ตอนที่ 20
20 / 25
อ่าน 17 นาที
บทที่ 20 — หน้ากากนักผจญภัย
เผยแพร่เมื่อ 31 พ.ค. 2569 07:55
สามคืนหลังจากที่ภาพเวทของพ่อค้าสามคนจางหายไปในอากาศ เวอร์ดานยังนอนไม่หลับ.
ไม่ใช่เพราะกลัว. เขาไม่ได้กลัวพ่อค้าสามคน — ถ้าจะให้พูดตามจริง เขาไม่ได้กลัวสันนิบาตนครรัฐทั้งสันนิบาตด้วยซ้ำ. เขานอนไม่หลับเพราะคำถามเล็กๆ ที่ไต่อยู่หลังกะโหลกเหมือนแมลงในผนัง: *ถ้าโลกภายนอกเริ่มมองเห็นเราแล้ว เราจะมองกลับออกไปได้อย่างไรโดยไม่ให้มันเห็นว่าเรากำลังมอง.*
เขาลุกขึ้นนั่งบนขอบเตียงหินขาวที่คาสเทลแกะให้เรียบเสียจน "เผื่อไว้" จะไม่มีรอยต่อสะดุดหลัง. เพดานโดมเหนือหัวเรืองแสงอุ่นเหมือนรุ่งสางที่ไม่เคยจบ. เวอร์ดานแหงนมองมันด้วยความรำคาญเงียบๆ — เขาเคยสั่งให้ "หรี่ไฟลงหน่อย จะได้ดูเป็นห้องคนธรรมดา" แล้วคาสเทลก็ตีความว่านายต้องการ "บรรยากาศพักผ่อนระดับวิหาร" จึงปรับให้แสงไล่เฉดจากทองอ่อนไปม่วงเย็นตามจังหวะลมหายใจของคนนอน.
มันสวยมาก. มันไม่ธรรมดาเอาเสียเลย.
ปัญหาทั้งหมดของเขาสรุปได้ด้วยภาพเพดานนั้น.
นครรุ่งอรุณโตเร็วเกินจะซ่อน. ตำนานของเขาโตเร็วเกินจะกด. และตอนนี้มีตาคู่หนึ่งจากนครรัฐภาคกลางจ้องมาแล้ว — ตาคู่แรกที่เวอร์ดานเชื่อว่ามี "ตาคู่อื่น" ยืนอยู่ข้างหลังมันอีกที. เขาอยากออกไปดูโลกด้วยตาตัวเอง อยากเดินบนถนนของยุคนี้ จับของของยุคนี้ ฟังคนของยุคนี้พูดโดยไม่ผ่านปากเฒ่ามารินที่ขยายทุกอย่างให้กลายเป็นนิทาน. เขาอยากตามหา *เสียงสะท้อนยุคทอง* แหล่งอื่นที่ไม่ใช่ของทีมตัวเอง — เพราะถ้ามีคนอื่นในโลกนี้ใช้เศษเวทเทพเจ้าได้ คนคนนั้นอาจเป็นกุญแจสู่ภัยที่เขากลัว.
แต่จอมเวทเทพเจ้าที่ครองเมืองในซากวิหาร เดินออกประตูเมืองไปเฉยๆ ไม่ได้. มันจะเป็นข่าว. มันจะเป็นเป้า.
เขาต้องการ *หน้ากาก*.
เวอร์ดานยิ้มบางๆ ในความมืดสีรุ่งสาง. หน้ากากที่ดีที่สุดมักเป็นหน้ากากที่คนทั้งโลกอยากให้คุณสวมอยู่แล้ว.
—
รุ่งเช้าเขาเรียกลิเลียมาก่อนใคร.
เลือกลิเลียไม่ใช่เรื่องบังเอิญ. ถ้าเขาเรียกไกร์ฟอน คำสั่งจะกลายเป็นปฏิบัติการลับสามชั้น; ถ้าเรียกเซเรน่า จะมีกระทรวงเกิดใหม่ภายในบ่าย; ถ้าเรียกคาสเทล จะมีสิ่งประดิษฐ์ที่ระเบิดได้ออกมาด้วยอย่างน้อยหนึ่งชิ้น. ลิเลียเป็นคนเดียวที่เขาพอจะพูดตรงๆ แล้วได้คำตอบตรงๆ กลับมา — แม้คำตอบนั้นจะกวนประสาทก็ตาม.
