ตอนที่ 885
750 / 1023
อ่าน 10 นาที
Chapter 885
เผยแพร่เมื่อ 14 มี.ค. 2569 03:39
Chapter 885
~~
รีซ
~~
ผมรออยู่ในรถขณะที่ทาเลียและทรินิตี้เข้าไปจัดการปลดปล่อยวิญญาณออกจากร่าง จากสิ่งที่ได้ยินหลังจากนั้น ผมคิดว่าการที่ผมไม่เข้าไปด้วยน่ะดีแล้ว ถ้าต้องเห็นหมอคนนั้นโผล่เข้ามาแบบไม่คาดฝัน ผมคงสติแตกและอาละวาดไปด้วยความโมโหแน่ๆ ทรินิตี้รับมือกับสถานการณ์นั้นได้ดีกว่าผมเยอะ
แต่ตอนนี้ เรากำลังมุ่งหน้ากลับไปที่คฤหาสน์ของอาร์เทม ถึงเวลาที่เราต้องสอบสวนพวกสวะที่วิ่งหนีไปที่ชายหาดนั่นแล้ว อย่างน้อยต้องมีสักคนที่รู้อะไรเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยิ่งรู้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น
งานนี้ต้องสนุกแน่ ผมไม่ได้มีโอกาสสอบสวนไอ้พวกสารเลวแบบนี้มาตั้งแต่เริ่มคบกับทรินิตี้แล้ว ครั้งสุดท้ายก็ไอ้พวกหน้าตัวเมียที่แอบบุกรุกเข้ามาในที่ดินของผมเมื่อหลายปีก่อนนั่นแหละ น่าเสียดายที่หนึ่งในนั้นดันตายไปเสียก่อน แต่นั่นไม่ใช่ความผิดของผมหรอก ฝีมือเอ็ดมอนด์ต่างหาก
ครั้งนี้ผมจะทำตัวให้ดี จะไม่ทำร้ายพวกมันหรอก แค่จะทำให้พวกมันขวัญหนีดีฝ่อจนจำไปจนตาย บางทีผมอาจจะกลายร่างเป็นไลแคนให้พวกมันเห็นเพื่อขู่สักหน่อยคงจะดีไม่น้อย ผมอยากเห็นสีหน้าของพวกสาวกคลั่งพวกนั้นจริงๆ ตอนที่ผมแสดงให้เห็นว่าผมทำอะไรได้บ้าง พวกมันคิดว่าพวกเราเป็นสัตว์ประหลาดงั้นเหรอ? ได้เลย เดี๋ยวผมจะโชว์ให้เห็นว่าสัตว์ประหลาดของจริงมันเป็นยังไง
.....
เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ ผมเดินตามทรินิตี้ไปยังที่คุมขังนักโทษ ส่วนทาเลียถูกส่งไปใช้เวลากับพวกแฝดสาม เธอควรจะผ่อนคลายบ้างหลังจากเรื่องวุ่นวายในวันนี้ เธอไม่ต้องมาสนใจพวกนี้หรอก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมกับทรินิตี้จัดการเอง
“สวัสดีครับ คิงรีซ” คริสรีบลุกขึ้นยืนทันทีที่เห็นผม “ผมไม่คิดว่าคุณจะกลับมาเร็วขนาดนี้ ผมทำเรื่องขอประวัติของพวกที่ถูกจับมาทั้งหมดแล้วครับ อย่างน้อยก็ชื่อที่เราได้มา และผมก็เก็บลายนิ้วมือพวกมันไว้ด้วย ผมอยากดูว่าเราจะได้ข้อมูลอะไรเพิ่มจากตรงนั้นบ้าง เอกสารน่าจะมาถึงเร็วๆ นี้ครับ” เขามีท่าทีประหม่าและตื่นกลัวในขณะที่พูด
“ไม่เป็นไร เริ่มการสอบสวนคนแรกได้เลย เอาแฟ้มมาให้ผมด้วยตอนที่มันมาถึง” ผมเดินไปที่ประตูบานแรกแล้วสูดลมหายใจเข้าไป สัมผัสได้ว่าคนข้างในเป็นมนุษย์แน่นอน “มันชื่ออะไร?”
