Chapter 20
20 / 125
13 min read
Chapter 20: In the End, the Problem Is People
Published Mar 29, 2026, 10:31 AM
บทที่ 20: สุดท้ายแล้ว ปัญหาก็คือคน
ยัน โนวัค เดินลากเท้ากลับบ้านด้วยความเหนื่อยล้า
“......พี่คะ!”
“พี่ครับ!”
ทันทีที่เขาเข้าบ้าน น้องๆ ของเขาก็โผเข้ามากอด เด็กน้อยตัวเล็กบอบบางดวงตาบวมเป่งราวกับร้องไห้มาตลอดทาง
“พี่คะ หน้าพี่ไปโดนอะไรมา......?”
“เกิดอะไรขึ้นครับพี่?”
“ยัน”
เบื้องหลังเด็กๆ ที่กำลังเป็นห่วง พ่อของเขาก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับสีหน้าที่ดูสับสน เขาเอ่ยดุลูกๆ ก่อนเป็นอันดับแรก
“เข้าไปในห้องให้หมด!”
เมื่อได้ยินเสียงดุดัน น้องๆ ก็พากันวิ่งจู๊ดเข้าไปในห้องเล็กๆ พ่อของเขาถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นสภาพที่สะบักสะบอมของยัน
“......ลูกไม่เป็นไรใช่ไหม?”
“.......”
ยันพยักหน้าเงียบๆ
“ค่อยยังชั่ว”
“......ครับ”
“ไปพักผ่อนเสียเถอะ”
พ่อของเขามักจะบอกเสมอว่าอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองหรือการประท้วง แต่ในวันนี้ เขากลับไม่พูดอะไรเลย
ยันเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของเขาที่ชั้นสอง เขาล้มตัวลงนอนบนเตียงไม้กระดานแข็งๆ และจ้องมองเพดานอย่างว่างเปล่า
ทันใดนั้น ภาพของอัศวินคนนั้นก็ผุดขึ้นมาในหัว
ฉากที่เขาได้เห็น วิธีที่ชายคนนั้นทำให้พวกเจ้าหน้าที่สืบสวนที่เหมือนสัตว์ป่าต้องคุกเข่าลงและไม่สามารถส่งเสียงออกมาได้แม้แต่คำเดียว มันเต็มไปด้วยความสง่างาม
นั่นคือความแข็งแกร่งและอำนาจที่แท้จริง
‘หากเจ้ายังคงพยายามต่อไปในตำแหน่งของเจ้า สักวันเราจะได้พบกันอีก-’
ยันลุกขึ้นนั่งด้วยสีหน้าที่แน่วแน่ เขากล่อมซองจดหมายและเทของข้างในออกมา เงินหนึ่งหมื่นดอลลาร์ จดหมายแนะนำตัว และบัตรประจำตัว เขาจ้องมองพวกมันอย่างตั้งใจก่อนจะก้าวลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว บันไดที่ชำรุดทรุดโทรมดูเหมือนจะพังลงมาได้ทุกเมื่อ
พ่อนั่งอยู่ภายใต้แสงไฟสลัวในห้องนั่งเล่นด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อย เขาคงกำลังโทษตัวเองอยู่
“......ท่านพ่อ”
ยันนั่งลงตรงข้ามกับเขา เขาวางปึกธนบัตรครึ่งหนึ่งที่ได้รับจากอัศวินลงบนโต๊ะ
“ยัน ลูกไปเอาเงินนี่มาจาก-”
“ลูก...”
ไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายที่ละเอียดถี่ถ้วน และไม่ควรจะมีด้วย
ยันเม้มริมฝีปากแน่น เพียงแค่บอกเล่าถึงความมุ่งมั่นของเขาให้พ่อได้รับรู้
“ลูกจะไปจากเกเนนครับ”
***
การจับคนผิดตัวสร้างปัญหาใหญ่ยิ่งกว่าการที่มีคนถูกใส่ร้ายป้ายสีเสียอีก
เพราะมันทำให้คนร้ายตัวจริงมีโอกาสที่จะหลบซ่อนและเคลื่อนไหวต่อไปได้
เอเซนไฮม์จะซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปในกองกำลังปฏิวัติและกลุ่มฝักใฝ่อิสรภาพ และผมก็ได้แต่หวังว่าพวกเจ้าหน้าที่สืบสวนในเกเนน รวมถึงเซนโด จะมีความสามารถพอ
ด้วยวิธีนั้น ผมจะได้ลดภาระของตัวเองลงไปได้บ้าง
“......อืม”
ผมได้รับรายงานการสืบสวนฉบับใหม่จากเซนโดที่สถานีตำรวจกลางเกเนน การสืบสวนมีความคืบหน้าดีกว่าแต่ก่อนมาก
“ไม่เลว”
ผมให้ดีเทอร์ไปตรวจสอบภูมิหลังและต้นกำเนิดของเซนโด เขามีเหตุผลส่วนตัวที่จะเกลียดชังกลุ่มฝักใฝ่อิสรภาพ
หากใครสักคนแสดงอาการบ้าคลั่งและก้าวร้าวขนาดนั้นโดยไม่มีเบื้องหลัง ก็แสดงว่าเขาเกิดมาผิดปกติตั้งแต่ต้นแล้ว
พ่อแม่ของเซนโดเคยถูกกลุ่มฝักใฝ่ออิสรภาพฆ่าล้างครัวในอดีต
“เซนโด.......“
ไม่ใช่ชื่อที่อยู่ในความทรงจำก่อนที่ผมจะย้อนกลับมา ซึ่งหมายความว่าเขาไม่ใช่คนที่มีบทบาทโดดเด่นอะไรนัก เขาคงจะเป็นแค่เจ้าหน้าที่สืบสวนกิ๊กก๊อกในเกเนนและตายด้วยน้ำมือของกองกำลังปฏิวัติ
อย่างไรก็ตาม การเสียเวลาไปกับการค้นหาแต่คนที่ได้รับการรับรองแล้วนั้นเป็นเรื่องที่เปล่าประโยชน์
แปะ แปะ แปะ
ผมดีดนิ้วในขณะที่กำลังใช้ความคิด
เขามีค่าพอที่จะให้โอกาสไหม?
ยิ่งไปกว่านั้น เขามีค่าพอที่จะสนับสนุนหรือเปล่า?
“......ลองดูเดี๋ยวก็รู้”
เอเบนโฮลทซ์มีเงิน ผมจะปั้นเขาขึ้นมาก่อน และถ้าเขายังทำผลงานไม่ได้ ผมก็สามารถทิ้งเขาไปได้โดยไม่รู้สึกเสียดาย ผมต้องการลูกน้องอย่างเซนโดที่ถูกกัดกินด้วยความแค้น
เหนือสิ่งอื่นใด หากที่นั่นไม่ถูกจัดระเบียบให้เรียบร้อย “ฤดูใบไม้ผลิแห่งเกเนน” จะปะทุขึ้น ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เสียเปรียบอย่างมากสำหรับจักรวรรดิ
ผมเรียกดีเทอร์มาหา
“ดีเทอร์”
─ครับ นายท่าน
“บอกเซนโดว่าผมอ่านรายงานการสืบสวนแล้ว และจัดหาอุปกรณ์อย่างเครื่องดักฟังและเครื่องตรวจจับร่องรอยมานาให้เขาด้วย”
อย่างไรเสีย สถานีตำรวจกลางเกเนนก็ยังเป็นแค่สถานีตำรวจในเขตปกครองตนเอง สิ่งอำนวยความสะดวก อุปกรณ์ และการเงินของพวกเขาย่ำแย่มากเสียจนเพิ่งจะมีโทรศัพท์ใช้เมื่อประมาณหนึ่งปีที่แล้วนี่เอง
─รับทราบครับ
“แล้วเรื่องยันล่ะ?”
─ยืนยันตัวตนใหม่ในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจักรวรรดิเรียบร้อยแล้วครับ
ยันย้ายลงใต้ ดีเทอร์จัดการทุกอย่างได้อย่างไร้ที่ติ
─นอกจากนี้ ตามที่ท่านสั่ง การซื้อที่ดินเสร็จสมบูรณ์แล้ว และพวกเขากล่าวว่าพบข้อมูลที่มีความหมายจากการสำรวจหินมานา แต่มีปัญหาอยู่ประการหนึ่งครับ
“ปัญหาอะไร?”
─ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นในพื้นที่นั้นไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่ายๆ มีการประท้วงต่อต้านการทำเหมืองโดยอ้างเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นแล้วครับ
“......หึๆ”
ผมหัวเราะออกมาเบาๆ ผมคาดการณ์เรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว ภาคใต้เป็นภูมิภาคที่อำนาจท้องถิ่นนั้นทรงอิทธิพลอย่างมหาศาล
“ดีเทอร์”
น่าแปลกที่เพราะเหตุนั้นมันจึงรอดพ้นจากการคอร์รัปชันส่วนใหญ่ของจักรวรรดิมาได้ แต่พวกเขาก็สร้างการคอร์รัปชันในแบบของตัวเองขึ้นมา
“ตอนนี้ เอเบนโฮลทซ์หนุนหลังคุณอยู่”
หากทุกอย่างแก้ได้ด้วยเงิน ผมก็สามารถให้เงินพวกเขาได้
แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น พวกเวรนั่นจะยิ่งเกาะแน่นกว่าเดิมถ้าได้รับเงิน
“นั่นหมายความว่า คุณสามารถกวาดล้างพวกมันให้หมดสิ้นไปได้เลย”
ผมไม่มีเวลามาวอกแวกกับคนพวกนั้น เงินต้องหาให้เร็ว และต้องใช้ให้เร็วเช่นกัน
─ครับ รับทราบครับ
“ดีมาก ถ้ามีอะไรที่ไม่ชัดเจนหรือกังวลใจ.......”
ผมหยุดคิดถึงต้นแบบของดีเทอร์ ผมอยากให้ดีเทอร์เลียนแบบใคร? ผมอยากให้เขาเติบโตไปในทิศทางไหน?
มีเพียงคนเดียวที่ผุดขึ้นมาในใจ
“ไปถามเอนซี่ดู เขาเป็นพ่อบ้านของตระกูลผม ผมจะส่งช่องทางติดต่อให้”
ก่อนที่จะย้อนกลับมา ดีเทอร์เคยเป็นเลขานุการกระทรวงการคลังที่มีความสามารถของจักรวรรดิ และสุดท้ายก็ถูกประหารชีวิตในฐานะพวกหัวรุนแรงบ้าคลั่งที่ปฏิเสธข้อเสนอของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่
─ครับ
อย่างน้อยที่สุด เมื่ออยู่เคียงข้างผม เขาจะได้มีชีวิตที่ดีกว่าเดิม
***
จักรวรรดิทางใต้ เฮอร์เมส ในห้องลับแห่งหนึ่ง ห้าตระกูลผู้ทรงอิทธิพลได้มารวมตัวกัน เพื่อจัดการกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญที่จู่ๆ ก็บุกรุกเข้ามาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว
“......ดูเหมือนว่าจะมีบริษัทบางแห่งแอบซื้อที่ดินใกล้เทือกเขาโลมิลตันอย่างเงียบๆ”
ตั้งแต่สมัยโบราณ อำนาจของราชวงศ์ไม่สามารถเข้าถึงภูมิภาคทางใต้ได้อย่างเต็มที่ นั่นเป็นเพราะเทือกเขาวิทาร์ขนาดมหึมาที่ตัดพาดผ่านจักรวรรดิ
“พวกมันถึงกับเริ่มสำรวจสายแร่ทันที โดยไม่แม้แต่จะมาทักทายพวกเรา ช่างเป็นนิสัยปกติของพวกเวรจากส่วนกลางจริงๆ”
เมื่อไม่นานมานี้เองที่มีการขุดอุโมงค์เพื่อปรับปรุงการคมนาคม แต่ตลอดประวัติศาสตร์นับพันปีของจักรวรรดิ ภาคใต้ยังคงถูกตัดขาดจากรัฐบาลกลาง
“นั่นเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อย่างเด็ดขาด เราไม่สามารถปล่อยให้ธรรมชาติที่สวยงามของเฮอร์เมสถูกทำให้แปดเปื้อนได้”
“แน่นอนอยู่แล้ว การปกป้องสิ่งแวดล้อมเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน”
ดังนั้น จึงมีหลายพื้นที่ในภาคใต้ที่ข้าราชการและผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นสมรู้ร่วมคิดกันเพื่อสถาปนาอำนาจของตนเองขึ้นมา โดยเฉพาะ “เฮอร์เมส” ที่มีชื่อเสียมานานในการรีดไถเงินทุนพัฒนาจำนวนมหาศาลภายใต้ข้ออ้างต่างๆ นานา ทุกครั้งที่มีบริษัทจากภายนอกพยายามจะเข้ามา
“เราได้เตรียมกลุ่มประท้วงของพลเมืองที่ห่วงใยไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อพวกมันเห็น ‘ความจริงใจ’ ของเรา พวกมันก็จะถอยไปเอง”
นั่นคือวิธีการทำงานของการประท้วง มันเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจา
หากบริษัทแสดงความจริงใจ พวกเขาก็จะรับไว้และถอยทัพไป
แน่นอนว่าหากมีการค้นพบสายแร่หินมานาที่นั่น พวกมันก็จะต้องแสดงความจริงใจที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมเพื่อให้คู่ควรกับมูลค่าของมัน.......
