ตอนที่ 210
210 / 1536
อ่าน 11 นาที
Chapter 210: Capture Pang Hong
เผยแพร่เมื่อ 8 เม.ย. 2569 07:27
# บทที่ 210: สยบพางฮง
*เปรี้ยง!*
ชายชราที่ยืนหลบมุมอยู่ด้านข้างเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ต้นไม้ใหญ่จนมันระเบิดเป็นเสี่ยงๆ กระนั้นสายตาของเขายังคงจับจ้องไปยังแผ่นหลังของจางเฟยด้วยความอาฆาตแค้น พลางบ่นพึมพำด้วยโทสะที่สุมทรวง "ไอ้สารเลวนั่น!"
"ข้าไม่รู้ว่ามันเปลี่ยนโฉมหน้าได้อย่างไร แต่ข้ามั่นใจว่าไอ้เด็กเหลือขอนั่นคือคนที่ขัดขวางแผนการลักพาตัวหลิวชิงอวี่ของข้าในตอนนั้น และมันยังเป็นต้นเหตุที่ทำให้ข้าต้องบาดเจ็บสาหัสหลังจากช่วยหลิวฮวาไปจากเงื้อมมือข้า! แต่... การบ่มเพาะของมันก้าวกระโดดถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน?"
เขายังจำได้ติดตาว่า ในตอนนั้นการบ่มเพาะของมันอยู่เพียงขอบเขตพื้นฐาน 6 ดาวเท่านั้น แต่เพียงแค่เดือนเดียว มันกลับก้าวเข้าสู่ขอบเขตแก่นแท้ 3 ดาวได้แล้ว! "เหอะ! วันนั้นมันรอดไปได้เพราะพวกสัตว์อสูรเฮงซวยนั่นช่วยไว้ แต่ในเมืองที่ไร้ซึ่งอสูรที่แข็งแกร่งเช่นนี้ จะไม่มีใครหน้าไหนช่วยมันให้พ้นมือข้าได้อีก!"
"หลังจากข้าจับตัวมันได้ ข้าจะถลกหนังมันทั้งเป็น แล้วโยนร่างมันให้สัตว์อสูรในตระกูลข้าขย้ำเล่น!"
ชายชราผู้นี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ **พางฮง** ผู้ที่ยังคงฝังหุ่นแค้นต่อจางเฟยจากการเข้าช่วยสองพี่น้องตระกูลหลิว ทว่าเขากลับทะนงในพลังของตนเองจนเกินไป โดยหารู้ไม่ว่าเป้าหมายของเขาได้ผลัดเปลี่ยนไปเป็นคนละคนในช่วงที่เขากำลังรักษาอาการบาดเจ็บ ทันใดนั้น สายตาของเขาพลันเหลือบไปเห็นหรูเสวี่ย พางฮงเลียริมฝีปากด้วยความหื่นกระหายเมื่อเห็นเรือนร่างอันเย้ายวนของนาง
"หึ สตรีผู้นั้นอยู่เพียงขอบเขตกายา 1 ดาว แต่หน้าตาและทรวดทรงกลับเหนือชั้นกว่าหลิวฮวาเสียอีก การจะจับนางมาคงง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก ข้าจะทำให้ไอ้เด็กนั่นทุกข์ทรมานเจียนตายด้วยการย่ำยีร่างกายนางต่อหน้ามัน! ส่วนเด็กน้อยนั่น ข้าจะฆ่าทิ้งเสียให้ตายตกตามกันไป ความตายของมันจะทำลายพวกมันให้สิ้นซาก!"
ในขณะนั้น พางฮงได้รับข้อความส่งสารทางจิต ทว่าสีหน้าของเขากลับเปลี่ยนเป็นรำคาญใจหลังจากสดับฟัง เขาเหลียวมองไปรอบๆ พลางสบถอย่างหัวเสีย "ชิ! พางเต๋อมันร้ายกาจนกักขฬะนัก! มันไม่ไว้ใจข้า ถึงขนาดส่งสัตว์อสูรติดตามมาเฝ้าดูข้าเชียวรึ!"
