ตอนที่ 185
188 / 4918
อ่าน 6 นาที
Chapter 185 Robbery
เผยแพร่เมื่อ 11 มี.ค. 2569 10:49
บทที่ 185 การปล้น
แจ็คสันยิ้มบางๆ ด้วยท่าทีเหนือกว่าเล็กน้อย เขาชูมือขึ้นแล้วดีดนิ้วไปที่หน้าผากของมาร์ค
มาร์ครู้สึกถึงแรงกระแทกที่หน้าผากในขณะที่สัมผัสได้ว่ามีบางอย่างที่ไม่คุ้นเคยกำลังรุกล้ำเข้ามาในจิตวิญญาณของเขา เขารู้สึกถึงมันเพียงแผ่วเบาเท่านั้นเพราะเขามีระดับการบ่มเพาะเพียงขั้นก่อกำเนิดวิญญาณระดับต่ำ
เขาเริ่มเหงื่อกาฬไหลท่วมตัวเมื่อสัมผัสได้ว่าจิตวิญญาณของเขากำลังสั่นสะท้านจากแรงกดดัน เขาไม่สงสัยเลยว่าหากนายน้อยของเขาต้องการจะพรากเจตจำนงไป ก็คงเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับอีกฝ่าย
“ยอมรับมันเสีย…” เสียงแผ่วเบาดังก้องลึกลงไปภายในตัวเขา สั่นสะท้านไปถึงจิตวิญญาณ
มาร์คยอมรับการผนึกจิตวิญญาณด้วยสมาธิทั้งหมดที่มี เขาหวาดกลัวว่าอาจเกิดเรื่องร้ายกับจิตวิญญาณของตนจนได้รับบาดเจ็บ เพราะเขารู้ดีว่าคนเราควรจะเชื่อฟังและโอนอ่อนให้มากที่สุดในยามที่ต้องยอมรับการผนึกจิตวิญญาณ
เพราะหากใครคนนั้นไม่ยินยอม การผนึกจิตวิญญาณก็จะแตกออกหรือเข้าควบคุมทาสอย่างรุนแรง ซึ่งจะส่งผลให้จิตวิญญาณได้รับบาดเจ็บในระหว่างกระบวนการ
แน่นอนว่านั่นจะเป็นกรณีที่ผู้ร่ายการผนึกจิตวิญญาณมีระดับการบ่มเพาะทางจิตวิญญาณสูงกว่าผู้ที่ถูกร่ายใส่เท่านั้น
แล้วจะเกิดอะไรขึ้นหากเหตุการณ์กลับตาลปัตร? จิตวิญญาณของผู้ร่ายต่างหากที่จะได้รับบาดเจ็บ
นอกจากนี้ ผู้บ่มเพาะจิตวิญญาณทุกคนต่างรู้เรื่องนี้ดีและไม่ใช่ความลับแต่อย่างใด ดังนั้นมาร์คจึงพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะทำตัวประหนึ่งสุนัขที่เชื่องต่อหน้าเจ้านาย
และโดยไม่มีผลลัพธ์ที่น่าตื่นเต้นอะไร เขารู้สึกว่าจิตวิญญาณถูกพันธนาการอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นความรู้สึกนั้นก็หายไป เขาเริ่มหอบหายใจถี่ราวกับใช้พละกำลังไปจนหมดสิ้น
แจ็คสันขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่บนใบหน้าก็ยังคงมีรอยยิ้มจางๆ ราวกับคาดไว้แล้วว่าจะต้องสำเร็จ
“ดี!” เขาเอ่ยขึ้น แต่มาร์คกลับหมดสติไปทำให้เขาต้องแปลกใจ
จากนั้นเขาส่ายหัวและยิ้มอย่างขมขื่น ‘ข้าควรจะทำให้มันปรับปรุงการบ่มเพาะการหลอมจิตวิญญาณให้เร็วกว่านี้สักหน่อย…’
“อ๊ากกกก!”
“หืม?” แจ็คสันตื่นตัวขึ้นทันที
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังมาจากภายนอกรถม้า พร้อมกับเสียงรถม้าหลายคันถูกทำลายบนเส้นทาง
เขาขยายสัมผัสจิตวิญญาณออกไปอย่างรวดเร็วและพบชายสวมหน้ากากรูปร่างเตี้ยกำลังขี่ม้าอยู่ ในมือมีหอกเล่มหนึ่ง แต่มันก็เริ่มบิ่นและเสียหายจากการใช้งานของชายสวมหน้ากากผู้นี้
แจ็คสันหันมาทำหน้าเคร่งขรึมและสับสน แต่เขามั่นใจได้ว่าตนกำลังถูกผู้เชี่ยวชาญนิรนามคนนี้หมายหัวอยู่
…
“ย่ะ!” เดวิสส่งเสียงแหบพร่าและเหวี่ยงอาวุธใส่รถม้าที่อยู่ข้างๆ เขา
รถม้ากระเด็นลอยออกไปจากการถูกกระแทกด้วยด้านทู่ของหอก
เขามองดูสภาพอันน่าเวทนาของหอกในมือแล้วส่ายหัว เพราะเขาไม่คาดคิดเลยว่าเกราะของรถม้าจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
เขาเก็บมันไว้ในแหวนเก็บของและหยิบหอกเล่มใหม่ออกมา มันคือหอกระดับปฐพีขั้นสูงสุด ซึ่งแข็งแกร่งกว่าหอกเล่มก่อนที่เขาใช้หลายเท่าตัว
“หยุดนะ!” เสียงตะโกนอย่างเดือดดาลดังกึกก้องไปพร้อมกับแรงกดดันไร้รูปที่สามารถกดขี่ผู้บ่มเพาะขั้นก่อกำเนิดวิญญาณจนสูญเสียความสามารถไปชั่วคราวได้ถึงครึ่งหนึ่ง
เดวิสยิ้ม มือขวาของเขาเคลื่อนไหวและตัดล้อของรถม้าอีกคันจนพลิกคว่ำ
หอกในมือของเขาร่ายรำอีกครั้ง ส่งเหล่าองครักษ์ที่พุ่งเข้ามาให้กระเด็นไปคนละทิศคนละทางราวกับกระสอบทราย
ร่างหนึ่งพุ่งออกมาจากรถม้าคันหลักอย่างรวดเร็วและร่อนลงตรงหน้าเขา
“แกเป็นใคร!?” แจ็คสันเรียกดาบออกมาแล้วชี้ไปที่เขา
“ข้าคือปู่ของแกไงไอ้เด็กเหลือขอ! มองไม่ออกรึไง? นี่คือการปล้น! ส่งของมีค่าทั้งหมดที่แกมีมาซะ!” เสียงแก่ชราและแหบพร่าดังออกมาจากปากของเดวิส
“แก! รู้ไหมว่าข้าเป็นใคร!?” แจ็คสันตกตะลึงก่อนจะบันดาลโทสะ เดิมทีเขาคิดว่าอีกฝ่ายเป็นมือสังหาร แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นโจร?
