ตอนที่ 73
72 / 974
อ่าน 11 นาที
Chapter 73 - Star Bone!
เผยแพร่เมื่อ 11 มี.ค. 2569 00:16
บทที่ 73 - กระดูกดารา!
วันรุ่งขึ้น
ข้อสอบเริ่มตอน 9 โมงเช้า
ทว่าตอน 7 โมงเช้า เหล่าผู้เข้าสอบก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงนกหวีดของร้อยโทหลัว
เมื่อวานพวกเขาได้ใช้เวลาอย่างสนุกสนานจริงๆ
แต่สุดท้ายแล้ว เหล่าผู้เข้าสอบกลุ่มนี้ก็ไม่สามารถเอาชนะเหล่าทหารได้ เสียงของทหารทุกคนดังสนั่นหวั่นไหว แถมทักษะการร้องเพลงของพวกเขาก็ไม่ได้แย่เลย เสียงของพวกเขาไม่แหบแห้งแม้จะร้องเพลงติดต่อกันถึงสองชั่วโมง
พวกเขาสู้ไม่ไหวหรอก!
ได้เวลาไปแล้ว ได้เวลาไปแล้ว!
นักเรียนชายไม่มีโอกาสได้เห็นโฉมหน้าสาวสวยประจำกองทัพ แถมยังทำตัวเองขายหน้าอีกต่างหาก
ผู้เข้าสอบสะดุ้งตื่นทันทีที่ได้ยินเสียงนกหวีด พวกเขายังคงงัวเงีย แต่พอจำได้ว่าร้อยโทหลัวพูดอะไรไว้เมื่อคืนวาน พวกเขาก็รีบลุกขึ้นทันที
ถูกตัดสิทธิ์สอบเหรอ?
ตื่นแล้ว!
พวกเขาสว่างตากันถ้วนหน้า!
ทุกคนใช้ความเร็วสูงสุดในการจัดการธุระส่วนตัวแล้วรีบวิ่งออกจากที่พัก มารวมตัวกันตรงหน้าร้อยโทหลัว
เมื่อมองไปที่ร้อยโทหลัว ทุกคนต่างมีสีหน้าแบบเดียวกัน นั่นคือความขมขื่นที่ซ่อนอยู่!
แต่ร้อยโทหลัวกลับเพิกเฉยต่อพวกเขา เขากำลังพูดคุยอย่างออกรสกับหลิวเหวินซื่อและผู้นำคนอื่นๆ จากกระทรวงศึกษาธิการ บางครั้งเขาก็เหลือบมองนาฬิกาข้อมือ ซึ่งทำเอาทุกคนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความแค้น
“เอาล่ะ ได้เวลาแล้ว รวมตัวและนับจำนวน”
ผู้เข้าสอบทำการนับเลขเหมือนกับเมื่อคืนที่ผ่านมา แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าทำพลาดในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ ต่อให้ใครช้า เพื่อนที่อยู่ข้างๆ ก็จะช่วย
ร้อยโทหลัวพาทุกคนไปที่โรงอาหารเพื่อทานมื้อเช้า จากนั้นก็นำทางพวกเขาไปยังอาคารแห่งหนึ่ง ผู้เข้าสอบต้องรออยู่นานถึงหนึ่งชั่วโมงกว่าการสอบจะเริ่มขึ้น
สองชั่วโมงต่อมา เสียงระฆังก็ดังขึ้น ผู้เข้าสอบทยอยออกจากสนามสอบ
การสอบข้อเขียนผ่านไปอย่างราบรื่น อย่างน้อยนั่นก็คือสิ่งที่หวังเถิงรู้สึก
แต่เมื่อดูสีหน้าของผู้เข้าสอบบางคน พวกเขาดูเหมือนจะทำไม่ได้ดีนัก พวกเขาเอาแต่ถอนหายใจและคร่ำครวญทันทีที่เดินออกมา
“เฮ้อ ฉันไม่ได้อ่านหัวข้อสอบบางอันไป ตายแน่ๆ”
“ใช่ เรามีเวลาเตรียมตัวแค่สองสัปดาห์เอง เวลาไม่พอเลยสักนิด ฉันคุ้นๆ ตาบางข้อนะ แต่ดันนึกคำตอบไม่ออก”
“ข้อสามที่เป็นปรนัยนายตอบอะไร? ใช่ข้อ A หรือเปล่า?”
“ไม่ใช่ข้อ B เหรอ?”
