Chapter 78
78 / 2060
11 min read
Chapter 78
Published Apr 3, 2026, 05:01 PM
บทที่ 78
อย่างที่หลายคนทราบ น้ำตกที่สูงที่สุดในโลกคือน้ำตกเอนเจล (Angel Falls) ในประเทศเวเนซุเอลา ซึ่งมีความสูงถึง 979 เมตร คำว่า ‘Angel’ มาจากภาษาจากสเปนว่า ‘Ángel’ จึงได้ชื่อว่าน้ำตกเอนเจล ว่ากันว่าชื่อนี้มีที่มาจากภาพลักษณ์อันสง่างามและลึกลับของกลุ่มหมอกที่ปกคลุมบริเวณฐานน้ำตก
แน่นอนว่าผมเคยเห็นเรื่องนี้ผ่านทางโทรทัศน์มาบ้าง อย่างไรก็ตาม มันคือน้ำตกที่สวยงามและลึกลับชวนให้ดึงดูดถึงเหล่าเทวดา! เป็นหนึ่งในน้ำตกที่ตระการตาที่สุดในโลก! แต่ทว่า ‘ซาทิสฟาย’ (Satisfy) ได้สร้างน้ำตกที่ตระการตา ลึกลับ สวยงาม และมหัศจรรย์ยิ่งกว่าน้ำตกเอนเจลขึ้นมา
น้ำตกแห่งนั้นตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอาณาจักรเอเทอร์นัล แล้วมันอยู่ส่วนไหนของทางเหนือล่ะ?
“ก็ที่นี่ไง”
ซ่าาาาาาาา!
ทางตอนเหนือของเคซานแคนยอน ที่สุดปลายของหุบเขา มีน้ำตกที่มีความสูงถึง 1,300 เมตรตั้งตระหง่านอยู่ ไอน้ำที่ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณสร้างบรรยากาศราวกับอยู่ในความฝัน สายรุ้งพาดผ่านไปทั่วทุกแห่งหน ทำให้ดูเหมือนโลกในเทพนิยายไม่มีผิด
ผมตกตะลึงไปกับภาพการตัดกันของสายรุ้งและสายน้ำที่ร่วงหล่นลงมา
“นี่คือน้ำตกโลรันที่เคยได้ยินแต่ในข่าวลือสินะ”
น้ำตกแห่งนี้ตั้งชื่อตามผู้ค้นพบและผู้ก่อตั้งอาณาจักรเอเทอร์นัลอย่าง ‘โลรัน’ มันเป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดสำหรับชาวอาณาจักรเอเทอร์นัล แต่กลับไม่มีนักท่องเที่ยวเลยแม้แต่คนเดียว สาเหตุก็เพราะเคซานแคนยอนนั้นอันตรายเกินไป ชาวบ้านธรรมดาต่างหวาดกลัวมอนสเตอร์ในหุบเขาจนไม่กล้าแม้แต่จะเหยียบย่างเข้ามาที่นี่
ดังนั้น คงมีผู้เล่นเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ดั้นด้นมาจนถึงที่นี่ได้
ซ่าาาาาาาา!
“มันน่าทึ่งจริงๆ”
เดิมทีผมไม่ใช่พวกที่ชอบชื่นชมทัศนียภาพทางธรรมชาติเท่าไหร่ ชีวิตนี้ผมไม่เคยไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังเลยด้วยซ้ำ ธรรมชาติจะสวยแล้วยังไง? มันจะทำให้ผมอิ่มท้องได้งั้นเหรอ? ในหัวของผมมักจะคอยคบเคี้ยวดูแคลนความงามของธรรมชาติอยู่เสมอ
แต่ในวินาทีนี้ ความคิดของผมกลับเปลี่ยนไป ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้คนถึงชอบไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวแบบนี้
“สุดยอด... ในที่สุดผมก็ตระหนักได้ว่าโลกยางมะตอยที่ผมอาศัยอยู่นั้นมันช่างเล็กน้อยและไร้ค่าเหลือเกิน”
ตึกระฟ้าตระการตาที่ออกแบบและสร้างโดยสถาปนิกชั้นนำของโลกงั้นเหรอ? สิ่งปลูกสร้างอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกงั้นเหรอ? สิ่งเหล่านั้นก็ดีและยอดเยี่ยมอยู่หรอก แต่มันเทียบไม่ได้เลยเมื่ออยู่ต่อหน้าธรรมชาติ
โลกทัศน์อันแคบรีบของผมขยายกว้างขึ้นเล็กน้อย และผมรู้สึกเหมือนมุมมองของตัวเองได้เปิดกว้างขึ้น
‘ถ้าฉันรู้สึกตื่นเต้นขนาดนี้เมื่อได้เห็นทัศนียภาพในโลกเสมือนจริง แล้วของจริงจะสวยงามขนาดไหนกันนะ? พอใช้หนี้หมดแล้ว ฉันควรจะไปเที่ยวดูบ้าง น้ำตกเอนเจล, น้ำตกอิกวาซู, ป่าแอมะซอน, แกรนด์แคนยอน... ยังมีสถานที่ชื่อดังอีกตั้งเยอะแยะ’
ผมยืนมองน้ำตกด้วยอารมณ์สุนทรี ก่อนจะเรียกสติกลับคืนมา
“นี่ฉันบ้าไปแล้วเหรอ ทำอะไรอยู่เนี่ย? ฉันต้องไปหาเพลงดาบของแพ็กม่าสิ!”
