ตอนที่ 499
499 / 2354
อ่าน 7 นาที
Chapter 499 Aiming to Be the Firs
เผยแพร่เมื่อ 5 เม.ย. 2569 00:50
บทที่ 499 มุ่งสู่การเป็นผู้บุกเบิก
“พวกแกทำภารกิจล้มเหลวอย่างนั้นรึ?! อย่ามาพูดจาไร้สาระกับฉันนะ! ฉันจ่ายเงินไปตั้งหลายล้านเพื่อให้พวกแกทำงานเฮงซวยนี่ให้สำเร็จ! ฉันขอเงินคืนทั้งหมดเดี๋ยวนี้!” หยูหยงแผดเสียงคำรามลั่นใส่โทรศัพท์ทันทีที่ได้รับแจ้งข่าวความล้มเหลว ความโกรธเกรี้ยวพวยพุ่งจนเส้นเลือดบนขมับปูดโป่ง
“น่าเสียดายที่เรามีนโยบายไม่คืนเงิน และคุณก็ได้ตกลงยอมรับเงื่อนไขนี้ไปแล้วก่อนที่จะจ้างวานเรา” เสียงจากปลายสายตอบกลับมาอย่างเย็นชา “หากคุณต้องการให้เราลงมืออีกครั้ง เราสามารถมอบส่วนลดพิเศษให้ได้ แต่ครอบครัวของคุณอาจต้องเสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบ หากคุณยอมรับความเสี่ยงนี้ได้ เราจะกลับไปพาตัวเหม่ยซิ่วมาให้ทันทีหลังจากได้รับเงินงวดใหม่”
“ฝีมือของเหม่ยซิ่วร้ายกาจเกินกว่าที่เราจะจินตนาการไว้มาก ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรมากกว่าเดิมเพื่อนำตัวเธอกลับมา หวังว่าคุณจะเข้าใจ”
หยูหยงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แม้เขาจะไม่ยี่หระต่อการถูกตรวจสอบ เพราะเขามีทั้งทีมกฎหมายมือดีและเส้นสายผู้มีอิทธิพลมากมาย แต่มันคงดูไม่ดีนักหากข่าวแพร่ออกไปว่าประธานบริษัทอย่างเขาจ้างวานพวกนอกกฎหมายมาลักพาตัวเด็กสาวคนหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่ข่าวไม่รั่วไหล ทุกอย่างย่อมจัดการได้ และเขาก็มีอำนาจล้นเหลือที่จะปิดปากทุกคนไม่ให้เรื่องนี้แพร่งพรายออกไป
“เท่าไหร่?” หยูหยงถามขึ้นหลังจากจมอยู่ในความเงียบครู่หนึ่ง
“10 ล้าน” มิสเตอร์จอห์นสันตอบกลับอย่างรวดเร็ว
“สะ...สิบล้าน?! นั่นมันมากกว่าที่ฉันจ่ายไปคราวก่อนตั้งเท่าตัว! แล้วแกยังกล้าเรียกมันว่าส่วนลดอีกงั้นเรอะ?! นี่มันปล้นกันชัดๆ!” หยูหยงตะโกนก้องด้วยความตกใจ
“ใช่ครับ นี่คือราคาที่ลดให้แล้ว ถ้าไม่มีส่วนลดผมคงเรียกไปถึง 15 ล้าน ในเมื่อผู้บ่มเพ็ญเพียรระดับ 7 และ 8 ถึงสี่คนยังไม่เพียงพอที่จะพาตัวเหม่ยซิ่วกลับมาได้ เราก็จำเป็นต้องเพิ่มกำลังพล ครั้งนี้ผมตั้งใจจะดึงตัวยอดฝีมือจากทั่วทุกมุมโลกมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ค่าใช้จ่ายมันย่อมสูงกว่าปกติเป็นธรรมดา”
หยูหยงแค่นเสียงหัวเราะอย่างเย็นชาและหยามหยัน “ต้องใช้ทรัพยากรมากมายขนาดนี้เพียงเพื่อพาตัวเด็กสาวตัวเล็กๆ คนหนึ่งกลับมา พวกแกไม่ละอายใจบ้างหรือไง?”
