Chapter 46
46 / 82
17 min read
บทที่ 46 — ประตูเวลด์ฮอลม์
Published Jun 1, 2026, 01:19 PM
ประตูเวลด์ฮอลม์สูงกว่าที่เวอร์ดานคาดไว้สามเท่า
เขารู้ตัวเลขมาแล้ว เซเรน่ารายงานไว้ก่อนออกเดินทาง — ประชากรราวสี่หมื่นในกำแพง สภาพ่อค้าสิบเอ็ดตระกูล เส้นทางค้าสามสายไหลมาบรรจบ เกลือจากเหนือ ผ้าจากตะวันออก โบราณวัตถุจากใต้ ตราเรือสามเสากับตาชั่งสลักทุกที่ที่มีพื้นที่ให้สลัก เขารู้หมดแล้ว แต่การรู้ตัวเลขกับการยืนอยู่ใต้เงาของมันจริงๆ เป็นคนละเรื่อง
เพราะนครรุ่งอรุณ — เมืองที่คาสเทลสร้างจนงดงามเกินคำสั่ง เมืองที่ชาวยุคนี้เรียกว่าปาฏิหาริย์ — เล็กกว่านี้
เวอร์ดานมองกำแพงหินสีน้ำตาลที่ขัดเรียบด้วยมือคนนับไม่ถ้วน มองหอสังเกตการณ์ที่ตั้งเรียงเหมือนฟันหวี มองธงของสิบเอ็ดตระกูลที่ห้อยลงมาตามลำดับศักดิ์ที่เขายังอ่านไม่ออก แล้ว *ผิวของเขาก็อ่านมันให้เอง* — กำแพงนี้อายุร้อยแปดสิบปี ก่อสามครั้ง พังสองครั้ง ก้อนหินบางก้อนเก่ากว่าก้อนอื่นเพราะรื้อมาจากซากที่เก่ากว่านั้นอีก ไม่มีอะไรในกำแพงนี้แตะถึงพันปี ไม่มีอะไรเป็นของยุคทอง
*ไม่มีอะไรน่ากลัว* เขาคิด แล้วก็รู้ตัวทันทีว่าความคิดนั้นเองคือสิ่งที่น่ากลัว เพราะทุกครั้งที่เขาบอกตัวเองว่า "ไม่มีอะไรน่ากลัว" ความระแวงในใจก็จะกระซิบกลับว่า *นั่นแหละคือกับดัก เขาตั้งใจให้เจ้าคิดอย่างนั้น*
เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่า "เขา" คนนั้นคือใคร เขาไม่เคยรู้ พันปีแล้วที่ไม่รู้
"ท่านเวอร์ดาน" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากซุ้มประตู ชายร่างสันทัดในเสื้อคลุมสีครามเดินออกมา หน้าตาที่เวอร์ดานจำได้ — ฮัลเวก ทูตที่มาถึงประตูนครรุ่งอรุณเมื่อสิบกว่าวันก่อน ทูตที่พูดเก่ง ฝึกเจรจามาดี เล่นเกมจิตวิทยาเป็น "สภาพ่อค้าเวลด์ฮอลม์ขอต้อนรับท่าน นครทั้งนครรอคอยการมาถึงของท่านเสียจนข้าเกรงว่าความจริงจะสู้ข่าวลือไม่ได้"
เวอร์ดานยกมือขึ้นอย่างนอบน้อม รอยยิ้มที่ฝึกมาจนเป็นกล้ามเนื้อมากกว่าอารมณ์ "ท่านฮัลเวกให้เกียรติเกินไป ข้าเป็นเพียงนักผจญภัยจรไปจรมา บังเอิญมีโชคช่วยคนได้บ้างเท่านั้น" — *ในใจเขานับว่ามีทหารยามบนกำแพงสี่สิบเอ็ดนาย ครึ่งหนึ่งไม่ได้มองเขา อีกครึ่งมองมากเกินไป มีคนสามคนในซอกหลังคาที่ไม่ใช่ทหาร และมีอย่างน้อยหนึ่งคนที่เวอร์ดานมองไม่เห็นแต่รู้ว่ามีเพราะนกพิราบบนชายคาฝั่งนั้นไม่ยอมลง*
