ตอนที่ 201
201 / 1536
อ่าน 12 นาที
Chapter 201: Naughty Serpent I*
เผยแพร่เมื่อ 8 เม.ย. 2569 07:26
# บทที่ 201: อสรพิษแสนซน (1)
“เจ้าพึงพอใจแล้วหรือยัง?”
“ยังหรอกเจ้าค่ะ!” บอยทาท่าเอ่ยตอบขณะที่มือนุ่มนิ่มยังคงบีบเค้นแก่นกายของจางเฟย “หากข้าทำได้ ข้าคงสูบกลืนหยางฉีของท่านจนแห้งเหือดไปแล้ว แต่นั่นคงเป็นไปไม่ได้ เพราะร่างกายของท่านผลิตหยางฉีได้รวดเร็วกว่าสิ่งมีชีวิตใดในใต้หล้านี้เสียอีก”
“ฮ่าฮ่า” จางเฟยหัวเราะร่าเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาช้อนร่างของบอยทาท่าขึ้น ซึ่งนางก็ตอบสนองด้วยการตวัดขาเรียวงามโอบรัดเอวของเขาไว้ราวกับงูเหลือมตัวเขื่อง จางเฟยช่วยทำความสะอาดคราบน้ำกามที่หลงเหลืออยู่ในโพรงปากของนางอย่างอ่อนโยน “ก่อนหน้านี้เจ้าดูจะหวาดเกรงการใกล้ชิดกับข้านัก แต่ยามนี้กลับกระหายที่จะลิ้มรสหยางฉีของข้า ถึงขั้นอยากจะสูบกินให้หมดสิ้นเชียวหรือ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ต้องโทษหยางฉีของท่านนั่นแหละ! สำหรับสัตว์อสูรเช่นข้า มันมีประโยชน์ล้นเหลือจนข้าอดใจไม่ไหว” จางเฟยยิ้มกริ่มก่อนจะวางร่างของบอยทาท่าลงบนเตียงหนานุ่ม เขาคร่อมทับนางไว้เบื้องล่าง แต่นางกลับเริ่มขยับกายส่วนล่างยั่วยวนเขา พร้อมกับส่งสายตาหยาดเยิ้มปานจะอาบน้ำผึ้ง “นายท่าน ท่านมิจำเป็นต้องเล้าโลมข้าอีกแล้ว เพราะยามนี้ไฟราคะในกายข้าลุกโชนจนยากจะดับ ท่านจงสอดใส่แก่นกายอันเกรียงไกรของท่านเข้ามาในบุปผางามของข้าเสียเถิด...”
“ทว่า... ท่านต้องใช้ธาตุแสงช่วยข้าก่อนนะเจ้าคะ มิเช่นนั้นข้าคงต้องตายเพราะความเจ็บปวดที่มากเกินไปเป็นแน่”
จางเฟยได้แต่ส่ายหัวอย่างระอาเมื่อได้ยินคำขอนั้น “เฮ้ เจ้าเป็นถึงสัตว์เทพที่มีอายุขัยยาวนานนับพันปี แต่กลับไม่มีความกล้าพอที่จะเผชิญกับความเจ็บปวดเพียงเล็กน้อยเนี่ยนะ? เจ้ารู้ไหม หากแม่เสือสาวทั้งสองคนนั้นได้ยินเข้า พวกนางคงหัวเราะเยาะเจ้าจนฟันหักแน่”
“หากพวกนางกล้าหัวเราะเยาะข้า ข้าจะเขมือบพวกนางทั้งเป็น เหมือนกับที่ข้าเคยเขมือบกู่จ้าน แล้วย่อยสลายซากของพวกนางให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายข้าเสีย!” บอยทาท่าเอ่ยเสียงหลงพลางอ้อนวอนเขาอีกครั้ง “ได้โปรดเถิดนายท่าน ใช้ธาตุแสงกับข้าแล้วพรากพรหมจรรย์ของข้าไปเดี๋ยวนี้ ข้าแทบรอไม่ไหวที่จะสัมผัสถึงหยางฉีที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูเซลล์ในกายแล้ว”
