Chapter 147
147 / 357
12 min read
Chapter 147: Mongrel.
Published Mar 11, 2026, 08:43 PM
บทที่ 147: พันธุ์ทาง
"แกพูดว่าอะไรนะ นังสารเลว?" เขาคำรามด้วยความโกรธ
"..." ทุกคนต่างตกอยู่ในความเงียบงันเมื่อได้ยินสิ่งที่จอห์นนี่พูดออกมา
"ผู้ชายคนนี้บ้าไปแล้วหรือเปล่า...?" ใครบางคนเอ่ยขึ้นด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ความคิดที่คล้ายกันนี้แล่นผ่านเข้ามาในจิตใจของทุกคนเช่นกัน พวกเขาแทบไม่เชื่อหูตัวเองกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน
"ไอ้หมาพันธุ์ทาง แกหูหนวกหรือไง?" รูบี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาแบบเดิม
จอห์นนี่คำรามออกมา ก่อนจะพูดว่า "ที่ฉันระมัดระวัง ก็เพราะเห็นแก่ตระกูลของเธอ..."
"จอห์นนี่ หยุดนะ!" เอ็ดดี้พยายามจะห้ามชายหนุ่ม แต่เขาก็ไม่ฟัง
จอห์นนี่กำหมัดแน่นและเหวี่ยงเข้าใส่ใบหน้าของรูบี้
ตูมมมม!
การโจมตีนั้นรุนแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น และแรงกระแทกทำให้บางจุดพังทลายจนฝุ่นตลบอบอวล
จอห์นนี่เผยรอยยิ้มกว้างเมื่อรู้สึกว่าการโจมตีของเขาเข้าเป้า เขาไม่สนด้วยซ้ำว่าเธอจะเป็นลูกสาวของท่านเคานต์หรือไม่ เขาจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขา
ศักดิ์ศรีของจ่าฝูงอัลฟ่า!
เมื่อฝุ่นจางลง รูบี้ยังคงยืนอยู่ที่เดิม ในท่าทางเดิม ผิวบนใบหน้าของเธอถูกปกคลุมด้วยเกราะน้ำแข็งบางๆ ที่ดูเหมือนเกราะใส
"ไม่น่าประทับใจเลย"
"!!!" จอห์นนี่รู้สึกเสียวสันหลังวาบเมื่อได้เห็นดวงตาสีแดงฉานดั่งโลหิตของรูบี้
"นังสารเลว—"
ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรออกมา ร่างกายทั้งร่างของเขาก็ถูกแช่แข็งและกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งไปในทันที!
"หยุดนะ!" เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นในคลับ
มือของรูบี้ที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งชะงักห่างจากหัวใจของจอห์นนี่เพียงไม่กี่นิ้ว
"!!!" เกิดอะไรขึ้น!? ทุกคนไม่เข้าใจเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น! ในเวลาไม่กี่วินาที สถานการณ์ทั้งหมดก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!
แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมั่นใจก็คือ ผู้หญิงคนนี้... เธอแข็งแกร่งมาก!
