ตอนที่ 1015
1015 / 1536
อ่าน 13 นาที
Chapter 1015: Wei Xiaolu’s Punishment
เผยแพร่เมื่อ 8 เม.ย. 2569 08:51
**บทที่ 1015: บทลงโทษของเว่ยเสี่ยวลู่**
"โอหังนัก!" เว่ยเสี่ยวลู่แค่นเสียงเย้ยหยัน "ด้วยระดับบำเพ็ญอันต่ำต้อยเพียงนี้ เจ้าคิดจะต่อกรกับข้าเชียวหรือ? ต่อให้ท่านอาจะเห็นดีเห็นงามในพรสวรรค์ของเจ้าเพียงใด แต่ในสายตาข้า... ยามนี้เจ้าก็เป็นเพียงมดปลวกตัวหนึ่งเท่านั้น เมื่อข้าควบคุมวิญญาณเจ้าได้เมื่อไหร่ ข้าจะทำให้เจ้ากลายเป็นทาสรับใช้เบอร์หนึ่งของข้าให้จงได้!"
จางเฟยแคะจมูกอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะดีดใส่นาง "ลงมือเสียทีเถอะ อย่ามัวแต่พล่ามให้เสียเวลาเลย"
ใบหน้าของเว่ยเสี่ยวลู่มืดครึ้มลงทันทีด้วยท่าทีดูหมิ่นนั้น นางเปิดใช้งานสมบัติวิเศษในมือฉับพลัน! ทว่าในวินาทีนั้นเอง กระจกสีทองอร่ามกลับพลันปรากฏขึ้นเบื้องหน้าชายหนุ่ม สะท้อนอานุภาพกลับไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้พลังบงการนั้นย้อนกลับเข้าหาตัวนางเองจนตกอยู่ใต้มนตราของสมบัติวิเศษตนเองเสียสิ้น
*เพล้ง... เพล้ง...*
*บึ้ม!*
กระจกพันธนาการแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ จางเฟยสาวเท้าเข้าหาเว่ยเสี่ยวลู่อย่างเยือกเย็นก่อนจะชิงสมบัติวิเศษมาจากมือนาง "จงลบตราประทับของเจ้าออกจากสิ่งนี้เสีย"
ด้วยดวงตาที่ว่างเปล่าไร้สติ เว่ยเสี่ยวลู่วางมือลงบนสมบัติวิเศษและปฏิบัติตามคำสั่งของจางเฟยอย่างว่าง่ายโดยการลบตราประทับวิญญาณออกไป
"ช่างเป็นสตรีที่โง่เขลาและถูกตามใจจนเสียคนโดยแท้!" จางเฟยหันไปมองยังทิศทางหนึ่งที่ห่างออกไป "ออกมาเถอะเสี่ยวหย่า ข้ารู้ว่าเจ้าแอบตามพวกเรามาตั้งแต่ต้นแล้ว"
เว่ยเสี่ยวหย่าปรากฏกายออกมาจากที่ซ่อนและเดินเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าซับซ้อน "ท่านจะทำให้นางกลายเป็นทาส หรือจะปลิดชีพนางเสีย?"
"จงปลดปล่อยวิญญาณของเจ้าออกมาดูด้วยตาตนเองเถอะ"
เว่ยเสี่ยวหย่างุนงงกับคำตอบของจางเฟย แต่กระนั้นนางก็ยอมปลดปล่อยพลังวิญญาณออกมาเพื่อรอคอยการกระทำต่อไปของเขา
ทันใดนั้น จางเฟยได้ใช้พลังอันมหาศาลกระชากวิญญาณของเว่ยเสี่ยวลู่ออกมาจากร่างและคัดลอกมันออกมาเป็นสองส่วน เขาหลอมรวมส่วนหนึ่งเข้ากับวิญญาณของเว่ยเสี่ยวหย่า และอีกส่วนหนึ่งหลอมรวมเข้ากับวิญญาณของตนเอง
หลังจากวิญญาณหวนคืนสู่ร่าง เว่ยเสี่ยวหย่ารีบเอ่ยถามด้วยความตื่นตระหนก "เมื่อครู่ท่านทำอะไรลงไป? ท่านคัดลอกวิญญาณของนางออกมาเป็นสองส่วนได้อย่างไรกัน?"
