ตอนที่ 5217
5218 / 6510
อ่าน 4 นาที
Chapter 5217: An Existence That Can Destroy Starfields
เผยแพร่เมื่อ 1 เม.ย. 2569 10:40
**บทที่ 5217: ตัวตนผู้สามารถบดขยี้ห้วงดารา**
เอกกี้มิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด ทว่าดวงตาของนางกลับแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
“เจ้าสวะสองตัวนั่นเป็นอะไรไป? ไฉนจึงนอนสิ้นสติเยี่ยงนั้น? หรือพวกมันจะถูกพลังสะท้อนกลับ เพราะสมบัติล้ำค่าในที่แห่งนี้ไม่ยอมรับพวกมันกัน?”
นักพรตมังกรแปดกวาดสายตาไปทั่วโถงวิหารเพื่อมองหาขุมทรัพย์สุดท้าย
“ไสหัวไปเสีย” ท่านหญิงเอกกี้กล่าวด้วยน้ำเสียงกร้าวระด้าง เปี่ยมด้วยจิตสังหารอันรุนแรง
“นังหนูปากดี! เจ้ากล้าโอหังต่อหน้าพวกข้าเชียวรึ เจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกข้าเป็นใคร!” นักพรตมังกรเก้าแผดคำรามด้วยความเดือดดาล
เขานั้นเก็บงำความพยาบาทที่มีต่อชูเฝิงและเถ้าอู่มานานครันแล้ว
“ข้าไม่สนว่าพวกเจ้าจะเป็นหัวหงอกหัวดำมาจากไหน หากไม่อยากตายก็จงไสหัวไปซะ!” เอกกี้ตวาดลั่น
“นังเด็กเมื่อวานซืน! ดูท่าเจ้าคงอยากโดนสั่งสอนนัก!”
นักพรตมังกรเก้าโคจรพลังวิญญาณในระดับผู้ใช้วิญญาณโลกชุดเทพลายมังกร กลั่นควบแน่นเป็นศรวิญญาณนับพันหมื่นพุ่งทะยานเข้าใส่เอกกี้ หมายจะปลิดชีพนางในกระบวนท่าเดียว
หากตบะบารมีของเอกกี้ต่ำกว่าขอบเขตครึ่งเทพระดับแปด นางคงต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถเป็นแน่
ทว่าสิ่งที่น่าสนใจคือ การโจมตีของนักพรตมังกรเก้ามุ่งเป้าไปที่เอกกี้เพียงผู้เดียว เขาไม่ได้หมายเอาชีวิตชูเฝิงหรือเถ้าอู่ในตอนนี้ เพราะเขาสังเกตเห็นว่าสมบัติล้ำค่าหายไปจากโถงวิหาร จึงระแวงว่ามันอาจจะถูกเก็บไว้ที่ตัวของสองคนนั้น
แน่นอนว่าเขาจะฆ่าพวกมันไม่ได้ จนกว่าจะคั้นเอาที่ซ่อนสมบัติออกมา
*ฟุ่บ!*
ร่างของเอกกี้ทะยานเข้าหาห่ากระสุนศรวิญญาณ นางเพียงสะบัดมือเบาๆ พลังเหล่านั้นก็สลายไปในพริบตา พร้อมกันนั้นนางได้ปลดปล่อยคลื่นพลังสีทองเจิดจรัสพุ่งเข้าใส่ นักพรตมังกรเก้าอย่างถล่มทลาย
“บัดซบ! นังเด็กนี่มันเองก็...”
นักพรตมังกรเก้าพลันตระหนักได้ว่า เหตุใดนางถึงอหังการนัก ทั้งที่อยู่ในขอบเขตราชันยุทธ์ ที่แท้นางก็ได้รับพลังเพิ่มพูนจนถึงระดับสูงสุดของขอบเขตครึ่งเทพเช่นกัน!
