ตอนที่ 53
53 / 2066
อ่าน 8 นาที
Chapter 53 - Ill Carry You
เผยแพร่เมื่อ 8 มี.ค. 2569 06:10
บทที่ 53: ฉันจะแบกเธอเอง
ถ้าหากแบบนี้ยังเรียกว่าธุรกิจไม่ดี แล้วของพวกเขาล่ะจะเรียกว่าอะไร?
เลวร้ายสุดๆ?
หรือว่าไม่มีอยู่เลย?
อันที่จริง เหอเฟิ่งเซียนเองก็พูดไม่ออกบอกไม่ถูกเหมือนกัน! เธอแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองกับภาพที่เห็นตรงหน้า
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมร้านครัวส่วนตัวตระกูลเย่ถึงได้ขายดีขนาดนี้? ทั้งที่มันตั้งอยู่ห่างไกลจากที่อื่นขนาดนั้น แล้วคนพวกนี้มาจากไหนกัน?
แผ่นหลังของเหอเฟิ่งเซียนชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ ในใจของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันไปหมด ทั้งริษยา อิจฉา และความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
“เฟิ่งเซียน ฉันถามเธออยู่นะ! นี่ใช่ร้านครัวส่วนตัวตระกูลเย่จริงๆ เหรอน่ะ?”
“ใช่ค่ะ” เหอเฟิ่งเซียนพยักหน้าอย่างยากลำบาก แม้เธอจะไม่อยากยอมรับ แต่นี่คือร้านครัวส่วนตัวตระกูลเย่จริงๆ
ในจังหวะนั้นเอง เย่ซูก็เดินออกมาจากร้าน เธอกำลังเอาขยะออกมาทิ้ง พอเห็นเหอเฟิ่งเซียน เธอก็เป็นฝ่ายเอ่ยทักทายก่อน “พี่เหอ ช่วงนี้ฉันยุ่งๆ หน่อย เลยไม่ได้เชิญพี่เข้าไปนั่งคุยข้างในนะคะ”
เหอเฟิ่งเซียนปั้นหน้ายิ้มอย่างฝืนๆ “จ... จ้ะ พี่เห็นแล้วว่าเธอยุ่ง! เชิญตามสบายเถอะ ธุรกิจสำคัญกว่า” เดิมทีเธอตั้งใจมาหาเย่ซูเพื่อจะเยาะเย้ย แต่ใครจะไปคิดว่าสุดท้ายกลับกลายเป็นเธอเองที่ต้องอับอายขายหน้าแทน
“กลับกันเถอะ” เหอเฟิ่งเซียนลากพี่หลี่เดินจากไป
พี่หลี่ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “ทำไมเธอถึงคิดว่าร้านบ้านเขาขายดีขนาดนี้ล่ะ? บนถนนเส้นนี้ นอกจากร้านขายกุ้งเครย์ฟิชแล้ว ฉันว่าร้านเขานี่แหละที่ขายดีที่สุดเลย!”
เหอเฟิ่งเซียนรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก เห็นชัดๆ ว่าร้านตั้งอยู่ในทำเลที่แย่สุดๆ แล้วทำไมถึงยังขายดีได้ขนาดนี้? เธอไม่รู้เลยว่าสองแม่ลูกนั่นใช้กระบวนท่าไหนกันแน่
มันน่าโมโหจริงๆ!
พี่หลี่พูดต่อ “เธอว่าเจ้าร้านข้าวหมูตุ๋นจางจี้ถ้าเขารู้ว่าร้านครัวส่วนตัวตระกูลเย่ขายดีขนาดนี้ เขาจะไม่โมโหจนอกแตกตายเลยเหรอ?”