“ไม่ล่ะ ข้าจัดการเองได้” จางเฟยปฏิเสธทันควัน เขาแยกเรียวขาของบอยทาท่าออกกว้าง ก่อนจะซุกไซ้ใบหน้าลงสู่กึ่งกลางกายสาวแล้วตวัดลิ้นเลียชิมรสหวานล้ำ
“อ๊า! นายท่าน! มันจั๊กจี้เจ้าค่ะ!” บอยทาท่ากรีดร้องพลางพยายามผลักไสศีรษะของจางเฟยออกไป แต่เขากลับใช้พลังแห่งสายเลือดพันธนาการการเคลื่อนไหวของนางไว้ ทำให้นางตกอยู่ในสภาวะไร้ทางขัดขืน
นางรู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูกในยามที่เรียวลิ้นของเขาสอดแทรกเข้าไปภายใน ผนังนุ่มหยุ่นถูกสำรวจอย่างถถี่ถ้วน ขณะที่นิ้วหนาก็ขยับคลึงตุ่มไตเล็กๆ ที่แสนอ่อนไหว ส่งผลให้น้ำหวานแห่งความสุขสมเริ่มหลั่งไหลออกมาจนเปียกชุ่ม “อ๊า! อื้อ! ลิ้นของท่าน... มันกำลังปั่นป่วนข้างในตัวข้า!”
เมื่อได้ยินเสียงครางกระเส่าของบอยทาท่า จางเฟยก็ปลดปล่อยร่างอินคิวบัสออกมาทันที หางของเขาแยกออกเป็นสองแฉกและขยับเข้าบีบเค้นทรวงอกอวบอิ่ม ปลายหางสะกิดยวดเย้าที่ยอดปทุมถันจนนางบิดเร้ากายไปมาบนเตียงอย่างรุนแรง “อ๊า! นายท่าน! ท่านขี้โกง! ท่านทำให้สมองของข้าขาวโพลนไปหมดเมื่อถูกกระตุ้นพร้อมกันเช่นนี้!”
เฉียวหรันที่นอนอยู่ข้างๆ ตกอยู่ภายใต้ฤทธิ์ของฟีโรโมนปีศาจของจางเฟยอย่างสมบูรณ์ นางดูราวกับอยากจะกระโจนเข้าหาเขาใจจะขาด ทว่าความเจ็บปวดจากตราประทับทาสปีศาจก่อนหน้านี้ยังคงคอยเหนี่ยวรั้งนางไว้ นางจึงได้แต่บีบเค้นทรวงอกของตนเองอย่างแรง ขณะที่นิ้วมือก็ขยับเข้าออกในจุดสงวนอย่างรวดเร็ว “อืมม~ นายท่าน... ได้โปรด มอบความสุขสมให้ข้าด้วยแก่นกายอันใหญ่โตของท่านทีเถิดเจ้าค่ะ”
เหม่ยเซียงที่กำลังสำเร็จความใคร่บนโซฟาก็จ้องมองแผ่นหลังของจางเฟยด้วยสายตาหิวกระหายเช่นกัน ฤทธิ์ของฟีโรโมนปีศาจนั้นรุนแรงเกินกว่าที่นางจะต้านทานได้ การใช้เพียงนิ้วมือไม่อาจดับไฟราคะที่แผดเผาอยู่ในใจนางได้เลย นางต้องการตัวตนของเขามาเติมเต็มความว่างเปล่านี้ “อืมม~ นายท่าน ข้าต้องการแก่นกายของท่านในตัวข้าเหลือเกิน...”