“ฉันตอบ C นะ”
“เวรเอ๊ย ฉันตอบ D…”
หวังเถิงแทบหลุดขำเมื่อได้ยินเหล่านักเรียนถกเถียงกันข้างๆ คำถามมีแค่สี่ตัวเลือก แต่พวกเขากลับเลือกกันครบทุกข้อเลย
นี่มันตลกสิ้นดี
“ดูเหมือนนายจะทำได้ดีนะ” หวังเถิงเห็นรอยยิ้มที่ผ่อนคลายบนใบหน้าของหลินฉู่หาน
“ไม่เลว ไม่ยากเท่าไหร่” หลินฉู่หานไม่ปฏิเสธ ตามคาด สำหรับนักเรียนหัวกะทิอย่างเธอ ข้อสอบพวกนี้มันแค่ขนมกรุบ
“ฉันบอกแล้วว่าข้อสอบปีนี้ไม่ยาก” หยางเจี้ยนวิ่งเข้ามาเพื่อขอคำชม
ก่อนหน้านี้เขาเคยบอกทุกคนไปแล้วว่าข้อสอบไม่น่าจะยากเพราะสถานการณ์พิเศษในปีนี้ ไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะทายถูก
…
ช่วงบ่ายไม่มีอะไรทำ เหล่าผู้เข้าสอบจึงเดินชมค่ายทหารโดยมีร้อยโทหลัวเป็นผู้นำทาง พวกเขายังได้ดูเหล่าทหารฝึกซ้อมกันอีกด้วย
แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่ลับบางจุด
ขณะที่เฝ้าดูการฝึกของทหาร หวังเถิงได้เก็บสะสมค่าสถานะพละกำลังและความเร็วมาบ้าง
แต่เขาไม่สามารถเข้าไปใกล้เกินไปได้ จึงเก็บค่าสถานะที่อยู่ไกลออกไปไม่ได้ อีกอย่าง ค่าพละกำลังและความเร็วบริสุทธิ์ก็ไม่ได้ส่งผลต่อเขามากนัก
สำหรับนักรบ 'พลังปราณ' คือรากฐาน
ยิ่งพลังปราณแข็งแกร่ง ร่างกายก็จะยิ่งแข็งแกร่ง พละกำลังและความเร็วก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
นี่คือความแตกต่างระหว่างนักรบและศิษย์นักรบ
หลังจากนั้น ร้อยโทหลัวก็นำผู้เข้าสอบไปที่สนามยิงปืนเพื่อเล่นปืน เขาอนุญาตให้ผู้เข้าสอบสนุกกันได้เต็มที่
หวังเถิงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง
เขาไม่คาดคิดว่าจะได้รับผลประโยชน์นี้
ทักษะปืน*1
ทักษะปืน*1
…
หลังจากเก็บเกี่ยวไปรอบหนึ่ง ในที่สุดค่าทักษะปืนของหวังเถิงก็ขยับตัวเลข
วิชาปืน ระดับ 2/10 (พื้นฐาน)!
มันเพิ่มจาก 1.8 เป็น 2 คะแนน 'มีดีกว่าไม่มีล่ะนะ' หวังเถิงปลอบใจตัวเอง
น่าเสียดายที่แม้แต่ในสนามยิงปืนของทหาร เขาก็ไม่เห็นค่าสถานะวิชาปืนเพิ่มเติม
…
1 ทุ่ม
หวังเถิงกำลังเตรียมตัวจะพักผ่อน ตอนนั้นเองที่หลิวเหวินซื่อเดินมาหาเขา
“คุณอา มาทำอะไรที่นี่ครับ?”
หยางเจี้ยนที่กำลังนอนอยู่บนเตียงและเตรียมจะหลับ สะดุ้งตัวขึ้นทันทีที่เห็นหลิวเหวินซื่อเดินเข้ามาในห้อง
“ฉันมาคุยกับหวังเถิงน่ะ” หิวเหวินซื่อกล่าว
“คุยกับผม?” หวังเถิงประหลาดใจ เขาไม่เคยข้องเกี่ยวกับหลิวเหวินซื่อมาก่อน ทำไมถึงมาหาเขา?