"นักผจญภัยที่ปราบโจรหกพันคนในวันเดียว" ฮัลเวกว่า เสียงเรียบ รอยยิ้มไม่กระเตื้อง "นักผจญภัยที่นักรบเวทขั้นกลางคนเดียวในรอบสิบปีคุกเข่าให้ ข้าได้ยินมาว่ายุคนี้เหลือคนใช้เวทขั้นกลางไม่ถึงสิบคนทั้งทวีป และหนึ่งในนั้นเรียกท่านว่า 'ผู้ที่เหนือกว่า' "
"ดเรคพูดเกินจริงไปหน่อย" เวอร์ดานว่า "เขาแค่ฝืนร่างตัวเองจนพัง ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย"
ซึ่งเป็นความจริง — และเป็นความจริงที่ทำให้เวอร์ดานนอนไม่หลับมาหลายคืน เพราะเขา *ไม่ได้* แตะดเรค เขาแค่ปัดพายุเวทขั้นกลางเบาๆ แล้วดเรคก็ล้มเอง ร่างพังเอง ตามราคาของเวทยุคนี้ที่เวอร์ดานยังไม่เคยชิน และถ้าเขาไม่ได้ทำ แล้วใครทำ ใครจัดฉากให้ศัตรูของเขาล้มลงพอดิบพอดีในวินาทีที่ต้องล้ม
ฮัลเวกหัวเราะเบาๆ ราวกับเวอร์ดานเพิ่งเล่นมุก "ความถ่อมตัวของท่านจะทำให้สภายิ่งหลงรักท่าน เชิญทางนี้ ขบวนของท่าน—"
เขาหันไปมองข้างหลังเวอร์ดาน แล้วชะงัก
เพราะ "ขบวน" ของเวอร์ดานมีคนสี่คน
ลิเลียในชุดเดินทางสีเทาเรียบ ยิ้มกวนๆ ให้ทหารยามจนพวกนั้นเขินทั้งแถว ราฮับที่ยืนนิ่งด้านหลังราวกับเงาที่ลืมเจ้าของไว้ ดาบใบดำดูดแสงพันด้วยผ้าจนดูเหมือนไม้เท้าธรรมดา และผู้หญิงคนหนึ่งในชุดพ่อค้าเรียบๆ ถือแฟ้มหนังหนาเตอะ ใบหน้าเย็นชาไร้อารมณ์ — เซเรน่า ที่บอกเวอร์ดานว่า "ข้าจะตามไปดูเสบียงให้" แล้วเวอร์ดานก็พยักหน้าโดยไม่ทันคิดว่าคำว่า "ดูเสบียง" ในพจนานุกรมของเซเรน่าหมายถึงอะไร
"นี่... คือทั้งหมดหรือ" ฮัลเวกถาม น้ำเสียงเปลี่ยนนิดเดียว แต่เวอร์ดานจับได้ — ความผิดหวังที่ปนความสับสน ทูตคนนี้เตรียมรับขบวนเกียรติยศของวีรบุรุษ กองคุ้มกัน ธงทิว ม้าศึก เขาเตรียมเวทีไว้ใหญ่ และนักแสดงเอกมากันสี่คนเหมือนพ่อค้าเร่หลงทาง
"ข้าไม่ชอบเดินทางเอิกเกริก" เวอร์ดานว่า ซึ่งเป็นเรื่องจริงอีกเช่นกัน — *ขบวนใหญ่หมายถึงเป้าใหญ่ และเป้าใหญ่หมายถึงคนที่เก่งกว่าเขาจะเล็งได้ง่ายขึ้น* — แต่ในหูชาวยุคนี้ ประโยคเดียวกันแปลเป็น *วีรบุรุษผู้ถ่อมตนถึงขั้นไม่ต้องการบริวาร*
เขาเห็นฮัลเวกกลืนน้ำลาย เห็นความคิดวิ่งในตาทูต เห็นมันลงเอยที่ข้อสรุปผิดๆ เหมือนทุกคน
*ผู้แข็งแกร่งที่ไม่ต้องการใครคุ้มกัน เพราะตัวเขาเองคือกองทัพ*
เวอร์ดานถอนหายใจในใจ เขาแค่ไม่อยากแบกคนเยอะ
—
ภายในกำแพง เวลด์ฮอลม์เปิดออกเหมือนหีบสมบัติที่มีคนเขย่าจนของในนั้นปนกันมั่ว
