ตอนที่ 216
216 / 1536
อ่าน 12 นาที
Chapter 216: Mu Lingshu
เผยแพร่เมื่อ 8 เม.ย. 2569 07:28
[ท่านได้รับปราณหยิน 800 หน่วยจากถังหรู่]
[ยินดีด้วย! ระดับการบำเพ็ญเพียรของท่านทะลวงผ่านสู่ขอบเขตแกนปราณ 4 ดาว]
สิ้นเสียงแจ้งเตือนจากระบบ จางเฟยจึงยุติบทเพลงรักอันเร่าร้อนกับถังหรู่แล้วก้าวลงจากเตียง ปล่อยให้ร่างของหญิงสาวจมดิ่งสู่ห้วงนิทราด้วยความเหนื่อยล้าเจียนขาดใจ เขาจัดการธุระส่วนตัวแล้วเดินออกจากห้องไปทันที ท่ามกลางสายตาหลายคู่ของเหล่าศิษย์ที่คอยชำเลืองมองมาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
ศิษย์ชายต่างมองจางเฟยด้วยความเลื่อมใสศรัทธาปนริษยา เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาต่างได้ยินเสียงครวญครางอย่างสุขสมของถังหรู่แผดก้องออกมาเป็นเวลานาน ในขณะที่ศิษย์หญิงแอบชำเลืองมองช่วงล่างของเขาด้วยความหวั่นใจ ทว่ากลับไม่มีใครกล้าเฉียดเข้าใกล้ เพราะในสายตาของพวกนาง เขาคือ ‘สัตว์ร้าย’ ในคราบมนุษย์ที่สามารถสยบผู้อาวุโสที่มีชื่อเสียงคาวโลกีย์ที่สุดในสำนักลงได้อย่างราบคาบ
จางเฟยหาได้แยแสสายตาเหล่านั้นไม่ เพราะเม่ยได้ทำการสแกนตรวจสอบแล้วพบว่าปราณหยินในร่างของศิษย์หญิงเหล่านี้ช่างเบาบางเหลือเกิน แม้จะเป็นถึงศิษย์สายในหรือศิษย์ระดับแกนปราณก็ตาม
เมื่อก้าวพ้นจากตำหนักหยินหยาง จางเฟยก็กลับไปยังที่พักเก่าเพื่อจัดการสัมภาระที่ติดตัวมาจากโลกมนุษย์ ก่อนจะมุ่งหน้าตรงไปยังเขตศิษย์สายในเพื่อเสาะหาที่พำนักแห่งใหม่ของตน
.
.
.
เขตศิษย์สายในนั้นช่างแตกต่างจากเขตศิษย์สายนอกที่แออัด พื้นที่ที่นี่กว้างขวางกว่ามาก ห้องพักแต่ละห้องตั้งอยู่ห่างกันอย่างเป็นสัดส่วน จางเฟยมุ่งตรงไปยังห้องของตนซึ่งตั้งอยู่ลึกเข้าไปเกือบถึงท้ายซอย แม้ตัวอาคารจะดูมีขนาดเล็ก แต่มันก็ยังดีกว่าห้องพักรูหนูห้องเก่าของเขาหลายเท่าตัวนัก
ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวเข้าห้อง สายตาก็พลันสบเข้ากับสตรีเยาว์วัยนางหนึ่งที่มีเรือนผมสีดำขลับยาวสลวยจรดบั้นเอวพริ้วไหวขณะที่นางเดินออกมาจากห้องฝั่งตรงข้าม แม้ใบหน้าของนางจะไม่นับว่าสะสวยจนหยาดเยิ้ม แต่กลับมีดวงตาสีดำที่มีเสน่ห์ลึกลับดึงดูดใจ และริมฝีปากสีชมพูอวบอิ่มที่น่าหลงใหล
