้ายับเยินจนมองไม่เห็นเค้าเดิม ผิวหนังมลายหายไปเหลือเพียงก้อนเนื้อสดๆ แดงฉาน อีกตนหนึ่งยังมีสติอยู่บ้างแต่ก็น้อยเต็มที ดวงตาของเขาเลื่อนลอยไร้จุดหมาย ลมหายใจนั้นทั้งแผ่วเบาและติดขัดด้วยของเหลวในปอด
ส่วนโอเมก้าสาวที่ผมเพิ่งจับกดน้ำนอนขดตัวอยู่ด้านข้าง เธอส่งเสียงครางอือในลำคอ มือทั้งสองกุมใบหน้าที่มีตุ่มพองพุพองและผิวหนังที่หลุดลอกออกมา
คนอื่นๆ ก็ประสบชะตากรรมไม่ต่างกัน ส่วนพวกที่ใบหน้ายังสมบูรณ์ดีต่างก็เบียดเสียดตัวเข้าหาผนัง พยายามทำตัวให้เล็กที่สุด ใบหน้าอาบไปด้วยคราบน้ำตา ดวงตากลวงโบ๋ด้วยความสยดสยอง
ผมหันกลับไปเผชิญหน้ากับพวกเขาเต็มตัว เบือนสายตาไปจากเฟีย ในเมื่อเธอได้เห็นมันแล้ว... เห็นความโหดเหี้ยมของผมแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมาเสียใจกับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว
"ชัดเจนแล้วว่าผมคงไม่ได้คำตอบอะไรจากพวกคุณ" ผมประกาศออกไป เสียงนั้นดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องโถง เยือกเย็นและเป็นคำขาด
บางคนสะดุ้งสุดตัว ขณะที่บางคนทำได้เพียงจ้องมองพื้นอย่างไร้วิญญาณ
"ผมเข้าใจดีว่าบางคนในที่นี้อาจเป็นผู้บริสุทธิ์" ผมกล่าวต่อ "ดังนั้น จึงไม่มีความจำเป็นที่ใครจะต้องรับความเจ็บปวดโดยไม่จำเป็นอีก"
มีไม่กี่คนที่เงยหน้าขึ้น ประกายแห่งความหวังวูบไหวในดวงตา ทว่ามันเป็นความหวังที่ระแวดระวังและเปราะบางเหลือเกิน
"ผมจะยึดโทรศัพท์ของพวกคุณทุกคน"
ปฏิกิริยาเกิดขึ้นทันที พวกที่พอจะเคลื่อนไหวได้รีบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า หยิบโทรศัพท์ออกมาด้วยมือที่สั่นงันงก พวกเขาทิ้งมันลงตรงหน้า อุปกรณ์เหล่านั้นกระทบพื้นหินดังเคร้งคร้าง ก่อนที่ผู้พิทักษ์คนหนึ่งจะก้าวเข้ามาเก็บรวบรวมพวกมันไว้
โอเมก้าคนหนึ่งพยายามจะพูด แต่เสียงที่หลุดออกมากลับฟังไม่เป็นภาษา ใบหน้าของเธอพองบวมเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยคำใดๆ ได้
"ขอบคุณ... ท่านอัลฟ่า" อีกคนหนึ่งพยายามพูดออกมาจนสำเร็จ แม้คำพูดจะติดขัดแต่ผมก็เข้าใจ "ขอบคุณในความเมตตาของท่าน"
เมตตา... คำๆ นี้ช่างขมปร่าเหลือเกินในความรู้สึกของผม
ผมนับโทรศัพท์ได้เจ็ดเครื่อง ทว่าผู้ต้องสงสัยที่ถูกนำตัวมามีทั้งหมดสิบคน
"มีสามคนที่ไม่ได้เอาโทรศัพท์มา" ผมเอ่ยเสียงเรียบ
ทั้งสามคนที่ยังไม่ส่งมอบอุปกรณ์พลันถดตัวหนี ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกครั้งใหม่
"หากไม่อยากไปอาบน้ำวูล์ฟสเบนเพิ่มอีกล่ะก็..." ผมพูดช้าๆ "พวกคุณควรจะเอามาให้ผมเดี๋ยวนี้"
"มันอยู่ในห้องพักครับ!" หนึ่งในนั้นโพล่งออกมา คำพูดพรั่งพรูจนแทบจะฟังไม่ทัน "ขอร้องเถอะท่านอัลฟ่า... มันอยู่ในห้องพักจริงๆ พวกเราไปเอามาให้ได้ครับ!"
