Chapter 45
45 / 82
14 min read
บทที่ 45 — มอนสเตอร์ที่ไม่ธรรมดา
Published Jun 1, 2026, 01:19 PM
หมอกเช้าบนที่ราบสูงตะวันออกของเวลด์ฮอลม์ไม่ได้ลอยอย่างหมอก มันคลานต่ำติดพื้น เกาะตามร่องล้อเกวียนเก่าราวกับอะไรบางอย่างหายใจรดดิน. เวอร์ดานหยุดเดินก่อนใครครึ่งก้าว ไม่ใช่เพราะเห็น แต่เพราะ *รู้สึก* — มือเขาแตะเสาหลักบอกระยะทางริมเส้นทางค้าโดยไม่ตั้งใจ และผิวฝ่ามือก็อ่านอายุของมันออกมาเองโดยไม่ขออนุญาต: เสาไม้สามสิบเอ็ดปี ฝังหมุดเหล็กสิบสองปี — แล้วมีอย่างอื่นเจือบนเนื้อเหล็กนั้น บางจนแทบไม่ใช่กลิ่น เป็นเพียงเสี้ยวของบางสิ่งที่ *ไม่มีอายุให้เขานับ*.
เขาดึงมือออกราวกับแตะไฟ.
"นายหยุดทำไม" ลิเลียเดินตามมาทัน ผ้าคลุมเดินทางสีดินเปื้อนฝุ่นสิบวัน เธอยังหายใจติดขัดจากการเดินขึ้นเนิน "ถ้าจะกลัวหมอก ฉันว่าเรากลัวมันสายไปสิบวันแล้วนะ มันตามเรามาตั้งแต่ออกจากเมือง"
"ไม่ใช่หมอก" เวอร์ดานตอบเบา. เขาไม่ได้มองหมอก เขามองเสา. *เศษเวทเทพเจ้า* — บนเหล็กยุคนี้ ในที่ห่างจากนครรุ่งอรุณสิบวันเดิน ห่างจากเทวรัฐทางใต้ทั้งทะเลทราย. มันไม่ควรอยู่ที่นี่. ไม่มีของเผ่าเขาควรอยู่ที่นี่. *เว้นแต่มีคนพามันมา หรือเว้นแต่มันเดินมาเอง.*
ในใจเขา ความระแวงที่นอนเงียบมาตลอดทางลุกขึ้นนั่ง — และคราวนี้มันไม่ได้กระซิบเรื่องไกลโพ้นอย่างเคย มันกระซิบเรื่องที่ใกล้กว่านั้นมาก เรื่องเสียงสะท้อนวาบหนึ่งที่คาสเทลจับได้ในกำแพงเมืองคืนก่อนเขาออกเดินทาง เรื่อง *ไม่มีทิศ — อยู่ในเมืองเอง*. เขายังไม่ได้คำตอบเรื่องนั้น เขาทิ้งมันไว้ให้คาสเทลกับราฮับสะสางในขณะที่ตัวเขาเองเดินจากไป และทุกคืนบนเส้นทางเขาก็ยังคิดว่าตัวเองตัดสินใจถูกไหม ที่หันหลังให้เสียงที่อยู่ใต้บ้านตัวเอง เพื่อไล่ตามเสียงที่อาจไม่มีอยู่จริงในเมืองที่เขาไม่เคยเห็น.
แล้วตอนนี้ — ห่างออกมาสิบวัน — เศษเวทเดียวกันนั้นก็มาเกาะอยู่บนเสาริมทางหน้าเขา.
*มันตามข้ามา หรือข้ากำลังเดินเข้าไปหามัน.*
"ราฮับ" เขาพูดชื่อโดยไม่หันหน้า.
เงาที่เดินตามหลังมาทั้งวันโดยไม่เคยให้ได้ยินเสียงฝีเท้า ขยับขึ้นมายืนเคียง. ราฮับสูงกว่าทั้งสองคนหนึ่งศีรษะ ห่อตัวในผ้าคลุมที่ตั้งใจให้ดูเหมือนทหารรับจ้างจน ดาบใบดำดูดแสงพันด้วยผ้ากระสอบซ่อนความเป็นจริงของมันไว้ — แต่เวอร์ดานรู้สึกได้ถึงดาบนั้นเสมอ มันหิวเหมือนเคย หิวมาพันปี และมันก็เพิ่งจะ *ตื่น* ขึ้นเล็กน้อยเมื่อหมอกคลานเข้าใกล้ ราวกับมันได้กลิ่นญาติ.