ร่างที่สูงเพรียวของนางถูกห่อหุ้มด้วยชุดกระโปรงสีขาวเรียบง่าย เสริมด้วยผ้าสีขาวที่พันรอบเอวคอดกิ่วอย่างพอดิบพอดี เผยให้เห็นสัดส่วนความโค้งเว้าและทรวงทรงที่อวบอัดเย้ายวน กลิ่นอายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวนางนั้นช่างนุ่มนวลและสงบเยือกเย็นจนชวนให้บุรุษอยากเข้าหา ทว่าสีหน้าของนางกลับดูเคร่งขรึม ราวกับกำลังใช้ความคิดอย่างหนักในเรื่องสำคัญบางอย่าง
‘เม่ย สแกนนางที’
[รับทราบเจ้าค่ะมาสเตอร์]
===
ชื่อ: มู่หลิงซู
อายุ: 22 ปี
เผ่าพันธุ์: มนุษย์
เพศ: หญิง
ระดับการบำเพ็ญ: ขอบเขตแกนปราณ 5 ดาว
ธาตุ: ดิน [ระดับกลาง]
แกนปราณ: แกนปราณปฐพีระดับสูง
กายา: กายามนุษย์
กายาพิเศษ: -
สายเลือดพิเศษ: -
คู่ครอง: ไม่มี
สิ่งที่ชอบ: ไม่มี
สิ่งที่ไม่ชอบ: ผู้ชาย
===
‘โอ้? ที่แท้นางก็คือ มู่หลิงซู หนึ่งในสิบสุดยอดศิษย์สายในอย่างนั้นรึ?’ จางเฟยลอบสังเกตนางอย่างเงียบเชียบ ‘หืม? กลิ่นอายของนางช่างแตกต่างจากลั่วอวี่และคนอื่นๆ เสียจริง มันทำให้ข้าอยากจะเข้าใกล้นางอย่างประหลาด’
[อิอิ มาสเตอร์เจ้าคะ มู่หลิงซูผู้นี้ยังเป็นสาวพรหมจรรย์นะเจ้าคะ แม้นางจะไม่สวยเท่าหลิวฮวาหรือคนอื่นๆ แต่นางก็ไม่เลวเลยทีเดียว แถมฐานะของนางยังน่าประทับใจมาก ข้าขอแนะนำให้ท่านเข้าหาและคว้านางมาเข้าฮาเร็มเสียเลย! แม้นางจะเกลียดชังบุรุษเพศ แต่ข้าเชื่อมั่นว่าท่านจะสามารถเข้าถึงหัวใจนางได้แน่นอนเจ้าค่ะ]
“อืม เจ้าพูดถูก” จางเฟยพยักหน้าเห็นพ้อง ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปทักทายมู่หลิงซูทันที “ศิษย์พี่หญิงหลิงซู”
“หืม?” มู่หลิงซูชะงักฝีเท้าแล้วหันมาทางจางเฟย นางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวานใสราวกับเสียงดนตรี “เจ้าเป็นใคร? ข้าไม่เคยเห็นหน้าเจ้ามาก่อน”
‘เสียงของนางช่างหวานหูและกังวานยิ่งนัก’ เขาจึงเริ่มแนะนำตัว “ข้าชื่อจางเฟย เพิ่งจะได้รับเลื่อนขั้นเป็นศิษย์สายในเมื่อไม่นานมานี้เองครับ”
“แล้วเจ้ารู้ชื่อข้าได้อย่างไร ในเมื่อเพิ่งจะเข้ามาเป็นศิษย์สายใน?” มู่หลิงซูเอ่ยถามด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความระแวดระวัง
“ศิษย์พี่หญิง โปรดอย่าได้ระแวงข้าเลย ข้าไม่ได้มีเจตนาร้ายใดๆ ต่อท่านทั้งสิ้น” จางเฟยเอ่ยพร้อมรอยยิ้มที่เป็นมิตร “พูดตามตรง ข้ามีคู่บำเพ็ญหลายอยู่ที่อาศัยอยู่ในสำนักนี้มานานแล้ว พวกนางเป็นคนเล่าเรื่องของท่านให้ข้าฟังเอง
และในเมื่อห้องของเราอยู่ตรงข้ามกันพอดี แถมท่านยังบังเอิญเดินออกมาจากห้องในจังหวะนี้ ข้าจึงถือโอกาสเข้ามาทักทายตามมารยาทครับ”
