ตอนที่ 549
549 / 1536
อ่าน 15 นาที
Chapter 549: Gathering I
เผยแพร่เมื่อ 8 เม.ย. 2569 08:00
จากระยะไกล หยวนลั่วและดรุณีทั้งสามนางต่างลอบสังเกตจางเฟยและเซี่ยนเซี่ยนฉินด้วยสายตาแวววาว ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าช่างชัดเจนจนมิต้องเอ่ยคำใด—องค์หญิงผู้สูงศักดิ์ของพวกนางได้มอบดวงหฤทัยให้แก่บุรุษผู้นี้เสียแล้ว มิเช่นนั้นนางคงไม่เป็นฝ่ายเริ่มกุมมือเขา หรือแม้กระทั่งเอนกายซบลงบนไหล่ของเขาอย่างออดอ้อนเช่นนั้น
หยวนลั่วปรายตาไปทางไป๋เทียนเอ๋อร์ สตรีผู้พยายามหาทางเข้าใกล้จางเฟยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาทว่ากลับถูกเขาปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยทุกครั้ง ‘ฮิฮิ! นางมักจะหลงใหลในความงามและเสน่ห์ยั่วยวนของตนเองเสมอมา แต่น่าเสียดายที่สิ่งเหล่านั้นหาได้ระคายผิวหรือดึงดูดความสนใจจากเขาได้เลยแม้แต่น้อย’
ไป๋เทียนเอ๋อร์ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความหงุดหงิดพลางกัดนิ้วก้อยของตนขณะจ้องมองความสนิทสนมนั้น แม้เซี่ยนเซี่ยนฉินจะมีฐานันดรเป็นถึงองค์หญิง แต่นางกลับรู้สึกว่าตนเองเหนือกว่าในหลายด้าน ทว่าชายหนุ่มกลับไม่เคยชายตามองนางแม้เพียงหางตา ‘ชิ! หรือเขาจะหลงเสน่ห์เพราะฐานะของนางกัน? หากเป็นเช่นนั้นข้าจะเอาชนะนางได้อย่างไร แม้ระดับพลังบำเพ็ญของข้าจะสูงกว่า แต่ภูมิหลังครอบครัวของข้านั้นต่ำต้อยกว่านางนัก ข้าไม่มีวันชนะหากไม่ถีบตัวให้สูงขึ้น... หึ! ข้ายังมีไม้ตายสุดท้ายที่จะกระชากเขามาจากอกนาง แต่ข้าต้องรอจนกว่าบททดสอบเขาวงกตจะเริ่มขึ้น และข้าจะลงมือทันทีที่พวกเราย่างกรายเข้าสู่สนามทดสอบ!’
หรูเยี่ยนเยว่และเย่จือชิวเองก็ปรายตามองไป๋เทียนเอ๋อร์ครู่หนึ่งแต่ก็มิได้เอ่ยสิ่งใด พวกนางหันหลังเดินจากไปทันทีพลางดึงรั้งหยวนลั่วให้ตามไปด้วย
.
.
.
สตรีร่างระหงในอาภรณ์หรูหราเยื้องย่างเข้าสู่ปราสาทราชวังเซี่ยนอย่างสง่าผ่าเผย เส้นผมสีดำขลับยาวสลวยพาดระบ่ามาถึงทรวงอก ประดับด้วยปิ่นปักผมอันวิจิตร ใบหน้ารูปหัวใจของนางแฝงไว้ด้วยความจัดจ้านและเป็นผู้ใหญ่ ดวงตากลมโตทั้งสองข้างประดับด้วยอายแชโดว์สีแดงเพลิงที่หางตา ขับเน้นความลึกลับเย้ายวน สันจมูกโด่งรั้นและริมฝีปากอิ่มเอิบสีแดงสดนั้นชวนให้ผู้คนสยบแทบเท้า
แม้ร่างของนางจะดูเล็กบางทว่ากลับแผ่ซ่านไปด้วยความสง่างามและเปี่ยมเสน่ห์ นางสวมชุดราตรีเกาะอกสีทองรัดกุมที่ช่วยขับเน้นช่วงลำคอระหง ไหล่ลาดมน และผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะบริเวณทรวงอก แม้ความอวบอิ่มจะมิได้ยิ่งใหญ่นัก แต่ท่วงท่าการเดินและส่วนเว้าส่วนโค้งของนางก็นับได้ว่าไร้ที่ติประหนึ่งสตรีชนชั้นสูงที่ผ่านการอบรมมาอย่างดีเลิศ
“โอ้? ในที่สุดเจ้าก็กลับมาเสียทีนะ ฉางเยว่”
เซี่ยนฉางเยว่เอ่ยถามเซี่ยนเฟิงและสือชิงจวงอย่างตรงไปตรงมา “เกิดอะไรขึ้นในแดนร้างกันแน่ ท่านพี่ ท่านพี่สะใภ้? พวกท่านไปเอาข่าวเรื่องผู้บำเพ็ญจากโลกเบื้องบนในดินแดนนั้นมาจากที่ใดกัน?”