"ข้างหน้า" ราฮับพูดคำเดียว.
ลิเลียมองสองคนสลับไปมา "เอาจริงเหรอ พวกนายสองคนทำหน้าเหมือนจะมีอะไรกระโดดออกมาจากหมอก ทั้งที่มันก็แค่—"
หมอกข้างหน้าระเบิดออก.
---
สิ่งที่พุ่งออกมาไม่ใช่สัตว์ที่เวอร์ดานเคยเห็นในยุคทอง และไม่ใช่สัตว์ที่ควรมีอยู่ในยุคนี้.
มันเคยเป็นหมาป่าที่ราบ — โครงร่างยังบอกได้ — แต่ตอนนี้มันใหญ่กว่าม้าศึก ขนร่วงเป็นหย่อม เผยหนังที่ใต้นั้นมีบางอย่างเรืองแสงจางๆ เต้นตามจังหวะที่ไม่ใช่ชีพจร. ตาของมันเรืองแสงสีเหลืองนวล — ไม่ใช่แสงสะท้อน แต่เป็นแสงจากภายใน เหมือนมีถ่านคุอยู่หลังเบ้าตา. และที่ทำให้เวอร์ดานเย็นวาบไปทั้งตัวไม่ใช่ขนาดหรือแสง แต่เป็น *วิธีที่มันมอง*.
มันไม่ได้มองแบบสัตว์หิว. มันมองแบบประเมิน. มันกวาดสายตาผ่านลิเลีย ผ่านราฮับ แล้วหยุดที่เวอร์ดาน — แล้วมันก็ *ลังเล*.
สัตว์ไม่ลังเล. สัตว์เลือกเหยื่อที่อ่อนแอที่สุดเสมอ. แต่สิ่งนี้มองเวอร์ดานซึ่งดูเป็นนักเดินทางผอมบางที่สุดในสามคน แล้วถอยหลังครึ่งก้าว ขนตามสันหลังลุกชัน ราวกับมันรู้บางอย่างที่ดวงตามนุษย์มองไม่เห็น.
*มันได้กลิ่นเวทเทพเจ้าในตัวข้า.* เวอร์ดานคิด *มันรู้ว่าข้าคืออะไร — มันรู้ก่อนที่คนทั้งทวีปจะรู้.*
ความระแวงพุ่งสูงจนแทบกลายเป็นความตื่นเต้น. *ถ้ามันบอกได้ว่าข้าคืออะไร แสดงว่าใครบางคนสอนมันให้รู้จักกลิ่นของเผ่าเรา. ใครบางคนต้องการให้มันตามหาเรา. นี่ไม่ใช่มอนสเตอร์ นี่คือสุนัขล่าเนื้อของมือที่สาม.*
"อย่าฆ่ามัน" เขาพูดเร็ว ออกคำสั่งก่อนที่ราฮับจะขยับ. "ข้าต้องการมันเป็น— "
หมาป่าพุ่งเข้าใส่ลิเลีย.
มันเลือกเป้าที่อ่อนแอที่สุดในที่สุด ไม่ใช่เพราะมันเป็นสัตว์ แต่เพราะมันฉลาดพอจะรู้ว่าไม่ควรแตะสิ่งที่มันกลัว และฉลาดพอจะเลือกตัวประกันแทน. กรามของมันกว้างพอจะงับคนทั้งคนได้ในคำเดียว.
ลิเลียยกมือขึ้น เปลือกแสงเวทอารักขาก่อตัวรอบตัวเธอในชั่วพริบตา — เวทเทพเจ้าสายป้องกัน ที่ในยุคทองใช้กันบนเด็กฝึกหัด แต่ในยุคนี้คือกำแพงที่ไม่มีอะไรเจาะได้. เธอตั้งใจจะรับแล้วเหวี่ยงมันกลับเบาๆ พอให้นายได้ตัวเป็น.
เธอประเมินผิด — ไม่ใช่เรื่องพลัง แต่เรื่องราคา.