“ใช่แล้ว หวังเถิง เราออกไปคุยกันข้างนอกได้ไหม?” หลิวเหวินซื่อพยักหน้า
…
ทั้งสองเดินออกจากที่พักและพบมุมสงบแห่งหนึ่ง
“คุณอาหลิว มีธุระอะไรกับผมเหรอครับ?” หวังเถิงถาม
หลิวเหวินซื่อรู้สึกยินดีเมื่อได้ยินวิธีที่หวังเถิงเรียกเขา เด็กหนุ่มคนนี้มีศักยภาพมหาศาลแต่ยังคงให้เกียรติเขาอย่างสูง เขายิ้มแล้วกล่าวว่า “ไม่ใช่ฉันหรอกที่อยากเจอเธอ มีคนบางคนอยากพบเธอน่ะ”
“มีคนอยากพบผม? ใครเหรอครับ?” หวังเถิงรู้สึกงงงวยยิ่งขึ้น
หลิวเหวินซื่อขยับตัว ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมเล็กน้อยคนหนึ่งเดินออกมาจากหลังที่พัก
“ฉันเอง หวังเถิง การจะเจอตัวเธอนี่ไม่ง่ายเลยนะ” ชายวัยกลางคนยิ้มและกล่าว
“นี่คือท่านผู้อำนวยการเหอของเรา” หลิวเหวินซื่อแนะนำด้วยน้ำเสียงเคารพ
“ท่านผู้อำนวยการเหอ” หวังเถิงตกตะลึง เขานึกถึงตำแหน่งของหลิวเหวินซื่อ ท่านผู้อำนวยการเหอผู้นี้ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดในกระทรวงศึกษาธิการแน่ๆ
“ไม่ทราบว่าท่านเรียกผมมาทำไมหรือครับ?” หวังเถิงถาม
ผู้อำนวยการเหอสังเกตเห็นว่าหวังเถิงเดาตัวตนของเขาได้แล้ว จึงยิ้มและตอบว่า “หวังเถิง เธอคงจะกลายเป็นนักรบไปแล้วสินะ”
หวังเถิงตะลึงงัน
ความแตกแล้วเหรอ?
เขาดูออกได้ยังไง?
เป็นไปไม่ได้ ฉันไม่เคยเผยพิรุธเลยสักนิด หรือเขาพยายามจะหลอกฉัน?
ตอนแรกหลิวเหวินซื่อรู้สึกสงสัยอย่างยิ่ง ผู้อำนวยการเหอพยายามอย่างหนักเพื่อหาช่องทางเข้ามาในค่ายทหารกลางดึกเพียงเพื่อมาพบหวังเถิง เขาไม่เข้าใจว่าทำไปทำไม
แม้หวังเถิงจะแสดงความสามารถระดับศิษย์นักรบขั้นสุดยอดออกมา แต่นี่มันเกินไปหน่อยไหม!
ตอนนี้เขาเข้าใจจุดประสงค์ของผู้อำนวยการเหอแล้ว!
หวังเถิงเป็นนักรบจริงๆ งั้นเหรอ?!
หลิวเหวินซื่อเริ่มกังขาในหูของตัวเอง แต่ผู้อำนวยการเหอคงไม่ได้พูดสุ่มๆ เขามีหลักฐานแน่ๆ
“ท่านผู้อำนวยการเหอ ท่านล้อผมเล่นแล้ว ผมเป็นแค่ศิษย์นักรบขั้นสุดยอดเอง จะเป็นนักรบได้ยังไงครับ?” สีหน้าของหวังเถิงไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ เขายิ้มตอบ
“ไม่เป็นไรถ้าเธอไม่อยากยอมรับ” ผู้อำนวยการเหอยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ เขากล่าวต่อ “แต่ฉันหวังว่าเธอจะได้ที่หนึ่งในการทดสอบการต่อสู้จริงในวันพรุ่งนี้ ฉันหวังว่าเธอจะแสดงฝีมือให้ดีขึ้นและทำให้ทุกคนหันมามองเธอ”
“วางใจได้เลยครับ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยสำคัญกับผมมาก ผมจะทำให้ดีที่สุดแน่นอน” หวังเถิงตอบพลางหว่านล้อม
ทำให้ดีที่สุดงั้นเหรอ
แต่ใครจะไปรู้ว่า 'ที่สุด' ของฉันมันระดับไหน ฮ่าๆ!
ผู้อำนวยการเหอไม่พูดอะไร เขาเพียงหยิบกล่องใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า สีหน้าแสดงให้เห็นว่าเขาค่อนข้างลังเลใจ แต่เขาก็เปิดมันต่อหน้าหวังเถิง
“นี่คืออะไรครับ?”