"ผมจะไปเอาเอง" ผมตัดบท
ผมหันไปหาผู้พิทักษ์ที่ยืนคุมเชิงอยู่ คนที่ไม่ได้ถูกกล่าวหาและยังคงจงรักภักดี
"เอาลูกกุญแจมา เข้าไปในห้องพักของพวกมัน แล้วเอาโทรศัพท์ออกมาให้หมด"
ผู้พิทักษ์พยักหน้า ก่อนจะเดินตรงไปยังผู้ต้องสงสัยทั้งสาม พวกเขาหยิบพวงกุญแจออกมาอย่างลนลานแล้วส่งให้ด้วยนิ้วมือที่สั่นเทา
เมื่อผู้พิทักษ์เดินจากไป ประตูก็ปิดลงตามหลังด้วยเสียงดังทึบหนักแน่น
ผมกวาดสายตามองกลุ่มคนตรงหน้าอีกครั้ง มองร่างที่แตกสลาย ใบหน้าที่หวาดกลัว และคราบเลือดผสมวูล์ฟสเบนที่นองอยู่บนพื้น
"ระหว่างนี้" ผมประกาศ "พวกคุณทุกคนจะถูกคุมขัง ในขณะที่มีการตรวจสอบโทรศัพท์ทุกเครื่องอย่างละเอียดเพื่อหาสิ่งผิดปกติ"
ผมหยุดเว้นวรรคเพื่อให้คำพูดนั้นซึมลึกเข้าไปในใจของทุกคน
"และสำหรับใครก็ตามที่เป็นคนทำ..." ผมกดเสียงต่ำลง กลายเป็นโทนที่มืดหม่นและอันตรายยิ่งกว่าเดิม "เมื่อผมหาตัวคุณเจอ คุณจะต้องชดใช้ให้กับทุกคนที่ต้องทนทุกข์ทรมานเพราะคุณ... คุณจะต้องชดใช้ที่กล้าดีมาทำให้เรื่องนี้มันยากลำบาลสำหรับผม!"
ผมก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว หลายคนถึงกับเบียดตัวเข้าหาผนังจนแทบจะสิงเข้าไป
"ผมสัญญาเลยว่า..." ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "คุณจะต้องร้องขอความตายเป็นรางวัลอันแสนหวาน ทว่ามันจะไม่มีวันมาถึงคุณ!"
ความเงียบที่ตามมานั้นทั้งหนักอึ้งและอึดอัด ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ผมหันไปสั่งผู้พิทักษ์อีกคน "เอาตัวพวกมันไปขังในคุกให้หมด"
เหล่าผู้พิทักษ์ก้าวเข้ามาฉุดกระชากผู้ต้องสงสัยให้ลุกขึ้น พวกที่ยืนไม่ไหวก็ถูกลากไปกับพื้น ทิ้งรอยเลือดเป็นทางยาวบนหินแข็ง
ผมได้ยินเสียงฝีเท้าจากเบื้องหลัง เมื่อหันไปก็พบเฟียกำลังเดินเข้ามา ใบหน้าของเธอยังคงซีดขาว ดวงตายังคงสั่นไหวด้วยความสยดสยอง
"ทำเกินไปหรือเปล่า?" เธอถามด้วยน้ำเสียงเบาแต่หนักแน่น "พวกเขามีแผลไหม้จากวูล์ฟสเบนนะ"
หัวใจของผมร้าวรานเล็กน้อย ผมสัมผัสได้ผ่านพันธะคู่ครอง... ความสยดสยองที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ ความรังเกียจเดียดฉันท์ในสิ่งที่ผมทำลงไป และในสิ่งที่ผมเป็น
แต่นี่คือการส่งสาร... เพื่อให้ทุกคนในอาณาเขตของผมได้รับรู้ว่า การทำร้ายแม่ของผมต้องแลกมาด้วยผลลัพธ์ที่สาหัสเพียงใด
"พวกเราคือหมาป่า" ผมตอบ "เดี๋ยวก็หาย"
ผมเดินผ่านเธอไป มุ่งหน้าไปยังฝ่ายเทคนิค ผมต้องเริ่มตรวจสอบโทรศัพท์พวกนี้ร่วมกับทีมงานในทันที
เฟียรีบก้าวตามผมมา
"โอเมก้าไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้นนะคะ"
ผมยังคงก้าวเดินต่อไป
"ระบบภูมิคุ้มกันของพวกเขาจะพังทลาย" เธอกล่าวต่อ "และแผลพวกนั้นจะหายช้ามาก!"