“มีคู่บำเพ็ญหลายคน?” มู่หลิงซูมีสีหน้าประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินเช่นนั้น เพราะโดยปกติแล้วศิษย์สายนอกฝ่ายชายมักจะมีคู่บำเพ็ญเพียงคนเดียวเท่านั้น เนื่องจากศิษย์สายในและศิษย์สายหลักส่วนใหญ่มักจะจ้องตักตวงผลประโยชน์จากศิษย์หญิงสายนอกเป็นหลัก ทว่าบุรุษตรงหน้านางกลับมีคู่บำเพ็ญเคียงข้างถึงหลายคน
“ใช่ครับ” จางเฟยพยักหน้ายืนยัน “ลั่วอวี่และกู่เยี่ยนคือคู่บำเพ็ญของข้า พวกนางคือคนที่เล่าเรื่องของท่านให้ข้าฟัง”
“เข้าใจแล้ว” มู่หลิงซูพยักหน้าเบาๆ นางพอจะรู้จักศิษย์หญิงทั้งสองคนนั้นอยู่บ้าง และจำได้ว่าพวกนางเป็นคู่รักหญิงรักหญิงที่ศิษย์พี่หลายคนต่างหมายปองและพยายามตามจีบ แต่พวกนางก็ไม่เคยสนใจใครเลย แม้จะมีคนเอาของล้ำค่ามาล่อใจก็ตาม ไม่นึกเลยว่าสุดท้ายพวกนางจะมาตกอยู่ในอ้อมกอดของจางเฟยผู้นี้ “แล้วเจ้าต้องการอะไรจากข้าล่ะ?
หรือเจ้ากำลังคิดจะขอให้ข้าไปเป็นคู่บำเพ็ญของเจ้าอีกคน? หากเจ้ามีเจตนาเช่นนั้น ข้าขอบอกให้รู้ไว้เลยว่าข้าไม่ได้ฝึกวิชาคู่บำเพ็ญ และข้าไม่สนใจที่จะมีคู่ครองด้วย อีกอย่าง... ข้าเข้าร่วมสำนักนี้ด้วยเหตุผลส่วนตัวบางประการเท่านั้น”
[ฮิฮิ มาสเตอร์จะปล่อยให้แม่นางคนนี้ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยแบบนี้หรือเจ้าคะ?]
จางเฟยไม่ได้สนใจคำยั่วยุของเม่ย เขารู้สึกว่ามู่หลิงซูนั้นค่อนข้างพิเศษ เขาจึงไม่อยากใช้พลังมารเข้าข่มเหงนาง “ศิษย์พี่หญิง มีบุรุษคนไหนบ้างที่ไม่หลงเสน่ห์สตรีเช่นท่าน?
ท่านทั้งงดงามและมีบุคลิกที่แตกต่างจากศิษย์หญิงคนอื่นๆ ในสำนักนี้อย่างสิ้นเชิง จึงเป็นธรรมดาที่ข้าจะสนใจอยากได้ท่านมาเป็นคู่บำเพ็ญไม่ใช่หรือ? อีกอย่าง ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านไม่ได้ฝึกวิชาคู่บำเพ็ญ โดยเฉพาะเมื่อท่านยังเป็นสาวพรหมจรรย์อยู่แบบนี้ ข้าจึงรู้ดีว่ามันไม่ง่ายเลยที่ผู้ฝึกตนคู่บำเพ็ญอย่างข้าจะพิชิตใจท่านได้”
‘หืม? ทำไมเขาถึงดูสงบเยือกเย็นได้ขนาดนี้? เป็นเพราะเขามีคู่ครองหลายคนแล้วอย่างนั้นรึ? เขาดูแตกต่างจากพวกสารเลวคนอื่นๆ ที่มักจะแสดงท่าทางหิวกระหายราคะเมื่ออยู่ใกล้ข้า และจ้องจะกระโจนเข้าหาประหนึ่งหมาป่าหิวโหยเสียจริง’ มู่หลิงซูครุ่นคิดในใจพลางลอบสังเกตจางเฟยอย่างจริงจัง “เจ้าเข้าร่วมสำนักนี้เพียงเพื่อจะหาคู่บำเพ็ญให้ได้มากๆ อย่างนั้นหรือ?”