หน้าผาทิศเหนืออยู่ใต้จากน้ำตกโลรันลงไปเล็กน้อย ผมค้นหาไปตามหน้าผาเพื่อหาร่องรอยการแกะสลักเพลงดาบของแพ็กม่า แต่เวลาผ่านไป 10 นาที... 30 นาที... 1 ชั่วโมง... 2 ชั่วโมง... จนผ่านไป 3 ชั่วโมง... ผมก็ยังหาเพลงดาบของแพ็กม่าไม่เจอ
ผมถึงขนาดปีนขึ้นไปบนหน้าผา แต่ก็ไม่เห็นอะไรที่ดูเหมือนภาพวาดฝาผนังเลยแม้แต่นิดเดียว พริบตาเดียวดวงอาทิตย์ก็เริ่มตกดิน สายรุ้งจางหายไปและน้ำตกก็ถูกย้อมด้วยแสงสีทอง สร้างภาพลักษณ์ที่ตระการตา ราวกับภาพลวงตาของทองคำที่กำลังเทลงมา แต่ผมไม่มีอารมณ์จะมาชื่นชมมันอีกต่อไปแล้ว
“เฮ้อ... ชักจะโมโหแล้วนะ”
บรรพบุรุษของคานบอกว่าเขาแกะสลักเพลงดาบของแพ็กม่าไว้ที่หน้าผาทิศเหนือนี่นา! เขาโกหกงั้นเหรอ? ผมถ่อมาที่นี่แล้วต้องลำบากฟรีๆ เพราะคำโกหกของเขาเนี่ยนะ?
“...ฉันมันโง่เองที่ไปเชื่อคำพูดของผีตั้งแต่แรก”
เดิมทีพวกผีมันก็เป็นสิ่งชั่วร้ายอยู่แล้ว! นั่นเป็นสาเหตุที่ผีในหนังหยองขวัญมักจะน่าเกลียดและโหดเหี้ยมไงล่ะ! ทั้งที่ผมคอยระวังตัวจากพวกผีมาตลอดชีวิตแท้ๆ แต่กลับถูกผีล่อลวงจนต้องมาเดินคว้าน้ำเหลวแบบนี้
“คึ่ก! นี่มันคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของฉันเลย... หืม?”
ในขณะที่ผมกำลังรู้สึกท้อแท้ สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่อยู่หลังม่านน้ำตก
“หรือว่า?”
สมัยมัธยมต้น ผมเคยคลั่งไคล้หนังกำลังภายในที่ฉายเมื่อครึ่งศตวรรษก่อน เวลาดูหนังเหล่านั้น มักจะมีถ้ำซ่อนอยู่หลังน้ำตกเสมอ
‘ถ้าคนสร้างเกมซาทิสฟายเคยดูหนังกำลังภายในเรื่องเดียวกับฉันล่ะก็...?’
ผมกระโดดเข้าไปในน้ำตก และเป็นอย่างที่คาดไว้ มีถ้ำขนาดเล็กซ่อนอยู่หลังน้ำตก ซึ่งมีภาพแกะสลักฝาผนังเป็นรูปชายคนหนึ่งกำลังร่ายรำดาบเรียงต่อกันเป็นลำดับ
“ว้าว”
อย่างที่คิดไว้จริงๆ ผีเป็นสิ่งชั่วร้าย
“ไอ้ผีนั่น...! ถ้าเขาบอกว่ามันอยู่หลังน้ำตกโลรัน ฉันก็คงหาเจอตั้งนานแล้ว จะบอกว่าอยู่หน้าผาทิศเหนือทำไมกัน? ไม่สิ โธ่เอ๊ย ถ้าเขาไม่ใช่บรรพบุรุษของคานล่ะก็ ฉันจะกลับไปเตะให้กระเด็นเลย แต่นี่เห็นว่าเป็นบรรพบุรุษของคานหรอกนะ ฉันจะยอมยกโทษให้ก็ได้!”
