Chapter 80
80 / 2060
15 min read
Chapter 80
Published Apr 3, 2026, 05:01 PM
บทที่ 80
“กี๊ซซซซ!”
‘ดี! เยี่ยม!’
ผมรู้สึกเป็นสุขอย่างยิ่งที่ได้เห็นพวกเงือกดิ้นรนทุรนทุรายทุกครั้งที่ผมตวัดดาบเข้าใส่ เป็นเพราะผมสัมผัสได้ว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้น
[เอฟเฟกต์ออปชันของ ‘ถุงมือที่ดีที่สุด’ ทำงาน ส่งผลให้คุณโจมตีเป้าหมายสองครั้ง]
[เอฟเฟกต์ออปชันของ ‘มีดสั้นในอุดมคติ’ ทำงาน สังหารเป้าหมายในทันที]
หนึ่งในหกเงือกถูกสังหารลงเนื่องจากผลของมีดสั้นในอุดมคติทำงานทันที ผมถูกเงือกที่เหลืออีกห้าตนเข้าจู่โจมทันควัน อย่างไรก็ตาม ผมใช้มีดสั้นเป็นอาวุธ ในขณะที่อาวุธของพวกมันคือสามง่ามที่ยาวถึง 2 เมตร พวกมันจึงจำเป็นต้องรักษาระยะห่างในระดับหนึ่งถึงจะโจมตีผมได้อย่างถนัด
“กรรร!”
ในท้ายที่สุด พวกเงือกก็ล้มเลิกความคิดที่จะสวนกลับในระยะประชิด พวกมันขยับออกไปรักษาระยะห่างและจ้องเขม็งมาที่ผมอย่างบ้าคลั่ง ผมจึงพุ่งเข้าใส่และกระหน่ำโจมตีหนึ่งในพวกมันอย่างไม่ลดละ
ปัง ปัง ปัง!
“กิ๊ค!”
เงือกเป็นมอนสเตอร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความรักพวกพ้องอย่างมาก พวกมันทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นผมเกาะติดเพื่อนของมันเหมือนปลิงแล้วรัวแทงไม่หยุด พวกมันอยากจะช่วยแต่ก็กลัวว่าจะลงเอยด้วยการถูกแทงซะเอง พวกมันนี่มันพวกโง่เง่าจริงๆ
‘พวกเงือก... เจ้าพวกบ้าเอ๊ย!’
ตอนที่ยังเป็นนักรบ ผมเคยสู้กับพวกเงือกที่ทะเลสาบฟาเบียน เงือกที่นั่นเลเวลต่ำมาก ไม่เหมือนพวกที่นี่ แต่ในตอนนั้นพวกมันเป็นคู่ต่อสู้ที่ตึงมือสุดๆ สุดท้ายผมก็ถูกพวกมันฆ่าตาย
‘นี่คือการแก้แค้นสำหรับตอนนั้น!’
ฉึก!
“อั๊ก!”
เงือกตนนั้นรับคมมีดของผมเข้าไปอย่างไร้ความปรานีและสิ้นใจตายในที่สุด เงือกที่เฝ้ามองอยู่หลั่งน้ำตาเป็นสายเลือดและเริ่มโหมบุกเข้าใส่ผมอย่างรุนแรง
[คุณได้รับความเสียหาย 2,900 แต้ม]
[คุณได้รับความเสียหาย 2,830 แต้ม]
พลังโจมตีของพวกเงือกนั้นรุนแรงจริงๆ เลือดของผมลดไปมากกว่าครึ่งจากการโจมตีเพียงสองครั้งเท่านั้น
‘พลังที่น่ากลัวอะไรอย่างนี้! ทั้งที่ฉันสวมหมวกหัวหน้าออร์คแสงน้ำค้างกับผลงานชิ้นเอกของคานอยู่ แต่ยังได้รับความเสียหายมากขนาดนี้!’
แต่ไม่มีความจำเป็นต้องกลัว คูลดาวน์ของยาเพิ่มมานาของผมหมดลงพอดี
"อึก."
ผมใช้ทักษะใหม่ทันทีหลังจากตรวจสอบเกจมานา
“วิชาดาบของปักม่า, คลื่น!”