เพราะในเสี้ยววินาทีที่เปลือกแสงก่อตัว เสียงสะท้อนยุคทองก็แผ่ออกจากตัวเธอ จางมาก เล็กมาก — แต่หมาป่าตัวนั้นกระตุกราวกับถูกฟ้าผ่า. แสงในตาของมันลุกโชนขึ้นเป็นสองเท่า สิ่งที่เรืองอยู่ใต้หนังของมันสว่างวาบ และมันก็ *ดูดเข้าไป* — เปลือกแสงอารักขาของลิเลียริบหรี่ลงราวกับเปลวเทียนในลมกระโชก ขณะที่หมาป่าเร่งความเร็วขึ้นอย่างที่สัตว์ไม่ควรทำได้.
ลิเลียเบิกตากว้าง. "มันกินเวท—"
นั่นคือคำที่เวอร์ดานไม่ได้คาดไว้ และเป็นคำที่ทำให้ทุกอย่างในหัวเขาเรียงตัวใหม่ในชั่วลมหายใจเดียว — *ความว่างที่เดินได้กลืนเวทมนตร์* — จารึกคืนสุดท้ายบนผนังห้องจดหมายเหตุดังขึ้นในความทรงจำเขาราวเสียงระฆัง. *มันไม่ตาย มันหลับ. เวทมนตร์คือสิ่งปลุกมัน.* สิ่งนี้ตรงหน้าไม่ใช่ "สิ่งนั้น" — มันเล็กเกินไป โง่เกินไป มันแค่หมาป่า — แต่มันกินเวทได้ และนั่นแปลว่ามันสัมผัส *บางสิ่ง* ของเผ่าที่ฆ่าเผ่าเขามาก่อน. มันเป็นเศษเสี้ยวของหลักการเดียวกัน.
แต่ความคิดทั้งหมดนี้เกิดในหัวเวอร์ดานเท่านั้น และมันใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวินาที.
ในโลกภายนอก สิ่งที่เกิดขึ้นเรียบง่ายกว่านั้นมาก.
ราฮับขยับ.
---
ไม่มีใครเห็นเขาดึงดาบออกจากผ้ากระสอบ. ลิเลียเล่าทีหลังว่าเธอเห็นแค่ราฮับยืนอยู่ที่เดิม แล้วจู่ๆ หมาป่ายักษ์ที่กำลังพุ่งด้วยความเร็วเหนือสัตว์ก็แยกออกเป็นสองส่วนกลางอากาศ — ส่วนหน้าเลยเธอไปสามก้าวแล้วค่อยล้มลง ส่วนหลังหยุดนิ่งราวกับเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองตายแล้ว.
เสียงเดียวที่ได้ยินคือเสียงผ้ากระสอบตกลงพื้น และเสียงดาบใบดำเลื่อนกลับเข้าฝักช้าๆ ราวกับเสียดายที่จบเร็ว.
ราฮับยืนนิ่ง มองซากที่แยกเป็นสองท่อน หน้าตาเขาไม่เปลี่ยน. "นายบอกว่าอย่าฆ่ามัน" เขาพูดกับเวอร์ดานเรียบๆ ปราศจากการขอโทษหรือการแก้ตัว "มันแตะลิเลีย"
เวอร์ดานหลับตาครึ่งหนึ่ง. นี่คือราฮับที่เขารู้จัก — ราฮับที่ตีความคำสั่งตามตัวอักษรเสมอ แต่มีเงื่อนไขเดียวที่อยู่เหนือทุกคำสั่งในโลก: อะไรก็ตามที่เป็นอันตรายต่อพวกพ้องของนาย จะตายก่อนนายพูดจบ. เวอร์ดานเคยขุดราฮับออกจากใต้ซากปราสาทถล่มเมื่อพันปีก่อน และราฮับก็ไม่เคยลืมว่าใครเป็นพวกของใคร. "อย่าฆ่ามัน" จากปากเวอร์ดานหนักเท่ากระดาษ เทียบกับ "มันแตะลิเลีย".
"ข้ารู้" เวอร์ดานพูด. เขาไม่โกรธ. เขาแค่หงุดหงิดที่หลักฐานที่มีชีวิตของเขาเพิ่งกลายเป็นหลักฐานที่ตายแล้วสองท่อน.