แม้แต่โจรก็ยังกล้าขู่เขา เขารู้สึกร้อนผ่าวบนใบหน้าด้วยความอับอาย!
“นายน้อยแจ็คสันสินะ? ยอมส่งทรัพย์สินมาแต่โดยดีแล้วไสหัวไปเสีย ไม่อย่างนั้นแกจะไม่รอดพ้นจากความพิโรธของตระกูลหนึ่งไปได้แน่”
‘ตระกูลหนึ่งงั้นหรือ?’ แจ็คสันสับสนก่อนจะตะคอก “ไอ้แก่หนังเหนียว! แกเสียสติไปแล้วหรือไง? ใครจะยอมทิ้งทรัพย์สมบัติเพียงเพราะมีคนมาบอกให้ทำกัน?”
ตู้ม!
แจ็คสันพุ่งตัวออกไปจนเกิดหลุมเล็กๆ ตรงจุดที่เขายืนอยู่ ในขณะที่เดวิสกระโดดลงจากม้าอย่างองอาจ
เดวิสเหวี่ยงหอกลงมาและแจ็คสันก็ฟาดฟันเข้าใส่ ทั้งสองปะทะกันจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปไกลถึงสองกิโลเมตร
ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างเท่าเทียมและจ้องมองอีกฝ่ายเพื่อประเมินสถานการณ์ แจ็คสันมีความคิดนับร้อยแล่นอยู่ในหัวขณะจ้องมองหน้ากากนั้น เขาอยากรู้ว่าใครกันที่อยู่ภายใต้หน้ากากนั้นซึ่งมีความสามารถทัดเทียมกับเขา
“ฮ่าฮ่าฮ่า! นายน้อยแจ็คสันช่างเก่งกาจสมคำร่ำลือ แต่ครั้งนี้ข้าเกรงว่านายน้อยแจ็คสันคงต้องยอมคลานกลับบ้านไปแบบหางจุกตูดเสียแล้ว…” เดวิสแค่นหัวเราะแผ่วเบา
“โอหังนัก! คิดว่าตัวเองจะเอาชนะข้าได้งั้นหรือในเมื่อมีระดับการบ่มเพาะเท่ากัน? ไอ้แก่! ถึงแกจะมีระดับการบ่มเพาะสูงกว่าข้า แต่ข้าไม่คิดว่าแกจะกล้าตอแยกับตระกูลแบล็คเวลล์ที่หนุนหลังข้าอยู่หรอกนะ จริงไหม?” แจ็คสันแค่นหัวเราะเช่นกัน เขาเห็นแล้วว่านี่อาจกลายเป็นสงครามประสาท
“นายน้อยพูดถูกต้อง! ไอ้แก่ที่แกกำลังพูดถึงนี่ไม่กล้าล่วงเกินตระกูลแบล็คเวลล์จริงๆ ด้วย…” เดวิสถอนหายใจอย่างพ่ายแพ้
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของแจ็คสันก็เปลี่ยนเป็นแสยะยิ้ม
“ในเมื่อเข้าใจตรงกันแล้ว…”
“ข้าแนะนำว่านายน้อยแจ็คสันอย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจไปเลยจะดีกว่า…” เดวิสขัดขึ้นพร้อมกับโยนผลึกภาพไปให้เขา
แจ็คสันรับมันไว้แล้วทำหน้าระแวดระวัง “แกหมายความว่ายังไง?”
“เดี๋ยวแกก็รู้เองถ้าตรวจสอบดู…” เดวิสตอบกลับเรียบๆ
แจ็คสันดูมันแล้วยืนยันว่าเป็นผลึกภาพจริงๆ ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้กระตุ้นมัน เขาก็ถูกขัดจังหวะอีกครั้ง “ข้าไม่ได้เตือนนายน้อยแจ็คสันไปรึว่าอย่าใจร้อน? แกคงต้องฆ่าลูกน้องของแกทิ้งหมดทุกคนแน่ หากพวกเขาได้เห็นเนื้อหาข้างในนี้…”
ทันใดนั้น ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมพื้นที่ มีเพียงเสียงสายลมหวีดหวิวเท่านั้นที่ดังก้องอยู่ในอากาศ
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.