“ใช่ครับ” จางเฟยตอบมู่หลิงซูอย่างตรงไปตรงมา “ขย้ามีเรื่องสำคัญส่วนตัวที่ต้องจัดการ และข้าต้องการความแข็งแกร่งเพื่อแก้ปัญหานั้น ในเมื่อข้าเป็นผู้ฝึกตนคู่บำเพ็ญ ข้าจึงเข้าสำนักนี้เพื่อเสาะหาคู่บำเพ็ญที่จะช่วยส่งเสริมพลังให้แก่ข้าได้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น มู่หลิงซูพลันขมวดคิ้วมุ่น นางรู้สึกว่าความคิดก่อนหน้านี้ของนางที่มีต่อจางเฟยนั้นผิดมหันต์ เพราะเขาก็ไม่ต่างจากศิษย์ชายคนอื่นๆ ในสำนักที่มุ่งเน้นเพียงการหลอกใช้สตรีเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง
ราวกับจะอ่านใจนางออก จางเฟยจึงเอ่ยต่อ “ศิษย์พี่หญิง ท่านดูเหมือนจะเข้าใจความหมายของข้าผิดไป ข้าไม่ได้หมายความในเชิงลบเช่นนั้น”
“เข้าใจผิดงั้นหรือ? คำพูดของเจ้ามันก็ชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่รึ!” มู่หลิงซูเอ่ยด้วยสายตาเย็นเยียบ “เจ้าต้องการหาคู่บำเพ็ญเพราะต้องการใช้พวกนางเป็นบันไดก้าวไปสู่ความแข็งแกร่ง นั่นหมายความว่าเจ้ามองพวกนางเป็นเพียงเครื่องมือ เจ้ามันก็ไม่ต่างจากพวกสารเลวคนอื่นๆ เลยสักนิด!”
“ท่านพูดถูกส่วนหนึ่ง แต่ก็ผิดไปอีกส่วนหนึ่งเช่นกัน” สีหน้าของมู่หลิงซูยิ่งเย็นเยียบขึ้นไปอีกเมื่อได้ยินคำตอบของจางเฟย “อย่างไรเสีย ศิษย์ส่วนใหญ่ในสำนักนี้ก็ล้วนเป็นผู้ฝึกตนคู่บำเพ็ญ และพวกเขาก็เข้าร่วมที่นี่ด้วยเหตุผลเดียวกับข้า นั่นคือการหาคู่บำเพ็ญเพื่อให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น”
มู่หลิงซูไม่ได้ปฏิเสธคำพูดของจางเฟย แต่นางก็ไม่เห็นด้วยกับวิธีการเช่นนี้ เขาจึงเอ่ยกับนางอีกครั้ง “ในสายตาของข้า สตรีถูกแบ่งออกเป็นหลายประเภท... ประเภทแรกคือสตรีที่ควรค่าแก่การได้รับความรักอย่างไร้เงื่อนไข เช่นเหล่าภรรยาของข้า”
“ภรรยา? นี่เจ้ามีภรรยาอยู่แล้วหลายคนจริงๆ หรือ?” มู่หลิงซูถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ เพราะนางเชื่อว่ามีเพียงสตรีโง่เขลาเท่านั้นที่ยินยอมอยู่ในความสัมพันธ์แบบสามีหลายภรรยา มิหนำซ้ำยังยอมให้สามีเข้าสำนักคู่บำเพ็ญเพื่อหาหญิงอื่นอีก
