Chapter 1257
1257 / 1340
6 min read
Chapter 1257, Insanity
Published Apr 8, 2026, 02:37 PM
**บทที่ 1257: ความวิปลาส**
[วิปลาสสิ้นดี!]
สองจักรพรรดิต่างเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อหู จักรพรรดิมารผู้นี้ไม่เพียงแต่โอหังจนเกินทน แต่ยังก้าวข้ามขีดจำกัดแห่งความบ้าคลั่งไปไกลโข
ทั้งสองเร่งประสานอินในทันที
“ขนนกเหยี่ยวโปรยปราย!”
“วิญญาณล่องหน!”
สิ้นเสียงพึมพำ พญาอินทรีสีทองก็แผ่รัศมีเจิดจรัส ขนจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานออกไปทุกทิศทาง พร้อมกับฝูงวิญญาณที่แผดเสียงโหยหวนปลดปล่อยภาพมายาสีเทาออกจากปาก
แรงกดดันจากตราประทับจักรพรรดิของทั้งสองเริ่มสั่นคลอนและจางลง ในขณะที่พวกเขามองหาลู่ทางหลบหนี
จ้าวเฉินแค่นเสียงหัวเราะเยาะ “หึ เจ้ามาเล่นกลปาหี่กับผิดคนแล้ว”
“มังกรปีศาจกลืนกิน!”
เพียงเขาสะบัดมือด้วยความเร็วสูง มังกรสีทมิฬก็ปรากฏกายขึ้นก่อนจะกลายสภาพเป็นหมอกดำอันน่าสะพรึงกลัว กลืนกินทั้งขนนกและภาพมายาเหล่านั้นจนสิ้นซาก
อั่ก!
สองจักรพรรดิถึงกับตัวแข็งทื่อ ร่างกายสั่นสะท้าน ความหวังที่จะหลบหนีมลายหายไปในพริบตา เมื่อมองดูพลังงานสีดำที่กำลังหมุนวนกักขังพวกเขาไว้ ทั้งสองก็อดไม่ได้ที่จะเผยสีหน้าเคร่งเครียด
จ้าวเฉินหัวเราะร่า “จักรพรรดิเหยี่ยว จักรพรรดิวิญญาณ พวกเจ้ามันก็แค่เบี้ยล่าง ยอมจำนนแล้วกลายเป็นอาหารเสริมพลังฝึกตนให้ข้าเสียดีๆ ถือเป็นเกียรติที่ได้มีส่วนร่วมในก้าวย่างสู่ระดับราชันของข้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า...”
“ห้วงอเวจี!”
เสียงคำรามของจ้าวเฉินดังกึกก้อง สายธารหมอกดำทะลักทลายกลบกลืนผืนฟ้าจนมืดมิด สองจักรพรรดิต่างตัวสั่นสะท้านภายใต้แรงกดดันอันมหาศาล
“น-นั่นมันอะไรกัน? ทำไมข้าถึงรู้สึกอ่อนแรงและเจ็บปวดเช่นนี้...”
“ม-มันกำลังแทรกแซงตราประทับของเรา...”
จักรพรรดิวิญญาณสบถด่า “จักรพรรดิมาร เจ้าทำบ้าอะไรกับตราประทับของพวกข้ากันแน่!”
จ้าวเฉินยักไหล่ “ก็ไม่เท่าไหร่หรอก แค่กำลังรีดเค้นพลังของพวกมันออกมา พอข้าทำเสร็จ ตราพวกนี้ก็จะแตกสลาย และพวกเจ้าก็จะมอดไหม้ไปพร้อมกับมัน ฮิ ฮิ ฮิ...”
“อะไรนะ!”
จักรพรรดิทั้งสองตื่นตระหนกจนขีดสุด มือที่สั่นเทาเร่งประสานอินเพื่อหวังปลดปล่อยตราประทับแต่ทว่าสายเกินไป ในยามที่พลังชีวิตของพวกเขากำลังเหือดแห้ง พลังของจ้าวเฉินกลับยิ่งแกร่งกล้าขึ้น ราวกับชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
ร่างของทั้งสองทรุดลงกับพื้นด้วยความทรมาน ชีวิตถูกสูบออกจากร่างอย่างช้าๆ
จ้าวเฉินสัมผัสได้ถึงพลังที่พุ่งพล่านในกาย เขาแสยะยิ้มด้วยความคลุ้มคลั่ง หลับตาลงเพื่อดื่มด่ำกับห้วงเวลานั้น
[เคล็ดวิชาของระดับราชันช่างเหนือล้ำจริง ๆ แค่ข้าเพียรฝึกฝนต่อไป อีกไม่นานข้าจะครองโลกแห่งนี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า...]