ลิเลียคลายเปลือกแสง หายใจแรง มือยังสั่นนิดๆ — ไม่ใช่จากความกลัว แต่จากการที่เวทของเธอถูกดูดไปอย่างที่ไม่เคยเกิดในรอบพันปี. เธอมองซากหมาป่า แล้วมองนาย. "ของแบบนี้รบกวนเส้นทางค้าทั้งเส้นเหรอ" เธอพูด "เวลด์ฮอลม์ทั้งนครรับมือไอ้นี่ไม่ได้ จนต้องส่งทูตข้ามทวีปไปง้อนายให้มาช่วย"
"สำหรับคนที่ใช้เวทได้แค่จุดไฟ" เวอร์ดานตอบ เดินเข้าหาซาก "ของแบบนี้คือหายนะ. มันเร็วกว่าม้า แข็งกว่าเหล็ก และมันกินเวทที่พวกเขาเสกใส่มันได้. นักรบทั้งกองอาจฟันมันร้อยครั้งโดยไม่ระคายผิว. แล้วเมื่อใครสักคนเสกเวท Tier หนึ่งใส่มัน — แม้แต่เปลวไฟเล็กๆ — มันก็ยิ่งแข็งแรงขึ้น" เขาคุกเข่าลงข้างซากส่วนหน้า "พวกเขาคงคิดว่ามันคือปีศาจ"
*และพวกเขาไม่ได้คิดผิดนัก* เขาเติมในใจ.
---
เขาวางฝ่ามือลงบนซากหมาป่า.
นี่คือสิ่งที่เวอร์ดานทำไม่ได้ในที่สาธารณะ ทำไม่ได้ต่อหน้าชาวยุคนี้ แต่ทำได้ที่นี่ ในหมอกบนที่ราบที่มีแค่พวกพ้องสองคนเฝ้ามอง. เขาปล่อยให้ผัสสะที่เขาควบคุมการ *ใช้* ได้แต่ควบคุมการ *รับ* ไม่ได้ — ไหลเข้าไปในเนื้อสัตว์ที่ยังอุ่น.
อายุของหมาป่าตัวจริง: สี่ปีเศษ. เกิดในถ้ำหินทางตะวันออกเฉียงเหนือของที่นี่ ในหุบเขาที่เวอร์ดานไม่รู้จักชื่อ.
แต่เวอร์ดานไม่ได้สนใจสี่ปีนั้น. เขาตามรอยลึกลงไปใต้เนื้อ ไปยังสิ่งที่เรืองแสงอยู่ใต้หนัง สิ่งที่ทำให้สัตว์ธรรมดากลายเป็นเครื่องกินเวท — และเมื่อนิ้วเขาแตะมัน อายุที่ผิวเขาอ่านออกมาก็ไม่ใช่ตัวเลข.
มันคือความว่างเปล่า.
ไม่ใช่ "เก่ามาก" ไม่ใช่ "พันปี" ไม่ใช่แม้แต่ "นานเกินจะนับ". เป็น *ไม่มีอายุ* — เหมือนแตะคำเชิญที่ไม่เคยถูกเขียน เหมือนแตะประตูดำผนึกใต้เมืองที่เขาเคยวางมือแล้วผัสสะของเขาเงียบงันเป็นครั้งแรกในชีวิต. สิ่งที่ฝังอยู่ในหมาป่าตัวนี้มาจาก *ตระกูล* เดียวกับสิ่งที่อยู่หลังประตูนั้น.
เวอร์ดานดึงมือออกช้าๆ ใบหน้าไม่เปลี่ยน แต่ในใจเขา เสาค้ำที่เขาเชื่อมาตลอดเลื่อนตำแหน่งอีกครั้ง.