"ฟู่..." พางฮงสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ หลายครั้งเพื่อสงบสติอารมณ์ "ตระกูลไหนที่ข้าจะใช้เป็นบริวารได้บ้าง? ตระกูลลี่และตระกูลเหม่ยก็ล่มสลายให้แก่ตระกูลฉู่ไปแล้ว ตัวเลือกในภูมิภาคที่อ่อนแอนี้มีไม่มากนัก... อืม? ข้าควรไปที่สองตระกูลนั้นดู โดยเฉพาะพวกมันแข็งแกร่งกว่าตระกูลเล็กๆ ที่เหลือ"
"ตระกูลอู๋ที่เป็นญาติกับตระกูลลี่ พวกมันจะยอมก้มหัวให้ข้าหากข้าเสนอจะแก้แค้นให้กับการล่มสลายของตระกูลลี่ ส่วนตระกูลปา แม้ปาเจียเหวินจะแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม แต่ตอนนี้มันอยู่ในถ้ำอสูร ข้าสามารถฉวยโอกาสที่มันไม่อยู่ยึดครองตระกูลมันเสีย!"
สิ้นคำ พางฮงก็อันตรธานหายไปจากที่แห่งนั้น โดยมีจุดหมายแรกคือตระกูลอู๋
.
"เฟยเอ๋อร์ เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่รึ? ทำไมรอยยิ้มของเจ้าถึงดูพิลึกนัก?"
จางเฟยบอกเล่าถึงการปรากฏตัวของพางฮงให้หรูเสวี่ยฟังโดยตรง ทำให้นางมีสีหน้าตระหนกตกใจ ทว่าเขากลับโอบกอดนางให้แน่นขึ้นเพื่อปลอบประโลม "ไม่ต้องกังวลไปนะ ตัวผมในตอนนี้อาจจะยังไม่ใช่คู่ปรับของตาแก่นั่น แต่เรามีบอยตาตาอยู่ข้างกาย นางแข็งแกร่งกว่ามันมากนัก การจะจับกุมมันเป็นเพียงเรื่องขี้ผงสำหรับนาง"
"พี่ชายพูดถูกแล้วค่ะท่านแม่ ท่านแม่ขี้ตกใจเกินไปแล้ว แถมพอตกใจก็ชอบลืมเรื่องสำคัญทุกที" เสี่ยวลิ่งเอ๋อที่นั่งอยู่บนบ่าของจางเฟยเอ่ยพลางส่ายหัวน้อยๆ "ย่าบอยตาตาแข็งแกร่งมาก ไม่มีผู้บ่มเพาะคนไหนในดินแดนตะวันตกสู้ได้หรอกค่ะ อีกอย่างนางเป็นสัตว์อสูรพันธสัญญาของพี่ชาย นางต้องปกป้องเราจากตาแก่ใจร้ายคนนั้นอยู่แล้ว!"
หรูเสวี่ยยิ้มเจื่อนๆ ให้กับคำพูดของลูกสาว นางมักจะรู้สึกเสมอว่าลิ่งเอ๋อนั้นมีความเป็นผู้ใหญ่และเยือกเย็นกว่าตัวนางเองเสียอีก ทั้งที่เด็กน้อยยังตัวเล็กแค่นี้
"ฮ่าๆ" จางเฟยหัวเราะร่าพลางเงยหน้ามองเด็กหญิง "เฮ้ ลิ่งเอ๋อ บอยตาตาไม่ใช่แค่สัตว์อสูรในพันธสัญญาของพี่นะ แต่นางเป็น 'เมีย' ของพี่แล้วต่างหาก แต่ถ้าน้องเรียกนางว่าย่านางคงจะแง่งอนน่าดู เปลี่ยนมาเรียก 'น้า' แทนจะดีกว่านะ"
"ไม่เอาค่ะ!" ลิ่งเอ๋อปฏิเสธทันควัน "นางอายุตั้งพันกว่าปีแล้ว หนูจะเรียกย่าหรือทวดเท่านนั้นแหละ! และพี่ชายจะปกป้องหนูถ้าท่านย่าโกรธหนู ใช่ไหมคะ?"