'ผู้หญิงคนนี้... เธอเหมือนแม่ของเธอไม่มีผิด!' แน่นอนว่าเอ็ดดี้คาดไว้แล้วว่าจะต้องเป็นแบบนี้ แม้ว่ารูบี้จะมีความอดทนมากกว่าสกาธัค แต่เธอก็ยังมีนิสัยเหมือนแม่ของเธออยู่ดี
รูบี้มองไปที่ผู้หญิงคนนั้น ดวงตาของเธอเปล่งประกายสีแดงเลือด:
"มาดาม คุมสุนัขของท่านให้ดี ฉันจะไม่ทนต่อการลบหลู่"
"คะ... ค่ะ" ชั่วขณะหนึ่ง มาดามรู้สึกหวั่นไหวกับสีหน้าไร้อารมณ์ของรูบี้
ใช่แล้ว... เช่นเดียวกับสกาธัค เธอไม่ยอมให้ใครมาดูหมิ่น ไม่ใช่แค่รูบี้เท่านั้นที่เป็นแบบนี้ ลูกสาวทุกคนของสกาธัคต่างก็มีศักดิ์ศรีที่แม่ของพวกเธอหล่อหลอมขึ้นมา และพวกเธอจะไม่ก้มหัวให้ใครทั้งสิ้น
นั่นคือเหตุผลหลักที่ตระกูลสการ์เล็ตเป็นที่หวาดเกรงอย่างมาก พวกเขาไม่กลัวที่จะก่อความขัดแย้งกับเผ่าพันธุ์อื่น พวกเขาเป็นตระกูลประเภทที่พร้อมจะจุดไฟเผาโลกทิ้งด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า
และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ พวกเขามีความสามารถที่จะทำเช่นนั้นได้จริงๆ
ลำพังแค่สกาธัคคนเดียวก็เหมือนกับระเบิดนิวเคลียร์เดินได้แล้ว ในขณะที่ลูกสาวของเธอทุกคนต่างก็ถูกมองว่าแข็งแกร่งตามมาตรฐานขุนนางแวมไพร์ทั่วไป
ในฐานะลูกรักของสกาธัค รูบี้ก็เป็นเช่นนั้น และเธอไม่กลัวที่จะก่อความขัดแย้ง แต่ต่างจากแม่ของเธอที่โจมตีทุกอย่างและทุกคน เธอคิดว่ามันเป็นเรื่องเสียเวลาที่จะไปยั่วโมโหใคร โดยเฉพาะในชุมชนแวมไพร์ด้วยกันเอง
แต่เธอก็รู้ดีว่าแวมไพร์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ละโมบและโอหัง พวกมันควบคุมยาก และจะมีแวมไพร์ที่เป็นศัตรูอยู่เสมอ
รูบี้เคยคิดหลายวิธีในการจัดการกับแวมไพร์ศัตรูเหล่านี้และวิธีที่จะนำพวกมันมาใช้ประโยชน์ แนวทางที่ดูมีความหวังที่สุดที่เธอวางแผนไว้คือการจับแวมไพร์ศัตรูมาเป็นทาสและใช้พวกมันเพื่อแผนการในอนาคต จากนั้นหากแวมไพร์ขัดขืน เธอจะเพียงแค่ทำลายเจตจำนงของพวกมันทิ้งเสีย
แวมไพร์เป็นอมตะและมีการฟื้นฟูร่างกายที่ยอดเยี่ยม พวกมันต้องการเลือดเพียงเล็กน้อยและสามารถทำงานได้หลายเดือน พวกมันเป็นเหมือนเครื่องจักรที่ไม่มีวันพัง เป็นแรงงานนิรันดร์
มันเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ง่ายดายเพื่อใช้จัดการกับศัตรู ทำไมถึงไม่มีใครเคยคิดเรื่องนี้มาก่อน? รูบี้ไม่เข้าใจเลย
ในมุมมองของเธอ การขัดแย้งกับแวมไพร์ก็แค่เป็นการลดจำนวนแรงงานที่มีศักยภาพซึ่งสามารถนำไปใช้ทำประโยชน์อย่างอื่นได้ในอนาคตเท่านั้น
แล้วเผ่าพันธุ์อื่นล่ะ? เธอไม่รังเกียจที่จะขัดแย้งด้วย แต่ถ้าเป็นไปได้ เธออยากจะหลีกเลี่ยงการสู้กับพวกแม่มด... แม่มดเป็นพวกที่จัดการได้ยุ่งยากเกินไป
"โชคดีนะ..." รูบี้ถอยห่างจากชายคนนั้นและมองไปที่มาดามด้วยดวงตาที่เป็นประกายอย่างดุร้าย "ผู้ชายคนนี้อ่อนแอเหมือนแมลง เขาไม่มีค่าพอให้ฉันสนใจด้วยซ้ำ แต่ถ้าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต..."