─ยุติการทำเหมืองหินมานาที่กำลังดูหมิ่นภูมิทัศน์อันศักดิ์สิทธิ์ของเทือกเขาโลมิลตันเดี๋ยวนี้!
─ถอยออกไป!
─ถอยออกไป!
ผู้ประท้วงหลายร้อยคนตะโกนคำขวัญที่ทางเข้าภูเขาโลมิลตัน พวกเขาขวางทางพวกคนงานเหมือง พวกเขาทำลายอุปกรณ์และเครื่องจักรที่คนงานกำลังพยายามติดตั้ง
─ไสหัวไปซะ พวกเวรจากส่วนกลาง!
─กล้าดียังไง! พวกแกกำลังพยายามทำลายธรรมชาติที่คงอยู่มานับพันปี!
─พวกระยำ! ถ้าจะไป ก็ต้องข้ามศพพวกข้าไปก่อน!
ที่แทบเท้าของพวกที่ตะโกนอย่างดุเดือดนั้น ตุบ แกร่ง
กระป๋องเล็กๆ สองสามใบปลิวเข้ามา ผู้ประท้วงชะงักและจ้องมองพวกมัน
มันคือระเบิดควัน
ฟิ้ววววว──!
กระป๋องหมุนคว้างพร้อมกับปล่อยหมอกสีเทาออกมา ในขณะที่ผู้ประท้วงกำลังตื่นตระหนก กลุ่มผู้บุกรุกก็ปรากฏตัวขึ้น
โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง พวกเขาพุ่งเข้าใส่และเหวี่ยงแป๊บเหล็ก
พลั่ก! เคร้ง! กร็อบ!
เสียงกระแทกทึบๆ ดังขึ้นเมื่อเหล็กหักกระดูกและเนื้อเยื่อ พื้นที่ประท้วงกลายเป็นสมรภูมิในพริบตา และเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดก็ดังระงมไปทั่วพื้นที่
อ๊ากกกก! กรี๊ดดดด!
ผู้ประท้วงคนหนึ่งวิ่งหนีอย่างลนลานและโทรหาใครบางคน
กริ๊งๆๆๆๆ───
ในห้องลับที่พวกผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นกำลังหารือกันอยู่
ที่นั่น เครื่องรับสัญญาณดังขึ้น
“......อ้อ ขออภัยด้วย”
หนึ่งในห้าผู้ทรงอิทธิพลของเฮอร์เมสกดวางสาย พวกเขากำลังจะเริ่มการหารือกันต่อ แต่ทว่า
──ปัง!
ด้วยเสียงคำราม ประตูก็ระเบิดออก ทางเข้าแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ และเศษซากกระจัดกระจาย เบื้องหลังประตูที่ถูกระเบิดนั้น มีตำรวจจักรวรรดิพร้อมอาวุธยืนอยู่
“พะ...พวกแกเป็นใครกัน!”
“ตามกฎหมายอาญาของจักรวรรดิ มาตรา 237 และ 314 เราขอจับกุม ‘มาร์คัส สไตเนอร์’, ‘จิน ยูเซฟ’ และคนอื่นๆ อีกสี่คนในข้อหารับสินบน ใช้อำนาจในทางมิชอบ และยุยงให้เกิดการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย”
ตำรวจเข้าควบคุมตัวพวกเขาพร้อมกับอ้างกฎหมายจักรวรรดิ กลุ่มผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นที่ถูกใส่กุญแจมือกรีดร้องราวกับเสียสติ
“พวกลูกหมา-! รู้ไหมว่าข้าเป็นใคร?! กล้าดียังไง!”
“ที่นี่คือภาคใต้นะ!”