เซี่ยนเฟิงไม่รอช้า รีบบอกเล่าเรื่องราวของจางเฟยให้น้องสาวฟัง ทว่าเขาก็ยังคงสงวนความลับบางอย่างไว้ มิได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องเนวี่สี่แก่นพลังและสามวิญญาณ “เขาใช้ชีวิตอยู่ในดินแดนนั้นมาหลายเดือนก่อนจะเดินทางมายังที่นี่ เขาจึงคุ้นเคยกับสถานการณ์ที่นั่นเป็นอย่างดี คราแรกข้าเองก็คลางแคลงใจ แต่ดูแล้วเขาไม่มีเหตุผลอันใดที่ต้องมุสาวกับเรา ข้าจึงรีบติดต่อให้เจ้ากลับมาทันที”
“จางเฟยอยู่ที่ไหนในตอนนี้? ข้าพบเขาได้หรือไม่? ข้าอยากจะถามเรื่องดินแดนนั้นจากเขาด้วยตัวเอง”
“เขากำลังมุ่งหน้าไปยังหอคอยดาราพร้อมกับพวกลูกๆ และคณะเดินทางจากสำนักของเรา” คำตอบของสือชิงจวงทำให้เซี่ยนฉางเยว่ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ เพราะระดับพลังของจางเฟยนั้นดูจะต่ำต้อยเกินกว่าจะท้าทายหอคอยแห่งนั้น ซึ่งเต็มไปด้วยผู้บำเพ็ญระดับกึ่งเทพ (Quasi-Divine) ขึ้นไป “เขายังเยาว์นัก และระดับพลังบำเพ็ญก็ยังห่างไกลจากพวกเรามาก แต่เขาหาใช่ผู้บำเพ็ญธรรมดาไม่ พี่ชายของเจ้าได้ทดสอบฝีมือกับเขาด้วยตัวเองมาแล้ว และเขาสามารถซัดท่านพี่ของเจ้าจนถอยร่นได้เพียงการโจมตีเดียว”
“โอ้?” เซี่ยนฉางเยว่เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ “ต่อให้ท่านพี่จะไม่ได้ใช้พลังบำเพ็ญเต็มที่ แต่มันก็แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้บำเพ็ญในระดับสิบขอบเขตมนุษย์จะทำให้ท่านพี่ถอยหลังได้”
“นั่นคือความจริง” ทั้งสองพยักหน้ายืนยัน “เพราะเหตุนี้ข้าจึงอยากดึงเขามาเป็นพวกเรา แต่มันมิใช่เรื่องง่ายเลย โดยเฉพาะการที่เขามักจะรักษาระยะห่างจากเรา ข้าจึงขอให้เสวียนอู่และเซี่ยนฉินช่วยสร้างความสัมพันธ์กับเขา ซึ่งตอนนี้สถานการณ์ก็เริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซี่ยนฉางเยว่ก็มองดูพี่ชายและพี่สะใภ้ด้วยสายตาเคลือบแคลง “อย่าบอกนะว่าพวกท่านคิดจะจับคู่หลานสาวของข้ากับชายผู้นี้?”