“คนนี้ชื่อ จาเร็ด ฮิวส์ ครับ เขาบอกว่าอายุยี่สิบสองปี และไม่รู้ว่าทำไมพวกเราถึงต้องไล่ตามเขา”
“ก็ต้องบอกแบบนั้นอยู่แล้วนี่” ผมพ่นลมหายใจใส่ประตูด้วยความเหยียดหยาม
“ควบคุมตัวเองหน่อยรีซ” ทรินิตี้กุมมือผม “เราจะเข้าไปข้างในด้วยกัน”
“รู้แล้วน่า แต่ขออะไรอย่างสิแม่กระต่ายน้อย ปล่อยให้ผมเป็นคนพูดนะ ได้โปรด” ผมแทบจะอ้อนวอนเธอต่อหน้าตำรวจที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
“ฉันจะให้คุณเป็นคนพูดก่อน แต่ถ้าฉันจำเป็นต้องถามหรือแทรกอะไรขึ้นมา ฉันจะทำ ตกลงไหม?”
“ตกลง” ผมยิ้มให้เธอและยอมรับเงื่อนไข “เอาล่ะ ไปกันเถอะ”
ชายที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะดูเหมือนเด็กน้อยที่กำลังขวัญเสีย ถ้าไอ้หมอนี่คือหนึ่งในกลุ่มคนที่ฆ่าผู้คนพวกนั้น ผมก็คงเป็นนักเต้นบัลเลต์ที่โด่งดังเรื่องการหมุนตัวและทำท่าแยกขาขณะกระโดดโดยใส่กระโปรงตูตูฟูฟ่องแล้วล่ะ ซึ่งชีวิตนี้ผมไม่เคยเต้นบัลเลต์เลยสักครั้ง
“อธิบายมาซิ” ผมพูดขณะนั่งลงที่โต๊ะ ทรินิตี้นั่งเงียบๆ อยู่บนเก้าอี้ที่มุมห้อง
“ผะ...ผม...ผมไม่รู้ว่าคุณต้องการให้ผมพูดอะไร ผม...ผมไม่ได้ทำอะไรผิดนะ” เขาสั่นเทาขณะพูดกับผม
“แล้วทำไมถึงวิ่งหนี?”
“อ...อะไรนะ?” เขามองดูเหมือนหนูตัวน้อยที่ถูกต้อนจนมุมและกำลังมองหาทางหนี
“ทำไมแกถึงวิ่งหนีที่ชายหาด? ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วจะวิ่งหนีทำไม?”