“ภาคใต้ก็เป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิ กฎหมายเดียวกันย่อมมีผลบังคับใช้”
“ไอ้พวกหมูรับใช้ มีใครจ้างพวกแกมาใช่ไหม?! พวกขุนนางภาคใต้ไม่ยอมอยู่เฉยแน่!”
พวกเขาถูกลากตัวออกไปในทันที
***
...นายกเทศมนตรีเจนเซ่นแห่งเฮอร์เมสได้รับข่าวโดยไม่ชักช้า
เนื่องจากมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับพวกผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น เขารีบขึ้นรถไปด้วยความโกรธแค้น
“ไอ้พวกเวรตะไลนั่น ไม่รู้ว่าเอาความกล้ามาจากไหนถึงได้ทำเรื่องแบบนี้ แต่ฉันจะไปดูหน้าพวกมันให้เห็นกะ... อึ๊ก?!”
เอี๊ยดดดด!
คนขับรถเหยียบเบรกจนตัวโก่ง ชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้ารถพอดี
“นั่นใครน่ะ?!”
เป็นชายสวมแว่นไร้กรอบ เขาเดินเข้ามาเงียบๆ และเคาะกระจกที่นั่งด้านหลัง
ก๊อก ก๊อก
“.......”
เจนเซ่นเลื่อนกระจกลง
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ท่านนายกเทศมนตรี ผมคือดีเทอร์ ชมิทซ์ จากเวอริทัส เทรดดิ้ง”
“อะไรนะ? เวอริทัส? อ๋อ~ พวกที่ทำเหมืองหินมานาในโลมิลตันน่ะเหรอ? นี่เป็นฝีมือพวกแกใช่ไหม? ไอ้โง่เอ๊ย ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย แกยุ่งผิดคนแล้ว คิดว่าศาลาว่าการจะอนุมัติอะไรให้มะ-”
“มีรายงานเรื่องการรับสินบนที่เกี่ยวข้องกับท่านและผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นอีกหลายคนครับ”
“รายงานเหรอ? หึ พวกส่วนกลางอย่างแกไม่รู้หรอกว่าที่นี่เขาอยู่กันยังไง ในภาคใต้ ธรรมเนียมปฏิบัติแบบนั้นมันเป็น-”
“ท่านควรจะอ่านรายละเอียดด้วยตัวเองนะครับ”
ดีเทอร์ยื่นแฟ้มสองแฟ้มที่มีรายงานอยู่ให้ ในขณะเดียวกัน บุคคลที่น่าสงสัยก็ปรากฏตัวขึ้นรอบๆ ศาลาว่าการ
ชายในชุดลำลองเดินไปมาอยู่แถวนั้นโดยไม่ได้ทำอะไรที่ดูชัดเจน
“มีรายงานอยู่สองฉบับ ฉบับหนึ่งเป็นของท่าน ส่วนอีกฉบับ... ผมแน่ใจว่าท่านคงทราบดีอยู่แล้ว”
“หึ!”
นายกเทศมนตรีเจนเซ่นกำลังจะฉีกเอกสารทิ้ง แต่เขาก็ชะงักและตรวจสอบตราประทับที่เป็นทางการโดยสัญชาตญาณ
พยัคฆ์เงิน
เขาเคยเห็นมันที่ไหนมาก่อน โดยเฉพาะในตำราเรียน...
มันคือตราประจำตระกูลเอเบนโฮลทซ์
“ดูเหมือนทุกคนจะยอมรับสิ่งต่างๆ อย่างเปิดเผยเกินไปหน่อย โดยอ้างคำว่า ‘ธรรมเนียม’ เป็นข้อแก้ตัว”
เมื่อได้ยินคำพูดของดีเทอร์ จู่ๆ ปากของเขาก็แห้งผาก เขารู้สึกเหมือนเลือดไหลออกจากหัวจนหมด
ตามปกติแล้ว ขุนนางจากส่วนกลางมักจะไม่ค่อยวุ่นวายสร้างเรื่องในภาคใต้ แต่เอเบนโฮลทซ์ไม่ใช่ตระกูลขุนนางธรรมดา ไม่ใช่ครอบครัวปกติทั่วไป
“ท่านอยากจะโทรศัพท์หน่อยไหมครับ?”
ดีเทอร์ยื่นเครื่องสื่อสารให้ ร่างกายของเจนเซ่นสั่นเทา
“หรือท่านจะเลือกกลับเข้าไปตอนนี้ แล้วมาเป็นเพื่อนกับเรา?”
