Chapter 1087
1087 / 2354
6 min read
Chapter 1087 Lin Family's Gathering(2)
Published Apr 5, 2026, 01:11 AM
## บทที่ 1087: การรวมตัวของตระกูลหลิน (2)
“เรื่องนี้ข้าไม่ควรต้องย้ำเตือน แต่เพื่อความไม่ประมาท ข้าจะขอกล่าวอีกสักครั้ง... เหล่าผู้ที่ลงมาจากสวรรค์ชั้นบนนั้น ‘ไม่ใช่’ กลุ่มคนที่พวกเจ้าจะไปล่วงเกินได้โดยเด็ดขาด!” ประมุขหลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ใบหน้าเคร่งขรึมจนบรรยากาศรอบข้างหนักอึ้ง “เบื้องหลังของหลายคนในกลุ่มนั้น ยิ่งใหญ่พอจะบดขยี้ตระกูลหลินของพวกเราให้แหลกลาญได้ง่ายดายเพียงพลิกฝ่ามือ โดยที่พวกเขาไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น”
“หากพวกเจ้าบังเอิญพบเจอคนเหล่านี้ จงมอบความเคารพอย่างสูงสุดและปรนนิบัติราวกับว่าพวกเขาเป็นบรรพบุรุษของพวกเจ้าเอง แม้ส่วนใหญ่จะถูกสะกดพลังบ่มเพาะไว้เพียงระดับราชันวิญญาณขั้นสูงสุด แต่พวกเขาทุกคนจะมีตราสัญลักษณ์พิเศษติดตัวเพื่อจำแนกจากคนทั่วไป”
ประมุขหลินกางฝ่ามือออก เผยให้เห็นตราทองคำรูปทรงอักษร ‘เทียน’ ที่หมายถึงสวรรค์ให้ทุกคนได้ประจักษ์แก่สายตา
“แม้ข้าจะบอกว่าพวกเขาจะลงมาในอีกหนึ่งเดือน แต่ในความเป็นจริง... ใครจะรู้ว่าบางคนอาจแฝงตัวอยู่ในโลกนี้แล้วก็ได้”
สิ่งที่คนในตระกูลหลินไม่ล่วงรู้เลยก็คือ ประมุขหลินเพิ่งได้รับข่าวกรองเรื่องคนจากสวรรค์ชั้นบนก่อนจะก้าวเข้ามาในที่ประชุมเพียงครู่เดียว ความตื่นตระหนกที่แล่นพล่านอยู่ในใจเขานั้นจึงไม่ได้น้อยไปกว่าใครเลย
และในห้วงคำนึงของเขา ภาพชายหนุ่มจากขุมอำนาจเจ้าสวรรค์ก็ผุดขึ้นมาอย่างไม่อาจสลัดพ้น เขาปักใจเชื่อไปแล้วว่าชายผู้นั้นคือหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มสำรวจนี้
*‘ช่างเป็นคราวเคราะห์ของตระกูลหลินเหลือเกิน ที่ดันไปขัดใจคนจากสวรรค์ชั้นบนก่อนที่ข่าวจะแพร่สะพัดเสียอีก’* เขาถอนหายใจยาวเหยียดในอกด้วยความรันทด
“เอาล่ะ มาเข้าเรื่องที่สอง ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ข้าเรียกพวกเจ้ามารวมตัวกันในวันนี้” ประมุขหลินเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง
คนในตระกูลหลินต่างพากันงงงวย พวกเขาต่างสงสัยว่าจะมีเรื่องใดที่สลักสำคัญไปยิ่งกว่าการที่สวรรค์ชั้นบนส่งคนลงมายังโลกใบเล็กๆ แห่งนี้อีก
ฉับพลันนั้น ใบหน้าของประมุขหลินก็เปลี่ยนเป็นดุร้าย แววตาแผ่ซ่านไปด้วยไอสังหารที่เย็นเฉียบ “ตามที่หลายคนอาจได้ยินข่าวลือมาบ้าง... มีคนกล่าวหาว่าตระกูลหลินของเราว่าจ้าง ‘กลุ่มนักเชือดไร้เสียง’ (Silent Rippers) ให้ไปส้างความวุ่นวายกับตระกูลเทียน!”
“อะไรนะ! เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้อย่างไร?”
“สวรรค์ทรงโปรด...”
ความตื่นตระหนกแผ่กระจายไปทั่วฝูงชน หากข่าวลือนี้เป็นจริง นั่นอาจหมายถึงคำสั่งประหารสำหรับผู้ที่ก่อเรื่องวุ่นวายนี้ขึ้นมา
ท่ามกลางความแตกตื่น หลินหมิงไห่และพ่อบ้านจินต่างมีเหงื่อกาฬไหลพราก ทั้งคู่ลอบสบตากันด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึง หากประมุขหลินล่วงรู้ความจริงขึ้นมา แม้แต่ผืนนภาก็คงไม่อาจคาดเดาถึงพายุที่จะตามมาได้
*‘ข้าหวังว่าเจ้าจะทำลายหลักฐานทุกอย่างที่โยงมาถึงเราแล้วนะ...’* หลินหมิงไห่จ้องตาพ่อบ้านจินเขม็ง
พ่อบ้านจินส่งสายตามั่นใจกลับไปเพื่อหวังจะคลายความกังวล *‘ไม่ต้องกังวลไปขอรับคุณชาย ไม่มีทางที่พวกเขาจะรู้ได้ว่าเราเป็นคนบงการ’*
น้ำเสียงของประมุขหลินดังกังวานขึ้นอีกครั้ง “บอกตามตรง... ข้ารู้ตัวคนบงการที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้แล้ว”
“ว่าอย่างไรนะ!” หลินหมิงไห่และพ่อบ้านจินสะดุ้งสุดตัว ทั้งคู่หันขวับไปมองประมุขหลินด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด
“คุมตัวมันเข้ามา!” ประมุขหลินตะโกนก้อง
ครู่ต่อมา ยอดฝีมือระดับราชันวิญญาณขั้นสูงสุดสองคนก็ก้าวเข้ามา พร้อมกับฉุดกระชากโซ่ตรวนที่พันธนาการร่างของชายผู้หนึ่งที่บาดเจ็บสาหัส ชายผู้นั้นอยู่ในสภาพสะบักสะบอม ร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและร่องรอยจากการถูกทรมานอย่างหนักจนดูแทบไม่ได้ แต่น่าแปลกที่กลับไม่มีใครในที่นั้นกล้าเอ่ยปากทักท้วงแม้แต่คำเดียว
“พวกเจ้ารู้ไหมว่าชายคนนี้คือใคร?” ประมุขหลินถามพลางกวาดสายตาไปรอบๆ
คนในตระกูลหลินต่างพากันส่ายหัวด้วยความฉงน
“แล้วถ้าข้าบอกว่าเขาชื่อ ‘จั้นสือไฉ่’ ล่ะ... พวกเจ้าพอจะคุ้นหูบ้างไหม?”