ร่างกายของผมเปรียบเสมือนน้ำตกโลรันที่อยู่ด้านหลัง กระแสอันเงียบสงบเริ่มเคลื่อนไหว จากนั้นคลื่นพลังงานก็พุ่งกระจายไปทุกทิศทาง
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง!
“กี๊ซซซซ!”
เงือกทั้งสี่ตนถูกซัดพร้อมกันและกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด พวกมันพยายามจะสวนกลับ แต่ด้วยผลของทักษะ ‘คลื่น’ ความเร็วในการเคลื่อนที่และโหมดโจมตีของพวกมันจึงลดลงเกือบสองเท่า การเผด็จศึกพวกมันจึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
“ลมกรรโชก! (Wind Blast)”
“กิ๊ซซซ!”
ในที่สุด เงือกทั้งหกตนก็ตายลง ผมตรวจสอบเงิน ไอเทมขยะ และค่าประสบการณ์ที่ดรอปมา
[เลเวลของคุณเพิ่มขึ้น]
“ลงทุน 10 แต้มในค่าสติปัญญา (INT)”
[คุณลงทุน 10 แต้มในค่าสติปัญญา ถูกต้องหรือไม่?]
“ใช่”
หลังจากลงค่าสติปัญญาไป 10 แต้ม มานาของผมก็เพิ่มขึ้นเป็น 600 พอดี แม้จะยังอีกยาวไกล แต่ผมก็รู้สึกภูมิใจมาก
‘ถ้าฉันสร้างไอเทม ค่าสถานะก็จะเพิ่มขึ้น สักวันฉันคงจะมีมานามากพอที่จะใช้วิชาดาบของปักม่าได้อย่างอิสระ แต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ล่ะนะ...’
กว่าจะใช้หนี้หมด ผมจะมีมานาเป็นพันๆ เลยไหมนะ? ขณะที่ผมกำลังจินตนาการและเตรียมตัวจะจากไป ชายคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าผม เขาเป็นชายที่มีเคราเฟิ้ม แถมยังสวมเสื้อผ้าประหลาดๆ มองดูแวบเดียวก็รู้...
‘ขอทาน’
อะไรกัน? เจ้าขอทานคนนี้?
‘อย่าบอกนะว่ามันจะมาขอเงิน?’
ผมกังวลว่าเขาจะมาขอเงินผม จึงรีบเร่งฝีเท้าเพื่อจะหนีไปจากที่นี่ แต่แล้วขอทานคนนั้นก็เรียกผมไว้ "ข้ามีเรื่องจะให้เจ้าช่วยหน่อย”
“...อา ให้ตายสิ”
กะแล้วว่าขอทานคนนี้ต้องมาขอเงินผมแน่ๆ
‘แกหาคนผิดแล้วล่ะ’
ไม่ใช่เรื่องที่น่าภูมิใจหรอกนะ แต่ตลอด 26 ปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยหย่อนเงินแม้แต่ 10 วอนลงในกล่องบริจาคของกองทัพบกศักดิ์สิทธิ์เลยสักครั้ง ดังนั้น ผมจึงไม่มีเจตนาจะช่วยขอทานในเกมแน่ๆ
‘ลำพังแค่เอาตัวเองให้รอดยังยากเลย จะไปช่วยคนอื่นได้ยังไง?’
ผมหันหลังกลับไปอย่างเย็นชา ขณะที่ขอทานวางมือลงบนไหล่ของผม
"เจ้าไม่ได้ยินที่ข้าพูดหรือ?”
“ได้ยินแล้ว”
“แล้วทำไมไม่ตอบ?”
“ทำไมฉันต้องตอบขอทานด้วยล่ะ?”
ใบหน้าของชายคนนั้นบิดเบี้ยวไป “อะไรนะ? ขอทาน? ข้าเนี่ยนะขอทาน?”
“ไม่ใช่หรือไง? สภาพคุณดูเหมือนขอทานเปี๊ยบเลย”
“กึก! กุฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
เจ้าขอทานนี่เป็นบ้าไปแล้วหรือไง? ทำไมอยู่ดีๆ ถึงหัวเราะขึ้นมาล่ะ?