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจก่อนที่มิสเตอร์จอห์นสันจะเอ่ยขึ้น “ด้วยความเคารพนะครับ หากคุณคิดว่ามีปัญญาพาเธอกลับมาได้ด้วยตัวเองก็เชิญตามสบาย อีกประเดี๋ยวผมจะส่งพิกัดที่อยู่ของพวกเขาไปให้ ถือเสียว่าเป็นบริการสำหรับเงินที่คุณจ่ายมาแล้ว”
“หากต้องการร่วมงานกับเราต่อ โปรดโอนเงินภายในอาทิตย์หน้า มิเช่นนั้นความร่วมมือของเราคงต้องสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ ผมต้องขออภัยอีกครั้งสำหรับความไม่สะดวก”
หยูหยงกดวางสายทันที ก่อนจะเขวี้ยงโทรศัพท์อัดเข้าหาฝาผนังจนแตกกระจาย
“พวกสวะไม่ได้เรื่อง!”
ถังลี่ที่เฝ้าสังเกตอาการอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น “อย่างน้อยเราก็รู้ที่อยู่ของพวกมันแล้ว เราอาจจะลองให้หยูหรูไปเกลี้ยกล่อมเหม่ยซิ่วให้กลับมาดูสิ”
หยูหยงหันมามองด้วยแววตาครุ่นคิด “ทำไมเราถึงคิดเรื่องนี้ไม่ได้ตั้งแตแรกนะ? เราคงประหยัดเงินไปได้หลายล้าน! ถ้าเป็นหยูหรูล่ะก็ ฉันมั่นใจว่าเธอต้องโน้มน้าวเหม่ยซิ่วได้แน่! ไปเรียกตัวลูกสาวมาที่นี่เดี๋ยวนี้!”
หนึ่งชั่วโมงต่อมา หยูหรูเดินทางมาถึงคฤหาสน์หลักตามคำสั่งของพ่อแม่
“หยูหรู พ่อมีงานสำคัญจะให้ลูกทำ” หยูหยงเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและจริงจัง
“...”
หยูหรูพอจะเดาออกอยู่แล้วว่าพวกเขาต้องการอะไรจากเธอ แต่เธอยังคงแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องราวและถามกลับไป “เรื่องอะไรคะคุณพ่อ?”
หยูหยงยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้เธอ “ตอนนี้เหม่ยซิ่วพักอยู่ที่นี่ พ่อต้องการให้ลูกไปเกลี้ยกล่อมให้เธอกลับมา”
หยูหรูขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางเอ่ย “ทำไมต้องให้เหม่ยซิ่วกลับมาด้วยคะ? ในเมื่อเธอเลือกที่จะจากไปเอง หนูไม่คิดว่าเธอจะยอมกลับมาหรอกค่ะ ต่อให้หนูเป็นคนเอ่ยปากเองก็ตาม”
“นั่นไม่ใช่เรื่องที่ลูกต้องกังวล” ถังลี่แทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “หน้าที่ของลูกคือพาเหม่ยซิ่วกลับมาให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใดก็ตาม”
หยูหยงเสริมขึ้นพร้อมยื่นข้อเสนอที่ทำให้หยูหรูต้องชะงัก “หากลูกพาเหม่ยซิ่วกลับมาได้สำเร็จ พ่อจะพิจารณายกเลิกคำสั่งกักบริเวณ และอนุญาตให้ลูกไปพบกับหยูเทียนได้อีกครั้ง... เพราะยังไงเสีย ตอนนี้เขาก็อยู่กับเหม่ยซิ่วนั่นแหละ”
“จริงเหรอคะ?!” แววตาของหยูหรูเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด
“ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้หนูจะไปหาเหม่ยซิ่วทันทีค่ะ!”
หยูหยงลอบหัวเราะในใจเมื่อเห็นว่าการหลอกใช้หยูหรูนั้นช่างง่ายดายเหลือเกิน
ครู่ต่อมา เมื่อหยูหรูกลับมาถึงห้องพักของเธอ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นในใจ
'ในเมื่อพวกเขาต้องมาขอให้เราช่วย แสดงว่าคนที่จ้างไปพาตัวเหม่ยซิ่วคงจะล้มเหลวไม่เป็นท่าสินะ...'
