Chapter 2842
2842 / 5804
12 min read
Chapter 2842 - The Scenery Is Splendorous Up Here
Published Apr 11, 2026, 09:31 AM
บทที่ 2842 ทัศนียภาพเบื้องบนนี้ช่างงดงามล้ำเลิศ
“สามพันคนงั้นหรือ? สมานนิว... ในฐานะที่เจ้าเป็นเพียงพ่อมดราชันย์ขั้นต่ำ เจ้ามีปัญญาจัดการคนมากมายขนาดนั้นเชียวหรือ? ระวังท้องจะแตกตายเพราะความตะกละตะกลามเกินตัวเสียล่ะ!”
สิ้นสุรเสียงหยาบกระด้าง ร่างกำยำล่ำสันร่างหนึ่งก็พุ่งทะยานลงมาจากเวหา กระแทกพื้นลงข้างกองภูเขาศาสตราจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะมหาศาลส่งผลให้ปฐพีสั่นสะท้าน ฝุ่นคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ กระทั่งมวลหมู่ศาตราวุธที่กองพะเนินยังส่งเสียงกระทบกันเคร้งคร้างไม่ขาดสาย
หยางไค่เหลือบมองกลุ่มขนสีดำขลับบนแผงอกของชายผู้นั้น ก่อนจะเลิกคิ้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “สมานถู? ท่านมีธุระอันใดกับข้า?”
สมานถูแค่นหัวเราะร่า “ข้าก็แค่เป็นห่วงเจ้า เพราะเห็นว่าเจ้ายังเยาว์วัยและอ่อนแอเกินไปนัก”
“ขอบพระคุณในความหวังดี แต่ท่านไม่จำเป็นต้องมากังวลแทนข้าหรอก”
สมานถูส่ายศีรษะพลางกล่าว “เจ้าพูดเช่นนั้นได้อย่างไร? พวกเราต่างก็เป็นพ่อมดราชันย์แห่งเผ่าป่าใต้ด้วยกัน ย่อมต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันเป็นธรรมดา เอาอย่างนี้เป็นไร... ตัวข้านั้นแข็งแกร่งกว่าเจ้าอยู่บ้าง สมควรรับภาระให้มากกว่า เจ้าจงรับสมัครคนไปเพียงหนึ่งพันก็พอ ส่วนอีกสองพันที่เหลือข้าจะช่วยดูแลให้เอง และเพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจของข้า... เจ้าก็แค่ส่งมอบอาวุธส่วนเกินเหล่านี้ให้ข้าก็สิ้นเรื่อง”
กล่าวจบ โดยไม่รอให้หยางไค่ได้ทันตั้งตัว เขาก็ยื่นมืออันหยาบกร้านพุ่งตรงไปยังกองภูเขาศาสตราทันที
“หยุดนะ!” อาหูตวาดกร้าวด้วยความโกรธแค้น อาวุธเหล่านี้อานิวต้องแลกมาด้วยราคามหาศาล แม้เขาจะไม่รู้ว่าอานิวไปหาแกนอสูรมากมายมาจากไหนเพื่อใช้แลกเปลี่ยน แตเขาจะไม่มีวันยอมยืนดูใครมาปล้นชิงหยาดเหงื่อแรงกายของอานิวไปต่อหน้าต่อตาเด็ดขาด!
[ช่างเป็นพ่อมดราชันย์ที่เลวทรามสิ้นดี! ใครก็ตามที่บังอาจมาแย่งชิงของของพวกเรา มันผู้นั้นคือศัตรู!]
อาหูแผดร้องก้องพลางเงื้อขวานคู่กายจามเข้าใส่สมานถูสุดแรง
“ไสหัวไป!” สมานถูคำรามโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง พลันคลื่นลมรุนแรงที่อัดแน่นด้วยพลังมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าก็ระเบิดออกรอบกาย คลื่นลมนี้แฝงไว้ด้วยพละกำลังอันมหาศาล ร่างของอาหูถูกกระแทกจนลอยคว้างไปบนอากาศดุจว่าวสายป่านขาด ก่อนจะตกลงกระแทกพื้นอย่างจังในชั่วพริบตา
ในขณะเดียวกัน สมานถูก็คว้าเข้าที่หอกเหล็กกล้าชั้นดีเล่มหนึ่ง เพียงแค่ออกแรงฉุดรั้งเบาๆ กองอาวุธทั้งภูเขาก็สั่นคลอน อาวุธเกือบครึ่งหนึ่งพลันลอยละลิ่วขึ้นสู่ท้องฟ้า เตรียมจะพุ่งกลับไปยังกลุ่มนักรบป่าของเขา
เมื่อเห็นภาพนั้น เหล่าบริวารในกลุ่มของสมานถูต่างพากันลิงโลดด้วยความยินดี ราวกับเห็นลาภลอยมาเกยตื้นอยู่รอมร่อ
ทว่าในจังหวะนั้นเอง ร่างหนึ่งกลับปรากฏขึ้นเหนือยอดกองศาสตราอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีใครมองออกว่าเขาลงมืออย่างไร ทว่าอาวุธนับพันที่กำลังลอยอยู่นั้นกลับร่วงกราวลงสู่พื้นดินดุจถูกขุนเขาหมื่นชั่งเข้ากดทับ พวกมันกระแทกเข้าหากันจนเกิดเสียงโลหะปะทะดังก้องกังวาน
หยางไค่ลอยตัวอยู่กลางเวหา ก้มมองสมานถูด้วยใบหน้าติดตลก “ท่านคิดจะปล้นข้าอย่างนั้นหรือ?”