"ฮ่าฮ่า! แน่นอนอยู่แล้ว! ต่อให้บอยตาตาจะเป็นเมียพี่ แต่ถ้ากล้าโกรธหนู พี่จะลงโทษนางเอง!" ลิ่งเอ๋อหัวเราะอย่างร่าเริงเมื่อได้ยินเช่นนั้น ส่วนจางเฟยก็รีบถามมังกรสมิงผ่านกระแสจิตทันที *'สภาพของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? ฟื้นตัวดีแล้วหรือยัง?'*
[หากเจ้าไม่มีมิตรสัตว์อสูรแห่งนี้ ข้าคงยังเหนื่อยล้าและอาจจมดิ่งสู่การหลับใหลเพราะเจ้านั่นแหละ... เจ้าต้องการให้ข้าจับตาแก่คนนั้นใช่ไหม?]
*'ใช่'* จางเฟยตอบกลับพร้อมพยักหน้าเล็กน้อย *'ผมไม่สนใจคนในภูมิภาคนี้หรอก แต่ครอบครัวของเราอาศัยอยู่ที่นี่ และไอ้แก่พางฮงนั่นดูเหมือนกำลังวางแผนชั่วร้ายบางอย่าง ผมจึงอยากให้เจ้าจับมันมาเสีย มิเช่นนั้นมันจะเป็นเหมือนเสี้ยนหนามทิ่มแท้ถ้ายังปล่อยให้ลอยนวลอยู่ และเราจะใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขมากขึ้นถ้าไม่มีมัน'*
*'อย่างไรก็ตาม เจ้าจะซ้อมมันให้หนำใจแค่ไหนก็ได้ แต่อย่าเพิ่งฆ่าทิ้ง ผมต้องการใช้มันทำลายตระกูลของมันจากภายใน'*
[ตกลง ข้าจะจัดการเดี๋ยวนี้]
สิ้นเสียงตอบรับ บอยตาตาก็พุ่งทะยานออกจากมิตรสัตว์อสูร มุ่งหน้าไปยังพิกัดของพางฮงทันที ทว่านางยังไม่ลงมือในทันที แต่นิ่งรอดูเพื่อสืบสาวถึงแผนการของมัน โดยเฉพาะที่ตั้งของ **ต้นไม้ปีศาจโลหิต (Blood Demon Tree)** ที่ตระกูลของมันซุกซ่อนไว้ในดินแดนตะวันตกแห่งนี้
จากนั้น จางเฟยก็พาหรูเสวี่ยและลิ่งเอ๋อเดินเล่นรอบเมืองต่อ เขาพานางไปดูร้านค้าและภัตตาคารของเขา ซึ่งทั้งสองแห่งคลาคล่ำไปด้วยผู้คน โดยเฉพาะร้านค้าที่ขายดิบขายดีจนเทน้ำเทท่า
.
ในขณะเดียวกัน บอยตาตากำลังนอนเอนกายอย่างสบายอารมณ์บนหลังคาห้องโถงหลักของตระกูลอู๋ แอบฟังการสนทนาระหว่างพางฮงกับคนในตระกูลนั้น นางต้องประหลาดใจเมื่อพบว่า **อู๋หลิง** ผู้นำตระกูล ปฏิเสธที่จะศิโรราบต่อตระกูลพาง และสั่งให้คนในตระกูลล้อมพางฮงไว้
อย่างไรก็ตาม พลังของพางฮงนั้นเหนือชั้นกว่าคนเหล่านั้นอย่างเห็นได้ชัด บอยตาตามั่นใจว่าพวกมันไม่มีทางทำอะไรเขาได้ และคงต้องตายตกตามกันไปภายใต้เงื้อมมือของตาแก่นั่น *'ข้าควรช่วยพวกมันไหม? หึ ไม่ล่ะ! สามีข้าไม่ได้แยแสคนพวกนี้ ข้าเองก็ไม่จำเป็นต้องสนใจเช่นกัน ชีวิตของพวกมันไม่ใช่หน้าที่ของข้า'*
เป็นไปตามคาด คนของตระกูลอู๋ไม่อาจต้านทานพละกำลังและวิชาของพางฮงได้ พวกมันเกือบทั้งหมดถูกสังหารสิ้นรวมถึงอู๋หลิง เขาเหลือรอดไว้เพียงสมาชิกหลักเพียงสองคนที่เป็นสตรี ก่อนจะใช้วิชาชั่วร้ายแบบเดียวกับที่ใช้กับหลิวฮวา เปลี่ยนพวกนางให้กลายเป็นหุ่นเชิดมนุษย์
บอยตาตาเพียงส่ายหัวเมื่อเห็นพางฮงเข่นฆ่าผู้คนอย่างทารุณ *'ตาแก่นี่มันโฉดชั่วจริงๆ แต่น่าเสียดายที่มันดันหาเรื่องผิดคน เพราะสามีของข้านั้นร้ายกาจยิ่งกว่ามันหลายเท่านัก และมันจะต้องชดใช้อย่างสาสมในเงื้อมมือของเขา'*
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น พางฮงก็ออกเดินทางจากตระกูลอู๋พร้อมหุ่นเชิดตัวใหม่ โดยมีบอยตาตาติดตามไปติดๆ
.