ถนนปูหินกว้างพอให้เกวียนสามคันสวนกัน สองข้างเป็นร้านค้าสามชั้นที่ชั้นล่างขายของ ชั้นกลางทำงาน ชั้นบนคนอยู่ กลิ่นเกลือปนกลิ่นเครื่องเทศปนกลิ่นน้ำเสียที่ไหลในรางข้างถนน เสียงต่อราคาดังเป็นภาษาที่เวอร์ดานเดาว่าน่าจะมีอย่างน้อยสี่สำเนียง ป้ายร้านเขียนด้วยอักษรยุคนี้ที่บางป้ายสะกดผิด บางป้ายวาดรูปแทนเพราะเจ้าของอ่านไม่ออก
มันมีชีวิต มันวุ่นวาย มันรวย
และมันเน่า
เวอร์ดานเห็นมันตั้งแต่ก้าวที่สาม — เด็กขอทานที่นั่งเรียงเป็นแถวตรงมุมตลาดอย่างเป็นระเบียบเกินกว่าจะเป็นความบังเอิญ มีคนคุม กลุ่มชายฉกรรจ์ที่ยืนหน้าโกดังโดยไม่ทำงานอะไรนอกจากยืน เป็นภาษีคุ้มครองที่ไม่มีใครเรียกว่าภาษี และความเงียบแปลกๆ ที่ตกลงมาเป็นช่วงๆ เมื่อขบวนของพวกเขาผ่านบางตรอก ราวกับมีคนสั่งให้เงียบ แล้วเสียงก็กลับมาเมื่อพ้นไป
เขาไม่ต้องใช้เวทอ่านอะไรเลย เขาแค่เคยปกครองนคร เคยเห็นนครหลายร้อยในยุคทอง และนครที่ป่วยมีกลิ่นเหมือนกันทุกยุค
ข้างหลังเขา เสียงเซเรน่าดังขึ้นเบาๆ พูดกับลิเลียแต่ตั้งใจให้เวอร์ดานได้ยิน
"ตลาดเกลือผูกขาดสามตระกูล ราคาสูงกว่าต้นทุนเก้าเท่า แปลว่ามีคนกินส่วนต่างตรงกลางที่ไม่ใช่ผู้ขายและไม่ใช่ผู้ซื้อ" เธอพูดเรียบราวกับอ่านรายการซักผ้า "ทุกร้านในตรอกนี้จ่ายคนกลุ่มเดียวกัน ข้าเห็นเหรียญเปลี่ยนมือสี่ครั้งระหว่างที่เราเดินมาสิบก้าว ไม่ใช่การค้า เป็นการเก็บ และคนเก็บไม่ได้ใส่เครื่องแบบ"
"แปลว่าอะไร" ลิเลียถาม แม้ลิเลียจะรู้คำตอบอยู่แล้ว — นางถามเพื่อให้เวอร์ดานได้ฟังคำตอบ นี่คือเกมเล็กๆ ที่สองคนนี้เล่นกัน
"แปลว่าเมืองนี้มีสภาที่ปกครองในเวลากลางวัน และมีอีกมือหนึ่งที่ปกครองในเวลาที่เหลือ" เซเรน่าตอบ "และสภารู้ดี แต่จ่ายเพื่อให้มืออีกข้างทำสิ่งที่สภาทำเองไม่ได้"
เวอร์ดานไม่ได้หันมา แต่เขาฟังทุกคำ
*มือที่สอง* เขาคิด *ทุกนครป่วยมีมือที่สอง นี่ไม่แปลก นี่คือธรรมชาติของเมืองที่รวยเกินกว่าจะซื่อสัตย์*
แต่แล้วความระแวงที่อยู่กับเขามาพันปีก็ขยับ ยกหัวขึ้นเหมือนงูที่ได้กลิ่นความอบอุ่น
*หรือว่ามือที่สองในเวลด์ฮอลม์ คือมือเดียวกับมือที่จัดฉากให้ดเรคล้ม มือเดียวกับที่ทำให้ประตูอนาคตของเขาแตกจากด้านใน มือเดียวกับที่กำลังเล่นเกมยาวกับเขามาตั้งแต่ก่อนเขาจะรู้ว่าตัวเองอยู่ในยุคนี้*