“ฮ่าๆ” เซี่ยนเฟิงหัวเราะร่า “จนถึงทุกวันนี้เซี่ยนฉินยังไม่มีคนรัก และข้าก็เห็นว่าพวกเขาทั้งคู่ดูจะมีใจให้กัน ข้าจึงคิดว่ามันคงจะดีไม่น้อยหากพวกเขาจะได้ครองคู่กัน”
สือชิงจวงพยักหน้าเห็นพ้องกับสามี “อันที่จริง จางเฟยเป็นผู้บำเพ็ญคู่ (Dual Cultivator) และเขาก็มีภรรยาอยู่ข้างกายหลายคนแล้ว ทว่าลูกๆ ของเราบอกว่าความสัมพันธ์ของพวกเขานั้นกลมเกลียวนัก ทั้งหมดอาศัยอยู่ร่วมกันในจวนทางตอนใต้สุดของอาณาจักร”
“หือ?” คำสารภาพของสือชิงจวงทำเอาเซี่ยนฉางเยว่อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ก่อนที่นางจะแผดเสียงใส่ทั้งคู่ “พวกท่านบ้าไปแล้วหรือ? เหตุใดจึงอยากให้เซี่ยนฉินไปตกร่องปล่องชิ้นกับผู้บำเพ็ญคู่ที่มีเมียเก็บไว้เป็นโขยงเช่นนั้น! มิหนำซ้ำเขายังเด็กกว่าหลานสาวของข้ามาก แถมหัวนอนปลายเท้าก็ไม่ชัดเจน ข้าไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเหตุใดพวกท่านถึงไว้วางใจเขาถึงขั้นจะยกลูกสาวให้!”
“สำหรับผู้บำเพ็ญอย่างเรา อายุเป็นเพียงตัวเลขเท่านั้น” เซี่ยนเฟิงจ้องมองน้องสาวพลางขมวดคิ้ว “ข้าเข้าใจในความกังวลของเจ้า แต่ข้ามั่นใจว่าหากเจ้าได้พบเขาและเหล่าภรรยาของเขา ความคิดของเจ้าจะต้องเปลี่ยนไปแน่นอน”
“ท่านอาจจะเป็นจักรพรรดิที่ดี แต่ข้าสัมผัสได้ว่าท่านไม่ใช่พ่อที่ดีเลย” เซี่ยนฉางเยว่กล่าวพร้อมกับส่ายหน้าอย่างอ่อนอกอ่อนใจ “ไม่ว่าเขาจะอัจฉริยะเพียงใด แต่บุรุษเจ้าชู้ประตูดินเช่นนั้นก็ไม่คู่ควรที่จะมาเป็นสามีของหลานข้า!”
“เช่นนั้นเหตุใดเจ้าไม่ลองไปที่หอคอยดาราดูเล่า?” สือชิงจวงเอ่ยถามพลางสังเกตปฏิกิริยา “ในเมื่อเจ้าไม่เชื่อพวกเรา เจ้าก็ไปพบจางเฟยที่นั่นเพื่อพิสูจน์ด้วยตาตนเองเสียเลยเป็นอย่างไร”
“ก็ได้ ข้าจะไปที่หอคอยนั่นเดี๋ยวนี้แหละ!” สิ้นคำ เซี่ยนฉางเยว่ก็จากไปอย่างเร่งรีบ นางทะยานขึ้นสู่เวหาด้วยสมบัติบินมุ่งหน้าสู่ใจกลางดินแดนทันที
“เหตุใดเจ้าถึงให้ฉางเยว่ไปพบจางเฟยล่ะยอดรัก?” เซี่ยนเฟิงถามด้วยความสงสัย
สือชิงจวงคลี่ยิ้มบางๆ “ฉางเยว่เองก็ไม่เคยใกล้ชิดบุรุษใดมาก่อน และนางก็งดงามไม่แพ้ลูกสาวของเราเลยมิใช่หรือ”
“นี่เจ้าจงใจส่งนางไปเพื่อให้ใกล้ชิดกับจางเฟยงั้นรึ?”
สือชิงจวงพยักหน้ารับ “ลูกๆ บอกเราแล้วว่าความสัมพันธ์ของจางเฟยกับเหล่าภรรยานั้นช่างพิเศษและไม่ธรรมดา ดังนั้นหากฉางเยว่จะตกหลุมรักเขาไปด้วยอีกคน มันก็คงไม่เสียหายอะไรจริงไหม?”