พอได้ยินแบบนี้ ดวงตาของเหอเฟิ่งเซียนก็เป็นประกายขึ้นมา
‘นั่นสิ! ฉันไม่เห็นต้องรู้สึกแย่เลย คนที่ควรจะรู้สึกแย่ในตอนนี้คือร้านข้าวหมูตุ๋นจางจี้ต่างหาก ถ้าเขารู้ว่าตึกแถวที่เขาขายไปไม่ใช่ทำเลขยะ แต่เป็นที่ที่ฮวงจุ้ยดีขนาดนี้ละก็ เขาจะต้องเสียใจจนเสียดายไปถึงขั้วหัวใจแน่ๆ!’
เมื่อคิดได้ดังนั้น เหอเฟิ่งเซียนก็พูดว่า “มันก็แน่อยู่แล้ว! ยัยนั่นต้องโมโหจนตายแน่!” หลังจากกลับไป เหอเฟิ่งเซียนก็หาทางส่งข่าวเรื่องนี้ให้ร้านจางจี้ที่อยู่ข้างบ้านรู้
เมื่อป้าคนที่ขายตึกแถวให้เย่จั๋วได้ยินข่าวนี้ เธอก็อยู่ในอาการไม่อยากจะเชื่อ ในตอนนั้น ธุรกิจของร้านไปไม่รอดเพราะทำเลมันห่างไกลเกินไป เธอถึงได้ตัดสินใจขายตึกทิ้ง นี่เย่จั๋วซื้อต่อไปนานแค่ไหนกันเชียว?
ยังไม่ถึงครึ่งเดือนเลยด้วยซ้ำ ธุรกิจของยัยเด็กนั่นดีขนาดนี้แล้วเหรอ?
‘หรือจะเป็นข่าวปลอม?’
คุณป้าตัดสินใจออกไปพิสูจน์ความจริงด้วยตัวเอง หลังจากบอกคนในครอบครัวแล้ว เธอก็มุ่งหน้าไปยังร้านครัวส่วนตัวตระกูลเย่
ทันทีที่เห็นร้าน คุณป้าถึงกับตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก มีคนเข้าแถวยาวเหยียดอยู่หน้าร้าน!
“โอ้พระเจ้า!” คุณป้าอุทานออกมาพลางขยี้ตาหลายครั้งเพราะไม่อยากจะเชื่อ แต่ภาพตรงหน้าก็ยังเหมือนเดิม
มันคือเรื่องจริง!
ตอนที่เย่จั๋วซื้อร้านไป คุณป้ายังแอบหัวเราะเยาะเย่จั๋วในใจว่าเป็นคนโง่ และยังไงก็ต้องขาดทุนแน่ๆ นี่เหมือนเป็นการตบหน้าเธออย่างแรง และมันก็มาเร็วเหลือเกิน! ถ้าเธอรู้ว่าที่นี่เป็นทำเลทองที่มีฮวงจุ้ยดีขนาดนี้ เธอไม่มีทางขายมันเด็ดขาด!
คุณป้าเสียใจเหลือเกิน! ความรู้สึกที่ยากจะอธิบายพุ่งพล่านขึ้นมาในใจ ธุรกิจที่รุ่งเรืองแบบนี้ควรจะเป็นของเธอและครอบครัว! แต่ตอนนี้ เย่จั๋วกลับเป็นคนที่ได้ผลประโยชน์ไปเต็มๆ!
ภายในร้าน เย่จั๋วและเย่ซูกับกำลังวุ่นกับการทำงาน
โชคดีที่หัวกระต่ายถูกตุ๋นเอาไว้ล่วงหน้า และเครื่องปรุงหม้อไฟก็ถูกเตรียมไว้ก่อนแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมาทำกันสดๆ ตรงนั้น ไม่อย่างนั้นพวกเธอคงวุ่นจนหัวหมุนแน่ๆ
หลังจากปิดร้านกะกลางคืน เย่ซูเช็กบัญชีและพบว่ารายได้ของวันนี้เป็นสองเท่าของเมื่อวาน!
“จั๋วจั๋ว วันนี้เราทำเงินได้ถึง 6,000 หยวนเลยนะ!”