ภายในกล่องมีกระดูกชิ้นหนึ่งขนาดเท่าฝ่ามือ มันเป็นสีเขียวอมดำสนิทแวววาวและโปร่งแสง ส่งประกายสีโลหะออกมา
มันดูงดงามอย่างยิ่ง
“กระดูกดารา!” หลิวเหวินซื่ออุทานออกมา
“ใช่แล้ว มันคือกระดูกดารา!” ผู้อำนวยการเหอพยักหน้า เนื้อบนใบหน้าของเขาสั่นไหวเล็กน้อย — ใจเจ็บจัง.jpg!
“คิดว่ายังไง? ถ้าเธอแสดงพลังของนักรบออกมาในการทดสอบการต่อสู้จริง กระดูกดาราชิ้นนี้จะเป็นของเธอ!”
ผู้อำนวยการเหอกล่าวกับหวังเถิง
หวังเถิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาเคยได้ยินเรื่องกระดูกดารามาก่อน มันเป็นส่วนประกอบในร่างกายของสัตว์ดาราที่มีแก่นแท้เข้มข้นที่สุด โอกาสที่จะพบนั้นน้อยมาก
จะมีเพียงสัตว์ดาราที่ทรงพลังและมีพรสวรรค์สูงส่งซึ่งอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมพิเศษเท่านั้นที่จะสร้างกระดูกดาราขึ้นมาในร่างกายได้
อีกอย่าง ตามปกติแล้วสัตว์ดาราตัวหนึ่งจะให้กำเนิดกระดูกดาราได้เพียงชิ้นเดียวเท่านั้น
กระดูกดาราเหล่านี้ไม่ได้มีขนาดใหญ่ มันมีขนาดเพียงเท่าฝ่ามือ บางชิ้นเล็กเท่าเม็ดคริสตัลด้วยซ้ำ
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ กระดูกดาราทุกชิ้นล้วนบรรจุพลังพิเศษเอาไว้!
กระดูกดารามีประโยชน์มากมาย สามารถนำไปสร้างเป็นอาวุธได้ ซึ่งพลังพิเศษของมันก็จะถูกผนวกเข้ากับอาวุธเหล่านั้น ทำให้อาวุธเหล่านี้กลายเป็นสมบัติล้ำค่าที่หายาก
ด้วยเหตุนี้ จึงเห็นได้ชัดว่ากระดูกดารานั้นล้ำค่าและหายากเพียงใด
ทำไมผู้อำนวยการเหอถึงยอมเอาออกมา?
“ทำไมครับ?” หวังเถิงไม่ได้เสียสติไป เขามองตรงไปที่ผู้อำนวยการเหอและถาม
“เพื่อเลื่อนตำแหน่ง!” ผู้อำนวยการเหอยิ้มเล็กน้อย เขาไม่ปิดบังเจตนาและกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “ฉันอยู่ในตำแหน่งนี้มาหลายปีแล้ว ถ้าไม่หาโอกาสทำผลงาน ฉันคงต้องนั่งเก้าอี้ตัวนี้ไปจนเกษียณ แต่โชคยังเข้าข้าง ฉันมองว่าเธอคือโอกาสของฉัน
“ฉันอยู่ในแวดวงการเมืองมานานและอายุมากแล้ว ฉันหมดความมุ่งมั่นที่จะก้าวต่อไปในเส้นทางนักรบแล้ว หากกระดูกดารานี้มีพลังป้องกัน ฉันคงเก็บไว้ใช้เอง แต่น่าเสียดายที่มันไม่ใช่ ด้วยเหตุนี้ฉันจึงวางแผนจะใช้มันเป็นรางวัลเพื่อดึงคนเก่งๆ มาไว้ข้างกายฉัน
“ฉันไม่เคยเจอคนที่คู่ควรกับรางวัลนี้มาก่อน มันเลยยังอยู่กับฉัน แต่เธอไม่เหมือนกัน เธออายุน้อยและมีศักยภาพมหาศาล เธอช่วยให้ฉันก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้ กระดูกดารามันล้ำค่า แต่ในใจฉัน ยังมีสิ่งที่สำคัญกว่านั้นอีกมาก”
ผู้อำนวยการเหอพูดตรงไปตรงมามาก เขากระทั่งเผยความทะเยอทะยานออกมาอย่างโจ่งแจ้ง
หวังเถิงจ้องมองเขาอยู่นาน แต่กลับไม่สัมผัสได้ถึงความน่าสงสัยใดๆ ใบหน้าอ้วนๆ นั่นดูจริงใจอย่างยิ่ง
แปลก!