เขารู้ว่ามันไม่สมเหตุสมผล เขารู้ว่าความระแวงกำลังเชื่อมจุดที่ไม่ควรเชื่อม นี่คือสิ่งที่ลิเลียพูดกับเขาในคืนสุดท้ายก่อนออกเดินทาง — *นายต้องการให้มีมือที่สาม เพราะถ้าไม่มี ความผิดที่ทำให้พวกเราติดอยู่ที่นี่ก็เป็นของนายคนเดียว*
เขาได้ยินนาง เขาเข้าใจนาง
เขาก็ยังเชื่อมจุดนั้นอยู่ดี
—
งานเลี้ยงต้อนรับจัดในหอประชุมของสภา อาคารหินอ่อนที่เป็นสิ่งเดียวในเวลด์ฮอลม์ที่สร้างเพื่อความสง่างามมากกว่ากำไร เพดานสูง เสาเรียงเป็นแถว โคมไฟน้ำมันแขวนเรียงจนทั้งห้องเหลืองอร่าม
ผู้แทนของสิบเอ็ดตระกูลนั่งเรียงตามโต๊ะยาว แต่งกายหรูจนเวอร์ดานอ่านลำดับอำนาจได้จากเนื้อผ้าแทนที่จะจากที่นั่ง สามตระกูลที่ผูกขาดเกลือนั่งหัวโต๊ะ ผ้าทองทอแน่นจนหนัก สี่ตระกูลกลางๆ นั่งช่วงกลาง แต่งพอประมาณแต่ตาคมกว่า และสี่ตระกูลปลายโต๊ะที่แต่งหรูเกินฐานะ — *พวกที่กำลังจะตกอันดับ จึงต้องโชว์ให้หนักที่สุด* เวอร์ดานคิด เซเรน่าคงคิดเหมือนกัน นางนั่งอยู่หลังเวอร์ดานในชุดพ่อค้าเรียบๆ ไม่มีใครสนใจนาง และนางก็ตั้งใจให้เป็นอย่างนั้น
ฮัลเวกแนะนำเวอร์ดานต่อสภาด้วยถ้อยคำที่ขัดเกลามาดี วีรกรรมที่นครรุ่งอรุณถูกเล่าใหม่ให้ใหญ่ขึ้นอีกหนึ่งระดับ โจรหกพันกลายเป็นหมื่น คืนเดียวกลายเป็นค่ำเดียว และเวอร์ดานก็นั่งฟังตำนานของตัวเองพองโตด้วยสีหน้าถ่อมตน ขณะในใจคำนวณว่าถ้าเขาต้องออกจากห้องนี้ด้วยกำลัง เขามีทางหนีกี่ทาง
*เก้าทาง* เขาสรุป *แต่ข้าไม่ไว้ใจสามทาง เพราะมันง่ายเกินไป*
ผู้แทนตระกูลเกลือที่นั่งหัวโต๊ะ — ชายอ้วนหน้าแดงชื่ออะไรสักอย่างที่ลงท้ายด้วยเสียงขึ้นจมูก — ยกถ้วยขึ้น "ท่านเวอร์ดาน เวลด์ฮอลม์เป็นเมืองที่ให้เกียรติคนที่พิสูจน์คุณค่าของตัวเองด้วยการกระทำ ไม่ใช่ด้วยชาติกำเนิด ที่นี่ไม่มีกษัตริย์ มีแต่คนที่ทำได้กับคนที่ทำไม่ได้ และท่าน—" เขายิ้มกว้าง "—ดูเหมือนเป็นคนที่ทำได้"
เสียงปรบมือเบาๆ มารยาท
"พวกเราอยากรู้" ผู้แทนตระกูลเกลืออีกคนเอ่ย เสียงนุ่มกว่า อันตรายกว่า "ว่านครรุ่งอรุณต้องการอะไรจากเวลด์ฮอลม์ เมืองใหม่ที่โตเร็วขนาดนั้นมักต้องการสามอย่าง — เงิน อาวุธ หรือการยอมรับ ท่านมาเพื่ออย่างไหน"
ห้องเงียบลง นี่คือคำถามจริง คำถามที่เลี้ยงทั้งงานมาเพื่อจะถาม
เวอร์ดานวางถ้วยลงช้าๆ
"ข้ามาเพราะท่านฮัลเวกบอกว่ามีมอนสเตอร์รบกวนเส้นทางค้าของท่าน" เขาว่า น้ำเสียงเรียบ "ข้าจัดการมันแล้ว ระหว่างทางมา" — *และมันไม่ใช่มอนสเตอร์ธรรมดา มันมีร่องรอยเวทเผ่าข้าจางๆ ติดอยู่ และในซากมันมีเศษโลหะจารึกอักษรยุคทอง และมีรอยที่บ่งว่าคนยุคนี้พยายามใช้มันเป็นอาวุธ แต่เรื่องนั้นข้าจะไม่บอกพวกท่าน* — "ส่วนข้าต้องการอะไรน่ะหรือ"