...ผีตนนั้นจะได้ยินเสียงผมไหมนะ? ผมมองไปรอบๆ อย่างประหม่าเพราะกลัวว่าผีจะโผล่มา ก่อนจะเริ่มพิจารณาภาพวาดฝาผนัง ภาพเหล่านี้ถูกแกะสลักมานานมากแล้วจนดูเก่าและซีดจาง แต่ก็ยังพอเห็นรายละเอียดได้โดยไม่มีปัญหา
“นี่คือเพลงดาบของแพ็กม่า...”
ใบหน้าของชายในภาพแกะสลักมีดวงตาคมประดุจเหยี่ยว เขามีใบหน้ารูปไข่เรียวเล็ก ริมฝีปากและดวงตาแบบที่ผู้หญิงสมัยนี้นิยมกัน
“บ้าเอ๊ย... แพ็กม่าหล่อชะมัด...”
ผมคิดว่าแพ็กม่าจะมีรูปลักษณ์แบบชายชาตรีเหมือนพวกช่างตีเหล็กที่ผมเคยเห็นมาเสียอีก แต่เขากลับมีรูปลักษณ์ที่บอบบางและดูสะอาดสะอ้าน ผมไม่ค่อยชอบคนเก่งที่หน้าตาดีสักเท่าไหร่ ดังนั้นระดับความพึงพอใจต่อแพ็กม่าจึงลดฮวบลงทันที
“...นี่ฉันกำลังคิดเรื่องหน้าตาของคนที่ตายไปแล้วอยู่เหรอเนี่ย”
ผมรวบรวมสมาธิไปที่ภาพวาดฝาผนัง
“นั่นคือดาอินสเลฟ”
เมื่อเทียบสัดส่วนในภาพ แพ็กม่าถือว่าตัวสูงทีเดียว ถึงอย่างนั้น ดาบใหญ่ในมือของแพ็กม่าก็ยังดูใหญ่กว่าตัวเขามาก นี่เป็นหลักฐานว่าดาบใหญ่นั้นคือดาอินสเลฟ เพราะในความเป็นจริง ความยาวรวมของดาอินสเลฟนั้นเกือบ 3 เมตร 20 เซนติเมตรเลยทีเดียว
“น่าทึ่งมาก”
อย่างไรก็ตาม แพ็กม่าในภาพวาดกลับเหวี่ยงดาอินสเลฟด้วยมือเดียวอย่างอิสระ พละกำลังของเขาช่างขัดกับรูปร่าง และเขาก็ดูสง่างามประดุจผีเสื้อ มันเป็นเพลงดาบที่แสดงออกถึงความแข็งแกร่งอันทรงพลังและความอ่อนช้อยนุ่มนวล เป็นไปได้อย่างไรกัน? ผ่านภาพวาดฝาผนังเหล่านี้ ผมสัมผัสได้ถึงเพลงดาบของแพ็กม่าที่เข้าถึงจุดสูงสุด
ผมไล่ดูภาพฝาผนังตั้งแต่ต้นจนจบ
“อะไรกัน? ทำไมฉันยังไม่ได้เรียนเพลงดาบของแพ็กม่าล่ะ?”
ผมคิดว่าถ้าได้ชื่นชมภาพวาดนี้แล้ว จะได้รับเพลงดาบของแพ็กม่ามาโดยอัตโนมัติเสียอีก แต่มันแปลกมาก ดูเหมือนว่าแค่ดูภาพอย่างเดียวจะเรียนรู้ไม่ได้
“หรือต้องแตะมัน...?”
ผมวางมือลงบนภาพวาด แต่ผมก็ยังไม่ได้เพลงดาบของแพ็กม่ามาอยู่ดี
“อะไรอีกล่ะเนี่ย? ถ้ามองก็ไม่ได้ แตะก็ไม่ได้ แล้วจะเรียนรู้ได้ยังไง? หรือว่าฉันต้องเต้นตามท่าทางในภาพวาด?”