"นี่ลุง ช่วยเงียบหน่อยได้ไหม? ที่นี่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดของพวกเงือก เดี๋ยวพวกมันตนอื่นจะโผล่มา มันจะอันตรายถ้าทำเสียงดังนะ”
บุ๋ง บุ๋ง!
ขณะที่เรากำลังคุยกัน ฟองอากาศขนาดใหญ่เริ่มลอยขึ้นมาจากก้นน้ำตก ในที่สุด เงือกกลุ่มใหม่ก็ปรากฏตัวออกมา ผมเดาว่าต้องโผล่มามากกว่าหกตนแน่ๆ ผมจึงอยากรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
‘ถ้ามากกว่าเจ็ดตน ฉันคงรับมือไม่ไหว’
“นี่”
ผมกำลังจะรีบเดินหนี แต่ขอทานคนนั้นก็เรียกผมอีกครั้ง ผมจึงตอบกลับไปโดยไม่หยุดเดิน
"นี่เจ้าขอทาน ถ้าไม่อยากตายก็รีบหนีไปซะ แต่ก็นะ ฉันไม่สนหรอกว่าลุงจะตายหรือไม่ตาย งั้นฉันไปละ...”
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
...ชิบหายแล้ว ผมมัวแต่เสียเวลาเพราะเจ้าขอทานนี่แท้ๆ เงือก 11 ตนพุ่งขึ้นมาจากน้ำ ล้อมรอบตัวผมและเจ้าขอทานไว้
“ใคร...? ใครบังอาจฆ่าพวกพ้องของเรา!”
“ข้าจะฆ่าเจ้า... ฆ่ามันแล้วขย้ำหัวใจมันซะ!”
ผมตะโกนใส่พวกเงือกทันที "ฉันเห็นกับตาเลยว่าชายคนนี้แหละที่เป็นคนฆ่าพวกพ้องของพวกแก!”
นิ้วของผมชี้ไปที่เจ้าขอทาน มันไม่ใช่การกระทำที่จงใจ แต่มันคือสัญชาตญาณ! นิสัยของผมคือการเสียสละคนอื่นเพื่อตัวเองอยู่แล้ว!
“แก...! แกเองรึ!”
พวกเงือกเชื่อคำพูดของผมทันทีและหันไปจ้องมองเจ้าขอทาน จากนั้นผมก็รีบหาทางหนี ทว่า...
เคร้ง!
‘...ดาบเหรอ?’
มันคือเสียงของดาบอย่างแน่นอน ผมรีบหันกลับไปมองด้วยความสงสัย และเห็นเจ้าขอทานกำลังถือดาบยาวที่ดูเหมือนจะเป็นดาบที่ใช้กันในอดีต
‘นั่นมันดาบชัดๆ! ขอทานมีของแบบนั้นได้ยังไง?’
หรือว่าเขาไม่ใช่ขอทาน? ใช่แล้ว ตามสามัญสำนึกย่อมคิดได้ว่าขอทานธรรมดาไม่น่าจะมาอยู่ที่หุบเขาเคซันแห่งนี้ ขอทานทั่วไปไม่มีทางรอดชีวิตอยู่ที่นี่ได้แม้แต่วันเดียว!
‘ถ้าอย่างนั้นคนคนนี้ก็...!’
ผมรีบหันไปมองเหนือศีรษะของเขาเพื่อตรวจสอบชื่อ
‘พิอาโร่’
ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่เขาคือ NPC แน่นอน การที่ NPC เข้ามาทักผมก่อนแบบนี้ มันต้องเกี่ยวกับเควสต์แน่! เจ้าขอทาน... ไม่สิ พิอาโร่เอ่ยขึ้น
“ข้าไม่ชอบปลา”
ฉัวะ! ฉับ! ฉับ!
ฝีมือของเขาอยู่ในระดับที่ต่างจากผมอย่างสิ้นเชิง ผมต้องพึ่งพาทักษะมากมายในการรับมือกับพวกเงือก แต่พิอาโร่ไม่ได้ใช้ทักษะใดๆ เลย เขาเพียงแค่จัดการกับเงือกทั้ง 11 ตนด้วยวิชาดาบล้วนๆ
เคร้ง.