ใบหน้าของสมานถูเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความอับอายผสมโทสะ “ปล้นอันใดกัน? เจ้าหูหนวกหรืออย่างไร! ข้าบอกแล้วว่าพวกเราคือเผ่าป่าใต้ด้วยกัน ข้าเพียงแค่ต้องการแบ่งเบาภาระของเจ้าเท่านั้น ตัวข้าไม่ถือสาที่เจ้าไร้ความกตัญญู แต่สมานนิว... เจ้าบังอาจมาใส่ความป้ายสีทำลายชื่อเสียงของข้าเชียวหรือ?” เขาพยายามยกแม่น้ำทั้งห้ามาอ้างความชอบธรรมให้ตนเอง
หยางไค่แค่นยิ้มเย็น “ข้ามิได้อนุญาตให้ท่านมาแบ่งเบาภาระของข้า”
สมานถูส่ายหัว “จะอนุญาตหรือไม่นั้นไม่สำคัญ ข้าเป็นคนชอบช่วยเหลือผู้อื่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถอยไปเสียอย่าได้ขวางทาง! อย่าได้เป็นคนประเภทที่มองไม่เห็นความปรารถนาดีของผู้อื่น!”
หยางไค่ถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง “สมานถู ท่านช่างไร้ยางอายสิ้นดี กล้าโป้ปดมดเท็จต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ ไม่รู้สึกละอายใจบ้างเลยหรือ?”
แน่นอนว่าสมานถูย่อมรู้สึกละอายจนหน้าแดงผ่าว แต่เขายังคงยืนกรานกระต่ายขาเดียว “ดี... ดีมาก! เจ้ามันเด็กสามหาวนักนะ ในฐานะที่ข้าเป็นพ่อมดราชันย์ขั้นสูง ข้ามีหน้าที่และความรับผิดชอบที่จะต้องสั่งสอนให้เจ้าได้รู้จักโลกแห่งความเป็นจริงเสียบ้าง!”
สิ้นคำ เขาก็ยกมือขึ้นพลางร่ายมนตราอย่างรวดเร็ว พลังวิถีพ่อมดในกายพุ่งพล่าน ทันใดนั้นโซ่ตรวนพลังเวทย์สองเส้นที่มองเห็นชัดเจนก็พุ่งเข้าพันธนาการร่างของหยางไค่ไว้อย่างแน่นหนา ราวกับอีกฝ่ายถูกจับกุมโดยไม่ทันตั้งตัว
สมานถูอดไม่ได้ที่จะหัวเราะลั่นพลางสั่งสอน “จำเอาไว้ หากเจ้าตระหนักถึงความจริงตอนนี้ เจ้าอาจจะแค่เสียหน้าเล็กน้อย แต่หากเจ้ามองไม่เห็นความจริงในสนามรบ เจ้าจะต้องเสียชีวิต! ไม่ต้องขอบคุณข้าสำหรับบทเรียนนี้หรอก เพราะมันเป็นหน้าที่ของรุ่นพี่ที่จะต้องอบรมสั่งสอนรุ่นน้อง!” ตรัสพลางเขาก็ออกแรงกระชากมือ หมายจะฉุดรั้งหยางไค่ให้ร่วงหล่นลงมาจากเวหา
ทว่าในวินาทีถัดมา สีหน้าของเขากลับต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้เขาจะออกแรงเพียงใด ร่างของหยางไค่ก็ยังคงลอยนิ่งอยู่เหนือภูเขาศาสตราอย่างไร้การเคลื่อนไหว ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยพลังลึกลับที่มองไม่เห็น หยางไค่เพียงแค่จ้องมองเขากลับมาพร้อมรอยยิ้มแสยะ
หัวใจของสมานถูเต้นระรัวด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง [เป็นไปไม่ได้!] คู่ต่อสู้ของเขาเป็นเพียงพ่อมดราชันย์ขั้นต่ำ ซึ่งมีระดับตํ่ากว่าเขากว่าสองขั้นย่อย ยิ่งไปกว่านั้นหยางไค่ยังถูกพันธนาการด้วยมนตราของเขาไปแล้ว เหตุใดพละกำลังของอีกฝ่ายถึงมหาศาลจนต้านทานมิได้เช่นนี้?