ผมผลักประตูออกสู่โถงทางเดิน อากาศที่เย็นกว่ากระทบใบหน้า ผมสูดลมหายใจเข้าลึก
"คนที่โชคร้าย... อาจถึงตายได้เลยนะ" เฟียเอ่ยด้วยน้ำหนักเสียงที่มากขึ้น
"ไม่" ผมแย้ง "พวกเขาจะไม่ตาย"
ผมได้ยินเสียงฝีเท้าของเธอเร่งเร็วขึ้น แล้วเธอก็มาขวางหน้าผมไว้ มือทั้งสองยกขึ้นราวกับพร้อมจะผลักอกผมหากผมคิดจะเดินผ่านไป
"ไม่ค่ะ" เธอยืนกราน "คุณไม่รู้หรอก"
ผมหยุดนิ่ง ก้มลงมองเธอ
"คุณไม่เคยมีชีวิตแบบโอเมก้า" เสียงของเธอเริ่มดังขึ้นและเต็มไปด้วยพละกำลัง "คุณไม่รู้หรอกว่ามันรู้สึกอย่างไรที่ต้องเป็นแบบนี้!"
ดวงตาของเธอลุกโชนด้วยไฟแห่งความยึดมั่น
"ฉันรู้ว่าคุณมีสิทธิ์ทุกประการที่จะโกรธแค้นเรื่องแม่ของคุณ" เธอกล่าวต่อ "แต่ในห้องนั้นมีคนดีๆ อยู่ด้วย คนดีที่ต้องมาติดร่างแหในเหตุการณ์ครั้งนี้"
เธอชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะลอบกลืนน้ำลาย
"คนที่อาจต้องตาย... เพียงเพราะลำดับชั้นของพวกเขาไม่มีความหมายพอ"
คำพูดนั้นกระแทกใส่ผมราวกับถูกหมัดหนักๆ ต่อยเข้ากลางอก
"คุณเป็นผู้ชายประเภทนั้นจริงๆ หรือคะ?" เธอถาม
คำถามนั้นลอยเคว้งอยู่ระหว่างเรา... หนักอึ้งและไม่อาจเพิกเฉยได้
ถ้อยคำเหล่านั้นดังก้องอยู่ในหัวของผม... ผมเป็นคนเช่นนั้นหรือ?
ผมเป็นอัลฟ่าประเภทที่ยอมให้ผู้บริสุทธิ์ตายเพียงเพราะพวกเขาเป็นโอเมก้าหรือผู้พิทักษ์ชั้นต่ำอย่างนั้นหรือ? เพียงเพราะใครบางคนในกลุ่มนั้นทำผิดต่อผม ผมจึงมองว่าคนอื่นๆ เป็นแค่ความเสียหายส่วนเกินที่ไม่สำคัญพอจะรักษาไว้ใช่ไหม?
"ไม่..." ผมตอบเสียงแผ่ว
สีหน้าของเฟียอ่อนลงเล็กน้อย "อนุญาตให้มาเรนกับธอร์นเข้าไปรักษาพวกเขาเถอะค่ะ ในเมื่อคุณยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด คุณจะปฏิบัติกับพวกเขาราวกับไม่ใช่หมาป่าไม่ได้"
เธอพูดถูก... ผมเกลียดที่เธอพูดถูก แต่มันคือความจริง
"จัดการได้เลย" ผมบอก "ผมจะไปที่ฝ่ายเทคนิค ผมต้องหาอะไรบางอย่างให้เจอ"
เฟียพยักหน้า "ตกลงค่ะ"
ผมเริ่มเดินผ่านเธอไป มุ่งหน้าขึ้นบันไดเพื่อไปทำงานต่อ
ทว่าความรู้สึกผิดกลับกัดกินใจผมราวกับสิ่งมีชีวิตที่กระหายเลือด ผมหยุดกะทันหันแล้วหันกลับไป
"เฟีย"
เธอเดินไปได้ไม่กี่ก้าว มุ่งหน้ากลับไปยังห้องสอบสวนเพื่อช่วยคนที่ผมทำร้ายไว้ เธอชะงักแล้วหันมา
"คะ?"