ดาบของเขาเปล่งประกายเพียงไม่กี่ครั้งก่อนที่พิอาโร่จะเก็บดาบยาวเข้าฝัก จากนั้นพวกเงือกก็กระอักเลือดออกมาพร้อมกันและสลายกลายเป็นแสงสีเทา ผมตกตะลึงกับความแข็งแกร่งที่เหนือมนุษย์ของพิอาโร่ จากนั้นเขาก็เอ่ยขึ้นพร้อมขมวดคิ้ว
"เจ้าคือคนประเภทที่จะเสียสละผู้บริสุทธิ์เพื่อให้ตัวเองรอด... เจ้าคือคนประเภทที่ข้าเกลียดที่สุดในโลก”
“ขะ...ขอโทษครับ...”
ผมกลัวว่าเขาจะโกรธจนฆ่าผมตาย เลยรีบขอโทษไปก่อน แต่เขาเพียงส่ายหน้า “ไม่ต้องมาทำเป็นมารยาทดี ข้าไม่อยากคุยกับเจ้านานนักหรอก ข้าจะเข้าเรื่องเลย ช่วยข้าหน่อย”
ติ๊ง~
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับหน้าต่างแจ้งเตือนเควสต์
[คนทรยศที่แท้จริงแห่งหน่วยอัศวินสีชาด]
ระดับความยาก: S
หน่วยอัศวินสีชาดครั้งหนึ่งเคยเป็นหน่วยอัศวินที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีป ไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริงเลยหากจะบอกว่าจักรวรรดิซาฮารันดำรงอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะหน่วยอัศวินสีชาด
อัสโมเฟล รองหัวหน้าหน่วยอัศวินสีชาด ได้ลักลอบพบปะกับองค์จักรพรรดินีอย่างลับๆ จากนั้นเขาก็ใส่ร้ายพิอาโร่ซึ่งรู้ความลับนี้เข้า
ด้วยการที่อัสโมเฟลหยิบยืมอำนาจของจักรพรรดินีอย่างแยบยล พิอาโร่และลูกน้องของเขาจึงถูกใส่ร้ายว่าเป็นกบฏต่อจักรพรรดิและถูกบีบให้ต้องหลบหนี
พิอาโร่ไม่สามารถให้อภัยอัสโมเฟลหรือราชวงศ์ที่ทำให้ชีวิตของพวกพ้องเขาต้องพังทลายลงได้
แต่พิอาโร่ไม่สามารถลงมือได้โดยตรงเนื่องจากมีกลุ่มนักล่าค่าหัวที่อัสโมเฟลส่งออกไปกระจายอยู่ทั่วทวีป
ในที่สุด พิอาโร่จึงต้องละทิ้งการล้างแค้นด้วยตนเอง และจำเป็นต้องฝากความหวังไว้กับตัวแทน
เงื่อนไขการสำเร็จเควสต์: ลงทัณฑ์อัสโมเฟล
รางวัลเควสต์: ฉายา ‘ตัวแทนแห่งการล้างแค้น’
* ตัวแทนแห่งการล้างแค้น: ค่าสถานะ ‘ความโหดเหี้ยม’ จะถูกเปิดใช้งาน
พลังโจมตี +100 ทักษะ ‘จิตสังหาร’ (Murderous Impulse) จะถูกสร้างขึ้น
หากล้มเหลว: เลเวล -4
จักรวรรดิซาฮารันอยู่ติดกับอาณาจักรเอเทอร์นัล แต่การเดินทางไปกลับที่นั่นย่อมใช้เวลานานมาก ยิ่งไปกว่านั้น ผมยังต้องไปจัดการกับรองหัวหน้าหน่วยอัศวินอีกด้วย ขนาดเลโอที่ถูกขนานนามว่า ‘ดาราสวรรค์แห่งแดนเหนือ’ ยังเป็นแค่ลูกไก่เมื่ออยู่ต่อหน้าอัสโมเฟลเลย
‘รางวัลน่าสนใจดีนะ แต่ไม่มีอะไรการันตีว่าจะสำเร็จ แถมระยะทางยังไกลเกินไป มันจะฉลาดกว่าถ้าฉันเอาเวลาไปสร้างไอเทมที่โรงตีเหล็กแทนที่จะมาทำเควสต์นี้’
ผมตัดสินใจและปฏิเสธไปอย่างหนักแน่น “ผมไม่มีเวลาหรือความสามารถพอที่จะช่วยคุณได้หรอกครับ”
[ปฏิเสธเควสต์]
พิอาโร่เดาะลิ้น
“เจ้าไม่พอใจรางวัลอย่างนั้นรึ?”