“ข้าเข้าใจแล้ว” เซี่ยนเฟิงพยักหน้าอย่างเห็นภาพ “แต่น่าเสียดายที่ฉางเยว่นั้นต่างจากลูกสาวของเรา ข้าจึงไม่ค่อยมั่นใจนักว่านางจะยอมสยบให้จางเฟยได้ง่ายๆ”
“ใครจะไปรู้ล่ะ?” สือชิงจวงยักไหล่ “ปล่อยให้ฉางเยว่ไปพบจางเฟยก่อน แล้วเราค่อยมารอดูผลลัพธ์กัน”
เซี่ยนเฟิงพยักหน้าพลางพยุงภรรยาให้ลุกขึ้น “ไปกันเถอะ เราต้องเริ่มเตรียมการสำหรับการประชุมระหว่างอาณาจักรได้แล้ว”
.
.
.
===
[ติ้ง!]
[ภารกิจประจำวัน: ดูดซับปราณ 100,000 หน่วย]
[สถานะ: สำเร็จ]
[รางวัล: 1,000 เหรียญทองแดง ส่งเข้าคลังเก็บของเรียบร้อยแล้ว]
===
[ภารกิจประจำวัน: สังหารอสูรหรือสัตว์อสูรระดับปฐพีขึ้นไป 500 ตัว]
[สถานะ: สำเร็จ]
[รางวัล: กล่องของขวัญรายวัน x1 ส่งเข้าคลังเก็บของเรียบร้อยแล้ว]
===
“เหตุใดเจ้าถึงมาที่นี่กะทันหันเช่นนี้ล่ะ หลงเอ๋อร์?” ซางอิงเยว่เอ่ยถามทันทีที่จางเสี่ยวหลงและซางเหยาหลินก้าวเข้ามาในห้องทำงานของนาง
จางเสี่ยวหลงไม่รอช้า รีบยิงคำถามทันที “ศิษย์พี่ ท่านพอจะรู้อะไรเกี่ยวกับ ‘เขตแดน’ (Domain) บ้างหรือไม่?”
“รู้สิ” ซางอิงเยว่พยักหน้า “แต่ข้าเองก็ไม่รู้วิธีที่จะบรรลุเขตแดน ดังนั้นข้าจึงอธิบายรายละเอียดให้เจ้าฟังไม่ได้มากนัก หากเจ้าสนใจจะเรียนรู้ เจ้าสามารถรอถามท่านอาจารย์ของข้าได้เมื่อท่านเดินทางมาถึงในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า ท่านคือหนึ่งในผู้ใช้เขตแดนที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่ง”
“เขตแดนของท่านผู้อาวุโสหุนตี้ เกี่ยวข้องกับวิญญาณใช่หรือไม่?”
ซางอิงเยว่ตอบกลับทันที “ท่านอาจารย์มีถึงสองเขตแดน หนึ่งในนั้นเกี่ยวข้องกับวิญญาณเนื่องจากท่านเป็นผู้บำเพ็ญวิญญาณ ส่วนอีกเขตแดนหนึ่งเกี่ยวข้องกับธาตุพิษของท่าน อันที่จริง ศิษย์พี่เหลียงเหรินและตัวข้าเองก็เคยพยายามเรียนรู้วิธีใช้เขตแดนมาก่อน แต่พวกเราไม่เคยสร้างมันขึ้นมาได้เลย จนตัดสินใจล้มเลิกไปหลังจากพยายามอยู่นานหลายปี”
จางเสี่ยวหลงถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง “การเรียนรู้เรื่องเขตแดนมันยากเย็นปานนั้นเชียวหรือ?”
“การสร้างเขตแดนนั้นยากยิ่งกว่าการสร้างตราประทับวิญญาณเสียอีก” ซางอิงเยว่ถามย้ำ “เหตุใดเจ้าถึงสนใจเรื่องเขตแดนขึ้นมาล่ะ?”