*ไม่ใช่มือที่สาม.* ความคิดนี้มาแบบไม่เต็มใจ. ตลอดทางเขาปลอบตัวเองว่ามอนสเตอร์ตัวนี้คือสุนัขล่าเนื้อที่ศัตรูส่งมา เป็นหมากของผู้เล่นที่ฉลาดกว่าเขา — เพราะถ้ามันคือหมาก ความผิดก็เป็นของผู้เล่นคนนั้น ไม่ใช่ของเขา. แต่สิ่งที่ผัสสะเขาเพิ่งอ่านได้บอกอย่างอื่น. สิ่งนี้ไม่ได้ถูกใครสร้าง. มันคือสัตว์ที่บังเอิญเดินไปในที่ที่ไม่ควรเดิน แตะสิ่งที่ไม่ควรแตะ แล้ว *เปลี่ยน*. มันไม่มีเจ้านาย. มันไม่มีแผน. มันเป็นแค่ราคา — ราคาของเวทที่ไหลออกมาโดยไม่มีใครควบคุม จากบางอย่างที่กำลังตื่น.
และถ้าไม่มีใครควบคุมมัน แปลว่าไม่มีใครให้โทษ.
แปลว่ามันอาจไม่มีมือที่สาม ที่นี่ก็เหมือนกับทุกที่.
เวอร์ดานเกลียดความคิดนี้ด้วยส่วนลึกที่เขาไม่ยอมตั้งชื่อ.
---
"นายเจออะไร" ลิเลียถามเบาๆ. เธอมายืนข้างเขา มองหน้าเขามากกว่ามองซาก. เธออ่านนายออกเสมอ — ไม่ใช่ความคิดเขา แต่อ่านจังหวะที่เขาเงียบนานเกินไป.
"มันไม่ได้ถูกสร้างขึ้น" เวอร์ดานตอบ เลือกความจริงครึ่งหนึ่ง. "มันแค่... ไปสัมผัสบางอย่างเข้า"
"บางอย่างแบบที่อยู่หลังประตูที่นายห้ามคาสเทลเปิด"
เวอร์ดานหันมองเธอ. ลิเลียยักไหล่ "ฉันไม่ได้โง่นะ นายลงไปชั้นลึกของวิหารกลับมาหน้าเหมือนเห็นผี แล้วสั่งห้ามทุกคนลงไปอีก. ฉันแค่เก็บไว้ไม่ถาม. แต่ตอนนี้นายกำลังจับซากหมาป่าด้วยหน้าเดียวกันเป๊ะ"
เป็นโมเมนต์ที่ลิเลียทำได้ดีที่สุด — เกือบจะรู้ความจริง แต่เลือกที่จะไม่ถามให้ถึงที่สุด เพราะเธอภักดีต่อ *ตัวเขา* ไม่ใช่ต่อคำตอบ. เวอร์ดานรู้ว่าเธอแขวนอยู่ตรงขอบของบางอย่างที่จะพังเสาที่ค้ำใจเขามาตลอด — ความเชื่อที่ว่ามีศัตรู มีภัย มีใครสักคนให้โทษนอกจากตัวเขาเอง — และเธอเลือกที่จะไม่ผลัก.
"กลับเมืองแล้วข้าจะเล่า" เขาพูด. มันเป็นคำสัญญาที่เขาไม่แน่ใจว่าจะรักษา.
"นายพูดแบบนั้นทุกครั้ง"
"แล้วเจ้าก็เชื่อทุกครั้ง"
ลิเลียยิ้มเศร้าๆ "เพราะนายเป็นพวกเรา" เธอพูด ราวกับมันคือคำตอบสำหรับทุกคำถาม. สำหรับเธอ มันคือคำตอบสำหรับทุกคำถามจริงๆ.
ราฮับซึ่งยืนเงียบมาตลอด ก้มลงเขี่ยซากส่วนหลังด้วยปลายเท้า. "ในท้องมันมีอะไร" เขาพูด — ไม่ใช่คำถาม แต่เป็นข้อสังเกต. นักรบที่ฆ่ามาพันปีรู้ว่าเมื่อสัตว์กลืนอะไรที่ไม่ใช่อาหาร มันมักจะกลืนเพราะมันถูกดึงดูด.
---
เวอร์ดานลุกขึ้น เดินไปยังซากส่วนหลัง. ราฮับใช้ดาบกรีดเปิดท้องมันด้วยความแม่นยำที่ราวกับเคยทำมาหมื่นครั้ง — ซึ่งเขาก็เคยจริงๆ. กลิ่นคาวลอยขึ้น แต่ใต้กลิ่นคาวนั้นมีอีกกลิ่นที่เวอร์ดานรู้จักดีเกินไป กลิ่นที่ทำให้คนทั้งเผ่าของเขารู้สึกเหมือนกลับบ้าน — กลิ่นของโลหะยุคทอง.