“เปล่าครับ ผมแค่ไม่มีเวลาและความสามารถ”
“ข้าเจอคนแบบเจ้ามาเยอะ เจ้าคงหวังจะเรียกรางวัลที่สูงกว่านี้โดยใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ที่สิ้นหวังของข้าสินะ”
“ไม่ใช่แบบนั้นครับ ไม่เกี่ยวกับรางวัลเลย ผมไม่มีเวลาหรือความสามารถจะช่วยคุณจริงๆ”
"เหอะ งั้นข้าจะเพิ่มดาบของข้าให้เป็นรางวัลด้วย”
[พิอาโร่เปลี่ยนแปลงรางวัลเควสต์]
รางวัลเควสต์: ฉายา ‘ตัวแทนแห่งการล้างแค้น’, ดาบยาวของพิอาโร่
* ตัวแทนแห่งการล้างแค้น: ค่าสถานะ ‘ความโหดเหี้ยม’ จะถูกเปิดใช้งาน
พลังโจมตี +100
ทักษะ ‘จิตสังหาร’ จะถูกสร้างขึ้น
* ดาบยาวของพิอาโร่
ระดับ: ยูนิค (Unique)
ความทนทาน: 110/213 พลังโจมตี: 387 ความแม่นยำ: +10%
ทักษะ ‘ความเกลียดชัง’ (Hatred) จะถูกสร้างขึ้น
* ค่าความอึด (Stamina) -100
แม้จะชำรุดไปบ้าง แต่มันก็ยังคงเป็นดาบที่ยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตาม ดาบเล่มนี้ถูกสาปเนื่องจากมันเต็มไปด้วยความแค้นอันแรงกล้าของพิอาโร่ มีความเสี่ยงบางประการในการใช้งาน
เงื่อนไขการใช้งาน: เลเวล 190 ขึ้นไป, ค่าพละกำลัง 900 ขึ้นไป,
ค่าความคล่องแคล่ว 300 ขึ้นไป, ความชำนาญดาบระดับสูง (Advanced Sword Mastery)
มันยากที่จะบอกว่าออปชันของมันดีแค่ไหนเพราะผมไม่รู้ว่าทักษะ ‘ความเกลียดชัง’ คืออะไร แต่พลังโจมตีของมันน่ะสุดยอดมาก
‘มันเป็นดาบมือเดียว แต่พลังโจมตีกลับแซงหน้าดาบเหนือข้ามขีดจำกัดระดับตำนานไปแล้ว... แน่นอนว่าเลเวลที่ต้องการนั้นสูงกว่าดาบเล่มนั้นถึง 30 เลเวล แต่เมื่อพิจารณาจากความต่างของระดับไอเทม พลังโจมตีนี้ก็ถือว่าน่าทึ่งจริงๆ เป็นไอเทมที่ขายได้ราคาแพงลิบลิ่วแน่ๆ’
ความโลภเริ่มครอบงำผม ทำไมผมถึงอยากสร้างไอเทมนักล่ะ? ก็เพื่อหาเงินไง แต่ต่อให้ผมสร้างไอเทมเป็นสิบเป็นร้อยชิ้น ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าจะได้ไอเทมระดับยูนิคหรือสูงกว่านั้น บางทีผมอาจจะได้รางวัลจากเควสต์นี้มากกว่าการสร้างไอเทมซะอีก เพราะไอเทมชิ้นนี้ขายได้ราคาดีมาก
‘แต่ฉันไม่มีความสามารถขนาดนั้นจริงๆ นี่นา’
ผมน่ะเก่ง แต่ก็ไม่เก่งพอจะไปประจันหน้ากับรองหัวหน้าหน่วยอัศวินที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปได้หรอก ผมต้องใจเย็นๆ ผมหลับตาแน่นและหันหลังให้กับดาบยาวของพิอาโร่
"ผมไม่มีความสามารถพอที่จะทำตามคำขอของคุณจริงๆ ครับ”
[ปฏิเสธเควสต์]
พิอาโร่กัดริมฝีปาก เขาดูโกรธจัด
"เจ้านี่มันโลภไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ ไม่รู้หรือไงว่าความโลภที่มากเกินไปจะกลายเป็นยาพิษ?”