นางมาถึงพร้อมขนมปังอบที่ขโมยมาจากครัวกลาง สองชิ้น ยื่นให้เขาชิ้นหนึ่งโดยไม่ถาม.
"นายหน้าเหมือนคนที่คิดเรื่องใหญ่ทั้งคืน" ลิเลียพูดพลางเคี้ยว. "ใหญ่จนลืมกินข้าว. ฉันเดาว่าเกี่ยวกับพ่อค้าสามคนของไกร์ฟอนใช่ไหม."
"ข้าจะออกไปข้างนอก" เวอร์ดานพูด. "ออกไปดูโลกนี้ด้วยตาตัวเอง. และข้าต้องการเหตุผลที่คนทั้งทวีปจะยอมรับโดยไม่ถามว่าทำไมเจ้าเมืองในซากเทพถึงเดินเตร่."
ลิเลียหยุดเคี้ยว มองเขาครู่หนึ่ง. แล้วดวงตาของนางก็เป็นประกายแบบที่เวอร์ดานไม่ชอบ — ประกายของคนที่กำลังจะสนุก.
"นายจะปลอมตัว" นางพูดช้าๆ ราวกับลิ้มรสคำ. "จอมเวทเทพเจ้าที่ปาฏิหาริย์ครั้งเดียวเทียบเท่ากองทัพ จะแต่งตัวเป็น... อะไรล่ะ."
"นักผจญภัยพเนจร" เวอร์ดานตอบเรียบๆ. "ผู้ใจดีที่แค่อยากช่วยคน. ไร้สังกัด. มาจากแดนไกล. เก่งพอจะเอาตัวรอด แต่ไม่เก่งจนน่ากลัว. คนแบบที่เดินผ่านเมืองไหนก็ได้ ช่วยงานเล็กๆ แล้วเดินจากไป โดยไม่มีใครจำหน้าได้นานเกินสองวัน."
ลิเลียเงียบไปนานพอที่เวอร์ดานจะเริ่มหงุดหงิด. แล้วนางก็หัวเราะออกมาจนต้องเอามือปิดปาก เศษขนมปังกระเด็น.
"อะไร" เวอร์ดานถาม.
"เปล่า เปล่าเลย" ลิเลียปาดน้ำตาที่เริ่มคลอ. "แค่... นายรู้ตัวไหมว่านายเพิ่งบรรยาย *คนตรงข้ามกับนายทุกอย่าง*. นายไม่ใช่คนที่ใครลืมหน้าได้ในสองวัน เวอร์ดาน. นายเป็นคนที่ทั้งเมืองคุกเข่าตอนนายเดินผ่าน. นายเดินเข้าครัว แม่ครัวยังหยุดหายใจเลย."
"งั้นเจ้าก็ต้องสอนข้าให้เป็นคนที่ลืมง่าย" เวอร์ดานพูด เสียงราบเรียบ. "เจ้าเก่งเรื่องทำตัวกลมกลืนกับคนยุคนี้ที่สุดในทีม. เจ้าคุยกับเฒ่ากร็อกได้โดยที่เขาไม่รู้ว่าคุยกับใคร. ข้าต้องการแบบนั้น."
รอยยิ้มของลิเลียค่อยๆ จางลงเหลือบางอย่างที่นุ่มกว่า. นางมองเขาด้วยสายตาที่เวอร์ดานรู้จักดี — สายตาของคนที่ "เกือบ" จะพูดอะไรบางอย่างออกมา แล้วเลือกที่จะไม่พูด.
"ได้" นางพูดในที่สุด. "แต่นายต้องยอมให้ฉันสั่ง. การแสดงว่าไม่เก่ง มันยากกว่าการเก่งจริงเยอะ — โดยเฉพาะกับคนที่ไม่เคยต้องแกล้งอ่อนแอมาทั้งชาติ."
เวอร์ดานพยักหน้า.
เขาไม่รู้ว่าในวินาทีนั้นเขาเพิ่งมอบสิ่งที่อันตรายที่สุดในนครรุ่งอรุณให้ลิเลีย: *อำนาจที่จะสั่งจอมเวทเทพเจ้า*.
—
คาสเทลตื่นเต้นเสียจนเวอร์ดานต้องสั่งให้นั่งลงสองครั้ง.