เย่จั๋วยิ้มและหันไปมองแม่ของเธอ “แม่คะ หนูบอกแล้วไงว่าธุรกิจของเราจะดีขึ้นเรื่อยๆ”
เย่ซูมีความสุขมากที่มีความหวังมากขึ้นในทุกๆ วัน แม้แต่สีหน้าของเธอก็ดูผ่องใสกว่าเมื่อก่อนมาก
...
วันต่อมา เฉินเสี่ยวซี, ไป๋นาน่า และป้าเฉินที่มาสมัครงานเมื่อวานก็เริ่มมาทำงาน
ตอนนี้ในร้านมีคนช่วยเพิ่มอีกสามคน เย่จั๋วเสนอเงินเดือนให้พวกเขาสูงกว่าร้านอื่นๆ ทั้งสามคนจึงตั้งใจทำงานอย่างมาก เย่จั๋วและเย่ซูเองก็รู้สึกผ่อนคลายลงมาก
เนื่องจากการโปรโมตทำได้ดี ร้านจึงยุ่งมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด แค่ไม่กี่คนก็เริ่มไม่เพียงพอต่อภาระงานในร้าน เย่จั๋วจึงจ้างคนเพิ่มอีกสองคน
วันเวลาผ่านไป ก่อนที่เย่จั๋วจะเปิดเทอม เย่ซูอยากจะพาเย่จั๋วไปเยี่ยมบ้านของโจวเยว่เหลียน และเธออยากจะบอกโจวเยว่เหลียนเรื่องการเปิดร้านใหม่ด้วย
หลายปีที่ผ่านมา โจวเยว่เหลียนคอยช่วยเหลือเธอในทุกๆ ด้าน เย่ซูจึงอยากถือโอกาสนี้ขอบคุณโจวเยว่เหลียนอย่างเป็นทางการ
หลังจากเย่ซูบอกความคิดนี้กับเย่จั๋ว เย่จั๋วก็พยักหน้าเห็นด้วย “พอดีเลยค่ะ พรุ่งนี้พี่ซาซ่าไม่ต้องทำงาน งั้นเราไปที่นั่นพรุ่งนี้กันเถอะ”
วันรุ่งขึ้น สองแม่ลูกซื้อของขวัญมากมายและออกเดินทางไปยังบ้านของโจวเยว่เหลียน
บ้านของโจวเยว่เหลียนตั้งอยู่ในย่านเก่า สภาพแวดล้อมอาจจะเทียบไม่ได้กับย่านใหม่ แต่ก็ไม่ได้แย่นัก ถือเป็นย่านสำหรับครอบครัวที่มีรายได้ปานกลางในเมืองหยุนจิง
โจวเยว่เหลียนต้อนรับการมาถึงของเย่ซูและเย่จั๋วอย่างอบอุ่น
“ซาซ่า! น้าซูกับจั๋วจั๋วมาหาแน่ะ!” โจวเยว่เหลียนพูดต่อ “อาซู จั๋วจั๋ว เข้ามานั่งข้างในก่อนสิ”
เมื่อเห็นถุงของขวัญที่สองแม่ลูกถือมา โจวเยว่เหลียนก็เอ็ดว่า “อาซู! แค่พาพาลูกสาวมาเยี่ยมฉันก็พอแล้ว! จะซื้อของมาทำไมเยอะแยะขนาดนี้? ของพวกนี้ไม่ต้องใช้เงินซื้อหรือไง? เงินเธอไหลมาตามน้ำเหรอ?” โจวเยว่เหลียนรู้ดีว่าเย่ซูต้องลำบากดิ้นรนเรื่องการเงินมาตลอดหลายปี เธอจึงไม่อยากให้เย่ซูต้องเสียเงินโดยใช่เหตุ
เย่ซูพูดว่า “ไม่ได้ใช้เงินเยอะอะไรหรอกจ้ะ! อีกอย่าง เสี่ยวเหลียน หลายปีมานี้เธอก็ซื้อของให้ฉันตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ?”
โจวเยว่เหลียนตอบว่า “มันไม่ใช่การแข่งขันนะ!”