สมานถูไม่ยอมเชื่อสายตาตนเอง เขาพยายามลองดูอีกครั้ง ทว่าผลลัพธ์กลับทำให้เขาต้องตกตะลึงพรึงเพริด เพราะมันยังคงนิ่งสนิทไร้การขยับเขยื้อน
ความรู้สึกในยามนี้มิได้เหมือนเขากำลังพันธนาการพ่อมดราชันย์ขั้นต่ำ แต่ราวกับเขากำลังฉุดรั้งขุนเขาที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะสั่นคลอนได้ ความพยายามของเขาไร้ผลโดยสิ้นเชิง ใบหน้าของเขาแดงซ่านด้วยความโกรธเกรี้ยวและอับอายถึงขีดสุด
เหล่าผู้คนที่ยืนดูเหตุการณ์ต่างพากันงุนงง พวกเขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับสมานถู ขณะที่พ่อมดราชันย์คนอื่นๆ เริ่มส่งสัญญาณทางสายตาให้เขาเร่งจบเรื่องที่น่าอับอายนี้เสีย
ก่อนหน้านี้ พวกพ่อมดราชันย์เหล่านี้ได้แอบหารือกันเพื่อหาทางรับมือกับหยางไค่ และเห็นว่าวิธีที่ดีที่สุดคือการสร้างสถานการณ์ให้อีกฝ่ายอับอายขายหน้า เป็นความจริงที่หยางไค่นำเอาศาสตราวุธนับพันมาที่นี่ ซึ่งดึงดูดความสนใจจากนักรบป่าฝีมือดีมากมายจนทำให้พวกเขาอยากสวามิภักดิ์ด้วย
ทว่าความสนใจนั้นเป็นเพียงเพราะเรื่องอาวุธเท่านั้น หากเหล่านักรบได้เห็นความอ่อนแอและถูกข่มเหงของสมานนิว พวกเขาย่อมต้องเปลี่ยนใจแน่นอน
อาวุธนั้นเย้ายวนใจก็จริง แต่พ่อมดราชันย์ที่อ่อนแอหาคู่ควรแก่การพึ่งพิงไม่ เพราะนั่นเท่ากับเป็นการเอาชีวิตไปทิ้งเปล่าๆ
ทุกคนรู้ดีว่าเผ่าป่ากำลังจะต้องเผชิญกับมหาสงครามที่ต้องแลกด้วยเลือดและชีวิต การมีพ่อมดราชันย์ที่แข็งแกร่งเป็นผู้นำย่อมให้ความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยมากกว่าศาสตราเลิศภพใดๆ
นั่นคือเหตุผลที่สมานถูอาสากระโดดออกมาหาเรื่องและจงใจประลองกับหยางไค่ ตามแผนเดิมของพวกเขา ตราบใดที่พวกเขาสามารถบดขยี้สมานนิวและทำให้อีกฝ่ายอับอายต่อหน้าฝูงชนได้ อำนาจต่อรองของเขาก็จะมลายหายไปทันที
ทว่าสถานการณ์ในยามนี้กลับผิดเพี้ยนไปจากที่วางแผนไว้โดยสิ้นเชิง
[สมานนิวถูกเจ้าพันธนาการไว้ได้แล้วนี่สมานถู แล้วเจ้าจะมัวรออะไรอยู่อีก?]
ฉับพลันนั้น พ่อมดราชันย์ขั้นสูงอีกคนก็พุ่งทะยานลงมาพลางตวัดมือร่ายมนตราโซ่ตรวนพลังพ่อมดเข้าหาหยางไค่อีกแรง พร้อมตะคอกเสียงกร้าว “สมานนิว สมานถูนั้นใจดีเกินไปที่จะปล่อยให้เจ้าถอนตัวอย่างสง่างาม แต่ข้านั้นมิได้ใจดีเหมือนเขา จงลงมาเดี๋ยวนี้!”