"ประวัติปลอม!" นักประดิษฐ์พูดเสียงสูง มือสั่นไปทั่วโต๊ะที่กระจายด้วยจารึกแสงและแผ่นโลหะ. "ท่านครับ นี่เป็นโจทย์ที่งดงามที่สุดที่ท่านเคยให้ผม! เราต้องสร้างคนทั้งคน — ที่ไม่มีอยู่จริง — ให้เนียนพอที่กิลด์นักผจญภัยจะออกใบรับรองให้!"
"ข้าต้องการแค่ชื่อ ภูมิหลังคร่าวๆ และคำตอบที่ไม่ขัดกันเองเวลามีคนถาม" เวอร์ดานพูด. "ไม่ต้องทั้งคน."
คาสเทลไม่ฟัง.
เขาดึงจารึกแสงแผ่นหนึ่งขึ้นมาจากกองในห้องจดหมายเหตุ — แผ่นที่เคยเก็บแผนที่ภูมิศาสตร์ของยุคทอง. "ผมถอดรหัสคลังความรู้ส่วนภูมิศาสตร์แล้วครับ. ปัญหาของการปลอมเป็น 'คนจากแดนไกล' คือ ถ้าคนถามว่ามาจากไหน แล้วเราตอบมั่ว เดี๋ยวเจอคนที่เคยไปที่นั่น เรื่องแตก. แต่ถ้าเราเลือก *ที่ที่ไม่มีใครเคยไป* ล่ะครับ?"
เขาชี้แผนที่. "ยุคทองมีแผ่นดินทางตะวันตกสุด เลยป่าลึกออกไป ที่แม้แต่ยุคของเราก็แทบไม่มีใครไปถึง — ตอนนี้มันน่าจะกลายเป็นดินแดนรกร้างที่ไม่มีคนยุคนี้กล้าเข้า. ถ้าท่านบอกว่ามาจากที่นั่น ไม่มีใครเถียงได้ เพราะไม่มีใครเคยไป. และมันอธิบายได้หมด — ทำไมท่านพูดสำเนียงแปลก ทำไมท่านรู้เรื่องของโบราณ ทำไมท่านไม่มีสังกัดกิลด์ไหน."
เวอร์ดานหยุดคิด. มันฉลาดกว่าที่เขาคาดจากคาสเทล. ความเท็จที่ดีที่สุดคือความเท็จที่ตรวจสอบไม่ได้ — และคาสเทลเพิ่งเสนอแผ่นดินทั้งแผ่นดินที่ไม่มีใครตรวจสอบได้.
"ชื่อ" เวอร์ดานถาม.
คาสเทลยิ้มกว้างจนเวอร์ดานรู้ทันทีว่ากำลังจะมีปัญหา. "ผมคิดไว้แล้วครับ. 'แวร์' — ตัดมาจากชื่อจริงของท่านครึ่งหนึ่ง คนจะได้จำง่าย แต่ไม่ตรงจนสะกิดใจ. แวร์ นักผจญภัยจากแดนตะวันตกไกล. เรียบง่าย ถ่อมตน น่าจดจำในแบบที่ลืมง่าย."
"เจ้าเพิ่งบอกว่าน่าจดจำ *และ* ลืมง่าย" เวอร์ดานพูด.
"ใช่ครับ! นั่นแหละศิลปะ!" คาสเทลพยักหน้าเร็วๆ. "แล้วผมก็ทำของให้ด้วย — เผื่อไว้น่ะครับ —"
"คาสเทล."
"— แค่เข็มกลัดธรรมดาๆ" คาสเทลดึงสิ่งของออกมาจากย่ามอย่างรวดเร็วก่อนถูกห้าม. มันเป็นเข็มกลัดทองแดงรูปนกตัวเล็ก ดูเก่าและสมถะอย่างน่าเชื่อ. "ข้างนอกมันคือเครื่องประดับของนักผจญภัยจนๆ ทั่วไป. ข้างในมัน *กลบเสียงสะท้อนยุคทองของตัวท่านเองได้ในรัศมีสามก้าว* — ผมเอาแกนกลบเสียงพกพาที่ทำค้างไว้ตั้งแต่เรื่องคางโกรมาย่อส่วน. แปลว่าถ้าท่านเผลอใช้เวทเทพเล็กๆ ระหว่างทาง มันจะไม่ดังออกไปให้ใครได้ยิน. เผื่อไว้น่ะครับ. เผื่อไว้."