“ฮ่าๆ” จางเสี่ยวหลงหัวเราะก่อนจะตอบ “ท่านพ่อเคยบอกข้าว่าเขตแดนนั้นมีคุณสมบัติมากมาย หนึ่งในนั้นคือการเพิ่มประสิทธิภาพของความสามารถเราขณะที่อยู่ในเขตแดน ในเมื่อระดับพลังของข้ายังอยู่ที่ระดับปฐพี ข้าคิดว่าเขตแดนจะมีประโยชน์มาก โดยเฉพาะยามที่ต้องเผชิญกับศัตรูที่รุมล้อม”
“ข้าเข้าใจแล้ว” ซางอิงเยว่พยักหน้า “เขตแดนมีประโยชน์มหาศาลจริงๆ ยามต้องสู้กับศัตรูจำนวนมาก เพราะในเขตแดนเราคือผู้ควบคุมทุกสิ่งอย่างสมบูรณ์ ทว่ามันก็หาได้สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ผู้บำเพ็ญคนอื่นยังสามารถหาวิธีแก้ทางได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีความสามารถตรงข้ามกัน เช่น แสงและเงา หรือไฟและน้ำ ดังนั้นเจ้ายังต้องระวังความสามารถของคู่ต่อสู้ให้ดี อย่าพึ่งพาแต่เขตแดนเพียงอย่างเดียว มิเช่นนั้นเจ้าจะเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเสียเอง”
“ข้าเข้าใจแล้วศิษย์พี่ ถ้าเช่นนั้นข้าจะรอถามท่านผู้อาวุโสหวนตี้ตอนที่ท่านมาถึง แต่ตอนนี้ข้าต้องเร่งบรรลุระดับแก่นวิญญาณขั้นสมบูรณ์ก่อนจะข้ามไปสู่ระดับวิญญาณปฐพีให้ได้ภายในสองสัปดาห์ มิเช่นนั้นท่านอาจจะไม่อยากพบข้า” จางเสี่ยวหลงกล่าวจบก็พาซางเหยาหลินเดินออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้ซางอิงเยว่ได้แต่มองตามด้วยความฉงน
นางส่ายหน้าเบาๆ หลังจากพวกเขาลับสายตา “ท่านอาจารย์น่ะหรือจะไม่ยอมพบหลงเอ๋อร์... ศิษย์พี่ใหญ่จงใจตั้งเป้าหมายให้เขาสินะ”
เมื่อกลับมาถึงห้อง มู่หรงเชียนอิ่งรออยู่ก่อนแล้ว ดวงตาของนางจ้องมองจางเสี่ยวหลงอย่างไม่ละสายตา โดยเฉพาะช่วงล่างของเขา ชายหนุ่มเพียงยิ้มมุมปากและแอบเปิดใช้งาน ‘เสน่ห์ปีศาจขั้นสูง’ ใส่โดยมิได้ปริปากพยากรณ์ ก่อนจะพาซางเหยาหลินเข้าห้องน้ำไปรื่นรมย์กับช่วงเวลาส่วนตัว
มู่หรงเชียนอิ่งที่อยู่ในสภาวะรุ่มร้อนมาตลอดสัปดาห์ ยิ่งสติกระเจิงหนักขึ้นเมื่อเสียงครวญครางของลูกสาวดังแว่วเข้าหู จางเสี่ยวหลงยังคงแผ่ซ่านเสน่ห์ปีศาจใส่นางอย่างต่อเนื่อง แม้จิตใจของนางจะเข้มแข็งพอที่จะยับยั้งชั่งใจได้ทว่ามันก็เริ่มจะถึงขีดจำกัด นางมักจะรีบหนีออกจากห้องทันทีที่เริ่มรู้สึกว่าความร้อนรุ่มนั้นเข้าครอบงำ
ความจริงแล้วมู่หรงเชียนอิ่งอยากจะกลับไปยังดินแดนของตนเองนัก แต่ภาพของจางเสี่ยวหลงกลับวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมหายไป นางกังวลว่าสามีจะล่วงรู้ความจริง จึงตัดสินใจกบดานอยู่ในแดนร้างต่อไป ‘ชิ! เจ้าเด็กนั่นจงใจใช้เทคนิคบำเพ็ญคู่กับข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่กลับทำเมินเฉย แถมนังใช้เหยาหลินมาสุมไฟในตัวข้าอีก!’
เช่นเคย มู่หรงเชียนอิ่งรีบออกไปจากห้องเพื่อสงบสติอารมณ์ โดยหารู้ไม่ว่าจางเสี่ยวหลงคอยเฝ้าสังเกตจุดที่นางซ่อนตัวอยู่เสมอ
.