“ใช่ครับ ข้ามีภรรยาหลายคน และข้าเข้าสำนักนี้มาด้วยความยินยอมของพวกนาง” จางเฟยอธิบายต่อ “ประเภทที่สอง คือสตรีที่ไม่ได้มีใจรักใคร่ต่อข้า แต่พวกนางยินยอมเข้ามาในความสัมพันธ์เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน เช่นลั่วอวี่และกู่เยี่ยน ความสัมพันธ์ของเราจึงดำเนินไปด้วยดี
และประเภทที่สาม คือสตรีอย่างผู้อาวุโสถังหรู่ ผู้ที่มักจะใช้อำนาจกดขี่ผู้อื่นตามใจชอบ สำหรับสตรีประเภทนี้ ข้าจะไม่ลังเลเลยที่จะตักตวงและตักตวงผลประโยชน์จากนางมาเพื่อตอบสนองเป้าหมายของข้าเอง”
มู่หลิงซูนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ทว่าจางเฟยสังเกตเห็นว่าความเย็นเยียบในแววตาของนางดูลดน้อยลงไปบ้าง เขาจึงฉวยโอกาสนั้นถามคำถามสำคัญ “แล้วท่านล่ะครับศิษย์พี่หญิง? ในเมื่อท่านไม่สนใจวิชาคู่บำเพ็ญ แล้วเหตุใดท่านถึงเข้าร่วมสำนักนี้? มันไม่เป็นการเสียเวลาเปล่าหรอกหรือ?
รากฐานของสำนักนี้คือวิชาคู่บำเพ็ญ ซึ่งแตกต่างจากสำนักกระบี่สวรรค์หรือสำนักอื่นๆ โดยสิ้นเชิง ท่านจะพัฒนาตนเองได้อย่างยากลำบากแน่นอนตราบใดที่ยังคงอยู่ที่นี่”
“ข้า...” มู่หลิงซูชะงักคำพูดไป แววตาของนางสั่นสะท้านด้วยความโศกเศร้าที่พยายามซ่อนไว้
“ข้าต้องขออภัยที่ถามคำถามเช่นนั้นออกไป ทั้งที่เราเพิ่งจะพบกันครั้งแรก” จางเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด
“ไม่หรอก เจ้าไม่จำเป็นต้องขอโทษข้า” มู่หลิงซูส่ายหัวช้าๆ “เจ้าพูดถูกที่ว่าข้าพัฒนาตนเองได้ยากลำบาก แม้จะอยู่ที่นี่มานานแล้วก็ตาม พูดตามตรง... ก่อนที่จะเข้าสำนักนี้ ข้าเคยคิดที่จะเป็นผู้ฝึกตนคู่บำเพ็ญมาก่อน ข้ามีเหตุผลส่วนตัวของข้า ซึ่งข้าจะไม่บอกเจ้า
ทว่าข้าต้องล้มเลิกความตั้งใจนั้นไป เพราะความผิดปกติบางอย่างในร่างกายของข้า มันทำให้ข้าขาดความมั่นใจที่จะหาคู่บำเพ็ญ และในเมื่อข้าเข้าสำนักนี้มาแล้ว ข้าก็ไม่มีความคิดที่จะลาออก ข้าจึงใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เรื่อยมาจนถึงตอนนี้”
“ความผิดปกติที่ว่านั้นคืออะไรหรือครับ?”