น่าเสียดายที่จางเฟยมิได้แยแสพวกนางเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกนางเป็นเพียงทาส ส่วนบอยทาท่านั้นคือหนึ่งในสมาชิกฮาเร็มของเขา เขาจึงเลือกที่จะปรนเปรอสัตว์เทพสาวตรงหน้ามากกว่า
“อ๊า! นายท่าน! พวกนางจะคลั่งตายอยู่แล้วหากท่านไม่ช่วยปลดปล่อย! พลังปีศาจของท่านมันรุนแรงเกินไปสำหรับพวกนางเจ้าค่ะ” บอยทาท่าพยายามเกลี้ยกล่อมจางเฟยขณะที่ร่างกายของนางยังคงกระตุกสั่นจากการถูกกระตุ้นจุดอ่อนไหวอย่างหนักหน่วง
‘เจ้ามิจำเป็นต้องสนใจพวกนาง... จงจดจ่ออยู่กับการเสวยสุขของเจ้าก็พอ’ จางเฟยสื่อสารผ่านกระแสจิต พร้อมกับส่งหางที่สามออกมาขยับถูไถกับช่องทางเบื้องหลังของนาง
บอยทาท่าสั่นสะท้านด้วยความกริ่งเกรงในคราแรก แต่ยามที่หางนั้นเสียดสีไปมา นางกลับรู้สึกถึงแรงกระตุ้นมหาศาลที่เพิ่มพูนขึ้น นางจึงมิได้ห้ามปรามและเลือกที่จะปล่อยตัวปล่อยใจไปกับความรัญจวนนั้น
“อืมม! นายท่าน! การปรนเปรอของท่านกำลังจะทำให้ข้าเป็นบ้า! ข้าทนไม่ไหวแล้ว!”
เมื่อสิ้นคำ จางเฟยก็เร่งความเร็วของเรียวลิ้นที่ตวัดรัวอยู่ในบุปผางาม หางทั้งสองยังคงบีบเค้นทรวงอกและยอดถันไม่หยุดหย่อน ทำให้สีหน้าของบอยทาท่าดูหยาบโลนถึงขีดสุด นางส่ายวนร่างกายไปมาราวกับหนอนที่ถูกความร้อนแผดเผา
“อ๊า! อื้อ! นายท่าน! ข้าจะเสร็จแล้ว!” เพียงอึดใจเดียว ร่างของบอยทาท่าก็แอ่นโค้งขึ้นเบื้องบน ศีรษะหงายไปข้างหลัง ดวงตาสีแดงฉานเบิกโพลงจนเห็นตาขาว ลิ้นเล็กๆ แลบออกมาขณะที่หยาดน้ำหวานร้อนผ่าวพุ่งฉีดออกมาจากกายสาว ซึ่งจางเฟยก็รีบดูดกินทุกหยาดหยดอย่างรวดเร็ว “อ๊าาา!”
**[ท่านได้รับเอสเซนส์สตรี 100 หน่วย จากบอยทาท่า]**
**[ท่านได้รับหยินฉี 15,000 หน่วย จากบอยทาท่า]**
**[ท่านได้รับเอสเซนส์อสูร 20,000 หน่วย จากบอยทาท่า]**
จางเฟยรู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่งกับคำแจ้งเตือนทั้งสาม โดยเฉพาะเอสเซนส์อสูรและหยินฉีของบอยทาท่านั้นช่างทรงพลังเหนือคำบรรยาย เขานับว่าโชคดีนักที่นางเป็นสัตว์อสูรเพศเมีย มิใช่เพียงมนุษย์ธรรมดา
หลังจากนั้น จางเฟยก็ถอนลิ้นออกมาจากจุดสงวนของบอยทาท่าแล้วเคลื่อนตัวมาประจันหน้ากับนาง “เจ้าชอบความสุขสมครั้งแรกนี้หรือไม่?”