เวอร์ดานมองเข็มกลัดนกตัวนั้นนานกว่าที่ตั้งใจ.
มันคือสิ่งที่เขาต้องการพอดี — และนั่นคือปัญหา. ทุกครั้งที่คาสเทล "เผื่อไว้" ผลลัพธ์มักจะตรงกับสิ่งที่จำเป็นพอดิบพอดีอย่างน่าขนลุก ราวกับมีใครกระซิบบอกคาสเทลล่วงหน้าว่าอนาคตต้องการอะไร. เวอร์ดานเคยสงสัยมาหลายครั้งว่าความบังเอิญที่ "พอดีเกินไป" นี้คือฝีมือของมืออีกข้าง — เหมือนที่เขาสงสัยทุกอย่างในโลกนี้.
*หรือ* — เสียงลิเลียในหัวอีกแล้ว — *คาสเทลมันก็แค่เก่งจริงๆ และนายก็แค่ระแวงจริงๆ.*
เขาหยิบเข็มกลัดขึ้นมา. นิ้วแตะโลหะ และความสามารถที่ติดตัวเขามาแต่กำเนิดก็ทำงานเงียบๆ โดยไม่ต้องสั่ง — *อายุ*. เข็มกลัดนี้ถูกขึ้นรูปเมื่อสามวันก่อน. แต่ทองแดงที่ใช้... เวอร์ดานหยุดนิ่ง. ทองแดงนั้นเก่าพันปี. คาสเทลหลอมมันมาจากเศษซากของยุคทอง.
เขาไม่ได้พูดอะไร. แค่กลัดมันไว้ที่เสื้อ.
—
การซ้อมบทเริ่มในบ่ายวันนั้น ในลานหลังปราสาทที่ลิเลียสั่งให้กั้นไว้ไม่ให้ชาวเมืองเห็น.
มันคือหายนะที่สวยงามที่สุดที่นครรุ่งอรุณเคยมี.
"เอาใหม่" ลิเลียพูด มือกอดอก ยืนเหมือนครูฝึกที่หมดความอดทน. "นายเป็นนักผจญภัยจนๆ. มีพ่อค้าเดินมาด่านายว่าเกะกะทาง. นายจะทำยังไง."
เวอร์ดานหันไปทางโทบิน เด็กฝึกงานที่ถูกเกณฑ์มารับบท "พ่อค้าหยาบคาย" และกำลังตัวสั่นด้วยความเกรงกลัวจนแสดงไม่ออก. "เจ้าหลีกทางหน่อย" โทบินพูดด้วยเสียงแผ่วเหมือนกระซิบขอโทษ.
เวอร์ดานก้มหัวเล็กน้อย ถอยข้าง. "ขออภัย."
ลิเลียเอามือกุมหน้าผาก. "นายถอยช้าเกินไป. และนายมองหน้าโทบินแบบ... แบบนายกำลังคำนวณว่าจะฆ่าเขาได้ในกี่วินาที."
"ข้าไม่ได้คำนวณ" เวอร์ดานพูด.
"นายคำนวณ. ฉันเห็นตานาย. ตานายขยับไปที่คอเขาก่อน แล้วถึงค่อยพูดขอโทษ." ลิเลียถอนหายใจ. "นักผจญภัยจริงๆ เขากลัวพ่อค้านะเวอร์ดาน. เขาถอยเพราะกลัวโดนด่า ไม่ใช่ถอยเพราะเมตตาไม่อยากฆ่า. ความกลัวกับความเมตตามันคนละหน้ากันนะ."
เวอร์ดานเงียบ.
เขาไม่เคยกลัวอะไรในความหมายที่ลิเลียพูด — ไม่ใช่ความกลัวที่ทำให้คนตัวเล็กถอยให้คนตัวใหญ่. ความระแวงของเขาเป็นคนละอย่าง: มันคือการคำนวณภัยที่อาจซ่อนอยู่ ไม่ใช่การยอมจำนนต่อภัยที่ตรงหน้า. เขาไม่เคยต้องแสดงความอ่อนแอแบบที่อ่อนแอจริงในใจมาก่อน. ทั้งชีวิตในยุคทอง เขาคือคนที่คนอื่นถอยให้.