"ฉันสัญญาเลยว่า สถานที่แห่งนี้จะหายไปจากแผนที่โลก"
"...สการ์เล็ต... เธอมาทำอะไรที่นี่อีก?" ใบหน้าของมาดามกระตุกเล็กน้อย เธอทำเป็นเมินเฉยต่อสิ่งที่รูบี้พูด แต่เธอได้รับสารนั้นแล้ว เธอจะทำให้มั่นใจว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต
เธอรู้ว่าผู้หญิงบ้าคนนี้ไม่ได้พูดเล่น
"ฉันต้องการใช้บริการจากท่าน" รูบี้สะบัดผมไปด้านหลัง
"กรรร..." ทันใดนั้นทุกคนก็ได้ยินเสียงหมาป่าคำราม และตามมาด้วย:
"โฮกรรรรร!!"
ตูมมมม!
จอห์นนี่ทำลายน้ำแข็งที่แช่แข็งเขาออกมา ร่างกายของเขาดูเหมือนจะมีขนงอกออกมา และเขาดูแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก
รูบี้มองไปที่จอห์นนี่อีกครั้ง "โอ้? ที่แท้แกก็ไม่ใช่แค่หมาพันธุ์ทางธรรมดาๆ... แกเป็นจ่าฝูงของพวกมันสินะ?" เธอพูดขึ้นเมื่อเห็นดวงตาสีน้ำเงินสดใสของจอห์นนี่
'ไม่นึกเลยว่าจะมาเจออัลฟ่าในที่แบบนี้' รูบี้เผยรอยยิ้มเย็นชาออกมาเล็กน้อย
"นังสารเล—" ก่อนที่จอห์นนี่จะได้พูดอะไร เขาก็ได้ยินเสียงของผู้หญิงอีกคนหนึ่ง
"หมาป่าน้อย ฉันสงสัยจังว่าแกจะหายใจในอวกาศได้ไหม" นาตาเลียพูดด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน
"...?" จอห์นนี่มองไปที่นาตาเลีย แต่ก่อนที่เขาจะทันได้พูดหรือโต้ตอบอะไร ร่างของเขาก็ถูกคลุมด้วยพอร์ทัล
ทว่าก่อนที่จอห์นนี่จะตกลงไปในพอร์ทัลสู่ความเวิ้งว้างของอวกาศที่ว่างเปล่า พอร์ทัลนั้นก็แตกสลายไปเสียก่อน
"อารา..." นาตาเลียมองไปที่มาดามและเห็นว่ามือของเธอเปล่งประกายด้วยวงเวทย์หลายวง จากนั้นเธอก็มองไปรอบๆ และเห็นวงเวทย์จำนวนมากอยู่ทั่วคลับ
"ฉันบอกให้หยุดไง" มาดามพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนน่าขนลุก "ที่นี่คือเขตเป็นกลาง หากอยากจะสู้ ก็ไปสู้ที่อื่น"
นาตาเลียเมินเฉยต่อมาดามแล้วมองไปรอบๆ 'อาณาเขตของแม่มดสินะ' เธอคิด
อาณาเขตของแม่มดคืออะไร? ก็ตามชื่อของมัน มันคือพื้นที่ของพวกเธอ แม่มดเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถร่ายเวทย์ที่ซับซ้อนได้มากมาย และสถานที่ที่อันตรายที่สุดในการสู้กับแม่มดก็คือในอาณาเขตของพวกเธอนั่นเอง
เพราะพวกเธอสามารถสร้างเวทย์ที่ไม่รู้จักมากมายที่สามารถฆ่าหรือทำให้ผู้เหนือธรรมชาติคนไหนก็ได้หมดสภาพ การสู้กับแม่มดในอาณาเขตของเธอจะทำให้โอกาสพ่ายแพ้พุ่งสูงถึงกว่า 95%
ด้วยนิสัยแบบนี้เองที่ทำให้รูบี้ไม่ต้องการขัดแย้งกับพวกแม่มด พวกเขามันยุ่งยากเกินไป โดยเฉพาะราชินีของพวกเธอ
"สการ์เล็ต เธอไม่เห็นเหรอว่าเขาเป็นอัลฟ่า? เธอจะปล่อยให้เมดของเธอโจมตีเขาตั้งที่รู้ทั้งรู้เนี่ยนะ? เธออยากจะก่อสงครามหรือไง?"