เขาออกแรงกระชากสุดกำลัง ทว่าแทนที่หยางไค่จะร่วงหล่นลงมา ร่างของพ่อมดคนนั้นกลับเสียหลักจนเกือบถลาไปกับพื้นเสียเอง
ดวงตาของพ่อมดราชันย์ขั้นสูงผู้นั้นแทบจะถลนออกมานอกเบ้า ในวินาทีนี้เองที่เขาตระหนักได้ว่า ที่สมานถูหยุดนิ่งไปมิใช่เพราะต้องการเมตตา แต่เป็นเพราะเขาไร้พละกำลังจะทำสิ่งใดได้ต่างหาก!
[นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?]
เขาเงยหน้าขึ้นด้วยความมึนงง และเห็นว่าหยางไค่กำลังใช้มือเปล่าคว้าโซ่ตรวนมนตราของทั้งคู่เอาไว้พลางแสยะยิ้มกว้าง “ทัศนียภาพเบื้องบนนี้ช่างงดงามล้ำเลิศนัก ตัวข้ายังไม่อยากลงไปตอนนี้หรอก... เอาอย่างนี้เป็นไร พวกท่านขึ้นมาหาข้าแทนแล้วกัน!”
หยางไค่ออกแรงกระชากโซ่ในมืออย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงร้องโหยหวนของพ่อมดทั้งสอง ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงนับไม่ถ้วน ร่างของสมานถูและพ่อมดราชันย์อีกคนถูกกระชากให้ลอยละลิ่วจากพื้นขึ้นสู่เวหาตามแรงฉุดของหยางไค่อย่างไม่อาจขัดขืน
แข้งขาของทั้งคู่กวัดแกว่งไปมากลางอากาศอย่างไร้ที่ยึดเกาะ กว่าจะทรงตัวได้ก็ต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด
ทว่าไม่นาน หัวใจของพวกเขาก็ต้องหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มอีกครั้ง
เมื่อเห็นว่าสมานนิวจ้องมองพวกเขาด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความอำมหิต พลางขยับกำปั้นเข้าหากันด้วยเจตนาที่ไม่สู้ดีนัก
ทั้งคู่ต่างสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมพลังวิถีพ่อมดทั้งหมดที่มีเพื่อสร้างข่ายมนตราโล่ป้องกันขึ้นเบื้องหน้าพร้อมๆ กัน
ทว่าทันทีที่แสงแห่งโล่มนตราเจิดจ้าขึ้น หยางไค่ก็เหวี่ยงหมัดเข้าใส่พวกเขาทันที
สองหมัดพุ่งทะยานออกไปดุจพายุคลั่งที่โหมกระหน่ำ
*เปรี้ยง...*
ตามมาด้วยเสียงแตกละเอียดดุจแก้วร้าว โล่มนตราที่ปกป้องพ่อมดราชันย์ขั้นสูงทั้งสองพังทลายลงเป็นเสี่ยงๆ ไม่อาจต้านทานหมัดที่ดูเหมือนจะชกออกมาอย่างไม่ตั้งใจของหยางไค่ได้แม้เพียงเสี้ยวอึดใจ
พ่อมดราชันย์ทั้งสองส่งเสียงครางเครือในลำคอ ร่างปลิวละลิ่วดุจกระสอบนุ่น ร่วงหล่นกระแทกพื้นดินอย่างหนักหน่วงจนเลือดอาบใบหน้า
โลกทั้งใบพลันตกอยู่ในความเงียบงัน ทุกสายตาจ้องมองหยางไค่ด้วยความตระหนกราวกับเห็นผี โดยเฉพาะเหล่าพ่อมดราชันย์คนอื่นๆ ที่มุมปากต่างพากันกระตุก ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความสยดสยอง พวกเขาไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เพิ่งประจักษ์แก่สายตาตนเอง
เป็นธรรมดาที่เหล่านักรบป่าจะเกิดความฉงน เพราะพวกเขาไม่เคยฝึกฝนพลังวิถีพ่อมดมาก่อน จึงไม่รู้ซึ้งถึงช่องว่างอันมหาศาลระหว่างพ่อมดราชันย์ขั้นต่ำและขั้นสูง ทว่าเหล่าพ่อมดราชันย์ที่ยืนอยู่นี้ต่างรู้ดีแก่ใจ
ภายใต้สถานการณ์ปกติ พ่อมดราชันย์ขั้นสูงสามารถบดขยี้ขั้นต่ำได้อย่างง่ายดาย ช่องว่างระหว่างสองขั้นย่อยมิใช่สิ่งที่มีไว้ประดับตกแต่งเพียงอย่างเดียว
ทว่าภาพที่เกิดขึ้นเบื้องหน้ากลับเหนือจริงเสียจนพวกเขาไม่สามารถหาเหตุผลใดๆ มาอธิบายได้
โล่มนตราที่ร่ายโดยพ่อมดราชันย์ขั้นสูงสองคนถูกสมานนิวทลายลงได้โดยไร้ความพยายาม หากโล่มนตราเหล่านั้นอ่อนแอขนาดนี้ แล้วพวกเขาจะเพียรฝึกฝนไปเพื่ออะไรกัน?