“......”
ริมฝีปากของเจนเซ่นแยกออก เขาใช้มือที่สั่นเทาเสยผมไปด้านหลัง แต่เวลาไม่ได้อยู่ข้างเขาเลย
นายกเทศมนตรีครุ่นคิดอย่างหนัก จ้องมองดีเทอร์ที่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยไม่เปลี่ยนแปลง
“......ฉันต้องทำยังไงถึงจะได้เป็นเพื่อนกับพวกแก?”
เขาถาม ดีเทอร์พยักหน้าเล็กน้อย
“ถ้าท่านเข้าไปข้างใน ทุกอย่างจะจบลงในไม่ช้า ผมอยากให้ท่านจัดการทำความสะอาดเรื่องต่างๆ หลังจากนั้นด้วยครับ”
“.......”
เจนเซ่นลงจากรถโดยไม่พูดอะไร เขาเดินกลับเข้าไปในศาลาว่าการเฮอร์เมสพร้อมกับเลขานุการ
ในขณะที่ดีเทอร์มองตามหลังเขาไปเงียบๆ ก็มีคำชมเล็กๆ ดังขึ้น
“ทำได้ดีมาก”
นั่นคือเอนซี่ที่มาช่วยฝึกสอนเขาเป็นการส่วนตัว ดีเทอร์ค้อมศีรษะลง
“เพราะคุณแท้ๆ ครับ นี่เป็นครั้งแรกของผมที่หน้างาน”
“ไม่เป็นไรหรอก สำหรับครั้งแรก มันสมบูรณ์แบบมาก”
ในมุมมองของเอนซี่ ดีเทอร์มีพรสวรรค์ระดับอัจฉริยะในการติดตามกระแสการเงิน ความสามารถในการตัดอารมณ์ออกจากการทำงานทำให้เขาเหมาะที่จะเป็นเจ้าหน้าที่ภาคสนาม
นายน้อยแม็กซิมิเลียนมีสายตาแหลมคมในการเลือกคนจริงๆ
เอนซี่ยิ้มออกมาบางๆ
“คุณดีเทอร์ ชมิทซ์ คุณรู้ไหมว่าทำไมตระกูลหนึ่งถึงแข็งแกร่งขึ้นมาได้?”
“ทำไมตระกูลถึงแข็งแกร่งเหรอครับ......”
ดีเทอร์เอียงคอราวกับไม่รู้
“เพราะผู้คนถูกส่งต่อกันมา ผมจินตนาการว่าตอนนี้ท่านแม็กซิมิเลียนกำลังสร้างคนของตัวเอง สร้างองค์กรของตัวเองขึ้นมา”
การแยกตัวออกจากตระกูลหลักคือก้าวแรกของการตีตัวออกห่างจากพ่อของเขา เอเบนโฮลทซ์ และเซบาสเตียนต่างก็รู้ทุกอย่างแต่ทำเป็นหลับตาข้างหนึ่ง
มันเป็นเรื่องธรรมดา ผู้นำคนปัจจุบันของเอเบนโฮลทซ์คือเซบาสเตียน แต่ในท้ายที่สุด แม็กซิมิเลียนจะได้ครอบครองทุกอย่าง
“อย่างไรก็ตาม ท่านแม็กซิมิเลียนก็เป็นเอเบนโฮลทซ์ นั่นหมายความว่าเขามีสิทธิ์ที่จะสืบทอดเครือข่ายความสัมพันธ์ที่ตระกูลสร้างขึ้นมาหลายชั่วอายุคน คุณสามารถค่อยๆ เข้าไปรับช่วงต่อสิ่งเหล่านั้นได้ ทีละคน ทีละคน”
เอนซี่มองไปที่ดีเทอร์ ดีเทอร์มองไปที่เอนซี่
“ครับ ขอบคุณครับ”
“—และ สิ่งที่สำคัญที่สุดหนึ่งอย่างในกระบวนการนั้น”
ดวงตาของเอนซี่หยีลงจนเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว ดูเป็นการเตือนมากกว่าการยิ้ม
“อย่าได้หักหลังนายน้อยเป็นอันขาด นี่ไม่ใช่เพื่อเขา แต่มันเพื่อตัวคุณเองนะ คุณดีเทอร์”
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.