ในท้องของหมาป่า ท่ามกลางเศษกระดูกและสิ่งที่ย่อยไม่ลง มีโลหะชิ้นหนึ่งฝังอยู่.
เวอร์ดานหยิบมันขึ้นมา เช็ดด้วยชายผ้าคลุม.
มันเป็นเศษโลหะสีเทาเงิน ขนาดเท่าฝ่ามือ ขอบขรุขระราวกับถูกฉีกออกจากสิ่งที่ใหญ่กว่ามาก. บนผิวของมันมีอักษรยุคทองสลักอยู่ — อักษรของเผ่าเขาเอง อักษรที่ในทั้งทวีปนี้มีคนอ่านออกไม่เกินสามสิบคน และยี่สิบแปดคนในนั้นคือพวกพ้องของเขา. มือเวอร์ดานนิ่งสนิทขณะอ่าน.
อักษรไม่ครบประโยค — มันถูกฉีกขาดกลางคำ — แต่สิ่งที่เหลือทำให้เลือดในตัวเขาเย็นลง:
*"...ผนึกชั้นที่เจ็ด. อย่าให้แสงของมันออกสู่..."*
ที่เหลือหายไปกับส่วนที่ถูกฉีก.
เวอร์ดานพลิกชิ้นโลหะ. ผัสสะของเขาทำงานทันทีที่นิ้วแตะเนื้อโลหะ และมันก็ส่งสิ่งเดียวกันกลับมา — ความว่างเปล่า ไม่มีอายุ. ชิ้นนี้ทำมาจากวัสดุเดียวกับประตูดำใต้เมืองเขา. มันคือ *ชิ้นส่วนของผนึก* — ชิ้นส่วนของบางอย่างที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อขังบางสิ่งไว้ และถูกทำลายไปนานแล้ว.
แต่ไม่ใช่นั่นที่ทำให้เขานิ่งงันที่สุด.
บนผิวโลหะ ทับลงบนอักษรยุคทอง มีรอยอีกชั้นหนึ่ง — รอยที่ไม่ได้สลักมาแต่เดิม. มันคือรอยขีดเป็นเส้นวัด รอยเจาะทดลอง และรอยไหม้ — รอยไหม้จากการพยายามป้อนพลังเข้าไป. รอยแบบเดียวกับที่เขาเคยเห็นบนเครื่องต้มน้ำยุคทองที่ซื้อมาจากพ่อค้าที่ดาลเวน.
มีคนยุคนี้เคยถือชิ้นส่วนผนึกนี้ไว้ในมือ. มีคนยุคนี้พยายามเข้าใจมัน วัดมัน ป้อนพลังเข้าไป — พยายามจะ *ใช้* ชิ้นส่วนของสิ่งที่ถูกสร้างมาเพื่อขังภัยที่ฆ่าเผ่าเขา ราวกับมันคืออาวุธ.
แล้วชิ้นส่วนนั้นก็ลงเอยในกระเพาะของหมาป่าที่กลายพันธุ์ ในหุบเขาห่างจากเวลด์ฮอลม์ไม่กี่วันเดิน.
"เวอร์ดาน" ลิเลียเรียกชื่อเขาเต็มๆ ซึ่งเธอทำเฉพาะเวลาที่เป็นเรื่องจริงจัง "หน้านายขาวกว่าตอนจับซากอีก. มันคืออะไร"
เวอร์ดานกำชิ้นโลหะแน่น. ในใจเขา จิ๊กซอว์ที่กระจัดกระจายมาทั้งอาร์คเริ่มขยับเข้าหากันอย่างที่เขาไม่อยากให้มันขยับ — เครื่องต้มน้ำที่มีรอยศึกษาเป็นระบบ, นักสะสมโบราณวัตถุยุคทองที่ทูตเวลด์ฮอลม์เอ่ยถึงด้วยน้ำเสียงเลี่ยงๆ, คลังที่ใหญ่กว่าเทวรัฐ, และตอนนี้ — ชิ้นส่วนของผนึกที่ขังภัยล้างเผ่า ที่มีคนยุคนี้พยายามแปรเป็นอาวุธ.