“อื้อ” บอยทาท่าพยักหน้าด้วยสายตาหยาดเยิ้ม นางตวัดเรียวขารัดเอวของเขาไว้พลางดึงรั้งร่างหนาให้เข้ามาใกล้ “นายท่าน สอดใส่มันเข้ามาเดี๋ยวนี้เถิดเจ้าค่ะ บุปผาของข้ายังเปียกชุ่มอยู่ มันจะช่วยลดความเจ็บปวดลงได้อย่างแน่นอน”
“หึหึ! ช่างเป็นอสรพิษที่แสนซนเสียจริง!” จางเฟยหัวเราะในลำคอ เขาใช้หางทั้งสองแยกเรียวขาของนางออกจากเอวแล้วกดลงข้างศีรษะ มือหนาช้อนสะโพกของนางขึ้นจนอยู่ในท่าที่น่าอับอาย ทว่าหัวใจของนางกลับเต้นรัวแรงเมื่อส่วนหัวของแก่นกายใหญ่ยักษ์เริ่มถูไถกับกลีบบุปผาที่ชุ่มโชก และนางยังสัมผัสได้ถึงปราณธาตุแสงที่กำลังไหลเข้าสู่ร่างกาย
“เจ้าพร้อมหรือยังที่จะสัมผัสคืนแรกอันน่าอัศจรรย์ อสรพิษน้อย?”
บอยทาท่าทำปากยื่นเมื่อได้ยินเขาเรียกเช่นนั้น ก่อนจะเอ่ยตัดพ้อ “นายท่าน ข้าแก่กว่าท่านตั้งกี่ปี การที่ท่านเรียกข้าว่างูน้อยมันดูแปลกๆ นะเจ้าคะ ข้าควรเรียกท่านว่านายท่านตัวน้อยมากกว่า”
“ฮ่าฮ่า” จางเฟยหัวเราะร่า “หลังจากวันนี้ไป เจ้ามิใช่เพียงสัตว์ในพันธสัญญา แต่เจ้าคือภรรยาของข้า ดังนั้นเจ้าจะเรียกข้าว่านายท่านตัวน้อยไม่ได้ แต่ต้องเรียกว่า ‘สามี’ ต่างหาก”
“คิกคิก” บอยทาท่าหัวเราะคิกคัก ทว่าจู่ๆ น้ำตาแห่งความปิติก็เอ่อล้นออกมาจากดวงตา นางใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวมานานกว่าพันปี มิเคยคาดคิดเลยว่าจะมีวันที่มีสามีเป็นตัวเป็นตน ยิ่งไปกว่านั้น สามีของนางยังเป็นลูกครึ่งที่รวมทั้งมนุษย์ อสูร และปีศาจไว้ในหนึ่งเดียว “สามี...”
“หืม? เสียงเจ้าเบาเกินไป ข้ามิต้องการได้ยินเจ้าพูดอีกครั้งให้ดังกว่านี้หน่อย”
“สามี!” เสียงตะโกนของบอยทาท่าดังทะลุออกไปนอกห้อง ทำเอาพี่น้องตระกูลสือ เจนเน็ต และลิลเลียที่อยู่ในห้องอื่นถึงกับสะดุ้งโหยง “พอใจหรือยังเจ้าคะ? ข้าเรียกท่านว่าสามีแล้ว ดังนั้นท่านต้องรับข้าเป็นภรรยาเดี๋ยวนี้ และจงสอดใส่มันเข้ามาเสียที!”