“จั้นสือไฉ่?! นั่นมันชื่อของหัวหน้ากลุ่มนักเชือดไร้เสียงไม่ใช่หรือ! ข้าเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน!” ใครคนหนึ่งโพล่งออกมาด้วยความตกใจอย่างที่สุด
“ถูกต้อง... ชายคนนี้คือผู้นำของกลุ่มนักเชือดไร้เสียง— หรือควรจะเรียกว่า ‘อดีต’ ผู้นำดีล่ะ?” คำยืนยันของประมุขหลินเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางวงประชุม สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งตระกูลหลิน
ประมุขหลินมองไปยังจั้นสือไฉ่ที่อยู่ในสภาพน่าสมเพชแล้วเหยียดยิ้ม “ต่อให้เจ้าจะคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งเพียงใด... เจ้าก็ไม่มีวันเอาชนะคนจากสวรรค์ชั้นบนได้ เพราะต่อหน้าพวกเขา พวกเราเป็นเพียงมดปลวกเท่านั้น”
คำพูดของประมุขหลินแฝงนัยไว้หลายประการ หนึ่งคือจั้นสือไฉ่ถูกสยบด้วยน้ำมือของคนจากสวรรค์ชั้นบน สองคือนักเชือดไร้เสียงล่มสลายลงแล้ว และสุดท้าย... ยอดฝีมือจากสวรรค์ชั้นบนได้ลงมาถึงสวรรค์ชั้นที่สามแห่งนี้แล้ว! แม้จะไม่ใช่ทุกคนที่สังเกตเห็นนัยเหล่านี้ แต่ผู้ที่เข้าใจต่างก็สั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
“แม้จะต้องออกแรงไปบ้าง แต่ข้าก็ได้ข้อมูลมากมายจากปากของจั้นสือไฉ่ อดีตผู้นำนักเชือดไร้เสียง รวมถึง ‘รายชื่อ’ ของคนที่ว่าจ้างพวกเขาด้วย... อย่างไรก็ตาม ข้าจะให้โอกาสคนร้ายก้าวออกมายอมรับความผิดของตัวเอง หากทำเช่นนั้น ข้าจะผ่อนปรนโทษทัณฑ์ให้” ประมุขหลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงดังกังวานและชัดเจน แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าเขาเพิ่งจะกล่าวคำลวงออกไปถึงสองประการ
ประการแรกคือ ไม่ว่าพวกเขาจะทรมานจั้นสือไฉ่อย่างหนักหนาสาหัสเพียงใด เขาก็ไม่ปริปากบอกข้อมูลใดๆ เลย และประการที่สอง พวกเขาไม่มีเบาะแสเลยว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังความพินาศในครั้งนี้
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ประมุขหลินกำลังใช้กลอุบายเพื่อบีบให้คนร้ายเผยตัวออกมาเอง!
มันอาจเป็นกลยุทธ์ที่ดูไร้ศักดิ์ศรีและเจ้าเล่ห์ แต่มันกลับทรงประสิทธิภาพยิ่งนัก และประมุขหลินเองก็ไม่มีเวลาเหลือพอจะประวิงเวลาอีกแล้ว เพราะยิ่งเขาจัดการเรื่องนี้ได้เร็วเท่าไหร่ โอกาสที่หยวนจะไม่ล้างบางตระกูลหลินให้สิ้นซากจากโลกนี้ก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น
หลินหมิงไห่และพ่อบ้านจินลอบสบตากันอีกครั้ง ใบหน้าของทั้งคู่ฉายแววสิ้นหวังและหวาดระแวงอย่างถึงที่สุด
*‘พ่อบ้านจิน! เจ้าขยะเอ๊ย!’* หลินหมิงไห่กรีดร้องอยู่ในใจ ลอบก่นด่าข้ารับใช้ที่เขาเคยไว้วางใจที่สุดอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
*‘เกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย! ต่อให้เซียวหยางจะมีตระกูลเทียนคอยหนุนหลัง แต่พวกเขาก็ไม่น่าจะมีปัญญาไปปราบกลุ่มนักเชือดไร้เสียงได้ นับประสาอะไรกับการจับกุมตัวจั้นสือไฉ่!’* พ่อบ้านจินมีท่าทีคลุ้มคลั่งเพราะไม่อาจเข้าใจสถานการณ์ได้ ร่างกายของเขาอ่อนแรงเสียจนแทบจะล้มพับลงไปกับพื้นในวินาทีนั้นเอง
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.