"ลองอีกที" ลิเลียพูดเบาลง. "คราวนี้ จำไว้ว่านายไม่มีทางหนีเจ็ดทาง. นายมีทางเดียว — คือก้มหัวแล้วเดินต่อ. เพราะนายเป็นแค่คนคนหนึ่ง."
เวอร์ดานหันกลับไปทางโทบิน.
เขาพยายาม. เขาพยายามจริงๆ ที่จะเป็นคนที่มีทางเดียว. แต่สมองที่ฝึกมาพันปีไม่ยอมหยุดนับ — *ประตูลานสามบาน หน้าต่างชั้นบนสอง โทบินถนัดขวา ลมพัดจากทิศ...* — และลิเลียก็เห็นมันในตาเขาอีกครั้ง.
นางไม่ได้ดุ. นางแค่มองเขานานๆ แล้วพูดเบามากจนเกือบไม่ได้ยิน.
"นายเหนื่อยไหม."
เวอร์ดานหยุด.
"ที่ต้องนับทุกอย่างตลอดเวลาน่ะ" ลิเลียพูดต่อ ไม่มีรอยยิ้มกวนๆ เหลืออยู่เลย. "นับทางหนี นับวินาที นับว่าใครจะแทงข้างหลัง. ทั้งวันทั้งคืน ตั้งแต่เราตื่นมาในวิหารนี้. นายไม่เคยวางมันลงเลยสักครั้งใช่ไหม."
ลานเงียบ. โทบินยืนค้างอยู่ในบทพ่อค้า ไม่กล้าขยับ.
เวอร์ดานมองลิเลีย และเป็นครั้งหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เขาไม่มีคำตอบที่คำนวณไว้ล่วงหน้า.
เพราะคำตอบจริงคือ *เหนื่อย*. เหนื่อยจนกระดูก. แต่ถ้าเขาวางมันลง — ถ้าเขาเลิกนับ เลิกระแวง เลิกหาภัยที่เก่งกว่า — แล้วถ้าวันหนึ่งภัยนั้นมาจริง และมันกวาดพวกพ้องสิบแปด ยี่สิบ ยี่สิบแปดคนที่เหลือทั้งจักรวาลไปในคืนเดียวเหมือนที่มันเคยกวาดทั้งเผ่า มันจะเป็นความผิดของเขาอีกครั้ง. ความผิดที่สั่งเปิดประตูอนาคต. ความผิดที่พาทุกคนมาติดที่นี่. ความผิดที่เขาแบกคนเดียวมาพันปีและไม่เคยพูด.
เขาเลิกนับไม่ได้. ถ้าเขาเลิก แล้วมันคือตัวเขาเองที่ทำให้พวกเขาตาย เขาจะอยู่กับมันไม่ได้.
"ข้าไม่เหนื่อย" เวอร์ดานพูด เสียงราบเรียบ. "เอาใหม่."
ลิเลียมองเขาอีกวินาที. แล้วพยักหน้า. รอยยิ้มกวนๆ กลับมา — แต่เวอร์ดานเห็นว่ามันกลับมาช้ากว่าปกติเล็กน้อย.
"เอาใหม่" นางพูด. "โทบิน ด่าให้แรงกว่านี้. ทำเหมือนนายไม่รู้ว่าเขาเป็นเทพ — เพราะทั้งโลกข้างนอกมันไม่รู้จริงๆ."
—
กว่าเวอร์ดานจะ "ก้มหัวแล้วเดินต่อ" ได้โดยที่ตาไม่ขยับไปที่คอใคร ก็ผ่านไปสามวัน.
สามวันของการแกล้งสะดุดก้อนหิน, แกล้งต่อราคาผ้าไม่เป็น, แกล้งจ่ายเหรียญผิดแล้วทำหน้าเก้อ. ลิเลียจับผิดทุกจังหวะที่เวอร์ดาน "เก่งเกินคน" — เวลาเขาหลบของที่ปาใส่ได้แม่นเกินไป, เวลาเขายกของหนักได้นิ่งเกินไป, เวลาเขาตอบคำถามเชาวน์ได้เร็วเกินไป. นางสอนให้เขาทำพลาดอย่างมีจังหวะ. ให้เขา *เป็นมนุษย์*.