"การบงการวิญญาณคือหนึ่งในความสามารถแห่งเผ่ามารของข้า และหนึ่งในหน้าที่ของมันก็คือสิ่งที่เจ้าเพิ่งเห็นไปเมื่อครู่" จางเฟยยื่นสมบัติวิเศษให้นาง "จงหยดเลือดลงไปและกลายเป็นเจ้านายของมันเสีย"
"แต่ว่า—"
"ขามีวิชาและสมบัติที่มีอานุภาพใกล้เคียงกันอยู่แล้ว ข้าไม่จำเป็นต้องใช้มัน" เว่ยเสี่ยวหย่าพยักหน้าและหยดเลือดลงบนสมบัติวิเศษ ทว่าในตอนนั้นเองจางเฟยกลับกระชากชุดของเว่ยเสี่ยวลู่ออกจนนางต้องขมวดคิ้ว "จงปลดปล่อยวิญญาณของนางจากการควบคุมของสมบัติวิเศษเสีย"
"ท่านคิดจะทำอะไรกับนางกันแน่?" จางเฟยเพียงแค่ยกยิ้มปริศนา ทำให้เว่ยเสี่ยวหย่ายิ่งระแวง ทว่านางก็ยอมปลดปล่อยเว่ยเสี่ยวลู่ออกจากการควบคุม
เมื่อวิญญาณเป็นอิสระ เว่ยเสี่ยวลู่สะบัดศีรษะอย่างแรงเพื่อเรียกสติ ทว่าในวินาทีต่อมานางกลับสัมผัสได้ถึงกระแสลมหนาวที่พัดผ่านทั่วกาย เมื่อก้มลงมองนางก็ต้องรีบทรุดตัวลงปกปิดเรือนร่างที่เปลือยเปล่าของตนด้วยความอับอาย
"เจ้า—" เว่ยเสี่ยวลู่กลืนคำพูดลงคอทันทีที่จางเฟยแผ่ซ่านกลิ่นอายกดข่มออกมา ซึ่งรุนแรงขึ้นเป็นทวีคูณด้วยผลของพันธะวิญญาณ 'เป็นไปไม่ได้! เหตุใดเขาถึงแข็งแกร่งขึ้นเพียงชั่วพริบตาเช่นนี้?'
จางเฟยตรึงการเคลื่อนไหวของเว่ยเสี่ยวลู่และผนึกพลังบำเพ็ญของนางไว้ ก่อนจะเรียกกิ่งไม้ห้ากิ่งออกมา กิ่งหนึ่งเข้าอุดปากนางไว้ ส่วนอีกสี่กิ่งเข้ามัดมือมัดเท้าและตรึงร่างนางขึ้นเหนืออากาศ
"อื้อ... อื้อ..." เสียงกรีดร้องของเว่ยเสี่ยวลู่ถูกกิ่งไม้ปิดกั้นไว้ การดิ้นรนของนางไร้ผลเพราะกิ่งไม้เหล่านั้นรัดพันแน่นหนา 'ไอ้คนถ่อย! กล้าดีอย่างไรมาหยามเกียรติข้าเช่นนี้! ข้าจะให้ท่านพ่อสั่งฆ่าเจ้าเสีย!'