“ผะ...ผมไม่ค่อยถนัดเรื่องคนน่ะครับ ปกติผมไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก ผม...ผมไปแถวนั้นเพราะอยากเห็นตำรวจตัวจริงน่ะครับ ผมกำลังเขียนหนังสืออยู่เลยอยากเห็นว่าพวกเขาจัดการกับที่เกิดเหตุยังไง พะ...พอคนรอบข้างเริ่มตะโกน ผมก็ตกใจมาก ผมคิดว่าจะมีการต่อสู้กันเกิดขึ้น ผมไม่อยากเจ็บตัว กะ...ก็เลยวิ่งหนีไป ผมขอโทษครับ ได้โปรด...ปล่อยผมไปเถอะ”
ผมถอนหายใจและมองลงไปที่โต๊ะ ไม่อยากมองหน้าเขาอีกต่อไปแล้ว ส่วนใหญ่เป็นเพราะกลัวว่าถ้าทำแบบนั้น เขาจะตกใจจนหัวใจวายตายไปเสียก่อน ผมได้ยินเสียงลมหายใจและจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของเขา รู้ได้ทันทีว่าเขาพูดความจริง แต่ผมจำเป็นต้องขอดูประวัติของเขาก่อน
“รออยู่ที่นี่ ผมต้องไปเช็คอะไรบางอย่างหลังจากออกจากห้องนี้ ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย ก็จะมีคนพาแกกลับบ้าน”
“ผะ...ผมจะได้รับอิสระจริงๆ เหรอครับ?” เขาดูตกตะลึง ดวงตาเบิกกว้างจ้องมาที่หน้าผม
“ก็นะ ในเมื่อแกไม่ได้ทำอะไรผิด จริงไหมล่ะ?” ผมจ้องเขาด้วยสายตาจริงจัง
“ม่ะ...ไม่ครับท่าน ผมไม่ได้ทำอะไรผิดจริงๆ”
“งั้นแกก็จะเป็นอิสระ หลังจากที่ผมเช็คอะไรอีกอย่างเสร็จ แล้วจะมีคนขับรถไปส่งแกที่บ้าน”
“ขอบะ...ขอบคุณครับ ขอบคุณมากจริงๆ” ผมสาบานได้ว่าเขากำลังร้องไห้ “นับว่าเป็นข้อมูลที่ดีสำหรับหนังสือของผมเลยล่ะ” เขาร้องไห้ไปพร้อมกับยิ้มไปด้วย ช่างเป็นเด็กที่แปลกประหลาดจริงๆ
ทรินิตี้กับผมออกจากห้องนั้นและเดินไปหาคริสที่ยืนรออยู่ตรงโถงทางเดิน
“เขาบริสุทธิ์ เป็นแค่อินโทรเวิร์ตที่ขี้ตกใจ พอแฟ้มประวัติมาถึง ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีประวัติอาชญากรรม แล้วปล่อยตัวเขาไปได้เลย”
“รับทราบครับ” คริสยิ้มและพยักหน้า “ห้องถัดไปคือ นาธาน ไมเคิลส์ หมอนี่เป็นขี้ยาสมชื่อเลยครับ ดูจากสายตาและรอยเข็มที่แขนก็รู้แล้ว อายุสามสิบเอ็ดปี แถมยังนิสัยเสียสุดๆ ด้วย”
“ฟังดูน่าสนุกนะ” ทรินิตี้หัวเราะคิกคัก “ฉันนึกภาพออกเลยว่านิสัยเสียๆ แบบนั้นจะรับมือกับสามีจอมดื้อของฉันยังไง”
“เฮ้! นั่นไม่ตลกนะ” ผมพยายามทำหน้าหงุดหงิด แต่เสียงหัวเราะของผมเองก็ทำลายมาดนั้นไปจนหมดสิ้น
เมื่อผมเข้าไปในห้อง ผมเห็นชายคนหนึ่งที่ควรจะมีอายุสามสิบเอ็ดปี แต่ดูเหมือนคนอายุห้าสิบเอ็ดเสียมากกว่า การเสพยามาตลอดหลายปีทำลายเขาไปมาก ผมบางยุ่งเหยิงและดูมันเยิ้ม มันดูเหมือนเส้นลวดสีดำที่ลื่นๆ หวีปาดมาข้างหลัง ทำไมเขาไม่โกนทิ้งไปเลยให้มันโล้นๆ ไปก็ไม่รู้ นั่นน่าจะทำให้ดูดีขึ้นเยอะเลย