อย่างไรก็ตาม หวังเถิงรู้ดีว่าคนระดับนี้ล้วนเป็นจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ เขายังคงลังเล
กระดูกดารามันก็ดีอยู่หรอก แต่ถ้าเขาเปิดเผยความสามารถระดับนักรบออกมาในโอกาสที่สำคัญขนาดนี้ เขาไม่รู้เลยว่าจะนำปัญหาใหญ่หลวงอะไรมาให้บ้าง
“ฉันรู้ว่าเธอกังวลเรื่องอะไร” ผู้อำนวยการเหอดูเหมือนจะอ่านใจเขาออก เขากล่าวต่ออย่างใจเย็น “ให้ฉันแนะนำในฐานะคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนนะ
“นักรบต้องต่อสู้!
“นักรบแตกต่างจากศิษย์นักรบ การแข่งขันระหว่างนักรบนั้นเข้มข้นกว่าศิษย์นักรบมาก หากนักรบคนหนึ่งต้องการปีนขึ้นไปสู่จุดสูงสุด เขาจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรมหาศาลแบบที่เธอคาดไม่ถึง จะมีแต่นักรบเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ทรัพยากรมีจำกัด
“ทรัพยากรเหล่านี้มาจากไหน?
“ก็มาจากทั้งการหามาและการแย่งชิงมาจากคนอื่นยังไงล่ะ!
“ต่อให้เธอไม่ไปสู้กับใคร คนอื่นก็จะมาสู้กับเธออยู่ดี ถ้าเธอเป็นคนธรรมดามันก็ไม่เป็นไร แต่เธอโดดเด่นและมีศักยภาพน่าทึ่ง เธอจะมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นและเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งขึ้น อัจฉริยะมากมายจะแย่งชิงทรัพยากรกับเธอ
“ดังนั้น ต่อให้เธอเลือกที่จะทำตัวต่ำต้อยและซ่อนความสามารถไว้ในตอนนี้ อีกไม่นานตัวตนที่แท้จริงของเธอก็จะถูกเปิดเผย คนอื่นจะบีบให้เธอต้องแสดงพลังที่แท้จริงออกมา นอกจากว่าเธอจะยอมเป็นคนขี้ขลาดและทิ้งทรัพยากรตรงหน้าไปโดยไม่ยอมต่อสู้
“เธอไม่มีทางซ่อนมันไปได้ตลอดหรอก”
คำพูดของผู้อำนวยการเหอเปิดโลกทัศน์ที่มืดบอดของหวังเถิงและทำให้เขาสั่นสะท้าน
นักรบต้องต่อสู้!
หวังเถิงนึกถึงนักรบสองคนที่สู้กันจนตายเพื่อไข่หนึ่งใบ เขายังนึกถึงนักรบอีกคนที่มาหาเขาเพื่อแย่งชิงไอเทมของเพื่อนเขาไป และสุดท้ายเขาก็ต้องตาย
พวกเขาทั้งหมดล้วนกำลังต่อสู้ พวกเขาทั้งหมดกำลังบีบให้เขาต้องลงมือ!
คำพูดของผู้อำนวยการเหอดูจะมีเหตุผล แต่เขายังรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
“หวังเถิง เธอทำให้ฉันผิดหวัง เธอมีศักยภาพมหาศาล แต่ถ้าไม่มีความคิดที่ถูกต้องรองรับ เธอก็อาจไปได้ไม่ไกลนักในอนาคต” ผู้อำนวยการเหอถอนหายใจและแสดงสีหน้าผิดหวังและเสียดาย
“ช่างเถอะ ฉันจะไม่ทำให้เธอลำบากใจ ทำเหมือนว่าฉันไม่เคยมาวันนี้แล้วกัน”
เขากลับหลังหันและเดินจากไป ดูเหมือนเขาจะไม่คิดสนทนากับหวังเถิงอีกต่อไป
หวังเถิงมองดูเขาเดินห่างออกไปเรื่อยๆ เขาทำได้เพียงจ้องมองแผ่นหลังนั้น
“แฮ่ม... หวังเถิง ไม่ลองพิจารณาดูหน่อยเหรอ?”
เมื่อหวังเถิงไม่คิดจะเรียกเขาไว้ ผู้อำนวยการเหอก็สบถในใจ เขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องหันกลับมาและถามด้วยน้ำเสียงประจบประแจง
“หึ เจ้าคนหัวหมอ”
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.