"หืม? แล้วถ้าเขาเป็นอัลฟ่าแล้วจะทำไมล่ะ?"
"ฮะ?"
"แล้วถ้าเรื่องนี้จะทำให้เกิดสงครามแล้วมันยังไง?"
"เธอคิดว่าฉันสนเรื่องนั้นเหรอ?"
"..." มาดามและเอ็ดดี้ต่างเงียบกริบ
"ในมุมมองของฉัน เขาก็แค่หมาเปียกอีกตัว ไม่ได้ต่างอะไรจากราชาหมาป่าหรอก" รูบี้เดินตรงไปหามาดาม
"กรรร..." หมาป่าบางตัวที่ยืนอยู่แถวนั้นเริ่มมองรูบี้ด้วยจิตสังหาร พวกเขาไม่ยอมให้ใครมาดูหมิ่นราชาของตน
"..." รูบี้หยุดเดินเมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารจากหมาป่าทั้หมดที่อยู่ที่นั่น:
"...ครั้งหนึ่งเมื่อตอนฉันยังเด็ก แม่เคยสอนว่า: 'ลูกสาวเอ๋ย หากใครชักดาบเข้าใส่เจ้า เจ้าต้องทำลายล้างพวกมันให้สิ้นซาก ฆ่าศัตรู ฆ่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับศัตรู ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า! จำไว้! อย่าเหลือไว้แม้แต่คนเดียวเพื่อไปเล่าต่อ!'..." รูบี้พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่ทำให้ทุกคนหวาดผวา
'นั่นไม่ใช่คำสอนที่ควรเอามาสอนลูกสาวตัวเองนะ!' เอ็ดดี้อยากจะตะโกนออกมาดังๆ ในตอนนี้
"และฉันก็เก็บคำสอนเหล่านั้นไว้ในใจเสมอ..."
"พวกแกชักดาบเข้าใส่ฉันแล้ว บอกฉันมาสิ..." เสียงของรูบี้ทุ้มลึกและดูเหมือนปีศาจจนทำให้หมาป่าทุกตัวสั่นสะท้าน
เธอค่อยๆ หันหน้าไปมองหมาป่าทุกตัวด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า "พวกแก... พร้อมที่จะตายกันหรือยัง?" แรงกดดันมหาศาลเริ่มระเบิดออกมาจากร่างกายของรูบี้
อึก!
ทุกคน รวมถึงจอห์นนี่ ต่างลอบกลืนน้ำลายและไม่สามารถขยับตัวได้ ราวกับถูกกักขังอยู่ในบ่อแรงโน้มถ่วงมหาศาล พวกเขาสัมผัสได้ถึงไอเย็นแห่งความตายที่แล่นผ่านกระดูกสันหลัง
และในที่สุดพวกเขาก็สำนึกได้ว่า:
สัตว์ร้ายอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว!
รูบี้คือใคร? เธอคือลูกสาวของสกาธัค สการ์เล็ต และไม่ใช่ลูกบุญธรรมด้วย เธอเป็นลูกในไส้ของสกาธัค
แน่นอนว่าเธอไม่มีทางอ่อนแอ! ลูกในไส้ของแวมไพร์สาวที่แข็งแกร่งที่สุดจะอ่อนแอได้อย่างไร?