เว่ยเสี่ยวหย่าอยากจะขอร้องให้จางเฟยเมตตาพี่สาวของนาง แต่เขากลับส่ายหน้าห้ามไว้ เขาเดินไปยืนเบื้องหน้าเว่ยเสี่ยวลู่และจ้องมองด้วยสายตาเหยียดหยาม "เจ้าคิดว่าความงามของเจ้านั้นเลิศเลอเพลิดแพร้วนับเป็นหนึ่งนักหรือ? แม้แต่สตรีที่อัปลักษณ์ที่สุดในกลุ่มหญิงสาวของข้า ก็ยังงดงามและเย้ายวนใจยิ่งกว่าเจ้าเสียอีก และถึงแม้พี่สาวของเจ้าจะดูอ้วนท้วนและอัปลักษณ์ในสายตาคนอื่น แต่นางก็มีหัวใจและดวงวิญญาณที่สูงส่งกว่าเจ้ามากนัก แม้เจ้าจะปฎิบัติต่อนางอย่างเลวร้ายเพียงใด แต่นางไม่เคยคิดจะล้างแค้นเจ้าแม้เพียงครั้งเดียว ซ้ำร้ายยังคิดจะอ้อนวอนขอชีวิตให้เจ้าเสียด้วยซ้ำ"
"อื้อ... อื้อ..." เว่ยเสี่ยวลู่ยังคงพยายามส่งเสียงลอดกิ่งไม้พร้อมจ้องมองเขาด้วยแววตาอาฆาต
จางเฟยยกยิ้มเย็นเยียบพลางเอามือสัมผัสหน้าท้องของนาง "เจ้าภูมิใจในความงดงามและแรงดึงดูดของร่างกายนักใช่ไหม? ในเมื่อข้ายังไม่อาจสังหารหรือกดขี่เจ้าเป็นทาสได้โดยตรง ข้าจะมอบบทลงโทษอื่นให้... ให้เจ้าได้สัมผัสรสชาติชีวิตใหม่ แบบเดียวกับที่เสี่ยวหย่าเคยเผชิญมาตลอด"
"จางเฟย ได้โปรดเถอะ—"
"ไม่ต้องกังวลไป" จางเฟยหันไปบอกเว่ยเสี่ยวหย่า "ข้าจะไม่ทำร้ายพี่สาวของเจ้า แต่สตรีเช่นนางจำเป็นต้องได้รับบทเรียนที่สาสม นางจะได้จดจำเหตุการณ์ในวันนี้ไปชั่วชีวิต และจะไม่กล้าดูแคลนผู้อื่นอีก"
"แต่ว่า..."
"เชื่อใจข้าเถอะเสี่ยวหย่า" เว่ยเสี่ยวหย่าถอนหายใจแผ่วเบาก่อนจะพยักหน้าให้จางเฟย ชายหนุ่มจึงเริ่มใช้พลังดัดแปลงร่างกายกับเว่ยเสี่ยวลู่ทันที
"อื้อ... อื้อ...!" เว่ยเสี่ยวลู่บิดเร่าด้วยความเจ็บปวดเมื่อร่างกายเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง นางพยายามดิ้นรนขัดขืนแต่มันกลับไร้ผลเพราะพลังฝีมือถูกผนึกไว้สิ้น 'อึ่ก! เขาทำอะไรกับข้า? เหตุใดข้าถึงได้ปวดร้าวไปทั่วทั้งร่างเช่นนี้!'
เว่ยเสี่ยวหย่าเลิกคิ้วมองด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นร่างของพี่สาวเริ่มเปลี่ยนไป ร่างกายที่เคยผอมเพรียวเริ่มขยายหนาขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นหญิงที่อ้วนท้วนแม้แต่ใบหน้าก็บวมพอง 'หือ? เหตุใดเขาถึงใช้พลังนี้กับผู้อื่นได้? นั่นหมายความว่าพลังของเขาเหนือกว่าข้าอย่างนั้นหรือ? ข้าทำได้เพียงเปลี่ยนร่างตนเอง แต่เขากลับเปลี่ยนร่างผู้อื่นได้ตามใจนึก'
ผ่านไปครู่ใหญ่ เว่ยเสี่ยวลู่ก็แปรสภาพเป็นหญิงอ้วนผู้อัปลักษณ์ ทว่าเว่ยเสี่ยวหย่ากลับต้องตกตะลึงจนตาค้างเมื่อเหลือบมองไปยังท่อนล่างของพี่สาว... โดยเฉพาะเมื่อนางเห็นว่าบัดนี้พี่สาวของตนมีอวัยวะเพศชายงอกออกมา!
"ท่าน... ท่าน..." เว่ยเสี่ยวหย่าพูดติดอ่างพลางชี้นิ้วไปที่จางเฟยด้วยความสับสนและช็อกสุดขีดกับการกระทำของเขา
"ฮ่าๆ" จางเฟยหัวเราะร่าด้วยความสะใจหลังจากจบการดัดแปลง "ข้าพนันได้เลยว่าหลังจากนี้นางจะไม่กล้าก้าวเท้าออกจากห้องเป็นแน่ และนางก็ไม่อาจคิดสั้นฆ่าตัวตายได้ เพราะวิญญาณส่วนหนึ่งของนางหลอมรวมอยู่กับพวกเราแล้ว ด้วยวิธีนี้นางจะต้องจมอยู่กับความทุกข์ทรมานอันไร้สิ้นสุด และต้องพยายามอย่างหนักหากคิดจะหาวิธีกลับคืนสู่ร่างเดิม"
"การกระทำของท่านมันเกินไปแล้วจางเฟย!" เว่ยเสี่ยวหย่าตวาดลั่นด้วยความโกรธ "จงเอามันออกไปจากตัวพี่สาวข้าเดี๋ยวนี้!"