พูดไปก็ไม่เข้าหู สถานการณ์ที่คุ้นเคยแบบนี้ทำให้ผมหวนนึกถึงใครบางคนที่ลืมไปแล้ว ใช่ โดรัน ไม่ว่าผมจะปฏิเสธเควสต์มากแค่ไหน สุดท้ายผมก็ต้องทำเควสต์ของโดรันจนได้ พิอาโร่ช่างเหมือนกับโดรันจริงๆ
‘ฉันอาจจะถูกลากเข้าไปยุ่งกับเควสต์ถ้าไม่แสดงท่าทีที่เด็ดขาด’
ผมจึงโต้กลับไปอย่างรุนแรง "ต้องให้พูดอีกกี่ครั้งครับ? ผมเคยบอกตอนไหนว่าไม่พอใจรางวัล? ผมบอกว่าไม่มีความสามารถ ความสามารถไงล่ะ! ทำไมลุงต้องมาเข้าใจผิดในตัวผมแบบนี้ด้วย?”
“เจ้าไม่มีความสามารถอย่างนั้นรึ? คนที่ฆ่ากิ้งก่าหุบเขา, ลิซาร์ดแมน, แมงมุม, นกอินทรี, จระเข้, หมาป่า และเงือกหกตนพร้อมกันได้เนี่ยนะ”
“เฮือก...”
ทะ...ทำไมหมอนี่ถึงรู้ล่ะ? เขารู้เรื่องที่ผมทำในหุบเขาเคซันทั้งหมดได้ยังไง? นี่มันต้อง...!
“ละ...ลุง! เป็นสตอล์กเกอร์เหรอ? ต้องการอะไรจากผมกันแน่? อย่าบอกนะว่าต้องการความซิงของผม...! ไอ้คนสกปรก!”
“ข้าบอกไปแล้วไง ว่าที่ข้าต้องการมีเพียงความตายของอัสโมเฟล ดูเหมือนว่าการพูดจาดีๆ จะใช้กับเจ้าไม่ได้ผลสินะ”
ปึก!
พิอาโร่ฟาดฝักดาบเข้าที่โคนขาของผม จนผมทรุดตัวลงคุกเข่าทันที
[คุณได้รับความเสียหาย 7,500 แต้ม]
[ความกล้าหาญของอัครสาวกแห่งความยุติธรรมนั้นไร้เทียมทาน]
[อัครสาวกแห่งความยุติธรรมอยู่ในภาวะวิกฤต คุณจะไม่พ่ายแพ้ต่อศัตรูโดยง่าย]
[ค่าสถานะทั้งหมดเพิ่มขึ้น 30%]
"อะ...อะไรกัน...?"
พลังชีวิตของผมลดฮวบเพียงแค่โดนฝักดาบฟาดขาเนี่ยนะ? แถมเขายังจัดการเงือก 11 ตนได้ในชั่วพริบตา คนคนนี้เป็นใครกันแน่? ขณะที่ผมกำลังตกตะลึง พิอาโร่ก็ก้มมองผมด้วยสายตาเย็นชา
"จงตอบมาซะ เจ้าจะยอมรับคำขอของข้า หรือจะตายลงตรงนี้?”
“...”
ผมคิดผิดที่คิดว่าพิอาโร่เหมือนโดรัน โดรันน่ะดื้อรั้นแต่ใจดี แต่ชายคนนี้ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เขาเหมือนปีศาจมากกว่า ปีศาจที่เอาแต่ใจตัวเอง!
“มะ...มันบ้าไปแล้ว...! NPC จะฆ่าผมถ้าผมปฏิเสธเควสต์เนี่ยนะ... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน...?”
“มัวบ่นอะไรอยู่ ตอบข้ามา”
“บ้าเอ๊ย! ยอมตายดีกว่า! ถ้าล้มเหลวเควสต์ ฉันต้องเสียเลเวลไป 4 เลเวล แถมยังเสียเวลาฟรีๆ อีก แต่ถ้าตายตรงนี้ ฉันก็แค่เสียค่าประสบการณ์! หึ ยอมแบบนั้นยังดีกว่า! เดี๋ยวฉันไปเกิดใหม่ที่เมืองวินสตัน ประหยัดเวลาเดินเท้าด้วย!”