.
.
หลังจากทะยานผ่านนภากาศนานหลายชั่วโมง ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงบริเวณหอคอยดารา ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือนิมิตอันตระการตา นาวาเวหาจำนวนมหาศาลต่างมุ่งหน้าสู่จุดหมายเดียวกัน
“นั่นคือนามนาวาเวหาจากอาณาจักรยวิ๋น” เซี่ยนเซี่ยนฉินชี้ชวนให้จางเฟยมองดูนาวาสีครามสลักลายเมฆาอันวิจิตร “เสด็จแม่บอกข้าว่าท่านลุงยวิ๋นส่งยวิ๋นชิ่งห่าวและยวิ๋นซินเยว่มา พร้อมกับเหล่าศิษย์จากสำนักจักรพรรดิยวิ๋นหลายกลุ่ม”
“ดูเหมือนสำนักจักรพรรดิยวิ๋นจะดูสงบเรียบร้อยกว่าสำนักจักรพรรดิเซี่ยนนะ” จางเฟยเอ่ยพลางสังเกตความแตกต่าง ซึ่งเซี่ยนเซี่ยนฉินก็มิได้โต้แย้ง “เกิดอะไรขึ้นกันแน่? เหตุใดสำนักของเจ้าถึงดูวุ่นวายนัก พวกเรามาพร้อมกับกลุ่มอื่นๆ แต่กลับบินแยกกันเช่นนี้”
“ปัญหาในสำนักของเราเกี่ยวข้องกับท่านลุงใหญ่ แต่ข้ายังไม่อยากพูดถึงมันในตอนนี้ ไว้คราวหน้าข้าจะเล่าให้ฟัง” เซี่ยนเซี่ยนฉินเปลี่ยนเรื่องพลางชี้ไปที่นาวาเวหาลำอื่น “ลำสีดำนั่นคือคณะจากอาณาจักรหวงฝู เจ้าควรจะจำผู้นำของพวกเขาได้นะ หวงฝูเหลียนไงล่ะ”
“อืม” จางเฟยกระตุกยิ้มบางเมื่อเห็นหวงฝูเหลียนยืนตระหง่านอยู่หน้าเรือ ทว่าสายตาของเขากลับไปสะดุดเข้ากับนาวาอีกสองลำ “ถ้าข้าเดาไม่ผิด ลำสีขาวนั่นคืออาณาจักรไป๋ และลำสีเขียวคืออาณาจักรโจว”
“ผู้นำกลุ่มจากอาณาจักรไป๋คือองค์ชายใหญ่ ไป๋ฉงซี พลังของเขาอยู่ที่ระดับเทพข้ามพ้น 2 จันทรา ส่วนบุรุษและสตรีที่อยู่เบื้องหลังคือองค์ชายรองไป๋เหรินฝูและองค์หญิงไป๋โซ่วอี้ พลังอยู่ที่ระดับเทพข้ามพ้น 1 จันทราและระดับกึ่งเทพ” จางเฟยหรี่ตามองคนทั้งสาม ทว่าเซี่ยนเซี่ยนฉินกลับอุทานขึ้นมา “เอ๊ะ? ข้าไม่นึกเลยว่าจักรพรรดิโจวจะส่งโจวถงบุตรชายคนโตมาด้วยตัวเอง”
“โจวถง?” เม่ย (Mei) รีบแสดงข้อมูลของชายผู้นั้นขึ้นมาทันที “เขาคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาคนพวกนี้สินะ? ระดับพลังถึงขั้นเทพข้ามพ้น 5 จันทราเลยทีเดียว”
“หากพูดถึงความแข็งแกร่งโดยรวม อาณาจักรหวงฝูอาจจะดูเหนือกว่า แต่ถ้าเป็นรุ่นเยาว์ อาณาจักรโจวนั้นแข็งแกร่งที่สุด และโจวถงก็คือผู้นำของพวกเขา” เซี่ยนเซี่ยนฉินชี้ไปยังผู้ติดตามเบื้องหลัง “จักรพรรดิโจวมีลูกเป็นโหล แต่มีเพียงไม่กี่คนที่โดดเด่น ชายสองคนทางซ้ายคือพี่น้องต่างแม่ โจวฟางและโจวไท่ พลังอยู่ที่ระดับ 1 และ 2 จันทรา ส่วนสตรีทางขวาคือโจวเม่ยหลิง พลังระดับ 1 จันทรา”