ครู่ต่อมา พางฮงได้เดินทางมาถึงตระกูลปา ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากสำนักกระบี่สวรรค์ แม้จะเป็นเพียงตระกูลเล็กๆ แต่ตระกูลปามีสถานะที่สูงส่งในเมืองป่าตะวันตก เนื่องด้วยปาเจียเหวินดำรงตำแหน่งเจ้าสำนักแห่งสำนักกระบี่สวรรค์ ทำให้ผู้คนต่างให้ความยำเกรง
พางฮงขมวดคิ้วเมื่อสัมผัสได้ถึงค่ายกลที่แข็งแกร่งปกคลุมตระกูลปาอยู่ ซึ่งเป็นค่ายกลที่ปาเจียเหวินตั้งใจติดตั้งไว้โดยอาศัยความช่วยเหลือจากเหล่าอาวุโสในสำนัก เขาพยายามทำลายมันในทันที ทว่าการกระทำนั้นกลับไปกระตุ้นกลไกป้องกันของค่ายกลให้โจมตีสวนกลับมา
ทว่ามันก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของเขา เพราะการโจมตีเหล่านั้นช่างอ่อนชั้นนักเมื่อเทียบกับระดับพลังของเขา เขาจึงทำลายมันลงได้ในคราวเดียว
"หืม?" พางฮงขมวดคิ้วมุ่นกว่าเดิมเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังหลายสายพุ่งทะยานตรงมาหาเขา เขาเห็นคนจากตระกูลปามองเขาด้วยสายตาเหยียดหยามจากภายในตระกูล *'ไอ้พวกสถุล! ตอนนี้พวกแกจงร่าเริงไปเถอะ ข้าจะทำลายตระกูลนี้ให้สิ้นซากในไม่ช้า!'*
เมื่อเห็นผู้อาวุโสหลายคนจากสำนักกระบี่สวรรค์รุดมา พางฮงจึงตัดสินใจเผ่นหนีจากตระกูลปาทันทีพร้อมหิ้วหุ่นเชิดของเขาไปด้วย และแน่นอนว่าบอยตาตายังคงติดตามไปเช่นเดิม
ข่าวการปรากฏตัวของพางฮงในภูมิภาคตะวันตกแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ตระกูลต่างๆ ที่มีความแค้นเคืองต่อเขาและตระกูลพางต่างรวมกลุ่มกันล่าตัวเขา ทำให้พางฮงตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน เพราะเขาไม่อาจเผชิญหน้ากับทุกคนได้พร้อมกันเพียงลำพัง
สุดท้าย พางฮงตัดสินใจพาหุ่นเชิดของเขาไปยังชายขอบของภูมิภาคตะวันตก บอยตาตาที่ลอบติดตามอยู่เห็นไอปิศาจสีดำพวยพุ่งออกมาเหมือนกับที่นางเคยเห็นในภูมิภาคใต้ *'โอ้? ไม่แปลกใจเลยที่คนของหลิวฮวาหาไม่พบ ที่แท้พวกมันซ่อนต้นไม้ไว้ในสถานที่เช่นนี้เอง พวกมันคงคิดไม่ถึงแน่ๆ'*
เนื่องจากนางไม่อาจรับมือกับไอปิศาจนั้นได้ บอยตาตาจึงรีบแจ้งพิกัดที่ตั้งของต้นไม้ปีศาจโลหิตให้จางเฟยทราบทันที ทว่าจางเฟยกลับรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะเขาเฝ้ามองการเคลื่อนไหวของนางผ่านแผนที่ตลอดเวลา เขาบอกให้นางปล่อยเรื่องนั้นให้เป็นหน้าที่ของเขา และให้โฟกัสไปที่การจับกุมพางฮง