เย่ซูยิ้มแล้วพูดว่า “ก็นั่นแหละจ้ะ! ฉันซื้อมาแค่ไม่กี่อย่างเอง ถ้าเธอไม่รับไว้ ก็แสดงว่าเธอเห็นฉันเป็นคนนอกน่ะสิ!”
โจวเยว่เหลียนตบไหล่เย่ซูเบาๆ “ดูสิ! เธอเนี่ยนะ พูดให้ฉันจนมุมจนได้”
ในตอนนั้นเอง หลินซาซ่าก็รีบวิ่งออกมาจากห้อง “จั๋วจั๋ว!”
“พี่ซาซ่า!” เย่จั๋วยื่นมือไปกอดหลินซาซ่า
หลินจิ้นสุ่ย สามีของโจวเยว่เหลียนก็เดินออกมาจากห้องเหมือนกัน
เย่ซูแนะนำเขาให้เย่จั๋วรู้จัก “จั๋วจั๋ว มาทักทายลุงหลินสิลูก”
“สวัสดีค่ะ ลุงหลิน”
หลินจิ้นสุ่ยเป็นชายวัยกลางคนที่ดูซื่อๆ และจริงใจ เขาดูท้วมๆ เล็กน้อย เขายิ้มและตอบว่า “หลานสาวหน้าตาเหมือนอาซูเลยนะ”
หลังจากนั้น หลินจิ้นสุ่ยก็พูดต่อ “งั้นเสี่ยวเหลียน เธออยู่บ้านรับรองพวกเขานะ เดี๋ยวฉันจะออกไปซื้อของมาทำกับข้าว!”
“ได้เลย!” โจวเยว่เหลียนสำทับ “อาซูชอบกินปลาต้มผักกาดดอง อย่าลืมซื้อปลาตัวโตๆ มาล่ะ!”
“รับทราบ” หลินจิ้นสุ่ยตอบ
เย่ซูพูดอย่างเกรงใจเล็กน้อย “มีอะไรในบ้านก็ทำอันนั้นเถอะค่ะ พี่เขยไม่ต้องลำบากออกไปซื้อหรอก เกรงใจจะแย่!”
โจวเยว่เหลียนโอบไหล่เย่ซู “ลำบากอะไรกัน? พวกเราก็อยากกินเหมือนกัน ให้เขาไปเถอะ เราเข้าไปคุยกันข้างในดีกว่า”
ห้องนั่งเล่นของตระกูลหลินดูเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก หน้าต่างสะอาดสะอ้าน
หลินซาซ่ารีบรินน้ำให้แขกทั้งสองคนทันที ในขณะที่โจวเยว่เหลียนไปปอกผลไม้
ตอนที่หลินซาซ่ากำลังส่งแก้วน้ำให้เย่จั๋ว เธอเห็นโทรศัพท์ของเย่จั๋ววางอยู่บนโต๊ะกาแฟ เธอจึงถามว่า “จั๋วจั๋ว เธอเล่นเกมหรือเปล่า? มาเล่นเกมด้วยกันไหม!” ความจริงแล้วเธอกำลังเล่นเกมค้างอยู่ก่อนที่เย่ซูและเย่จั๋วจะมาถึงบ้าน พอได้ยินแม่บอกว่าเย่จั๋วมา เธอก็ตื่นเต้นจนรีบวิ่งออกมาโดยที่ยังเล่นไม่จบตาด้วยซ้ำ
เย่จั๋วถามว่า “พี่เล่นเกมอะไรอยู่เหรอคะ?”
“Honor of Kings น่ะ!” หลินซาซ่าตอบ
เย่จั๋วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “หนูเห็นคุณอาชอบเล่นเกม Honor of Kings เหมือนกัน มันสนุกขนาดนั้นเลยเหรอคะ?”
“สนุกสิ!” หลินซาซ่าพูดอย่างตื่นเต้น “พี่อยู่แรงก์ซิลเวอร์แล้วนะ! เธออยากเล่นไหม? เดี๋ยวพี่แบกเธอเอง!”
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.