"... จริงๆ เลย เจ้าช่างไม่รู้จักคุณค่าของชีวิตเอาเสียเลย ทำไมพระเจ้าถึงต้องสร้างตัวตนอมตะอย่างพวกเจ้าขึ้นมา และทำไมพวกเจ้าถึงต้องมาใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางมนุษย์ธรรมดาอย่างพวกเรา ข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆ ไม่ว่าจะคิดยังไงก็ตาม”
NPC กำลังตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของผู้เล่น ผมพูดไม่ออกไปชั่วขณะกับความฉลาดของ NPC ตนนี้ จากนั้นพิอาโร่ก็เหลือบมองผม
"ไปซะ”
“หือ?”
"ไสหัวไปให้พ้นสายตาข้าซะ”
“เคะ...เควสต์ล่ะ ไม่ใช่ว่าลุงจะฆ่าผมถ้าผมปฏิเสธหรอกเหรอ?”
"เหอะ ข้าไม่มีรสนิยมฆ่าผู้บริสุทธิ์หรอก” พิอาโร่เดินจากไป ก่อนจะหายลับไปจากสายตา เขาหยุดและพูดทิ้งท้ายไว้ “ถ้าภายหลังเจ้าเกิดเปลี่ยนใจอยากรับคำขอของข้า ก็จงมาที่นี่ ข้าไม่ได้บังคับ มันเป็นเพียงแค่ความหวังเล็ๆ เท่านั้น”
และนั่นคือการพบกันสั้นๆ ระหว่างผมกับพิอาโร่ จากนั้นผมจึงเดินทางกลับไปยังเมืองวินสตัน ในระหว่างทางผมได้ต่อสู้กับมอนสเตอร์ในหุบเขาอีกหลายตัวจนเลเวลถึง 95 และผมก็ลงทุนแต้มสถานะทั้งหมดลงในค่าสติปัญญา
‘ชิบหาย ฉันยังกับนักเวทเลย’
ต้องลงแต้มสถานะไปกับค่าสติปัญญาเพียงเพื่อเพิ่มมานาเนี่ยนะ! ไม่ว่าจะคิดยังไงก็น่าเสียดายสุดๆ แต่ก็ยังมีข่าวดีอยู่บ้าง
[ระดับทักษะ ‘โทสะของช่างตีเหล็ก’ (Blacksmith’s Rage) เพิ่มขึ้น]
[ระดับทักษะ ‘ความยุติธรรมที่ไม่สั่นคลอน’ (Unbreakable Justice) เพิ่มขึ้น]
[โทสะของช่างตีเหล็ก]
เลเวล: 2
เพิ่มพลังโจมตี 15% และความเร็วโจมตี 30% เป็นเวลา 30 วินาที
มานาที่ใช้: 40
คูลดาวน์: 60 วินาที
[ความยุติธรรมที่ไม่สั่นคลอน]
เลเวล: 2
สร้างความเสียหาย 320% ของพลังโจมตี
มานาที่ใช้: 300
คูลดาวน์: 90 วินาที
ในกรณีของ ‘ลมกรรโชก’ และ ‘เคลื่อนที่ฉับไว’ (Quick Movements) นั้นเป็นทักษะที่ติดมากับ ‘มีดสั้นในอุดมคติ’ ระดับทักษะจึงไม่เพิ่มขึ้นไม่ว่าจะใช้งานบ่อยแค่ไหนก็ตาม แต่ ‘โทสะของช่างตีเหล็ก’ และ ‘ความยุติธรรมที่ไม่สั่นคลอน’ คือทักษะของผมเอง เช่นเดียวกับทักษะทั่วไป เมื่อใช้งานจนได้ค่าประสบการณ์ถึงระดับหนึ่ง เลเวลก็จะเพิ่มขึ้น
ผมตระหนักได้ว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อได้เห็นประสิทธิภาพของทักษะที่ได้รับการอัปเกรดเหล่านี้
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.