หยูหรูไม่มีปัญหาอะไรกับการรับปากช่วยพ่อแม่ เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของเธอไม่ใช่การพาตัวเหม่ยซิ่วกลับมา แต่เป็นการได้ไปพบหน้าพี่ชายที่เธอแสนคิดถึงอีกครั้ง
'อยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆ จัง จะได้เจอเหม่ยซิ่วกับพี่ชายแล้ว...' หยูหรูรีบเข้านอนแต่หัวค่ำด้วยหัวใจที่พองโต
ในขณะเดียวกัน ที่บ้านพักของหยวน หลังจากอาบน้ำเสร็จ เขาก็เริ่มจัดการเลื่อนเฟอร์นิเจอร์ในห้องนั่งเล่นไปชิดผนังจนหมด เพื่อเปิดพื้นที่ว่างกว้างขวางตรงใจกลางห้อง
“คุณหนูกำลังจะทำอะไรหรือคะ?” เหม่ยเฟิงถามด้วยความสงสัย
“ผมอยากจะลองฝึกอะไรบางอย่างน่ะครับ” เขาตอบ
หยวนสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสมาธิ ก่อนจะเริ่มขยับขาด้วยท่าทางที่ดูแปลกประหลาดทว่ากลับแฝงไปด้วยจังหวะที่ซับซ้อน
“หือ? ท่าทางแบบนั้นมัน...” เหม่ยซิ่วจำสิ่งที่หยวนกำลังพยายามทำได้ในทันที
“อ๊ะ!”
เพียงไม่กี่วินาทีหลังจากเริ่มขยับตัว หยวนก็ก้าวพลาดจนเสียหลักเกือบจะล้มลง
“ดิฉันไม่ค่อยเข้าใจเลยค่ะ...” เหม่ยเฟิงส่ายหัวเบาๆ ด้วยความฉงน
“มันคือวิชาตัวเบาน่ะครับ” หยวนเอ่ย
“คะ?”
“มันคือทักษะการเคลื่อนไหวที่ผมเรียนรู้มาจากในเกม *Cultivation Online* ผมอยากจะลองฝึกฝนมันในโลกแห่งความเป็นจริงดูบ้าง”
สิ่งที่หยวนกำลังพยายามขัดเกลาอยู่ก็คือวิชาตัวเบา ‘วิหคเพลิงสยบสวรรค์’ ในเมื่อเขาสามารถใช้ ‘วิชามีดบิน’ ได้แล้ว ย่อมหมายความว่าเขาก็สามารถเรียนรู้ทักษะอื่นๆ ได้เช่นกัน และจะมีวิชาไหนที่เหมาะสมไปกว่าวิชาที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการเคลื่อนไหวร่างกายทั้งหมดของเขาล่ะ?
“วิชาเคลื่อนไหวอย่างนั้นหรือคะ? ขอให้โชคดีนะคุณหนู เพราะตอนนี้มีผู้คนมากมายที่พยายามจะทำแบบเดียวกันนี้อยู่” เหม่ยเฟิงพึมพำเสียงค่อย
“เอ๋?” หยวนเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย
เหม่ยเฟิงจึงอธิบายต่อ “ในเมื่อเราสามารถใช้ทักษะการบ่มเพ็ญจากในเกมได้ มันก็สมเหตุสมผลที่ทักษะอื่นๆ จะสามารถเรียนรู้ได้เช่นกัน แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีข่าวว่ามีใครทำสำเร็จ แต่มีคนจำนวนไม่น้อยเลยล่ะค่ะที่พยายามจะก้าวขึ้นมาเป็น ‘คนแรก’ ที่สำเร็จวิชาที่ไม่ใช่ทักษะการบ่มเพ็ญเพียรในโลกจริง”
“อย่างนั้นหรอกหรือครับ...”
“แน่นอนว่ามีความเป็นไปได้สูงที่มีคนทำสำเร็จแล้ว แต่เลือกที่จะเก็บมันไว้เป็นความลับ”
“ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น” หยวนเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า ก่อนจะเริ่มก้าวเดินอีกครั้งเพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้บุกเบิกในโลกแห่งความจริงอันโหดร้ายนี้
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.