มันยากที่สุดเท่าที่จอมเวทเทพเจ้าเคยทำมา. และในความยากนั้น — เวอร์ดานพบบางอย่างที่เขาไม่ได้คาดไว้: มันสนุก. การได้เป็นคนที่ไม่มีใครคาดหวังให้ปกป้องทั้งเผ่าพันธุ์ แม้เพียงในการแสดง ก็เบาในแบบที่เขาลืมไปแล้วว่าความเบาคืออะไร.
เขาไม่บอกลิเลีย. แต่เขาสงสัยว่านางรู้.
—
ไกร์ฟอนกับเซเรน่าถูกเรียกมาฟังแผนในวันที่สี่. และนี่คือจุดที่ทุกอย่างเริ่มหลุดมือ.
"ท่านจะออกไปในนาม 'แวร์' นักผจญภัยไร้สังกัด เพื่อเก็บข้อมูลโลกภายนอกด้วยตาท่านเอง" ไกร์ฟอนทวนคำ ดวงตาเป็นประกายที่เวอร์ดานเกลียด. "เพื่อให้ดูกลมกลืน ท่านจะช่วยงานเล็กๆ ตามเมืองที่ผ่าน — ปราบมอนสเตอร์ ไล่โจร งานนักผจญภัยทั่วไป."
"ใช่" เวอร์ดานพูด. "งานเล็ก. เน้นคำว่าเล็ก."
ไกร์ฟอนพยักหน้าช้าๆ ราวกับเพิ่งถอดรหัสคัมภีร์. *ยิ่งนายสั่งให้ทำตัวเล็ก ยิ่งแปลว่าเป้าหมายใหญ่*, เขาคิด. *ท่านไม่ได้จะออกไป "เก็บข้อมูล" เฉยๆ. ท่านกำลังจะสร้างเครือข่ายตำนานล่วงหน้าทั่วทวีป — หว่านชื่อ "แวร์" ไว้ในทุกเมือง เพื่อว่าเมื่อถึงวันที่นครรุ่งอรุณเดินหมากใหญ่ ทุกเมืองจะจำได้ว่า "แวร์ผู้ใจดีเคยมาช่วยเรา" แล้วเปิดประตูรับเราเอง. ท่านกำลังปูพรมการกลืนทวีปด้วยความรักของประชาชน. อัจฉริยะ.*
"ผมเข้าใจแล้วครับ" ไกร์ฟอนพูด เสียงสั่นด้วยความเลื่อมใส. "ผมจะวางเส้นทางให้ท่าน — เมืองไหนควรผ่านก่อนหลัง งานไหนควรรับ เพื่อให้ตำนานแผ่ไปในจังหวะที่... เหมาะสมที่สุด."
"ข้าจะเลือกเมืองเอง" เวอร์ดานพูด.
"แน่นอนครับ. ผมจะแค่... เสนอ." ไกร์ฟอนคำนับ.
เซเรน่าซึ่งเงียบมาตลอดเงยหน้าจากแผ่นจารึกที่นางจดอะไรบางอย่างอยู่. "ระหว่างที่ท่านไม่อยู่ ใครคุมเมือง."
"เจ้า" เวอร์ดานพูด. "ดูแลเมืองไว้. อย่าให้พังก็พอ."
นิ่งไปครู่หนึ่ง. เวอร์ดานรู้ทันทีว่าเขาพูดผิดคำ. *อย่าให้พังก็พอ* — สำหรับเซเรน่า ประโยคนี้ไม่มีคำว่า "พอ" อยู่ในนั้นเลย.
"เข้าใจแล้ว" เซเรน่าพูด แล้วก้มหน้าจดต่อ. เวอร์ดานเห็นปลายปากกาขนนกของนางขีดเป็นหัวข้อ — *การปกครองยามเจ้าเมืองจาริก: โครงสร้างสำรอง ๕ ระดับ*. เขาตัดสินใจไม่ถาม.
ลิเลียซึ่งนั่งอยู่มุมห้องพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ — เสียงที่อยู่กึ่งกลางระหว่างหัวเราะกับถอนใจ. นางสบตาเวอร์ดานครู่หนึ่ง และในสายตานั้นมีประโยคที่ไม่ได้พูดออกมา: *นายเห็นไหม. นายแค่อยากออกไปเดินเล่นหาข้อมูล. แต่พอผ่านหูสองคนนี้ มันกลายเป็นแผนยึดทวีปไปแล้ว. และนายก็ปล่อยให้มันเป็น เพราะลึกๆ นายก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองวางแผนไว้แค่ไหนกันแน่.*
เวอร์ดานหลบตานางก่อน.