“ข้าเข้าใจแล้ว” จางเฟยขมวดคิ้วฉับเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสังหารสองสายที่ล็อคเป้ามายังเขา เขาพยายามสืบหาต้นตอจนไปหยุดอยู่ที่นาวาเวหารูปมังกร และระบุตัวตนผ่านระบบสแกนได้ทันที ‘หลงเทียนกับหลงเฉินสินะ? คงเป็นลูกของหลงหวงและหลงไป๋ยวิ๋น พ่อแม่พวกมันคงบอกเรื่องของข้าให้รู้แล้วสินะ’
“เฮ้ ดูนาวาสองลำนั้นสิ!” เสียงตะโกนของหยวนลั่วดึงความสนใจของทุกคนไปยังเรือเหาะอีกสองลำ “นั่นคือกลุ่มจากอาณาจักรปีศาจทั้งสอง พวกมันทั้งทรงพลังและโหดเหี้ยม เราต้องระวังให้มากและรีบหลบไปให้พ้นหากเจอพวกมันในบททดสอบการเอาชีวิตรอดและเขาวงกต”
จางเฟยเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจที่ไม่มีใครบอกเรื่องนี้มาก่อน “โอ้? แสดงว่าเราต้องเจอพวกมันในบททดสอบด้วยงั้นหรือ? แบบนี้ไม่ลำบากแย่หรือไง?”
“ลำบากแน่” เซี่ยนเสวียนอู่พยักหน้าตอบ “แต่เจ้าไม่ต้องกังวลเกินไป เพราะพลังบำเพ็ญจะถูกจำกัดเมื่อเข้าสู่การทดสอบทั้งสอง ทว่าพวกมันก็ยังแข็งแกร่งกว่าเจ้าอยู่ดี เพราะขีดจำกัดนั้นอยู่ที่ระดับกึ่งเทพ”
“ระดับกึ่งเทพงั้นหรือ?” จางเฟยปรายตาไปทางซีเหมินชุยเสวี่ยที่กำลังกำหมัดแน่น ‘พี่ซีเหมิน ระงับความโกรธไว้ก่อน มิเช่นนั้นพวกมันจะรู้ตัวตนของท่าน’
ซีเหมินชุยเสวี่ยสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับ ‘ซีเหมินฉางเทียนและซีเหมินกงฟู่! ข้าจะชำระแค้นด้วยการสังหารลูกๆ ของพวกเจ้าให้สิ้น!’
ความสนใจของจางเฟยถูกเบี่ยงเบนไปยังนาวาเวหาลำสุดท้ายที่ลอยอยู่ด้านหลังกลุ่มเผ่าอสูร เขาคลี่ยิ้มออกมาเมื่อเม่ยเปิดเผยตัวตนของพวกเขาทั้งหมด ‘นั่นคือเผ่าพันธุ์แห่งพฤกษาพรรณสินะ... ข้าจะลองหาทางเข้าหาพวกเขาทีหลัง เพื่อที่ข้าจะได้เข้าไปยังอาณาจักรของพวกเขาได้’
ในเวลาไม่นาน นาวาเวหาทั้งหมดก็ร่อนลงจอดด้านนอกม่านพลังที่คุ้มครองหอคอยดารา ผู้อาวุโสของแต่ละกลุ่มต่างนำสมาชิกของตนก้าวลงจากเรือ
ต่างจากคนอื่นๆ ที่ดูตื่นเต้นเร้าใจและกระหายที่จะท้าทายหอคอย จางเฟยยังคงนิ่งสงบและเฝ้าสังเกตเหล่าศัตรูที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต โดยเฉพาะพวกจากหวงฝู, โจว, ไป๋ และอาณาจักรปีศาจทั้งสอง
โดยไม่เสียเวลา เหล่าผู้อาวุโสต่างนำป้ายคำสั่งออกมาและพาสมาชิกมุ่งหน้าเข้าสู่เขตหอคอยดาราผ่านทางเข้าที่เปิดออกบนม่านพลัง...
- โปรดติดตามตอนต่อไป -
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.