คำพูดของเว่ยเสี่ยวหย่าทำให้เว่ยเสี่ยวลู่ก้มลงมองท่อนล่างของตนเองทันที สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นความตระหนกโกรธแค้นและอับอายอย่างที่สุดเมื่อเห็นสภาพใหม่ของตน โดยเฉพาะสิ่งที่ห้อยระย้าอยู่ตรงหว่างขา
"ทำไมล่ะ?"
"เอาออกไปเดี๋ยวนี้!"
จางเฟยถอนหายใจยาวก่อนจะยอมปฏิบัติตามคำขอของเว่ยเสี่ยวหย่า เขาทำให้สิ่งที่งอกออกมานั้นสลายหายไป ซึ่งช่วยให้เว่ยเสี่ยวลู่รู้สึกใจชื้นขึ้นบ้าง แม้จะยังต้องจมอยู่กับความอัปยศจากร่างกายที่อ้วนพีนี้ก็ตาม
จากนั้นจางเฟยจึงสลายกิ่งไม้ทั้งหมดออก ส่งผลให้เว่ยเสี่ยวลู่ร่วงหล่นลงพื้นจนเจ็บก้นกบ นางจ้องมองเขาด้วยสายตาเคียดแค้นประหนึ่งจะกินเลือดกินเนื้อพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม "ไอ้คนถ่อย! ข้าจะล้างแค้นในสิ่งที่เจ้าทำกับข้าวันนี้! ข้าจะทำให้เจ้าต้องทนทุกข์ไปตลอดชีวิต!"
"น่าเสียดายที่เจ้าคงไม่มีโอกาสนั้น... ต่อให้เป็นอาจารย์ของข้ามาเองก็ช่วยเจ้าไม่ได้" จางเฟยเมินเฉยต่อเสียงสาปแช่งของเว่ยเสี่ยวลู่และพาเว่ยเสี่ยวหย่าเดินจากไป
หลังจากพวกเขาลับตาไป เว่ยเสี่ยวลู่ปาดน้ำตาและรีบคว้าชุดมาปกปิดร่างกายที่อ้วนพองของตน นางกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับห้องด้วยความอับอายและเคียดแค้น ก่อนจะขังตัวเองไว้ในห้องและตะโกนด่าทอสาปแช่งจางเฟยไม่หยุดหย่อน
.
.
.
"เหตุใดท่านต้องทำถึงขนาดนั้นกับพี่สาวข้าด้วย? หากนางคิดสั้นฆ่าตัวตายเพราะสภาพนั้นจะทำอย่างไร?" เว่ยเสี่ยวหย่าเอ่ยถามทันทีเมื่อกลับถึงห้อง
จางเฟยกุมไหล่นางไว้เพื่อให้สงบสติอารมณ์ "อย่างที่ข้าบอกไป เว่ยเสี่ยวลู่ไม่มีทางฆ่าตัวตายได้สำเร็จ โดยเฉพาะหลังจากที่วิญญาณของนางเชื่อมต่อกับพวกเรา แม้ข้าจะไม่ได้ทำให้นางกลายเป็นทาสโดยตรง แต่นางก็ไม่ต่างจากบริวารของพวกเรา เจ้าสามารถควบคุมนางได้ทุกเมื่อที่ต้องการ"
"หือ?" เว่ยเสี่ยวหย่าชะงักด้วยความแปลกใจ "จริงหรือ?"
จางเฟยพยักหน้ายืนยัน "ข้าทำแบบเดียวกันนี้กับหวงฝู่จื่อเชี่ยน และนางจะต้องปฎิบัติตามคำสั่งของข้าไปชั่วชีวิต"
"หืม?" เว่ยเสี่ยวหย่าขมวดคิ้ว "ท่านคิดจะเอานางมาเป็นผู้หญิงของท่านด้วยกำลังงั้นหรือ?"