—
แต่คนที่ทำให้แผนหลุดมือจริงๆ ไม่ใช่ไกร์ฟอนหรือเซเรน่า.
มันคือเฒ่ามาริน.
เขาไม่ได้ถูกเรียกเข้าประชุม. เขาแค่เดินผ่านระเบียงด้านนอกห้องในเย็นวันนั้น มาเอาผ้าห่มไปแจกผู้ลี้ภัยกลุ่มใหม่ตามหน้าที่ที่เซเรน่ามอบหมาย — และได้ยินเสียงผ่านบานประตูที่แง้มไว้.
เขาไม่ได้ยินทั้งหมด. เขาเป็นชายชราหูตึงข้างหนึ่ง. เขาได้ยินแค่เศษคำ ลอยออกมาในจังหวะที่ผิดที่ผิดทาง:
"...ท่านจะออกไป..." (เสียงไกร์ฟอน)
"...ช่วยงาน... ตามเมืองที่ผ่าน..." (เสียงเวอร์ดาน)
"...ตำนานแผ่ไปทั่วทวีป..." (เสียงไกร์ฟอนอีกครั้ง)
เฒ่ามารินยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ผ้าห่มกองสูงในอ้อมแขน. และในหัวของชายชราที่เคยเห็นหมู่บ้านตัวเองถูกเผา เห็นหลานสองคนตาย เห็นเทพเดินดินมารับเขาไว้ในซากวิหาร — เศษคำเหล่านั้นต่อกันเป็นภาพเดียวที่สวยงามจนน้ำตาคลอ.
*ท่านผู้ที่เทพส่งมา จะออกจากเมือง. ออกไปช่วยคนทั่วแผ่นดิน. ออกไปโปรดสัตว์ในทุกหมู่บ้านที่ทุกข์ยากเหมือนหมู่บ้านของข้าเคยทุกข์ยาก. ตำนานของท่านจะแผ่ไปทั่วทวีป — เพราะท่านจะไปปลดปล่อยคนยากทั้งทวีป เหมือนที่ท่านปลดปล่อยพวกเรา.*
เฒ่ามารินไม่รู้ว่าเขาฟังผิด. เขาเชื่ออย่างหมดหัวใจว่าเขาฟังถูก. เพราะมันคือเรื่องที่เขาอยากให้เป็นจริงที่สุดในโลก.
เขาวางผ้าห่มลงตรงนั้น ลืมหน้าที่ทั้งหมด แล้วเดินลงบันไดไปอย่างรวดเร็วเกินวัย น้ำตาไหลพรากด้วยความปีติ.
—
คืนนั้นเอง ก่อนเวอร์ดานจะได้บอกใครว่าแผนนี้ต้อง *เงียบ*, เฒ่ามารินก็ยืนอยู่กลางลานตลาดที่ผู้ลี้ภัยมารวมกันรอบกองไฟ และเริ่มเล่า.
"ฟังนะ ลูกหลานทั้งหลาย!" เสียงแหบของชายชราดังก้องเหนือเสียงไฟ. "ข้าได้ยินมาเองกับหู! ท่านผู้ที่เทพส่งมา — ท่านจะไม่อยู่กับเราเพียงเมืองเดียวอีกต่อไป! ท่านจะออกจาริกไปทั่วแผ่นดิน! ทุกหมู่บ้านที่มีโจร ท่านจะไปไล่! ทุกที่ที่มีคนหิว ท่านจะไปช่วย! ตำนานของท่านจะไปถึงทุกนครในทวีป!"
เสียงฮือฮาดังขึ้น. มีคนคุกเข่า. มีคนร้องไห้. เด็กหญิงปลายแถวที่เคยกำเศษขนมปังในวันแรก ตอนนี้กำมือทาบอกด้วยดวงตาเปล่งประกาย.
"จดชื่อท่านไว้!" เฒ่ามารินตะโกน — และนี่คือจุดที่ความเสียหายกลายเป็นถาวร. "เล่าต่อให้ทุกคนที่เจอ! บอกพ่อค้าที่ผ่านมา บอกญาติที่หมู่บ้านอื่น บอกทุกคนว่า — วีรบุรุษผู้ใจดีกำลังจะมา! เพื่อว่าเมื่อท่านไปถึง คนทั้งแผ่นดินจะรู้ว่าใครมาโปรด!"