เขามองไปทั่วโต๊ะ มองหน้าทุกคนทีละหน้า ปล่อยให้เงียบนานพอจะอึดอัด
"ข้าไม่ต้องการอะไรจากเวลด์ฮอลม์เลย"
ซึ่งเป็นความจริงที่สุดที่เขาพูดมาทั้งคืน — เขา *ไม่* ต้องการเงินหรืออาวุธหรือการยอมรับ เขาต้องการแค่ข้อมูล เขาต้องการรู้ว่าใครสะสมโบราณวัตถุของเผ่าเขา ใครรู้ภาษายุคทอง ใครกำลังเล่นเกมกับเขา เขาต้องการรู้ว่าภัยที่ล้างเผ่าเขายังอยู่ไหม
แต่ในห้องที่เต็มไปด้วยพ่อค้าซึ่งทั้งชีวิตวัดคนจากสิ่งที่คนนั้นต้องการ ประโยค "ข้าไม่ต้องการอะไรเลย" ตกลงมาเหมือนหินทิ้งลงบ่อ
เพราะคนที่ไม่ต้องการอะไร คือคนที่ควบคุมไม่ได้
และคนที่ควบคุมไม่ได้ คือคนที่น่ากลัวที่สุดในห้องที่ทุกคนซื้อขายกันได้
เวอร์ดานเห็นมันเกิดขึ้นบนใบหน้าสิบเอ็ดใบ — ความเกรงที่ลึกลงไปอีกขั้น เขาตั้งใจให้เกรง ความเกรงทำให้คนระวังตัว และคนที่ระวังตัวจะไม่กล้าทดสอบเขา แต่ — *เขาเห็นมันสายไป* — ความเกรงก็ทำให้คนบางคนคิดหาทางใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ตัวเองเกรง
เขาแค่ยังไม่รู้ว่าใครในห้องนี้กำลังคิดอย่างนั้น
จนกระทั่งเขารู้สึกถึงสายตา
—
มันไม่ใช่สายตาที่ดังที่สุดในห้อง
สายตาของผู้แทนตระกูลเกลือดังที่สุด — โลภ ประเมิน คำนวณราคา สายตาของฮัลเวกเป็นสายตาคนที่อยากให้งานราบรื่น สายตาชาวเมืองที่แอบมองผ่านหน้าต่างเป็นสายตาศรัทธาที่เวอร์ดานเริ่มชินจนเกือบไม่รู้สึก
แต่มีสายตาคู่หนึ่งที่ *เงียบ*
มันมาจากปลายห้อง จากชายคนหนึ่งที่นั่งไม่ใช่ที่โต๊ะของสภา แต่นั่งเยื้องออกมา ในที่ที่คนสำคัญจริงๆ มักนั่ง — ที่ที่มองเห็นทุกคนแต่ไม่ถูกจัดให้อยู่ในลำดับใคร ชายวัยกลางคน ผมหวีเรียบ เสื้อคลุมสีเทาเข้มที่เรียบจนแพง ไม่มีตราตระกูล ไม่มีเครื่องประดับ ไม่มีอะไรเลยนอกจากความเรียบที่ในเมืองอวดรวยแบบนี้กลับสะดุดตาที่สุด
เขาไม่ได้มองเวอร์ดานแบบเกรง
เขาไม่ได้มองแบบศรัทธา
เขาไม่ได้มองแบบประเมินราคาด้วยซ้ำ
เขามองเวอร์ดานแบบ *รู้จัก* — แบบคนที่เห็นใครบางคนที่ตามหามานาน แล้วในที่สุดก็เจอ และกำลังตรวจสอบเงียบๆ ว่าใช่จริงไหม
เวอร์ดานนิ่งไปครึ่งวินาที