"เปล่าเลย" จางเฟยรีบปฏิเสธ "หวงฝู่จื่อเชี่ยนงดงามก็จริง แต่ความงามของนางไม่ได้ดึงดูดใจข้าแม้แต่น้อย ที่ข้าทำเช่นนั้นก็เพราะนางเป็นคนของอาณาจักรหวงฝู่ ข้าเพียงแค่ต้องการป้องกันไม่ให้นางหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ข้าเพิ่มเท่านั้นเอง"
"แล้วจูจิงกับเฉียงอิ่งล่ะ? ท่านสนใจพวกนางไหม?" เว่ยเสี่ยวหย่าถามด้วยแววตาใคร่รู้
จางเฟยยิ้มกริ่มก่อนจะโน้มตัวผลักเว่ยเสี่ยวหย่าลงบนเตียง นวลนางยังไม่ทันตั้งตัวเขาก็ขึ้นคร่อมตรึงร่างนางไว้แล้วประทับจูบแผ่วเบา "เสี่ยวหย่า... ข้าอาจจะเป็นคนมากราคะ แต่ข้าไม่ได้คิดจะครอบครองสตรีทุกคน ต่อให้บางคนเคยเป็นศัตรูกันมาก่อน แต่ผู้หญิงทุกคนที่อยู่เคียงข้างข้าล้วนเป็นคนที่ข้าเลือกมาอย่างดีที่สุดแล้ว และเจ้า... ก็จะเป็นหนึ่งในนั้นในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า"
"เหอะ! ข้า— อื้อ..." จางเฟยปิดริมฝีปากเว่ยเสี่ยวหย่าอีกครั้งด้วยจูบที่เร่าร้อนลึกซึ้ง แม้นางจะยังไม่มีใจให้เขาอย่างเต็มเปี่ยม แต่นางก็ตระหนักได้ว่านางเริ่มหลงใหลในรสจูบของเขามาตั้งแต่ตอนอยู่ในตึกร้างนั้นแล้ว นางหลับตาพริ้มโอบกอดเขาและจูบตอบอย่างดูดดื่ม
หลังจากผ่านพ้นรสจูบอันเนิ่นนาน ทั้งสองก็นอนเคียงข้างกันบนเตียง และเว่ยเสี่ยวหย่าก็เข้าสู่ห้วงนิทราในอ้อมกอดของจางเฟยอย่างรวดเร็ว
.
.
.
รุ่งสาง... วังหลวงตระกูลเว่ยเกิดความวุ่นวายโกลาหลด้วยรูปลักษณ์ใหม่ของเว่ยเสี่ยวลู่ บรรดาข้ารับใช้ต่างซุบซิบนินทาถึงการเปลี่ยนแปลงเพียงชั่วข้ามคืนของนาง
เว่ยเสี่ยวลู่คร่ำครวญต่อบิดามารดาถึงการกระทำของจางเฟย และอ้อนวอนให้จักรพรรดิเว่ยสั่งประหารเขาเสีย ทว่าแทนที่จะได้รับความเห็นใจ จักรพรรดิและหุนลี่ยิงผู้เป็นมเหสีกลับตำหนินางที่ไปหาเรื่องใส่ตัว ซึ่งสร้างความโกรธแค้นและคับข้องใจให้นางเป็นอย่างมาก
นางหันไปขอความช่วยเหลือจากเว่ยจูถงผู้เป็นพี่ชาย แต่เขากลับซ้ำเติมเพราะรู้ซึ้งถึงนิสัยของน้องสาวดี และต้องการให้เหตุการณ์นี้เป็นบทลงโทษเพื่อดัดนิสัยเสียของนาง
เว่ยเสี่ยวลู่ทำได้เพียงยอมแพ้และวิ่งกลับเข้าห้อง ขังตัวเองไว้ข้างในพร้อมครุ่นคิดหาวิธีแก้แค้นจางเฟยให้สาสม
หลังจากมื้อเช้าสิ้นสุดลง จางเฟยพาสาวงามเว่ยเสี่ยวหย่ามุ่งหน้าสู่อาณาจักรเจียง โดยมีสมาชิกห้าคนจากกลุ่มสุนัขจิ้งจอกมารคอยช่วยเหลือในการจัดเตรียมสินค้าเพื่อวางจำหน่ายในอาคาร
ไม่นานนัก สตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งก็เดินทางมาถึง นางแนะนำตัวว่าชื่อ จี้เหม่ย ซึ่งหลิงอิ่งเฟยเป็นผู้ส่งมาให้ช่วยดูแลกิจการร้านค้าของเขาเป็นพิเศษ
เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง จางเฟยจึงสั่งให้จี้เหม่ยเปิดร้านอย่างเป็นทางการ ก่อนจะพาเว่ยเสี่ยวหย่าออกไปเที่ยวเล่นเพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
.