ในกลุ่มผู้ฟังคืนนั้น มีพ่อค้าเร่สามคนที่เพิ่งเข้าเมืองมาเมื่อบ่าย. พวกเขาไม่ได้คุกเข่า. พวกเขาไม่ได้ร้องไห้. พวกเขาแค่มองหน้ากัน เงียบๆ — แล้วคนหนึ่งก็ดึงสมุดเล่มเล็กออกมาจากในเสื้อ และเริ่มจดในแสงไฟริบหรี่.
*"แวร์." วีรบุรุษนิรนาม. กำลังจะออกจาริกทั่วทวีป.*
—
บนปราสาท เวอร์ดานยืนอยู่ที่หน้าต่าง มองลงไปที่กองไฟกลางลานที่เสียงฮือฮากำลังดังขึ้นเรื่อยๆ. เขาได้ยินไม่ชัดว่าเฒ่ามารินพูดอะไร. เขาเห็นแค่ฝูงชนที่คุกเข่า เห็นมือที่ชูขึ้น เห็นน้ำตาที่สะท้อนไฟ.
ลิเลียยืนข้างเขา. นางได้ยินชัดกว่า — หูของนางดีกว่า. และเวอร์ดานเห็นไหล่นางสั่นด้วยเสียงหัวเราะที่กลั้นไว้.
"เกิดอะไรขึ้น" เวอร์ดานถาม.
"นายอยากเดินออกไปเงียบๆ ในฐานะคนที่ไม่มีใครจำได้ในสองวันใช่ไหม" ลิเลียพูด เสียงสั่นด้วยขำ. "เฒ่ามารินเพิ่งประกาศให้ทั้งเมืองรู้ว่านายกำลังจะออกไป. และสั่งให้ทุกคนเล่าต่อไปทั่วทวีป. ตอนนี้ก่อนที่นายจะก้าวเท้าออกประตู ชื่อ 'แวร์' ก็จะวิ่งไปถึงทุกนครก่อนตัวนายแล้ว."
เวอร์ดานยืนนิ่ง.
หน้ากากที่เขาตั้งใจสวมเพื่อ *ให้คนลืมหน้าได้ในสองวัน* กำลังจะกลายเป็นชื่อที่คนทั้งทวีปรอคอยก่อนเจ้าของหน้ากากจะเดินทางไปถึงด้วยซ้ำ. เขาออกแบบหน้ากากให้เงียบ. โลกกำลังจะทาสีมันให้ดังที่สุดเท่าที่หน้ากากเคยดังได้.
และในใจเขา — ที่ที่คำนวณตลอดเวลาไม่เคยหยุด — ความระแวงเก่าก่อตัวขึ้นอีกครั้ง เย็นและคุ้นเคย: *ถ้ามีมืออีกข้างที่จัดฉากทุกอย่าง... มันคงพอใจมากที่ข้าเพิ่งสร้างเหยื่อล่อชิ้นใหม่ให้ตัวเอง — เหยื่อที่จะเดินเข้าไปในทุกเมืองของทวีปด้วยขาตัวเอง.*
*หรือ* — เสียงในหัวอีกแล้ว ครั้งนี้เขาไม่ปิดมันลง — *มันก็แค่ชายชราคนหนึ่งที่ดีใจเกินไป.*
ข้างล่าง เฒ่ามารินยังเล่าต่อ น้ำตานองหน้า เสียงแหบหายเพราะตะโกน. เด็กหญิงปลายแถวกำลังท่องชื่อ "แวร์" ซ้ำๆ ราวบทสวด.
เวอร์ดานหลับตาลง.
"พรุ่งนี้" เขาพูดเบาๆ กับลิเลีย. "เตรียมของ. เราออกเดินทางก่อนข่าวจะไปถึงเมืองสุดท้าย."
แต่ลึกในใจ เขารู้ — ข่าวออกเดินทางไปก่อนเขาแล้ว ตั้งแต่นาทีที่เฒ่ามารินเอ่ยชื่อนั้นกลางกองไฟ.
และที่ไหนสักแห่ง ในความมืดที่เขามองไม่เห็น มีหูคู่หนึ่งกำลังฟังอยู่จริง — เพียงแต่ไม่ใช่หูที่เขาคิด.
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.