ทุกเส้นประสาทในร่างที่เคยเป็นจอมเวทเทพเจ้าตื่นขึ้นพร้อมกัน เขาไม่ขยับ ไม่เปลี่ยนสีหน้า รอยยิ้มถ่อมตนยังอยู่ที่เดิม แต่ภายใน — *คนนั้นไม่กลัวข้า คนทั้งห้องนี้กลัวข้าหมด ยกเว้นคนนั้น และคนที่ไม่กลัวข้าในห้องที่ควรกลัว มีอยู่สองแบบ — แบบที่โง่เกินกว่าจะรู้ กับแบบที่รู้มากกว่าที่ควรรู้*
ชายคนนั้นไม่ได้ดูโง่เลยสักนิด
เวอร์ดานพยายามอ่านเขาด้วย passive ของตัวเอง — แตะเขาด้วยสายตา ไม่ใช่มือ แต่บางครั้งระยะใกล้พอก็พอจะรู้สึกบางอย่าง — แต่ก็ได้แค่ความว่างเปล่า ชายคนนั้นไม่มีอะไรบนตัวที่เก่าผิดยุค ไม่มีโบราณวัตถุ ไม่มีเศษเวท ไม่มีร่องรอยยุคทองสักจุดเดียว เขาเป็นชายยุคนี้แท้ๆ อายุสี่สิบเศษ ทุกอย่างบนตัวเขาเกิดในยุคนี้
แล้วทำไมเขาถึงมองเวอร์ดานเหมือนรู้ว่าเวอร์ดานไม่ได้เกิดในยุคนี้
ลิเลียที่ยืนข้างกำแพงขยับเข้ามาใกล้เวอร์ดานนิดหนึ่ง พอจะกระซิบ "นายเห็นเขาแล้วสินะ"
"เจ้ารู้ว่าเขาเป็นใคร" เวอร์ดานถามเบาเท่าลมหายใจ
"ไม่รู้" ลิเลียตอบ "แต่ตั้งแต่เราเข้ามา เขาเป็นคนเดียวในเมืองนี้ที่ไม่เคยมองอย่างอื่นเลยนอกจากนาย ไม่มองเซเรน่า ไม่มองราฮับ ไม่มองดาบ — นาย คนเดียว" นางหยุด "เซเรน่าก็เห็น นางเขียนอะไรลงในแฟ้มไปแล้วสามบรรทัด"
—
งานเลี้ยงเลิกในยามดึก
เวอร์ดานปฏิเสธห้องพักหรูที่สภาเตรียมไว้ในคฤหาสน์ของตระกูลเกลือ เลือกโรงเตี๊ยมธรรมดาใกล้กำแพงตะวันออกแทน — *ทางหนีมากกว่า เพดานบางกว่า ได้ยินคนเดินบนหลังคาง่ายกว่า* — และฮัลเวกก็ตีความว่าเป็นความถ่อมตนอีกครั้ง
ในห้องชั้นบนของโรงเตี๊ยม เซเรน่าวางแฟ้มลงบนโต๊ะ เปิดออก หน้ากระดาษเต็มไปด้วยลายมือเล็กแน่นเป็นระเบียบ
"เวลด์ฮอลม์ตายได้ในสามทาง" นางพูด ไม่มีอารัมภบท "หนึ่ง ตัดเส้นทางเกลือเหนือ เมืองอดเกลือสามสัปดาห์ก่อนจะจลาจล สอง ซื้อหนี้ของสี่ตระกูลปลายโต๊ะ พวกมันจมหนี้จนเป็นหุ่นเชิดอยู่แล้ว ใช้เงินไม่ถึงที่นครรุ่งอรุณเก็บภาษีได้ในหนึ่งฤดู สาม—" นางเงยหน้าขึ้น "ปล่อยให้มันเน่าต่อไปอีกหนึ่งปี แล้วมันจะมาขอให้เรากลืนมันเอง"
เวอร์ดานนั่งลงที่ริมหน้าต่าง มองไฟของเวลด์ฮอลม์ที่ยังไม่ดับแม้ดึกดื่น เมืองที่ไม่เคยหลับเพราะกลัวว่าถ้าหลับจะถูกขโมย
"ข้าไม่ได้สั่งให้เจ้าวางแผนกลืนเมืองนี้" เขาว่า เหนื่อยล้า "ข้าสั่งให้เจ้าดูเสบียง"
"ข้าดูเสบียงแล้ว" เซเรน่าตอบหน้าตาย "เสบียงของเราพอ เสบียงของเมืองนี้ไม่พอ ข้าเลยดูต่อว่าทำไม" นางปิดแฟ้ม "ท่านอยากให้ข้าหยุดดูไหม"
เวอร์ดานเงียบ
เขาควรจะบอกว่า *หยุด* เขาควรจะบอกว่า เรามาที่นี่เพื่อข้อมูล ไม่ใช่เพื่อยึดเมือง เรามาเพื่อหาว่าใครสะสมของเผ่าเรา หาว่าภัยอยู่ที่ไหน ไม่ใช่เพื่อสร้างจักรวรรดิ