“เจ้าแน่ใจนะ?” บอยทาท่าพยักหน้าอย่างหนักแน่น นางแทบจะทนรอไม่ไหวที่จะสัมผัสตัวตนของเขาภายในกาย และนางคิดว่าหากต้องเจ็บปวด ก็ขอให้เจ็บเพียงครั้งเดียวให้จบไป “ตกลง ในเมื่อเป็นคำขอของภรรยา ข้าผู้เป็นสามีย่อมต้องสนองให้ จงเตรียมตัวให้ดี”
บอยทาท่าขยุ้มผ้าปูเตียงไว้แน่น สูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อเตรียมรับความเจ็บปวดที่กำลังจะมาถึง “ข้าพร้อมแล้วเจ้าค่ะ สามี”
ทว่าจางเฟยมิได้จู่โจมในทันที เขาใช้หางทั้งสองกระตุ้นยอดปทุมถันของบอยทาท่าต่อไป ทั้งที่แก่นกายของเขาจดจ่ออยู่ ณ ปากทางเข้าที่ยังคงซ่อนพรหมจรรย์ไว้ “ข้าจะใส่เข้าไปแล้วนะ”
“เจ้าค่ะ... ข้ากำลังรอคอยให้ตัวตนของท่านฉีกกระชากข้าออกเป็นชิ้นๆ”
โดยมิรอช้า จางเฟยดันแก่นกายเข้าสู่บุปผางามของบอยทาท่าในคราเดียว เยื่อพรหมจรรย์ขาดสะบั้นลงทันที ตัวตนของเขาฝังลึกเข้าไปในร่างกายของนาง เขาสัมผัสได้ถึงหยาดโลหิตพรหมจรรย์ที่ร้อนผ่าวและเหนียวข้นที่ช่วยหล่อลื่นแก่นกายของเขา
โชคดีที่จางเฟยได้แผ่ซ่านปราณธาตุแสงไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้บอยทาท่ารู้สึกเพียงความตกใจเล็กน้อยหาใช่ความเจ็บปวดเจียนตาย
**[ท่านได้รับเอสเซนส์สตรี 100 หน่วย จากบอยทาท่า]**
**[ท่านได้รับปราณพรหมจรรย์ 75,000 หน่วย จากบอยทาท่า]**
**[ท่านได้รับเอสเซนส์อสูร 20,000 หน่วย จากบอยทาท่า]**
**[ยินดีด้วย! ระดับการบำเพ็ญของท่านทะลวงเข้าสู่ขอบเขตแกนกลาง 2 ดาว]**
จางเฟยพึงพอใจอย่างยิ่งกับการแจ้งเตือนที่สี่ เขาคิดไม่ถึงเลยว่าปราณพรหมจรรย์ของบอยทาท่าจะทรงพลังถึงเพียงนี้ จนทำให้เขาทะลวงระดับได้โดยตรง ทว่าเมื่อเห็นน้ำตาของนางไหลพรากออกมามากกว่าเดิม เขาก็รีบโอบกอดนางไว้และพรมจูบที่ริมฝีปาก “เจ้าร้องไห้ทำไม? เจ็บมากหรือ หรือว่าดีใจจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่?”
“เปล่าเจ้าค่ะ ข้ามิรู้สึกเจ็บเลยแม้แต่นิดเดียว ต้องขอบคุณธาตุแสงของท่าน” บอยทาท่าตอบพลางปาดน้ำตา ก่อนจะโอบกอดลำคอของจางเฟยพร้อมรอยยิ้ม “ยินดีด้วยนะเจ้าคะ! ระดับการบำเพ็ญของท่านก้าวไปอีกขั้นแล้ว อีกไม่นานท่านคงจะก้าวข้ามข้าไปเป็นแน่”
“สารภาพตามตรง ข้ามิเคยฝันเลยว่าจะมีวันเช่นนี้ ข้าเคยคิดมาตลอดว่าตนเองต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวอยู่ในภูเขาไฟนั่นตลอดกาล ทว่าชีวิตของข้ากลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเพราะการปรากฏตัวของท่าน และท่านยังปราบข้าได้สำเร็จ ในตอนแรกข้ารู้สึกอึดอัดกับชีวิตใหม่นี้ แต่ข้าก็ค่อยๆ ปรับตัว และยามนี้ข้าบอกได้เต็มปากเลยว่า... ข้ามีความสุขเหลือเกินที่มีท่านและคนอื่นๆ อยู่เคียงข้าง”
“ข้าดีใจที่เจ้าคิดเช่นนั้น ยามนี้พวกเราทุกคนคือครอบครัวของเจ้า ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าต้องเหงาหรือโดดเดี่ยวอีกต่อไป” บอยทาท่าพยักหน้ายิ้มรับ “ท่านสามี... ให้ข้าขยับได้หรือยังเจ้าคะ?”