ไม่มีมือที่สามที่จัดฉากเขาข้ามเวลามา. เขายังไม่เชื่อแบบนั้น เขาอาจไม่มีวันเชื่อ.
แต่มีคนยุคนี้ — คนที่อ่อนแอ คนที่ใช้เวทได้แค่จุดไฟ — กำลังเล่นกับเศษซากของสิ่งที่ฆ่าสิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดที่โลกเคยมี. และพวกเขาทำมันโดยไม่รู้ว่ากำลังถืออะไรไว้ในมือ. เหมือนเด็กเล่นในพระราชวังร้าง — เหมือนที่พวกเขาทำมาตลอด — เพียงแต่คราวนี้ของเล่นชิ้นนั้นคือลูกกุญแจของกรงที่ขังหายนะ.
"มันคือเหตุผล" เวอร์ดานพูดในที่สุด เสียงเรียบจนน่ากลัว "ว่าทำไมข้าถึงจะเข้าเวลด์ฮอลม์จริงๆ"
ราฮับเงยหน้า. "ไม่ใช่เพื่อมอนสเตอร์"
"ไม่เคยเพื่อมอนสเตอร์" เวอร์ดานเก็บชิ้นโลหะใส่ในถุงหนังที่คาดเอว มัดปากถุงสองรอบ. "ใครสักคนในเมืองนั้นกำลังสะสมของแบบนี้. และเขาไม่ได้สะสมเพราะมันสวย" เขาลุกขึ้นยืน มองไปทางทิศที่เส้นทางค้ามุ่งสู่กำแพงเวลด์ฮอลม์ที่ยังมองไม่เห็นเพราะหมอก. "เขากำลังประกอบมันขึ้นมาใหม่"
ในใจเขาเสริมประโยคที่เขาไม่ได้พูดออกมาให้ใครฟัง: *และเขาไม่รู้ว่าเขากำลังประกอบกรงที่ว่างเปล่า ขึ้นมาเพื่อปล่อยสิ่งที่เคยอยู่ในนั้นออกมา.*
หมอกบนที่ราบเริ่มจางลงเมื่อแดดสายแทงทะลุ. ข้างหน้า ไกลออกไปสุดสายตาที่หมอกเปิดออก เงาของกำแพงเมืองสีเทาเริ่มปรากฏ — สามยอดหอคอยทรงเรือซ้อนกัน สัญลักษณ์ของนครรัฐที่ร่ำรวยที่สุดในภาคกลาง. เวลด์ฮอลม์.
ลิเลียมองตามสายตานาย. "นายดูเหมือนคนกำลังจะเดินเข้าปากเสือ"
"เปล่า" เวอร์ดานเดินนำหน้า ถุงหนังที่เอวหนักกว่าน้ำหนักจริงของมันมาก. "ปากเสือข้ารับมือได้. ข้ากลัวเฉพาะตอนที่ในปากนั้นมีฟันที่ไม่มีอายุให้ข้านับ"
ราฮับเก็บดาบกลับเข้าผ้ากระสอบ ยกซากหมาป่าทั้งสองท่อนเขี่ยลงข้างทางด้วยความไม่แยแสของคนที่เคยเห็นความตายมามากเกินกว่าจะแยแสซากใด. แล้วทั้งสามก็เดินต่อ ลงจากเนิน มุ่งสู่กำแพงสีเทา ทิ้งหมอกและซากไว้เบื้องหลัง.
เบื้องหลังพวกเขา ในซากหมาป่าที่ถูกเขี่ยลงร่องล้อเกวียน แสงสีเหลืองนวลใต้หนังที่ยังเหลือค่อยๆ ริบหรี่ลง แล้วดับ.
แต่ลึกลงไปใต้ดินสิบวันเดินทาง — ใต้เมืองที่หลับฝันถึงเทพมาโปรด ใต้คนสองพันสามร้อย หลังประตูดำที่เวอร์ดานสั่งห้ามเปิด — บางสิ่งที่ไม่มีอายุให้นับ ได้ยินเสียงสะท้อนของเปลือกแสงเล็กๆ ที่ลิเลียเสกขึ้นบนที่ราบไกลโพ้น.
และมันก็ยิ้ม.
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.