“ข้าเองก็ไม่รู้...” มู่หลิงซูส่ายหัวอีกครั้ง “ก่อนหน้านี้มีทั้งผู้เยียวยาหลายคน รวมถึงผู้อาวุโสจื่ออวี่ที่คอยตรวจสอบร่างกายของข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ไม่มีใครพบสาเหตุของความผิดปกตินี้เลย พวกเขาจึงไม่สามารถรักษาข้าได้”
“แปลกพิกล...” ‘เม่ย พอจะตรวจสอบสภาพร่างกายของมู่หลิงซูได้ไหม?’
[ได้เจ้าค่ะ ท่านเพียงแค่ต้องสัมผัสมือของนาง แล้วข้าจะทำการตรวจสอบร่างกายของนางให้ในทันทีเจ้าค่ะ]
จางเฟยพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะเอ่ยถามมู่หลิงซูตรงๆ “ศิษย์พี่หญิง ข้าขออนุญาตจับมือท่านได้หรือไม่? ไม่ต้องกังวลนะครับ ข้าจะไม่ทำอะไรที่เกินเลย ข้าเพียงต้องการตรวจสอบร่างกายของท่านเพื่อค้นหาต้นตอของความผิดปกตินั้นเอง”
มู่หลิงซูมองจางเฟยด้วยความกังขา เพราะเขาก็เป็นเพียงศิษย์สายในเหมือนกับนาง ในเมื่อผู้อาวุโสที่มีชื่อเสียงยังตรวจไม่พบ แล้วเขาจะทำได้อย่างไร? ทว่าแววตาที่จริงจังของเขากลับทำให้นางเปลี่ยนใจ นางจึงยื่นมือออกไปหาเขา “เจ้าจับมือข้าได้”
เมื่อจางเฟยคว้ามือนุ่มของมู่หลิงซูมาไว้ในอุ้งมือ เม่ยก็เริ่มทำการสแกนร่างกายของนางในทันที โดยเฉพาะอวัยวะภายใน ‘ผลเป็นอย่างไรบ้างเม่ย?’
[ใจเย็นๆ ก่อนเจ้าค่ะมาสเตอร์ ข้าต้องตรวจสอบร่างกายของนางอย่างละเอียดทุกส่วน ซึ่งต้องใช้เวลาสักครู่หนึ่งเจ้าค่ะ]
มู่หลิงซูรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยที่ถูกจางเฟยกุมมือไว้นานเช่นนี้ แต่ในเมื่อเขาดูไม่ได้มีเจตนาร้ายและมีสีหน้าเคร่งเครียดกับการตรวจสอบ นางจึงยอมนิ่งเฉยและลอบมองใบหน้าที่จริงจังของเขาอยู่เงียบๆ
ทว่ามู่หลิงซูก็ต้องเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นสตรีสองนางกำลังเดินตรงมาทางพวกเขา ซึ่งนางก็จำได้ทันทีว่าคือลั่วอวี่และกู่เยี่ยน แต่นางก็ต้องประหลาดใจยิ่งกว่าเมื่อเห็นว่าทั้งสองคนสวมชุดศิษย์สายในเรียบร้อยแล้ว นางชำเลืองมองจางเฟยพลางคิดในใจว่า เขาคงเป็นคนที่ช่วยให้พวกนางทะลวงผ่านเข้าสู่ขอบเขตแกนปราณได้อย่างแน่นอน
เพียงครู่เดียว สตรีทั้งสองก็มายืนอยู่ข้างจางเฟย พวกนางยิ้มแห้งๆ เมื่อเห็นมือของเขากำลังกุมมือของมู่หลิงซูอยู่ แต่ก็เลือกที่จะไม่เอ่ยขัดจังหวะ เพราะเขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างถึงที่สุด
หลังจากจางเฟยรอคอยอยู่เป็นเวลานาน ในที่สุดเม่ยก็เอ่ยขึ้น [มาสเตอร์เจ้าคะ... แม่นางคนนี้น่าเวทนายิ่งนัก ความผิดปกติในร่างกายของนางนั้น... แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเยียวยาเจ้าค่ะ]
- โปรดติดตามตอนต่อไป -
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.