แต่ทุกครั้งที่เขาพยายามบอกตัวเองว่า *ข้าไม่ต้องการเมืองนี้* ความระแวงก็กระซิบกลับมาว่า *ถ้าเจ้าไม่กลืนมัน เจ้าก็ไม่คุมมัน และเมืองที่เจ้าไม่คุมคือเมืองที่ศัตรูของเจ้าอาจคุมอยู่แล้ว และชายในเสื้อเทานั่นก็มองเจ้าราวกับเขาคุมอะไรบางอย่างที่เจ้ายังมองไม่เห็น*
"อย่าหยุด" เขาได้ยินเสียงตัวเองพูด "แต่อย่าให้ใครเห็น"
เซเรน่าพยักหน้า — และในหัวของนาง "อย่าให้ใครเห็น" ก็ขยายตัวเป็นแผนข่ายข้อมูลสามชั้นที่ไม่มีใครในเวลด์ฮอลม์จะรู้ว่าโดนกลืนจนกระทั่งโดนไปแล้ว
ลิเลียที่นั่งอยู่มุมห้องส่งเสียงครางในลำคอ เสียงที่เวอร์ดานรู้จักดี เสียงของคนที่อยากพูดอะไรบางอย่างแต่เลือกจะไม่พูด
"ว่ามาเถอะ" เวอร์ดานว่า
"ฉันแค่จะบอกว่า" ลิเลียยิ้ม แต่ตาไม่ยิ้มเท่าปาก "นายมาที่นี่บอกว่าจะมาหาข้อมูลเงียบๆ แล้วภายในคืนเดียว เซเรน่าวางแผนยึดเมืองสี่หมื่นคน ราฮับนับทางสังหารไปแล้วทุกคนในงานเลี้ยง และนายเองก็ล็อกเป้าคนแปลกหน้าในเสื้อเทาว่าเป็นศัตรู ทั้งที่เขายังไม่ได้พูดกับนายสักคำ"
เวอร์ดานไม่ตอบ
"ฉันไม่ได้ว่านายผิดนะ" ลิเลียพูดต่อ เบาลง "บางทีเขาอาจเป็นศัตรูจริง บางทีเมืองนี้อาจควรถูกกลืนจริง ฉันไม่รู้ ฉันแค่... สังเกตว่าทุกครั้งที่เราเข้าเมืองใหม่ นายจะหาคนที่น่ากลัวที่สุดในเมืองให้เจอภายในชั่วโมงแรกเสมอ และนายก็เจอเขาทุกครั้ง" นางเอียงคอ "นายเคยคิดไหมว่า มันไม่ใช่เพราะเมืองทุกเมืองมีคนน่ากลัว แต่เพราะนายมองหาเขาจนเจอ"
ห้องเงียบ ไฟเทียนกระเพื่อม
เวอร์ดานมองออกไปนอกหน้าต่าง มองเมืองที่ไม่หลับ มองหาเงาในเสื้อเทาที่เขารู้ว่าอยู่ที่ไหนสักแห่งในความวุ่นวายนั้น กำลังคิดเรื่องเขาเหมือนที่เขากำลังคิดเรื่องเขา
"เจ้าอาจจะพูดถูก" เขาว่าในที่สุด เงียบ "แต่เจ้าอธิบายไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงมองข้าเหมือนรู้ว่าข้ามาจากที่ไกล"
ลิเลียเงียบ เพราะนางอธิบายไม่ได้จริงๆ
—
ขณะนั้นเอง ในอีกฟากหนึ่งของเวลด์ฮอลม์ ในห้องที่ไม่มีหน้าต่างของอาคารที่ไม่มีป้าย ชายในเสื้อคลุมสีเทาเข้มนั่งลงตรงข้ามชายชราคนหนึ่งที่นั่งรอเขาอยู่ในความมืด
"เจอเขาแล้ว" ชายเสื้อเทาพูด
ชายชราไม่เงยหน้า มือเหี่ยวๆ ของเขาวางอยู่บนกล่องไม้ใบเล็กที่ปิดสนิท "แน่ใจหรือว่าเป็นเขา ไม่ใช่แค่นักผจญภัยโชคดีอีกคน"