"ผมขอโทษ... ที่ระเบิดอารมณ์ใส่คุณ" ผมเอ่ย
เธอมองผมครู่หนึ่งด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา "ฉันเข้าใจค่ะ"
"ไม่..." ผมก้าวเข้าไปหาเธอหนึ่งก้าว "ผมมันวู่วาม ผมหยาบคาย และผมก็เอาความเจ็บปวดในใจที่ยังไม่ได้รับการเยียวยามาลงที่คุณ"
คำพูดเหล่านั้นช่างหนักอึ้งราวกับการบ่งเสี้ยนออกจากแผลสด ผมไม่ชอบการขอโทษเลยจริงๆ
"และสำหรับเรื่องนั้น... ผมขอโทษ" ผมทิ้งท้าย
เฟียพยักหน้าช้าๆ ดวงตาคู่สวยสบประสานกับนัยน์ตาของผมเนิ่นนานก่อนจะเบือนหลบ
"ผมขอบคุณคุณด้วย" ผมเสริม คราวนี้คำพูดไหลลื่นออกมาง่ายกว่าเดิมราวกับทำนบแตก "ถ้าไม่ได้คุณ เรื่องทั้งหมดนี้คงไม่มีวันถูกเปิดโปง"
เฟียยกมือขึ้นทัดผมที่ข้างหู กิริยานั้นดูเล็กน้อยและขัดเขิน
"ยังไงเสีย... สักวันก็คงมีคนคิดออกเองล่ะค่ะ"
ผมก้าวเข้าไปหาเธอจนระยะห่างเลือนหายไป กลิ่นกายของเธอพุ่งเข้าปะทะ... กลิ่นหอมหวานเจือด้วยกลิ่นอายเฉพาะตัวที่ดึงดูดใจ มันทำให้บางอย่างในอกของผมรัดรึงขึ้นมา
ผมรู้ดีว่าไม่ควรทำเช่นนี้ รู้ดีว่ามันคือการข้ามเส้นที่ผมขีดไว้ให้ตัวเอง ทว่าผมกลับไม่อาจห้ามใจได้
ผมรวบตัวเธอเข้ามากอด กดร่างบางให้แนบชิดกับอกกว้าง เธอช่างดูตัวเล็กเหลือเกินในอ้อมกอดของผม... ช่างอบอุ่นเหลือเกิน
"คุณควรจะเลิกดูถูกตัวเอง แล้วน้อมรับคำชมไปเสียดีกว่า" ผมกระซิบ เสียงนั้นทุ้มต่ำและสั่นสะเทือนอยู่ในทรวงอก
ผมรู้สึกได้ว่าเธอเกร็งไปชั่วขณะ ก่อนจะค่อยๆ ผ่อนคลายลง มือเรียวยกขึ้นมาหาผม แม้จะไม่ถึงกับกอดตอบแต่เธอก็ไม่ได้ผลักไส
"ขอบคุณนะ เฟีย"
เรายืนอยู่อย่างนั้นเนิ่นนานหลายจังหวะหัวใจ ใบหน้าของเธอซบลงกับอกของผม ขณะที่คางของผมวางพาดอยู่บนกลุ่มผมที่นุ่มสลวย โถงทางเดินเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจของเราสองคน และเสียงหัวใจของผมที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่น
จากนั้นผมจึงค่อยๆ ผละออกและปล่อยเธอเป็นอิสระ เธอมองสบตาผม พวงแก้มของเธอกลับมาแดงระเรื่ออีกครั้ง ดวงตาคู่นั้นดูอ่อนโยนลง... ความสยดสยองและความโกรธขึ้งมลายหายไปมากแล้ว
"ไปช่วยพวกเขาเถอะ" ผมเอ่ย "ส่วนผม... จะหาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้"
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.