ผิวพรรณเขาซีดเซียว ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสิว ผอมแห้งจนน่าตกใจ และดูเหมือนจะมีฟันเหลืออยู่ในปากแค่ประมาณแปดซี่เท่านั้น ผมไม่อยากเป็นคนจับหรือสัมผัสตัวเขาเลยถ้าไม่จำเป็น ผมดีใจที่คนอื่นจัดการงานสกปรกนี้แทนผม
“อธิบายมาซิ” ผมพูดขณะนั่งลงที่โต๊ะ ประโยคเดียวกับที่พูดกับเด็กคนก่อนหน้านี้เป๊ะ
“มึงคิดว่ามึงคุยกับใครอยู่ ไอ้หน้าตัวเมีย? แค่มึงดูเหมือน คิงคอง ที่คิดว่าตัวเองจะข่มขู่คนอื่นด้วยขนาดตัวได้ ไม่ได้แปลว่ากูต้องฟังมึง กูรู้สิทธิ์ของกู กูรู้ว่ากูมีสิทธิ์ทำอะไรได้บ้าง และกูจะไม่พูดห่าอะไรกับมึงทั้งนั้น เพราะงั้น...ไสหัวไปซะ!” ผมนับคำที่เขาพูดในใจขณะยิ้มให้เขา ใช้เวลาแค่แปาทีเดียวก็ได้ยอดรวมแล้ว
“งั้นแกจะไม่พูดอะไรกับฉันเลยสินะ? ดีเลย เพราะฉันต้องการมากกว่าหนึ่งคำอยู่แล้ว และต้องการอะไรที่มากกว่าไอ้เจ็ดสิบคำที่แกเพิ่งพ่นออกมาด้วย” ผมยิ้มมุมปากขณะมองดูเขาพยายามคำนวณว่าเขาพูดไปกี่คำกันแน่ “เอาล่ะ นาธาน บอกมาว่าแกไปทำอะไรที่ชายหาด? แล้วทำไมถึงวิ่งหนี?”
“กูไม่คุยกับพวกตำรวจชั้นต่ำหรอก กูไม่จำเป็นต้องคุยกับมึง และกูจะไม่ทำให้ตัวเองซวยด้วยการสารภาพอะไรทั้งนั้น”
“ฉันไม่ใช่ตำรวจ และแกจะต้องคุยกับฉัน” ผมลดเสียงต่ำลงแล้วจ้องเขม็ง นัยน์ตาของผมเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นและแสดงคุณลักษณะของสัตว์ป่าออกมาโดยที่ตาเปล่ามองไม่เห็น เขาอาจไม่รู้ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไป แต่เขาสัมผัสได้แน่นอน และมันจะทำให้เขากลัวจนตัวสั่น
แค่ดูจากสีหน้าของเขา ผมก็รู้แล้วว่าความมั่นใจของเขาลดฮวบ และเริ่มพร้อมที่จะให้ความร่วมมือมากขึ้นด้วยการปรับเปลี่ยนแค่เล็กน้อยนี้ แต่เขาก็ยังดูเหมือนจะพยายามขัดขืนอีกนิดหน่อย
“กะ...กูไม่คุยกับมึง” เขากวาดสายตามองไปรอบห้องแล้วเห็นทรินิตี้ “กูจะคุยกับแม่นั่น ไม่คุยกับมึง ยัยนั่นน่ะ ช่วยคุมไอ้ตำรวจนี่หน่อยซิ”
“เขาไม่ใช่ตำรวจนาธาน และฉันก็ไม่ใช่เหมือนกัน อีกอย่างนะ นายควรจะคุยกับเขาจะดีกว่า เพราะฉันน่ะ...ร้ายกว่าเขาเยอะ” เธอทำให้เสียงดูคุกคามพอๆ กับผม เมื่อประกอบกับการที่ผมยืนกดดันอยู่ตรงหน้า มันได้ผลดีเกินคาด