ทันทีที่พางฮงและหุ่นเชิดร่อนลงจอดไม่ไกลจากที่ซ่อนของต้นไม้ปีศาจ บอยตาตาพลันปรากฏกายขวางหน้าพวกเขาไว้ ทำให้พางฮงแข็งทื่อเป็นหิน *'ฉิบหาย! นังนี่เป็นใคร? ทำไมมันถึงตามข้ามาที่นี่ได้? บัดซบ! ข้าต้องหนีเดี๋ยวนี้ พลังของนางอยู่เหนือกว่าข้าไปไกลโข แถมความแข็งแกร่งดูจะทัดเทียมกับเหล่าบรรพบุรุษของข้าเสียด้วยซ้ำ!'*
"เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยเจ้าไปง่ายๆ งั้นรึ?" เหงื่อเย็นๆ ผุดพรายบนหน้าผากของพางฮงเมื่อได้ยินเสียงของบอยตาตาจากทางด้านหลัง ทั้งที่นางเพิ่งอยู่ข้างหน้าเขาเมื่อครู่เดียว! ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้กะพริบตา นางก็มาอยู่ข้างหลังเขาแล้ว พร้อมกับฉกเอาหยกสื่อสารของเขาไป
"เอาตามจริง ข้าคร้านจะยุ่งกับเจ้าเหลือเกิน เพราะในสายตาข้า เจ้ามันก็แค่เศษธุลี แต่สามีข้าขอให้ข้าจับเจ้าไปให้ได้ เพราะการมีอยู่ของเจ้านั้นคุกคามเมียคนอื่นๆ ของเขา"
"ใครคือ—อึก!" บอยตาตาบีบคอพางฮงจากทางด้านหลังทันควัน พลางรวบรวมเพลิงไว้ที่หมัดอีกข้างก่อนจะซัดเข้าที่กลางหลังอย่างจังจนกระดูกสันหลังลั่นเปรี้ยระเบิดออก เขาพ่นเลือดคำโตออกมาจากปากทันที "อ้าก!"
พางฮงพยายามสั่งให้หุ่นเชิดเข้าโจมตีบอยตาตา แต่มันช่างไร้ผลนัก เพราะการบ่มเพาะของพวกนางยังไม่ก้าวข้ามขอบเขตปฐพีเสียด้วยซ้ำ จึงไม่อาจสั่นคลอนการพันธนาการของนางได้เลย *'โธ่เว้ย!'*
บอยตาตายิ้มมุมปากอย่างมีเล่ห์นัยพลางเอ่ยกับพางฮงอีกครั้ง "เฮ้เจ้ารู้ไหม? สามีข้าอนุญาตให้ข้าอัดเจ้าจนน่วมได้ตามใจชอบเลยล่ะ เพราะฉะนั้นข้าจะจัดให้หนักๆ ก่อนจะพาไปพบเขาแล้วกันนะ"
"ไม่! อ๊ากกกก!"
*ตุ้บ! พลั่ก! เปรี้ยง!*
"อ๊าก! หยุดที! ได้โปรดหยุดเถอะ!"
บอยตาตาไม่เปิดโอกาสให้พางฮงได้ร้องขอชีวิต นางระดมหมัดและลูกถีบใส่เขาอย่างไร้ความปรานี เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วบริเวณอยู่พักใหญ่
ครู่ต่อมา พางฮงก็นอนหมดสภาพอยู่บนพื้น ร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียว ใบหน้าบวมเป่งจนจำเค้าเดิมไม่ได้ บอยตาตาทำการผนึกการบ่มเพาะของเขาไว้ก่อนจะลากคอเขาและหุ่นเชิดออกจากที่แห่งนั้น ทว่านางกลับเหลียวมองไปยังทิศทางหนึ่งแล้วซัดเพลิงออกไป ก่อให้เกิดเสียงระเบิดกัมปนาทเลื่อนลั่นมาจากทางนั้น
*ตูม!*
- โปรดติดตามตอนต่อไป -
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.