นับเป็นโชคดีที่เขาไม่ได้มาเพียงลำพัง มิเช่นนั้นคงได้สิ้นชีพลงตรงนี้แน่ นักพรตมังกรแปดที่ยืนอยู่ข้างกันรีบยกมือขึ้นเพื่อสกัดกั้นการโจมตีของเอกกี้ไว้
เมื่อเห็นว่าการโจมตีถูกขัดขวาง เอกกี้ก็เผาผลาญกลิ่นอายสีทองให้ลุกโชนยิ่งขึ้น นางฟาดฝ่ามือเข้าใส่นักพรตมังกรเก้าอีกครั้ง
นักพรตมังกรเก้ารีบวางค่ายกลป้องกันอย่างลนลาน
*ตู้ม!*
ทว่าค่ายกลป้องกันนั้นกลับแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ภายใต้ฝ่ามือของเอกกี้ แรงปะทะมหาศาลซัดเอานักพรตมังกรแปดและมังกรเก้ากระเด็นถอยหลังไป
นักพรตมังกรเก้าที่ได้รับความคุ้มครองนั้นไม่เป็นอะไรมากนัก ทว่านักพรตมังกรแปดที่รับแรงปะทะไปเต็มๆ ถึงกับกระอักเลือดคำโตออกมา
“นังแพศยานี่!!!!”
นักพรตมังกรแปดตระหนกสุดขีด พละกำลังของเอกกี้นั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาคาดคิดไว้มาก
แม้ความจริงจะเป็นเพราะเขาอ่อนแอลงจากการถูกพลังสะท้อนของยาต้องห้าม แต่เขาก็ไม่กล้ายืนยันว่า ต่อให้เขาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด จะสามารถสยบนางในตอนนี้ได้หรือไม่
*ฟึ่บ! ฟึ่บ!*
เอกกี้จู่โจมเข้านักพรตทั้งสองอีกครั้ง มือของนางงองุ้มดุจกรงเล็บพญาอินทรี แววตาที่เปี่ยมด้วยจิตสังหารบ่งบอกชัดเจนว่านางต้องการเอาชีวิตพวกมัน
สิ่งที่น่าแปลกคือ นักพรตมังกรแปดกลับนิ่งเฉย ไม่คิดจะหลบหลีกหรือโต้กลับ มิใช่เพราะเขาสิ้นสิ้นเรี่ยวแรง แต่เขาเลือกที่จะไม่ทำ พร้อมกับรอยยิ้มอัมหิตที่ผุดขึ้นบนมุมปาก
นักพรตมังกรเก้าเองก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน
แม้เอกกี้จะรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ทว่านางก็หาได้ใส่ใจ ความคิดเดียวในหัวคือต้องกำจัดสวะรกหูรกตาสองตัวนี้ให้พ้นทาง
*วึ้ง!*
พริบตาก่อนที่กรงเล็บของเอกกี้จะถึงตัวนักพรตทั้งสอง ม่านพลังลึกลับก็ปรากฏขึ้นขวางกั้นการโจมตีของนางไว้
*ฟุ่บ!*
เอกกี้รีบถอยฉากออกมาด้วยความขุ่นเคือง นางสัมผัสได้ว่าม่านพลังที่คุ้มครองนักพรตทั้งสองอยู่นั้นแข็งแกร่งเกินหยั่งถึง มันก้าวข้ามขีดจำกัดของระดับชุดเทพไปไกลโข
โถงวิหารเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง กลิ่นอายพลังวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูพื้นที่
ในขณะเดียวกัน ห้วงมิติเบื้องหน้านักพรตมังกรแปดและเก้าก็เกิดการบิดเบี้ยว ก่อนที่ร่างหนึ่งจะก้าวเดินออกมา
เขาคือบุรุษชราผมขาวล่องลอยในชุดนักพรต แบกกระบี่ไว้เบื้องหลัง แม้ท่าทางจะดูสง่างามทว่าเขากลับแผ่ซ่านกลิ่นอายกดดันอันมหาศาลที่สยบทุกสรรพสิ่งในที่นั้น
เอกกี้ขมวดคิ้วมุ่น
นางรู้แจ้งได้ทันทีว่า ตนเองไม่มีโอกาสชนะบุรุษชราผู้นี้เลย
“ข้าคือมังกรเจ็ด... นักพรตมังกรเจ็ด” ผู้อาวุโสกล่าวเสียงเรียบ
“ข้าไม่สนว่าเจ้าจะเป็นใคร ข้าแค่ต้องการให้เจ้าออก
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.