ดังคำกล่าวที่ว่า ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น รูบี้คือตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของคำกล่าวนั้น
"..." หมาป่าทุกตัว รวมถึงจอห์นนี่ ต่างถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"เป็นการตัดสินใจที่ฉลาด..." รูบี้เผยรอยยิ้มเล็กๆ ที่เห็นเขี้ยวแหลมคมของเธอ เธอหันหน้ากลับไปและเริ่มเดินอีกครั้ง พร้อมกับพูดขึ้นว่า:
"พวกแกโชคดีที่ฉันเป็นแวมไพร์ที่ใจดีขนาดนี้... ถ้าเป็นแม่ของฉันหรือสามีของฉัน สถานที่แห่งนี้คงกลายเป็นดินแดนที่ไร้สิ่งมีชีวิตไปแล้ว"
ฮะ...? ทุกคนคิดว่าหูฝาดไปกะทันหัน
ใครใจดีนะยัยผู้หญิงบ้า!? เธอไม่ได้ใจดีเลยสักนิด! เธอแม่มก็บ้าพอๆ กับแม่เธอนั่นแหละ! นี่เธอไม่รู้ตัวเลยเหรอ!?
เธอมองไปที่จอห์นนี่ "โดยเฉพาะแก ไอ้หมาพันธุ์ทาง วันนี้แกโชคดีมาก สามีของฉันเป็นคนที่หวงฉันมาก วินาทีที่แกแตะต้องตัวฉัน สิ่งที่รอแกอยู่จะไม่ใช่ความตาย... แต่จะเป็นการทรมานที่ยาวนานแสนสาหัสต่างหาก" เธอสะบัดผมไปด้านหลังและเดินต่อไป
'ถึงฉันจะไม่ต้องให้สามีมาจัดการขยะพวกนี้ก็เถอะ' รูบี้มีศักดิ์ศรีของเธอเอง และเช่นเดียวกับสกาธัคและวิกเตอร์ เธอจะไม่ทิ้งศัตรูไว้ให้คนอื่นจัดการ
"..." มาดามยิ้มกว้างเมื่อได้ยินรูบี้พูดว่า 'สามีของเธอสินะ?' เธอคิดว่านั่นเป็นข้อมูลที่ดีทีเดียว
เธอจินตนาการออกเลยว่าจะขายข้อมูลนี้ยังไง: 'ลูกสาวของสกาธัค สการ์เล็ต มีสามีแล้ว' เธอได้กลิ่นเงินลอยมาเลยทีเดียว
'แต่... ฉันต้องรู้ก่อนว่าสามีของเธอเป็นใคร'
ชั่วขณะหนึ่ง มาดามลืมไปเลยว่าปกติแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับคนที่พยายามขายข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลสการ์เล็ต และเมื่อเธอนึกขึ้นได้ ใบหน้าของเธอก็หมองลง เธอคิดว่า 'ช่างมันเถอะ ความเสี่ยงมันไม่คุ้มกัน'
เมื่อเห็นรูบี้เริ่มเดิน นาตาเลียก็เดินตามไปเงียบๆ พร้อมกับมองรูบี้ด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน:
"..." เมื่อได้ยินสิ่งที่รูบี้พูด ใบหน้าของจอห์นนี่บิดเบี้ยวและเริ่มแสดงสีหน้าที่ดูเหมือนสัตว์ป่ามากขึ้น ฟันทุกซี่ของเขาแหลมคม และดูเหมือนเขาพร้อมจะเข้าโจมตีรูบี้ได้ทุกเมื่อ เขาไม่ชอบที่ถูกปฏิบัติด้วยแบบนั้น!