“แม่งเอ๊ย...คุยก็ได้” ความมั่นใจของเขาพังทลายลงในพริบตา ผมสาบานได้ว่าได้ยินเสียงความอดทนของเขาขาดผึงเหมือนยางยืดที่ถูกดึงจนตึงเกินไป “กูไม่ได้ทำอะไร กูไม่ได้ทำ! กูแค่เห็นตำรวจที่จับกูก่อนหน้านี้แล้วมันตกใจ กูไม่ได้ทำร้ายใคร กูแค่ไม่อยากโดนคดียาเสพติดเพิ่มอีก กูพกมาด้วยไอ้เวร เอามันไปเลยจับกูก็ได้ กูไม่สน แต่กูไม่ได้ฆ่าใคร” เขาหวาดกลัวจนตัวสั่น กลิ่นยาที่เขาพูดถึงหึ่งออกมาจากตัวเขา และเขาพูดความจริง แย่ชะมัด คนนี้ก็ไม่ใช่ตัวการอีกคน
“ฉันไม่สนเรื่องยาของแกหรอก แต่ฉันจะยึดและทำลายมันทิ้งซะ แกต้องเลิกไอ้ของพวกนี้ไม่งั้นวันหนึ่งมันจะฆ่าแกเอา”
“ได้...ได้ครับพี่ ผมจะเลิก ผมสาบานเลย แค่อย่าทำร้ายผมก็พอ ผมไม่อยากยุ่งกับยาอีกแล้ว ไม่มีอะไรน่ากลัวเท่ากับผู้หญิงคนนั้นที่มุมห้องนั่นอีกแล้ว แค่เห็นหน้าเธอก็ทำให้ผมเลิกยุ่งกับเรื่องพวกนี้ได้เลย”
“เธอเนี่ยนะ?” ผมถามอย่างงุนงง “ไม่ใช่ฉันเหรอ?”
“เหอะ ไม่เลยพี่ ผู้หญิงคนนั้นน่ะน่ากลัวที่สุดเท่าที่กูเคยเห็นมาในชีวิตแล้ว”
“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันร้ายกว่าคุณ” ทรินิตี้หัวเราะคิกคักจากมุมห้อง และนั่นทำให้สีหน้าของไอ้ขี้ยานั่นซีดเผือดไปกว่าเดิม
“ฉันจะเช็คประวัติแก ถ้าทุกอย่างไม่มีปัญหา แกก็จะเป็นอิสระ หลังจากส่งมอบยาพวกนั้นมาแล้วนะ”
“เอาไปเลย!” เขาร้องลั่นด้วยความกลัวพลางควักทุกอย่างออกจากกระเป๋ามาวางบนโต๊ะ “เอาไปเลย พี่ผู้หญิงคนนั้นน่ากลัวกว่าการเลิกยาอีก อย่าให้เธอทำอะไรผมเลยนะพี่”
“ไปกันเถอะ ยัยตัวร้าย เรายังมีงานต้องทำอีก” ผมบอกทรินิตี้ขณะเก็บยาพวกนั้น ในใจผมหัวเราะแทบตายที่รู้ว่าทรินิตี้คือเหตุผลที่ทำให้เขากลัวจนหัวหด
“เขาไม่ใช่คนที่เราตามหาเหมือนกัน” ทรินิตี้บอกคริสเมื่อเราออกมาด้านนอก “เช็คประวัติแล้วปล่อยเขาไปเถอะ”
“เพิ่งมาถึงพอดีเลยครับ” เขาหันไปส่งแฟ้มให้ทรินิตี้
“อืม มีคดีครอบครองยาเสพติดบ้าง แต่ไม่มีอะไรอย่างอื่นเลย ไม่มีการขโมย ไม่มีการบุกรุก ดูเหมือนเขาจะเป็นคนขี้ยาที่ยังมีเกียรติอยู่นะ ปล่อยตัวไปเลยคริส” เธอยื่นแฟ้มคืนให้เขา “แล้วเพื่อนของเรา จาเร็ด ล่ะ?”
“ประวัติใสสะอาดมากครับ ไม่เคยถูกจับเลยสักครั้ง ผลการเรียนดีเยี่ยม แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยสุงสิงกับใครเท่าไหร่”
“ให้คนไปส่งเขากลับบ้านซะ รวมถึงนายไมเคิลส์ด้วย ปล่อยให้หมดเลย”
“รับทราบครับ” คริสแยกแฟ้มออก หวังว่าคนสุดท้ายจะให้เบาะแสอะไรกับเราได้บ้าง
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.