กรี๊ด—!
เสียงร้องแหลมดังขึ้นจากที่ใดไม่ทราบแน่ชัด ก่อนที่ร่างสีน้ำตาลขนาดมหึมาจะปรากฏตัวขึ้น มันพุ่งชนหมอกดำจนเกิดรูโหว่ขนาดใหญ่ และใช้กรงเล็บตะปบเอาวิญญาณและพญาอินทรีออกมา
“ทำได้ดีมาก เจ้าตัวน้อย”
เมื่อได้รับอิสระ จักรพรรดิเหยี่ยวก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชมสัตว์อสูรคู่ใจ
จักรพรรดิวิญญาณดวงตาเป็นประกาย “นั่นสัตว์วิญญาณของเจ้าหรือ? มาได้ถูกเวลาจริง ๆ!”
“รีบเอาจิตสัมผัสตราประทับคืนมาแล้วหนีไป!”
ทั้งสองประสานอินพร้อมกัน
วูบ—!
ตราประทับแปรเปลี่ยนเป็นแสงสีทองไหลเข้าสู่ร่าง ทำให้พวกเขารู้สึกหายใจคล่องขึ้น
จ้าวเฉินเห็นพญาอินทรีย์สีน้ำตาลกำลังโฉบพาเหยื่อหนีไปก็ขบกรามแน่นด้วยจิตสังหาร “ไอ้พวกนกกระจอก! พวกเจ้าตาย!”
“ฝ่ามือปีศาจ!”
ตูม!
ฝ่ามือยักษ์ขนาดร้อยเมตรพุ่งเข้าหาอินทรีย์ตัวนั้น มันพยายามจะหลบแต่ก็ช้าไป ฝ่ามือทมิฬคว้าหมับเข้าที่ร่างของมัน พลังงานมืดกัดกินร่างจนมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา
ฟู่...
[จักรพรรดิมารกำลังฝึกวิชาอะไรกันแน่? น่าสยดสยองเหลือเกิน]
จ้าวเฉินเรียกมังกรกลับเข้าสู่ร่างพลางเค่นเสียง “ถึงมันจะช่วยพวกเจ้าไว้ได้ แต่มันก็ช่วยได้แค่นี้ล่ะนะ หึ...”
เขาทะยานร่างตามสองจักรพรรดิไปติด ๆ ฝ่ายหลังไม่รอช้า เร่งหนีสุดชีวิตโดยไม่สนใจสิ่งใด
[จักรพรรดิมารเป็นบ้าไปแล้วหรือไร? เหตุใดถึงตกต่ำได้ถึงเพียงนี้!]
เสียงฝ่ามือที่แหวกอากาศดังมาจากด้านหลัง “ฮ่า ฮ่า ฮ่า! พวกเจ้าคิดว่าจะหนีข้าพ้นด้วยความเร็วแค่นี้หรือ? โง่เขลาจริง ๆ!”
“เหตุใดมันถึงเร็วเช่นนี้? ราวกับเป็นคนละคน...” จักรพรรดิเหยี่ยวแผดร้อง
ในจังหวะนั้น จักรพรรดิวิญญาณอาศัยจังหวะเผลอ ซัดฝ่ามือเข้าที่ไหล่ของจักรพรรดิเหยี่ยว “ขอโทษด้วยพี่เหยี่ยว ข้าจะจดจำท่านไว้ และจะแก้แค้นให้ท่านในภายหลัง!”
ปัง!
จักรพรรดิเหยี่ยวเซถลาและถูกจ้าวเฉินคว้าลำคอไว้ได้
“ไอ้คนสารเลว! เจ้าใช้ข้าเป็นเหยื่อล่อ เจ้าไม่ตายดีแน่!” จักรพรรดิเหยี่ยวคำรามก้อง ในขณะที่จักรพรรดิวิญญาณเร่งหนีหายไปไกล
จักรพรรดิวิญญาณกัดฟันแน่น พยายามปิดกั้นเสียงร้องของสหายที่ไล่หลังมา
[พี่เหยี่ยว ข้าขอโทษ แต่การที่ข้ามีชีวิตรอด ย่อมดีกว่าตายทั้งคู่ การเสียสละของท่านจะไม่สูญเปล่า]
วูบ!