"จอห์นนี่ หยุดนะ ไม่อย่างนั้นแกจะเป็นศัตรูกับฉันด้วย" มาดามเตือนเขา
"..." จอห์นนี่กำหมัดแน่นด้วยความโกรธและถอยออกมา
การสู้กับแม่มดในถิ่นของเธอมันเป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี
"ดีมาก" มาดามยิ้ม เพราะในฐานะแม่มด เธอไม่ได้สนใจความขัดแย้งของพวกหมาป่ากับแวมไพร์อยู่แล้ว เธอแค่ไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งในสถานประกอบการของเธอเท่านั้น
ถ้าเป็นไปได้ จอห์นนี่จะตายเมื่อไหร่เธอก็ไม่สน เธอคงจะแค่พูดว่า 'โอ้? เขาตายแล้วเหรอ น่าเสียดายจัง ฉันเสียแรงงานที่มีประโยชน์ไปคนหนึ่งแล้ว... ช่างเถอะ'
มาดามจะสนใจบางอย่างก็ต่อเมื่อ 'บางอย่าง' นั้นเป็นทรัพย์สินของเธอเท่านั้น ตัวอย่างเช่น เอ็ดดี้ บาร์เทนเดอร์คนนั้น
หากรูบี้ทำร้ายเอ็ดดี้ มาดามก็คงจะแสดงท่าทีเป็นศัตรูกับรูบี้ เพราะยังไงเสีย เอ็ดดี้ก็เป็นสมบัติของมาดาม
รูบี้เดินผ่านมาดามและตรงไปยังห้องทำงานของเธอ ทำเหมือนที่นี่เป็นบ้านของตัวเอง:
"ตามมาสิ เรามีเรื่องสำคัญต้องคุยกัน... และฉันสัญญาเลยว่าเรื่องนี้จะทำเงินให้ท่านได้อย่างมหาศาล"
"โอ้?" มาดามเผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความโลภออกมา
เมื่อมาดาม รูบี้ และนาตาเลียขึ้นไปที่ห้องทำงานชั้นบน
เอ็ดดี้ก็พูดขึ้นว่า "ไอ้โง่เอ๊ย"
"หุบปากไปเลย ตอนนี้ฉันอารมณ์ไม่ดี" จอห์นนี่มองไปรอบๆ แล้วคำรามใส่:
"มองอะไรกันวะ!?"
"..." ฝูงชนต่างหันหน้าหนีและกลับไปสนใจปัญหาของตัวเองต่อ
"ฉันต่างหากที่เป็นคนอารมณ์ไม่ดี!" เอ็ดดี้ตบมือลงบนเคาน์เตอร์ดังปัง
"แกไม่เคยฟังฉันเลย!" ดวงตาของเอ็ดดี้เปล่งประกายสีเขียวนีออนจากความโกรธแค้น "และเพราะอย่างนั้น แกถึงไปหาเรื่องคนที่ไม่ควรหาเรื่องด้วยที่สุด!"
"..." จอห์นนี่พูดไม่ออกเมื่อเห็นเพื่อนของเขาระเบิดอารมณ์ออกมา เขาไม่เคยเห็นเอ็ดดี้เป็นแบบนี้มาก่อน
เอ็ดดี้สูดหายใจลึกหลายครั้งเพื่อพยายามสงบสติอารมณ์:
"ฟังฉันนะ ไอ้โง่... นี่คือการเตือนครั้งสุดท้ายของฉัน" เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"อย่าไปยั่วโมโหตระกูลสการ์เล็ต ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ไปซะ"
"จะเป็นลูกชายของอดีตนายพลหมาป่าหรือไม่ก็ช่าง แต่วินาทีที่แกกลายเป็นศัตรูของตระกูลสการ์เล็ต แกตายแน่"
"และพ่อของแกก็ช่วยอะไรแกไม่ได้หรอก"
"ก็ได้..."
"..." เอ็ดดี้มองจอห์นนี่ด้วยสายตาเย็นชา 'ไอ้โง่นี่มันไม่ฟังฉันเลยสินะ? ฉันไม่สนแล้วล่ะ มันอยากจะไปตายเหมือนหมาที่ไหนก็เชิญ'
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.