...มันเป็นแบบนั้นจริงๆ เหรอ? ผมต้องเลียนแบบท่าทางและฝึกเพลงดาบของแพ็กม่าด้วยตัวเองงั้นเหรอ!
“อา น่ารำคาญชะมัด...”
แต่ไม่ว่าจะรำคาญแค่ไหนก็ช่วยไม่ได้ ผมบ่นพึมพำขณะชักมีดสั้นในอุดมคติออกมา จากนั้นก็เริ่มเลียนแบบท่าทางเพลงดาบของแพ็กม่าที่ปรากฏในภาพฝาผนัง ในช่วงแรกผมยังไม่ชินกับมัน ผมจึงลองใหม่อีกครั้ง ผมยังทำได้ไม่ดีพอจึงเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น
สามชั่วโมงผ่านไป ผมเลียนแบบเพลงดาบในภาพวาดไปกี่รอบแล้วก็ไม่รู้ ผมทรุดตัวลงนั่งและหอบหายใจอย่างหนัก เพราะเพลงดาบของแพ็กม่าใช้พละกำลังมากกว่าที่คิด
“ฉัน... ทำไม่ได้หรอก”
ผมจำท่าทางเพลงดาบในภาพวาดได้หมดหลังจากทวนซ้ำหลายครั้ง อย่างไรก็ตาม ผมล้มเหลวในการขยับร่างกายตามท่าทางเหล่านั้น จะว่าไปแล้ว ชีวิตนี้ผมไม่เคยเต้นรำเลยแม้แต่ครั้งเดียว
“ฉันเคยไปคลับอยู่หลายครั้งนะ แต่จำไม่ได้เลยว่าเคยเต้นจริงๆ จังๆ สักครั้ง เห็นไหมล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า! ฉันมันพวกหัวทื่อเรื่องการเต้นมาตั้งแต่เกิด! เพราะงั้นมันเลยยากที่จะเรียนเพลงดาบของแพ็กม่าไง”
...ไม่ใช่สิ!
“บ้าบอที่สุด!”
สกิลในเกมที่เรียนไม่ได้ถ้าเต้นไม่เป็นเนี่ยนะ? มันเป็นเรื่องไร้สาระแบบไหนกัน?
“มันไม่มีทางหรอกที่จะมีสกิลที่เรียนไม่ได้เพียงเพราะเต้นไม่เป็น มันต้องมีเหตุผลอื่นแน่ๆ”
หลังจากนั้น ผมก็พยายามหาเหตุผลในขณะที่ตรวจสอบภาพวาดฝาผนังอีกครั้ง แล้วผมก็สังเกตเห็นตะไคร่น้ำที่ภาพวาดสุดท้าย
“คงไม่ใช่ว่าส่วนสุดท้ายของภาพถูกตะไคร่น้ำบังอยู่หรอกนะ? ฮ่าๆ คงไม่มีพล็อตเรื่องงี่เง่าแบบนั้นหรอก”
มันไม่น่าเป็นไปได้ แต่ผมก็ลองปัดตะไคร่น้ำออกเพื่อความแน่ใจ และแล้วผมก็เห็นมัน ภาพวาดอีกส่วนหนึ่งถูกซ่อนอยู่ใต้ตะไคร่น้ำจริงๆ
ทันใดนั้น หน้าต่างแจ้งเตือนก็เด้งขึ้นมา
[คุณได้รับสกิล ‘เพลงดาบของแพ็กม่า’]
[คุณทำเควสต์คลาสครั้งแรกสำเร็จแล้ว โปรดกลับไปหาช่างตีเหล็กคาน]
“...นี่ฉันทำอะไรลงไปในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาเนี่ย?”
ไอ้บ้านี่... มือของผมสั่นเทิ้ม ผมเสียเวลาและพลังกายไปเปล่าๆ เพียงเพราะตะไคร่น้ำเนี่ยนะ! ผมอยากจะกระชากตะไคร่น้ำออกมาแล้วสบถด่าให้ยับ แต่ผมก็ยั้งใจไว้ ผมไม่อยากเสียเวลากับตะไคร่น้ำไปมากกว่านี้ในเมื่อได้เพลงดาบของแพ็กม่ามาแล้ว
“ไอ้ตะไคร่น้ำเฮงซวย... แกโชคดีนะเนี่ย”
ผมกระทืบตะไคร่น้ำที่ขูดออกมาจากผนังจนเละ จากนั้นก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ตัวตนของเพลงดาบที่ทลายสวรรค์นี้คืออะไรกันแน่? มันเป็นสกิลติดตัวอย่าง ‘ความชำนาญดาบ’ (Sword Mastery) หรือเปล่า? หรือจะเป็นสกิลโจมตีที่ทรงพลัง?
ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน มันก็จำเป็นสำหรับผมที่ยังขาดสกิลต่อสู้ ผมเปี่ยมไปด้วยความดีใจและรีบเปิดหน้าต่างสกิลทันที และแล้วผมก็ได้ยืนยันว่าเพลงดาบของแพ็กม่านั้นเหนือความคาดหมายของผมไปไกลมาก
[เพลงดาบของแพ็กม่า]
เลเวล: 1
- เมื่อไม่ได้เปิดใช้งานสกิล (Deactivated) -
คุณสามารถหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับดาบได้ทุกเมื่อ เพิ่มพลังโจมตีกายภาพ 20% และอัตราคริติคอล 10%
* ผลนี้จะใช้ได้เฉพาะเมื่อสวมใส่อาวุธประเภทดาบเท่านั้น
* สกิลนี้ไม่ใช้มานา
- เมื่อเปิดใช้งานสกิล (Activated) -
หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับดาบ ‘คลื่น’, ‘พันธนาการ’, ‘เชื่อมโยง’, ‘สังหาร’, ‘ก้าวข้าม’ คุณสามารถปลดปล่อยเทคนิคดาบได้ทั้งหมด 5 รูปแบบ
* ผลของสกิลติดตัวจะหายไปเมื่อเปิดใช้งาน
* ต้องใช้มานา 20 หน่วยในการเปิดใช้งานสกิล
* เมื่อปิดใช้งาน จะต้องรอ 10 วินาทีก่อนจะเปิดใช้งานได้ใหม่อีกครั้ง ไม่เสียทรัพยากรใดๆ เมื่อปิดใช้งาน
[คลื่น (Wave)]
ร่ายรำดาบอย่างดุดันประดุจคลื่นยักษ์
สร้างความเสียหาย 155% ของพลังโจมตีแก่ศัตรูทั้งหมดในระยะ 1 เมตร พร้อมทั้งลดความเร็วของเป้าหมาย
เงื่อนไขการใช้สกิล: สวมใส่อาวุธประเภทดาบ
มานาที่ใช้: 350 หน่วย
ระยะเวลารอใช้งาน (Cooldown): 120 วินาที
[พันธนาการ (Restraint)]
การร่ายรำดาบที่ดูสำรวมและเคร่งขรึม
กดขันบรรยากาศรอบตัว จะไม่มีใครสามารถเข้าใกล้คุณได้เป็นเวลา 3 วินาที
* ไม่มีผลกับเผ่าอันเดด
เงื่อนไขการใช้สกิล: สวมใส่อาวุธประเภทดาบ
มานาที่ใช้: 300 หน่วย
ระยะเวลารอใช้งาน: 300 วินาที
[เชื่อมโยง (Link)]
การร่ายรำดาบอันพร่างพรายประดุจปีกผีเสื้อ
สร้างความเสียหาย 500% ของพลังโจมตีแก่เป้าหมายเดี่ยว
เงื่อนไขการใช้สกิล: สวมใส่อาวุธประเภทดาบ
มานาที่ใช้: 350 หน่วย
ระยะเวลารอใช้งาน: 100 วินาที
[สังหาร (Kill)]
ดาบสังหารที่ถ่ายทอดความเกลียดชังออกไป
สร้างความเสียหาย 1,500% ของพลังโจมตีแก่เป้าหมายเดี่ยว ทำให้เกิดสถานะเลือดไหลและสิ้นหวัง
เงื่อนไขการใช้สกิล: สวมใส่อาวุธประเภทดาบ
มานาที่ใช้: 1,200 หน่วย
พลังกายที่ใช้: 50% ของพลังกายทั้งหมด
ระยะเวลารอใช้งาน: 500 วินาที
[ก้าวข้าม (Transcend)]
การร่ายรำดาบที่เหนือจินตนาการ
พลังโจมตีของคุณจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และการโจมตีปกติจะเปลี่ยนเป็นการโจมตีระยะไกล
เงื่อนไขการใช้สกิล: สวมใส่อาวุธประเภทดาบ
มานาที่ใช้: 1,800 หน่วย
ระยะเวลาแสดงผล: 30 วินาที
ระยะเวลารอใช้งาน: 3,000 วินาที
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.