ความจริงก็คือ โล่มนตรามิได้อ่อนแอเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นสมานนิวต่างหากที่แข็งแกร่งจนน่าขนพองสยองเกล้าเกินไป
ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปทั่วสันหลังของเหล่าพ่อมดราชันย์ ก่อนหน้านี้พวกเขายังรู้สึกขัดเคืองใจที่อีกฝ่ายชิงความได้เปรียบด้วยการนำอาวุธนับพันมาดึงดูดคน และบางคนยังเตรียมจะหาเรื่องแบบสมานถูเพื่อหวังจะชิงอาวุธเหล่านั้นมาเป็นของตน ทว่าในยามนี้ ใครเล่าจะกล้ามีความคิดเช่นนั้นอีก?
หากพ่อมดราชันย์ขั้นสูงสองคนร่วมมือกันยังพ่ายแพ้อย่างราบคาบ แล้วใครที่นี่จะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้อีก?
อีกด้านหนึ่ง พ่อมดราชันย์ทั้งสองที่ถูกซ้อมจนน่วมต่างก็จมดิ่งอยู่ในความมึนงง
สมานถูรวบรวมเรี่ยวแรงอันน้อยนิดลุกขึ้นจากพื้น ส่ายศีรษะเพื่อเรียกสติ เขามองไปยังสายตาของเหล่าคนในเผ่าที่จ้องมองมา ใบหน้าเปลี่ยนจากซีดเผือดเป็นแดงก่ำด้วยความอับอายที่แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น เขาแผดเสียงตะคอกทันที “เจ้าบังอาจลอบโจมตีข้า!”
เขาไม่ยอมรับความจริงว่าตนเองสู้ไม่ได้ และคิดว่าการพ่ายแพ้เมื่อครู่เป็นเพียงเพราะความประมาทชั่วขณะเพราะไม่คิดว่าหยางไค่จะกล้าโจมตีเขาจริงๆ เขาเชื่อว่าหากเตรียมตัวมาดี ย่อมไม่เกิดเรื่องน่าขายหน้าเช่นนี้แน่นอน
ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งโกรธเกรี้ยว เหตุผลที่เขาเสนอตัวออกมาสั่งสอนหยางไค่ก็เพื่ออาศัยโอกาสนี้กดข่มอีกฝ่ายและสร้างบารมีให้ตนเอง แต่ใครจะคิดว่านอกจากจะไม่ได้หน้าแล้ว ยังต้องมาอับอายขายหน้าต่อหน้าฝูงชนเช่นนี้ ในสถานการณ์เช่นนี้เขาไม่มีทางถอยได้เด็ดขาด เพราะหากถอยหนีไปตอนนี้ ชื่อเสียงของเขาจะป่นปี้จนไม่สามารถเกณฑ์คนได้อีก
“ล้อมมันไว้!” สมานถูคำรามกร้าว
สิ้นคำ นักรบป่าเกือบสองพันคนก็พุ่งตัวออกไปล้อมรอบหยางไค่และบริวารหนึ่งพันคนของเขาเอาไว้
เมื่อเห็นดังนั้น พ่อมดราชันย์อีกคนก็โบกมือให้สัญญาณเงียบๆ บริวารอีกหนึ่งพันห้าร้อยคนของเขาก็เริ่มเคลื่อนพลเข้ามารวมกลุ่ม
ในพริบตาเดียว ผู้คนร่วมสี่พันคนก็เคลื่อนไหวตามคำสั่งของสมานถู อาหูและพรรคพวกต่างพากันเกร็งกล้ามเนื้อและกระชับอาวุธในมือไว้แน่น เตรียมพร้อมสำหรับศึกหนักที่กำลังจะเกิดขึ้น
เหล่านักรบป่าคนอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องต่างมองออกทันทีว่าเรื่องราวในครั้งนี้คงไม่จบลงโดยง่าย พวกเขาจึงรีบถอยห่างออกไปเพื่อเปิดพื้นที่ให้กับทั้งสองฝ่ายที่กำลังเผชิญหน้ากันอย่างตึงเครียด
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.