"ตอนข้ามองเขา" ชายเสื้อเทาว่า ช้าๆ "เขามองกลับ และเขารู้ทันทีว่าข้ามองเขาแบบไม่กลัว ในเมืองที่ทุกคนกลัวเขา และเขา *กังวล* ว่าทำไมข้าถึงไม่กลัว" เขาหยุด "คนที่แข็งแกร่งจริงไม่กังวลว่าใครกลัวหรือไม่กลัว มีแต่คนที่ *ซ่อนอะไรบางอย่าง* เท่านั้นที่กังวล และเขาซ่อนอะไรบางอย่างไว้มากพอจะทำให้เขากังวลกับชายแก่ในเสื้อราคาถูกที่นั่งปลายห้อง"
ชายชราเงยหน้าขึ้นในที่สุด ดวงตาที่ขุ่นด้วยวัยแต่คมราวมีด
"งั้นก็ถึงเวลา" เขาว่า แล้ววางมือลงบนกล่องไม้เบาๆ ราวกับลูบหัวสุนัขแก่ "ตามห้ามาสิบเอ็ดปี ในที่สุดก็มีคนเดินเข้ามาในเมืองที่มองทุกอย่างเหมือนที่ตำราของเราเขียนไว้ว่าพวกนั้นมอง"
"ท่านจะพบเขาเลยหรือ"
"ยัง" ชายชราว่า "ปล่อยให้เขากลัวเราอีกสองสามวันก่อน คนที่กลัวจะเผยตัวเองมากกว่าคนที่มั่นใจ" เขายิ้ม รอยยิ้มที่ไม่มีความอบอุ่นเลยสักนิด "แล้วค่อยส่งคำเชิญ บอกเขาว่า... ตระกูลวอร์นรอคอยการมาถึงของคนแบบเขามานานแล้ว"
—
ในโรงเตี๊ยมริมกำแพงตะวันออก เวอร์ดานหลับตาลงโดยที่ยังไม่ได้นอน
ราฮับยืนอยู่ที่มุมห้อง ไม่ขยับ ไม่พูด ดาบที่พันผ้าวางพาดบนเข่า เซเรน่ากลับไปห้องของนางพร้อมแฟ้มและความเงียบของคนที่มีงานต้องทำ ลิเลียม้วนตัวนอนบนเตียงเล็กฝั่งตรงข้าม หายใจสม่ำเสมอแต่เวอร์ดานรู้ว่านางยังไม่หลับ
เขายังนึกถึงสายตาคู่นั้น
ในใจเขายังเชื่อมจุด เชื่อมชายเสื้อเทาเข้ากับมือที่จัดฉากให้ดเรคล้ม เข้ากับประตูอนาคตที่แตกจากด้านใน เข้ากับเสียงสะท้อนยุคทองที่คาสเทลจับได้ในนครรุ่งอรุณก่อนเขาออกเดินทาง — เสียงที่ไม่มีทิศ เสียงที่ใกล้เกินกว่าจะมีทิศ เสียงที่อยู่ในเมืองของเขาเอง
เขาฝากเรื่องนั้นไว้กับคาสเทลและไกร์ฟอนก่อนออกมา *หาให้เจอว่ามันคืออะไร* เขาสั่ง และตอนนี้เขาอยู่ห่างออกมาสิบวันเดิน ในเมืองแปลกหน้า มีคนแปลกหน้ามองเขาเหมือนรู้จัก และเขาก็ไม่รู้ว่าภัยจริงๆ อยู่ที่ปลายสายตาคนเสื้อเทาในเวลด์ฮอลม์ หรืออยู่ใต้เท้าของบ้านที่เขาทิ้งไว้ข้างหลัง
หรืออยู่ในหัวเขาเอง อย่างที่ลิเลียบอก
เขาไม่รู้ และการไม่รู้คือสิ่งเดียวที่เคยทำให้จอมเวทเทพเจ้าผู้ไม่กลัวสิ่งใดในยุคทอง — กลัว
ข้างนอก เวลด์ฮอลม์ยังไม่หลับ
และที่ไหนสักแห่งในความไม่หลับนั้น มีกล่องไม้ใบเล็กที่ปิดสนิท วางอยู่ใต้มือเหี่ยวๆ ของชายชราที่รอคอยคนแบบเวอร์ดานมาสิบเอ็ดปี — และเพิ่งจะเริ่มยิ้ม
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.