จักรพรรดิวิญญาณหายลับไปในความมืด
ใบหน้าของจักรพรรดิเหยี่ยวบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น จ้าวเฉินบีบคอเขาแน่นขึ้น “มิตรภาพของพวกเจ้าช่างน่าประทับใจเสียจริง ฮิ ฮิ ฮิ...”
“จ-จักรพรรดิมาร ได้โปรดไว้ชีวิตข้าเถิด ข้ายอมทำทุกอย่าง...”
วูบ—!
จักรพรรดิเหยี่ยวถูกกลืนหายไปในม่านหมอกดำ เพียงไม่กี่นาทีผ่านไป หมอกก็สลายตัว ทิ้งไว้เพียงเถ้าถ่านที่ร่วงหล่นลงสู่พื้น
“หึ ยอมทำทุกอย่างงั้นหรือ? เจ้าคิดว่าข้าโง่ถึงขนาดเชื่อใจคนในกลุ่มแปดจักรพรรดิงั้นหรือ ฮ่า ฮ่า ฮ่า...”
จักรพรรดิมารหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เหล่ากองทัพที่เห็นชัยชนะต่างโห่ร้องด้วยความยินดี ทว่าจ้าวเฉินกลับสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ดูดกลืนชีวิตผู้คนหลายร้อยคนเข้าไปในหมอกดำ สลายกลายเป็นเถ้าถ่านต่อหน้าต่อตา
ผู้คนรอบข้างต่างตัวแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัว
จักรพรรดิมารตวาดลั่น “ไอ้พวกไร้ค่า! ไปสู้เสีย! ไปยึดดินแดนและเอาเชลยมาให้ข้าเพิ่ม ถ้าพวกมันไม่ได้เป็นวัตถุดิบให้ข้า พวกเจ้าก็ต้องเป็น เข้าใจหรือไม่!”
“ข-เข้าใจแล้ว จักรพรรดิมาร...” กองทัพสั่นสะท้านก่อนจะเร่งรุดหน้าต่อไป
ความตื่นเต้นหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความหวาดกลัวสุดขีด พวกเขาเคยสู้เพื่อชื่อเสียง แต่บัดนี้พวกเขาต้องสู้เพื่อเอาชีวิตรอดจากความหิวโหยที่ไม่สิ้นสุดของเจ้านาย
จ้าวเฉินแค่นยิ้มพลางแผดเสียงคำราม
จัวฟ่านที่เฝ้ามองจากระยะไกลได้แต่ส่ายหัว หลี่จิ้งเทียนหัวเราะเบา ๆ “พ่อบ้านจัว จักรพรรดิมารเริ่มเลอะเลือนแล้ว ถึงขนาดใช้คนของตัวเองมาเป็นเครื่องมือฝึกตน”
“เขาไม่ได้เลอะเลือน... แต่เขากำลังวิปลาส”
ดวงตาของจัวฟ่านทอประกาย “วิชาเปลี่ยนมารทำให้พลังเขาพุ่งสูงจนไร้สติสัมปชัญญะ เขาจะทำทุกอย่างเพื่อพลังอำนาจ เมื่อสวรรค์ประสงค์ให้ใครดับสูญ ย่อมบันดาลให้ผู้นั้นเสียสติไปก่อน ไม่นานหรอก ขุนเขาศักดิ์สิทธิ์คงได้มาเยือนเขาแน่ พวกเรารอเวลาที่เขาจะล่มสลายก็พอ”
หลี่จิ้งเทียนพยักหน้าเห็นด้วย
“ข่าวจากฝั่งมังกรว่าอย่างไรบ้าง?” จัวฟ่านถาม
หลี่จิ้งเทียนคำนับ “ยังไม่มีอะไรคืบหน้า พ่อบ้านจัว ท่านเองก็ใจร้อนเกินไปหรือไม่?”
“ไม่หรอก เพียงแต่ข้าต้องอดทนและรอจังหวะต่อไป...” จัวฟ่านกล่าวจบก็เดินจากไป
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.