.
.
ณ แดนสวรรค์เจ้าจักรพรรดิ จางเสี่ยวหลง [3] กำลังนั่งสนทนาร่วมกับสมาชิกตระกูลอิน โดยมีเจียยวี่เยียนคอยเคียงข้าง อินเฉิงแจ้งข่าวเรื่องแผนการของชิงหวงที่ส่งสมุนมาสังเกตการณ์นาง
หลังจากเสร็จสิ้นการหารือ จางเสี่ยวหลงจึงพาเจียยวี่เยียนกลับไปยังป่าทางทิศตะวันออก เขาลงไปบำเพ็ญเพียรต่อที่ก้นสระมรกตแห่งชีวิต ทว่าเชี่ยนส่วงกลับพลันปรากฏกายและดำลงไปอยู่เคียงข้างเขาเพื่อร่วมบำเพ็ญด้วยกัน
.
.
.
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว จางเฟยได้เปิดร้านค้าขึ้นสี่แห่งในอาณาจักรเว่ย, หวงฝู่, เฉียง และจู ด้วยแรงสนับสนุนจากเว่ยเสี่ยวหย่า, หวงฝู่จื่อเชี่ยน, เฉียงอิ่ง และจูจิง ทำให้ร้านค้าทั้งสี่คึกคักตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว เป็นไปตามคาด... ฟูกนอนและอุปกรณ์เพิ่มความสุขทางเพศกลายเป็นสินค้าขายดีถล่มทลาย จนเขาต้องเดินทางข้ามภพกลับไปยังโลกมนุษย์หลายต่อหลายครั้งเพื่อกว้านซื้อมาเติมสต็อก
บรรยากาศในอาณาจักรเว่ยคึกคักมีชีวิตชีวายิ่งนัก เพราะวันนี้คือวันพิธีมงคลสมรสระหว่างจางเฟยและเว่ยเสี่ยวหย่า ถึงกระนั้นผู้ที่สามารถเข้าสู่วังหลวงได้มีเพียงแขกผู้ทรงเกียรติ ทั้งจักรพรรดิ มเหสี เจ้าชาย และเจ้าหญิงจากอาณาจักรต่างๆ ที่มาร่วมเป็นพยานในความรักครั้งนี้
ทว่าแขกเหรื่อทั้งหลายต่างพากันสงสัยถึงคนในครอบครัวของจางเฟย เนื่องจากไม่มีผู้ใดปรากฏตัวในงานแต่งงานครั้งนี้เลยแม้แต่คนเดียว
พิธีเฉลิมฉลองดำเนินไปตลอดทั้งวัน จนกระทั่งทั้งสองได้เข้าสู่ห้องหอหลังเสร็จสิ้นภารกิจทั้งหมด
ภายในห้องหอ จางเฟยยกยิ้มพลางถอดมงกุฎเจ้าสาวออกจากศีรษะของเว่ยเสี่ยวหย่า เขาไล้แก้วนวลนางอย่างทะนุถนอมพร้อมจ้องมองด้วยสายตาอ่อนหวาน "ดูเหมือนเราคงต้องเลื่อนน้ำผึ้งพระจันทร์ออกไปก่อนนะภรรยาข้า ข้าไม่อยากทำเรื่องเช่นนั้นกับเจ้าผ่านร่างแยก และเจ้าเองก็ยังไม่พร้อมด้วย... เมื่อใดที่เจ้าพร้อม ข้าจะกลืนกินเจ้าให้สิ้น และเมื่อนั้นเจ้าจะเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขาอย่างแท้จริง"
"อื้อ..." เว่ยเสี่ยวหย่ารู้สึกโล่งอก "ถ้าอย่างนั้นช่วยข้าเปลี่ยนชุดหน่อยเถอะ ข้าอยากพักผ่อนแล้ว"
**— โปรดติดตามตอนต่อไป —**
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.