“ได้สิ” ทันใดนั้น บอยทาท่าก็พลิกกายขึ้นมาเป็นฝ่ายคุมเกมแทน เนื่องจากจางเฟยมิได้พันธนาการนางไว้อีกต่อไป นางขึ้นคร่อมทับส่วนล่างของเขา ทำให้แก่นกายที่ฝังลึกอยู่ภายในจมลึกเข้าไปยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะวางมือของเขาลงบนทรวงอกอวบอิ่มของนาง “คิกคิก! ข้าเป็นถึงสัตว์เทพ แถมยังแก่กว่าท่านตั้งเยอะ ข้าขอเป็นฝ่ายควบคุมบ้างก็แล้วกัน ตกลงไหมเจ้าคะ?”
“เอาสิ” จางเฟยย่อมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่เขาก็อดถามไม่ได้ “เจ้าแน่ใจนะว่าทำเป็น?”
“ฮ่าฮ่า” บอยทาท่าหัวเราะแห้งๆ “ถึงนี่จะเป็นการบำเพ็ญคู่ครั้งแรกของข้า แต่ข้าก็แอบดูท่านบำเพ็ญคู่กับพวกนางมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ข้าพอจะเข้าใจวิธีอยู่บ้าง และข้าอยากจะลองมันเดี๋ยวนี้เลย”
มุมปากของจางเฟยกระตุกเล็กน้อย เขาบีบเค้นทรวงอกนางอย่างแรง “เจ้ามันคืองูเจ้าเล่ห์จอมแอบดูงั้นรึ?”
“เฮ้! ที่ข้าทำก็เพื่อท่านมิใช่หรือ?” บอยทาท่าตอบด้วยน้ำเสียงแง่งอน “ข้ารู้ตัวดีว่าคงไม่อาจหลบเลี่ยงปีศาตราคะเช่นท่านได้ตลอดไปหรอก ไม่ช้าก็เร็วท่านต้องตะครุบข้าอยู่ดี ข้าจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม มิเช่นนั้นท่านคงจะไม่พึงพอใจและหัวเราะเยาะที่ข้าไม่รู้จักวิธีการบำเพ็ญคู่ที่ถูกต้อง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จางเฟยก็ประสานมือไว้ที่ท้ายทอยพลางเอนกายพิงหัวเตียง “ในเมื่อเจ้ามั่นใจในความรู้ด้านการบำเพ็ญคู่ของเจ้านัก ข้าก็จะไม่ทำอะไรเลย เจ้าอยากจะทำอะไรก็เชิญตามสบาย แต่จำไว้เถิด... หากข้ามิตอบโจทย์ความพึงพอใจล่ะก็ ข้าจะฟาดก้นเจ้าแล้วกลับมาเป็นฝ่ายควบคุมเองทันที”
บอยทาท่ากลับยิ้มกริ่มอย่างมีเลศนัย ทำเอาจางเฟยต้องเลิกคิ้วมอง ทว่าเขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อท่อนล่างของนางเริ่มแปรเปลี่ยนสภาพกลายเป็นหางงูขนาดใหญ่ ทำให้นางดูคล้ายกับ ‘ลาเมีย’ ในตำนาน “รู้สึกอย่างไรบ้างเจ้าคะท่านสามี? บุปผางามของข้ารู้สึกแตกต่างจากพวกนางหรือไม่?”
“ข้าเข้าใจแล้ว... เจ้าวางแผนเรื่องนี้มาตลอดเลยใช่ไหม?” บอยทาท่ายิ้มอย่างผู้ชนะ จางเฟยได้แต่ส่ายหัว “สารภาพตามตรง บุปผาของเจ้านั้นทั้งแปลกประหลาดและลุ่มลึกยิ่งกว่าใคร แต่ข้าชอบความคิดนี้ของเจ้านะ... เอาล่ะ เริ่มได้เลย!”
**— โปรดติดตามตอนต่อไป —**
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.